แบเรียมเพอร์ออกไซด์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
แบเรียมเพอร์ออกไซด์
barium peroxide
Peroxid barnatý.JPG
ชื่อตาม IUPAC แบเรียมเพอร์ออกไซด์
(barium peroxide)
ชื่ออื่น แบเรียมไบนอกไซด์ (Barium binoxide)
แบเรียมไดออกไซด์ (Barium dioxide)
ตัวระบุ
เลขทะเบียน CAS [1304-29-6][CAS]
PubChem 14773
EC number 215-128-4
RTECS number CR0175000
SMILES
InChI
ChemSpider ID 14090
คุณสมบัติ
สูตรเคมี BaO2
มวลต่อหนึ่งโมล 169.33 g/mol
ลักษณะทางกายภาพ ผง, ของแข็งสีขาวเหลือง
ความหนาแน่น 5.68 g/cm3
จุดหลอมเหลว

450 °C (723 K)

จุดเดือด

800 °C (1,073 K)

ความสามารถละลายได้ ใน น้ำ ไม่ละลายน้ำ[1]
โครงสร้าง
โครงสร้างผลึก เตตระโกนอล (Tetragonal)[2]
Space group D174h, I4/mmm, tI6
Coordination
geometry
6
ความอันตราย
การจำแนกของ EU Hazard O.svg ตัวออกซิไดซ์ (O)
Hazard X.svg สารอันตราย (Xn)
EU Index 056-001-00-1
NFPA 704
NFPA 704.svg
0
3
3
OX
R-phrases R8, R20/22
S-phrases (S2), S13, S27
 Yes check.svg 14 (verify) (what is: Yes check.svg 10/X mark.svg 10?)
หากมิได้ระบุเป็นอื่น ข้อมูลข้างต้นนี้คือข้อมูลสาร ณ ภาวะมาตรฐานที่ 25 °C, 100 kPa
แหล่งอ้างอิงของกล่องข้อมูล

แบเรียมเพอร์ออกไซด์ (อังกฤษ: Barium peroxide) มีสูตรทางเคมีว่า BaO2 เป็นสารประกอบเพอร์ออกไซด์ (ประกอบด้วยไอออน O2-2) พื้นฐานชนิดหนึ่ง มีสภาพเป็นของแข็งลักษณะผง สีขาวเหลือง ไม่มีกลิ่น มีคุณสมบัติเป็นตัวออกซิไดซ์ มักนำมาใช้ในกระบวนการฟอกสี ใช้เป็นส่วนผสมของดอกไม้ไฟ ซึ่งให้สีเขียวสดใสเช่นเดียวกับสารประกอบแบเรียมทั้งหลาย[3] ในภาคอุตสาหกรรม สารชนิดนี้ใช้ในกระบวนการผลิตสารโครเมียม และใช้เป็นส่วนประกอบของขั้วแคโทดในหลอดฟลูออเรสเซนต์[4]

แบเรียมเพอร์ออกไซด์ในสถานะของแข็งจะมีโครงสร้างเหมือนกับแคลเซียมคาร์ไบด์ (CaC2) กล่าวคือมีลักษณะเป็นผลึกทรงเตตระโกนอล (Tetragonal)

แบเรียมเพอร์ออกไซด์เป็นสารประกอบเพอร์ออกไซด์ชนิดแรกที่ถูกค้นพบ โดยนักธรรมชาติวิทยาและนักสำรวจชาวเยอรมันนามว่า อเล็กซานเดอร์ ฟอน ฮุมโบลด์ (Alexander von Humboldt) เมื่อ ค.ศ. 1799[5]

การสังเคราะห์[แก้]

โครงสร้างรูปผลึก
__ Ba2+    __ O-

เราสามารถสังเคราะห์แบเรียมเพอร์ออกไซด์ได้จากการทำปฏิกิริยาระหว่างแบเรียมออกไซด์และออกซิเจน ในทางกลับกัน เมื่อเพิ่มความดันและเพิ่มความร้อนให้กับแบเรียมเพอร์ออกไซด์ จนมีอุณหภูมิสูงประมาณ 700 °C สารดังกล่าวจะสลายตัวได้ผลิตภัณฑ์เป็นแบเรียมออกไซด์และออกซิเจน ซึ่งปฏิกิริยานี้เรียกว่า "กระบวนการบริน" (Brin process) เป็นการแยกเอาออกซิเจนออกจากบรรยากาศ แต่ไม่เป็นที่นิยมแล้วในปัจจุบัน กระบวนการดังกล่าวมีสมการดังนี้

\mathrm{ \ 2 \ BaO + O_2 \rightleftharpoons \ 2 \ BaO_2}

ซึ่งสามารถนำแบเรียมเพอร์ออกไซด์ไปทำปฏิกิริยากับกรดซัลฟิวริกเจือจางที่เย็นจัด เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์เป็น ไฮโดรเจนเพอร์ออกไซด์ ได้[6] ดังสมการ

\mathrm{ \ BaO_2 (aq) + H_2SO_4 (aq) \longrightarrow \ BaSO_4 (s) + H_2O_2 (aq)}

อันตราย[แก้]

ต่อสุขภาพ[แก้]

แบเรียมเพอร์ออกไซด์สามารถทำให้เกิดอาการเจ็บป่วยรุนแรงต่อผู้สัมผัสได้ การหายใจเข้าไป จะทำให้เกิดการระคายเคืองต่อระบบทางเดินหายใจ ทำให้รู้สึกคลื่นไส้ เจ็บคอ ไอ หายใจติดขัด ปวดศีรษะ มีอาการกล้ามเนื้อกระตุก อักเสบ กล่องเสียง หลอดลม ปอดบวม และอาจมีน้ำท่วมปอด เมื่อสัมผัสผิวหนัง จะเกิดการระคายเคือง มีผื่นแดง รู้สึกปวดแสบปวดร้อน เมื่อรับประทานเข้าไป จะทำให้เกิดการระคายเคืองต่อเยื่อเมือก ทำให้คลื่นไส้ อาเจียน น้ำลายไหล เวียนศีรษะ ปวดเสียดท้อง กล้ามเนื้ออ่อนแรง ในกรณีป่วยหนัก จะเกิดภาวะการขับน้ำลายออกมามาก กล้ามเนื้อหดเกร็งอย่างรุนแรง แขนและขาอาจเป็นอัมพาตได้ ชีพจรเต้นช้าหรือเร็วเกินไป มีเลือดออกในกระเพาะอาหาร ลำไส้ และไต โดยรวมแล้ว อวัยวะที่จะได้รับผลกระทบได้แก่ หัวใจ ระบบประสาท ไต ระบบทางเดินอาหาร ไขกระดูก ม้าม ตับ[4]

การปฐมพยาบาล

หากได้รับสารโดยการหายใจเข้าไป ให้เคลื่อนย้ายผู้ป่วย ออกสู่บริเวณที่มีอากาศบริสุทธิ์ หากรับประทานเข้าไป ถ้าผู้ป่วยยังมีสติอยู่ให้บ้วนปากด้วยน้ำ จากนั้นจึงนำส่งไปพบแพทย์ หากสัมผัสถูกผิวหนัง ให้ล้างด้วยน้ำปริมาณมาก อย่างน้อย 15 นาที พร้อมถอดเสื้อผ้าและรองเท้าที่เปรอะเปื้อนสารเคมีออก ทำความสะอาดเสื้อผ้าก่อนนำกลับมาใช้ใหม่ และทิ้งรองเท้าที่เปรอะเปื้อน และหากสัมผัสถูกดวงตาให้ล้างด้วยน้ำเช่นเดียวกับกรณีสัมผัสถูกผิวหนัง แต่ต้องนำส่งไปพบแพทย์[4]

ต่อสิ่งแวดล้อม[แก้]

แบเรียมเพอร์ออกไซด์เมื่อทำปฏิกิริยากับน้ำ เช่น ในแหล่งน้ำต่าง ๆ จะเป็นพิษต่อสิ่งมีชีวิตในน้ำทั้งพืชและสัตว์

อ้างอิง[แก้]

  1. Pradyot Patnaik. Handbook of Inorganic Chemicals. McGraw-Hill, 2002, ISBN 0-07-049439-8
  2. Massalimov, I. A.; Kireeva, M. S.; Sangalov, Yu. A. (2002). Inorganic Materials 38 (4): 363. doi:10.1023/A:1015105922260. 
  3. "Data Sheet". Data Sheet. Hummel Croton Inc. สืบค้นเมื่อ 2007-02-01. 
  4. 4.0 4.1 4.2 ศูนย์ข้อมูลวัตถุอันตรายและเคมีภัณฑ์, กรมควบคุมมลพิษ
  5. Winnacker Küchler, Chemische Technololgie เล่ม 1, 3. ปีที่พิมพ์ 1970, หน้า 514
  6. บุญยิ่ง จันทร์เปี่ยม, เคมีประยุกต์ในงานสิ่งทอ, วิทยาลัยเทคนิคโพธาราม