บางกอกอารีนา

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางจาก แบงค็อก ฟุตซอล อารีนา)
บางกอกอารีนา
บางกอกฟุตซอลอารีนา.jpg
ภาพจำลองจากมุมมองสระน้ำ
ชื่อเต็ม บางกอกอารีนา
Bangkok Arena
ที่ตั้ง เขตหนองจอก กรุงเทพมหานคร
ไทย ประเทศไทย
ลงเสาเข็ม 24 มกราคม พ.ศ. 2555
เริ่มสร้าง มกราคม พ.ศ. 2555
เปิด 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555[1]
เจ้าของ กรุงเทพมหานคร
ผู้ดำเนินการ กรุงเทพมหานคร
พื้นสนาม อเนกประสงค์
ป้ายบอกคะแนน จอภาพผลึกเหลว
มูลค่าการก่อสร้าง ~1,300 ล้านบาท[2]
สถาปนิก มหาวิทยาลัยเทคโนโลยี
พระจอมเกล้าธนบุรี
ผู้จัดการโครงการ กรุงเทพมหานคร
ผู้รับเหมาหลัก บริษัท อีเอ็มซี จำกัด (มหาชน)
ความจุ 12,000 ที่นั่ง
ขนาดสนาม 116 x 132 เมตร
ใช้จัดงาน
ฟุตซอลชิงแชมป์โลก 2012 (ระงับไม่ให้ใช้)

บางกอกอารีนา (อังกฤษ: Bangkok Arena) หรือชื่อเดิมว่า บางกอกฟุตซอลอารีนา เป็นสนามกีฬาในร่มของประเทศไทย ตั้งอยู่บนพื้นที่ 50 ไร่ ภายในศูนย์ฝึกอบรมข้าราชการกรุงเทพมหานคร เขตหนองจอก กรุงเทพมหานคร สร้างขึ้นเพื่อรองรับการแข่งขันฟุตซอลชิงแชมป์โลกครั้งที่ 7 ซึ่งประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ โดยมีโครงการพัฒนาเป็นศูนย์กีฬาทางฝั่งตะวันออกของกรุงเทพมหานครในอนาคต

สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) ลงมติให้ประเทศไทย เป็นเจ้าภาพการแข่งขันฟุตซอลชิงแชมป์โลกครั้งที่ 7 จึงเริ่มดำเนินโครงการก่อสร้างสนามฟุตซอลเพื่อใช้เป็นสนามหลักในการแข่งขัน พร้อมทั้งการจัดพิธีเปิดและพิธีปิดการแข่งขัน ในปี พ.ศ. 2553 คณะรัฐมนตรีซึ่งมีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรี มีมติให้กรุงเทพมหานครที่มีหม่อมราชวงศ์สุขุมพันธุ์ บริพัตรเป็นผู้ว่าราชการ รับผิดชอบโครงการด้วยวงเงินประมาณ 1,300 ล้านบาท โดยลงนามในสัญญาจ้างบริษัท อีเอ็มซี จำกัด (มหาชน) เพื่อเริ่มการก่อสร้าง เมื่อวันที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2555[3] และมีพิธีวางศิลาฤกษ์ โดยหม่อมราชวงศ์สุขุมพันธุ์เป็นประธานในพิธี เมื่อวันที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2555[4]

สนามกีฬาออกแบบโดยมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี มีการนำเทคโนโลยีการอนุรักษ์พลังงานเข้าประยุกต์ใช้ในการออกแบบอาคาร นอกจากนี้ ยังมีการใช้ดอกจอก ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ประจำเขตหนองจอก เป็นแนวคิดในการออกแบบทางสถาปัตยกรรมอีกด้วย[5]

ในวันที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555 ระหว่างการแข่งขันฟุตซอลชิงแชมป์โลกครั้งที่ 7 คณะกรรมการฟุตซอลของฟีฟ่า มีมติยกเลิกการใช้สนามบางกอกฟุตซอลอารีนา เนื่องจากการก่อสร้างไม่เป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยที่ฟีฟ่ากำหนด และให้ใช้สนามอินดอร์สเตเดียม หัวหมาก เป็นสนามหลักในการแข่งขันแทน[6]

ประวัติ[แก้]

การออกแบบและจัดหาพื้นที่ก่อสร้าง[แก้]

สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ มีมติให้ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน ฟุตซอลชิงแชมป์โลก 2012 เมื่อวันที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2553[7] โดยกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเป็นผู้รับผิดชอบในภาพรวม ต่อมาในเดือนสิงหาคมปีเดียวกัน สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ นำเสนอทางเลือกดำเนินการเกี่ยวกับสนามหลักที่ใช้แข่งขัน เพื่อให้เป็นไปตามเงื่อนไขที่ฟีฟ่ากำหนดความจุผู้ชมที่ 10,000-15,000 คน ต่อรัฐบาลอภิสิทธิ์ในสามรูปแบบคือ การก่อสร้างสนามกีฬาขึ้นใหม่ โดยเลือกจากสองพื้นที่ ได้แก่ที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทย และที่ดินบริเวณศูนย์ฝึกอบรมข้าราชการของกรุงเทพมหานครที่เขตหนองจอก อีกรูปแบบหนึ่งคือการปรับปรุงสนามอินดอร์ สเตเดียม สนามกีฬาหัวหมาก กับอาคารกีฬานิมิบุตร กรีฑาสถานแห่งชาติ[8] โดยมีข้อสรุปว่า ให้ใช้ศูนย์ฝึกอบรมข้าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นสถานที่ดำเนินการก่อสร้าง[9]

ในเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2554 รัฐบาลอภิสิทธิ์อนุมัติงบประมาณเพื่อก่อสร้างสนามแห่งนี้ เป็นจำนวนเงิน 1,239 ล้านบาท[10] โดยกรุงเทพมหานครมอบหมายให้ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรีเป็นผู้ออกแบบ รวมถึงศึกษาการใช้พื้นที่บริเวณสนาม[11] และลงนามในสัญญาจ้างบริษัท อีเอ็มซี จำกัด(มหาชน)เมื่อวันที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2555 [3] โดยหม่อมราชวงศ์สุขุมพันธุ์แจ้งต่อฟีฟ่าว่า กรุงเทพมหานครกำหนดให้สนามแห่งนี้มีชื่อว่า บางกอกฟุตซอลอารีนา (Bangkok Futsal Arena)[12]

การก่อสร้างและการตรวจสอบ[แก้]

บางกอกฟุตซอลอารีนาระหว่างการดำเนินการก่อสร้าง 8 สิงหาคม พ.ศ. 2555

เมื่อวันที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2555 หม่อมราชวงศ์สุขุมพันธุ์ เป็นประธานในพิธีวางศิลาฤกษ์สนามแห่งนี้[4] โดยมีระยะเวลาการก่อสร้างประมาณ 250 วันจากเวลาปกติ 500 วัน เป็นผลให้ต้องเร่งรัดการก่อสร้าง ด้วยการปฏิบัติงานตลอด 24 ชั่วโมง[13] มีการใช้วัสดุโครงสร้างทางวิศวกรรมที่ทันสมัย เพื่อให้การก่อสร้างเป็นไปด้วยความรวดเร็วยิ่งขึ้น อาทิการใช้เหล็กรับแรงดึงแทนการใช้สายเคเบิล เพื่อลดขั้นตอนการติดตั้งและการผลิต[14] การใช้คอนกรีตหล่อสำเร็จรูป แทนการหล่อคอนกรีตในเขตก่อสร้าง[15] รวมไปถึงการทำงานหลายอย่างไปพร้อมกัน เช่นการปูพื้นสนามพร้อมการทาสี การติดตั้งเก้าอี้บนอัฒจันทร์ในเวลาเดียวกับการก่อสร้าง[15] เป็นต้น

การก่อสร้างมีการตรวจประเมินจากคณะทำงานของฟีฟ่าเป็นระยะ ครั้งแรกในเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555 ร่วมกับสนามอื่นๆ ที่ใช้ในการแข่งขันฟุตซอลชิงแชมป์โลกครั้งที่ 7 อีกสามแห่ง มีผลเป็นที่น่าพอใจ[16] รวมถึงการตรวจสอบในเดือนกรกฎาคมปีเดียวกัน ผู้แทนจากฟีฟ่าแสดงความพอใจที่การก่อสร้างมีความคืบหน้า โดยจะต้องรอตรวจสอบความสมบูรณ์พร้อมของสนามในเดือนสิงหาคมอีกครั้ง[17] ในวันที่ 13 กันยายน นางนฤมล ศิริวัฒน์ ประธานคณะกรรมาธิการกีฬาวุฒิสภา คาดการณ์ว่าการก่อสร้างสนามอาจเสร็จสิ้นไม่ทันการแข่งขัน[18] อย่างไรก็ตาม กรุงเทพมหานครซึ่งรับผิดชอบงานก่อสร้างสนาม ก็เร่งการก่อสร้างอย่างต่อเนื่อง[13] โดยระหว่างวันที่ 30 กันยายน - 2 ตุลาคม คณะทำงานของฟีฟ่าเดินทางมาตรวจประเมินความพร้อมของสนามแข่งขันอีกครั้ง[19]

จนกระทั่งในวันที่ 5 ตุลาคม ฟีฟ่าประกาศเปลี่ยนแปลง กำหนดการแข่งขันฟุตซอลชิงแชมป์โลกครั้งที่ 7 โดยให้ย้ายการแข่งขันในช่วงแรก ไปจัดที่อินดอร์ สเตเดียม ภายในสนามกีฬาหัวหมากแทน และเริ่มการแข่งขันที่บางกอกฟุตซอลอารีนาเป็นครั้งแรก ในรอบก่อนรองชนะเลิศ ตั้งแต่วันที่ 14 พฤศจิกายน จนถึงนัดชิงชนะเลิศ[20] อย่างไรก็ตาม คณะทำงานของฟีฟ่าจะประเมินความพร้อมใช้งานของสนามอีกครั้ง ในวันที่ 25 ตุลาคม[21] ต่อมาในวันที่ 21 ตุลาคม มีการทดสอบระบบเสียงภายในสนาม รวมถึงติดตั้งจอภาพผลึกเหลวเพื่อเป็นป้ายบอกคะแนน บนหลังคาส่วนกลางเหนือสนาม ส่วนพื้นสนามอยู่ระหว่างการขนส่งมาถึงประเทศไทย ซึ่งล่าช้ากว่าที่กำหนดไว้เดิม เนื่องจากมีปัญหาที่ด่านกักกันสินค้าทางฝั่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งจะสามารถติดตั้งได้ราววันที่ 26 - 28 ตุลาคม และจะทำการทดสอบพื้นสนาม ในวันที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2555[22]

พิธีเปิดสนาม[แก้]

เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2555 หม่อมราชวงศ์สุขุมพันธุ์ เป็นประธานในพิธีเปิดสนามบางกอกฟุตซอลอารีนา ซึ่งประกอบด้วยการบวงสรวงทางศาสนาพุทธ และพราหมณ์ฮินดู หลังจากนั้น คณะทำงานผู้แทนฟีฟ่าเข้าตรวจสอบสนามในช่วงบ่าย ต่อมาในช่วงเย็น มีการจัดแข่งขันฟุตซอลนัดพิเศษ ระหว่างทีมบีเอ็มเอออลสตาร์ (รวมกรุงเทพมหานคร) กับทีมรวมสื่อมวลชน อย่างไรก็ตาม การก่อสร้างสนามยังไม่เสร็จเรียบร้อยและต้องมีการแก้ไขเพิ่มเติม โดยคณะทำงานผู้แทนฟีฟ่า แจ้งให้ปรับปรุงห้องรับรองพิเศษและห้องน้ำ ส่วนงานก่อสร้างอยู่ระหว่างรอวัสดุปูพื้น[23]

ต่อมา กรุงเทพมหานครจัดให้มีกิจกรรมเพื่อเปิดใช้สนามอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายนปีเดียวกัน โดยมีการแสดงคอนเสิร์ต และจัดแข่งขันฟุตซอล ชิงถ้วยรางวัลหม่อมราชวงศ์สุขุมพันธุ์ โดยเชิญประชาชนเข้าชมเต็มความจุของสนาม[1] พร้อมกับเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น บางกอก อารีนา [24]

ผลการตรวจสอบโดยฟีฟ่า[แก้]

แบบจำลองสามมิติของสนาม

ต่อมาในวันที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555 ขณะที่การแข่งขันฟุตซอลชิงแชมป์โลกครั้งที่ 7 กำลังแข่งขันเป็นวันสุดท้ายของนัดที่สอง คณะกรรมการฟุตซอลของสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ แถลงข่าวที่สำนักงานใหญ่ฟีฟ่า นครซูริก ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ประกาศให้ยกเลิกการใช้สนามบางกอกฟุตซอลอารีนาอย่างเป็นทางการ[6] เป็นผลให้ฟีฟ่าต้องย้ายสถานที่แข่งขันตั้งแต่รอบก่อนรองชนะเลิศ เฉพาะนัดที่กำหนดว่าจะแข่งขันที่สนามแห่งนี้ โดยเปลี่ยนไปใช้อาคารกีฬานิมิบุตร กรีฑาสถานแห่งชาติ ในรอบก่อนรองชนะเลิศ[25] และอินดอร์ สเตเดียม สนามกีฬาหัวหมาก ในรอบรองชนะเลิศ กับนัดชิงชนะเลิศตามลำดับ[26] โดยฟีฟ่าชี้แจงว่าก่อนหน้านี้มีการแต่งตั้งคณะทำงาน เพื่อเดินทางไปตรวจสอบความเรียบร้อยและความปลอดภัยทั่วไป ยังสถานที่ก่อสร้างจริงถึงสองครั้ง คือวันที่ 3 และ 5 พฤศจิกายนแล้ว[6]

แต่ข้อเท็จจริงปรากฏว่า ผู้รับผิดชอบในการก่อสร้างคือกรุงเทพมหานคร[27] กำหนดไว้ตามโครงการว่าจะใช้เวลาก่อสร้าง 500 วัน ทว่าด้วยความล่าช้าในการก่อสร้าง ซึ่งอ้างถึงอุทกภัยในประเทศไทย พ.ศ. 2554 เป็นเหตุในการปรับลดเวลาลงครึ่งหนึ่ง เหลือเพียง 250 วันเท่านั้น โดยปฏิบัติงานต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง ใช้เหล็กแทนสายเคเบิลเพื่อรับแรงดึง ใช้คอนกรีตซึ่งหล่อสำเร็จรูปมาแล้ว แทนการหล่อคอนกรีตขึ้นภายในสถานที่ก่อสร้าง ตลอดจนปฏิบัติงานหลายอย่างในบริเวณเดียวกันไปพร้อมกัน ทั้งนี้ก็เพื่อเร่งรัดให้การก่อสร้างดำเนินไปอย่างรวดเร็วที่สุด[28] เป็นผลให้การก่อสร้างสนามแห่งนี้ไม่เป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยที่ฟีฟ่ากำหนด[2]

ด้านหม่อมราชวงศ์สุขุมพันธุ์ กล่าวแสดงความเสียใจหลังทราบผลการตรวจสอบ เนื่องจากข้าราชการและฝ่ายการเมืองทำงานหนักมาตลอดหลายเดือน ส่วนตัวทำหน้าที่อย่างสมบูรณ์แล้ว ถึงแม้จะเกิดอุทกภัยเป็นเวลา 4-5 เดือน แต่ก็ยังก่อสร้างจนแล้วเสร็จ และเชื่อว่าสามารถใช้แข่งขันได้อย่างไม่มีปัญหา ตั้งแต่วันรุ่งขึ้น (7 พฤศจิกายน) เสียด้วยซ้ำ เนื่องจากคณะทำงานของฟีฟ่าก็เดินทางมาเยี่ยมชมการทดสอบแล้ว ทั้งในส่วนพื้นสนามและความปลอดภัย โดยเฉพาะมีการนำประชาชนจำนวน 650 คนมาทดสอบความปลอดภัยของสนาม ตลอดจนปรับปรุงทางหนีไฟแล้ว ซึ่งเมื่อวานนี้ (5 พฤศจิกายน) ตนเห็นว่าคณะทำงานของฟีฟ่าก็แสดงความพึงพอใจ[27]

แต่คาดว่าสาเหตุที่ฟีฟ่าไม่ใช้สนามแห่งนี้ เพราะมีการสั่งให้กรุงเทพมหานครก่อสร้างห้องทำงานวีไอพีเพิ่มเติม สำหรับเจ้าหน้าที่ฟีฟ่าซึ่งจะเดินทางมาอีก 300 คน ซึ่งทางกรุงเทพมหานครก็กำลังดำเนินการอยู่ ทว่ามีประกาศยกเลิกการใช้สนามออกมาเสียก่อน นอกจากนี้ หม่อมราชวงศ์สุขุมพันธุ์ยังตัดพ้อว่า ฟีฟ่าไม่มีการแจ้งผลมาให้กรุงเทพมหานครทราบด้วยช่องทางติดต่อใดๆ ก็ตาม แม้แต่การโทรศัพท์มา เนื่องจากกรุงเทพมหานครเป็นเมืองคู่สัญญาจัดการแข่งขัน จึงควรแจ้งมาที่ตนก่อนจะมีการแถลงข่าว เพราะทางกรุงเทพมหานครก็ปฏิบัติตามข้อกำหนดของฟีฟ่าทุกประการ[27]

รายละเอียดสนามกีฬา[แก้]

แบบโครงสร้างของสนามกีฬา

อาคารสนามกีฬา[แก้]

สนามกีฬาเป็นรูปแบบสนามกีฬาในร่ม ออกแบบให้เป็นอเนกประสงค์ เพื่อให้สามารถประยุกต์ใช้สนามในกิจการอื่น ๆ ได้ในภายหลัง สนามมีความกว้าง 116 เมตร ความยาว 132 เมตร อัฒจันทร์ 5 ระดับชั้น สูง 25 เมตร (หลังคาสูง 34 เมตร) มีความจุผู้ชม 12,000 คน[29] ตัวอาคารมีขนาด 10 ไร่ รวมพื้นที่ใช้สอยประมาณ 30,000 ตารางเมตร[30] การออกแบบโครงสร้างของสนาม ใช้เหล็กรับแรงดึง (Cable Rod) ความยาว 132 เมตร ดึงโครงหลังคาเหล็ก น้ำหนักประมาณ 3,000 ตัน[31]

ลักษณะทางสถาปัตยกรรม[แก้]

ดอกจอกเป็นจุดเริ่มต้นแนวความคิดด้านสถาปัตยกรรม[32] โดยเสาและโครงหลังคาจะเป็นลายกนก โดยมีการผสมผสานลวดลายของดอกจอก[30]

ข้อวิจารณ์[แก้]

ภาพด้านหน้าของสนาม บันทึกเมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

บางกอกฟุตซอลอารีนาเริ่มต้นการก่อสร้างในราวเดือนมกราคม พ.ศ. 2555 ซึ่งเป็นปีเดียวกับที่มีการแข่งขันฟุตซอลชิงแชมป์โลก 2012 ทำให้มีระยะเวลาการก่อสร้างที่สั้น ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมามีสื่อหลากหลายแขนงได้กล่าววิพากษ์วิจารณ์การดำเนินการก่อสร้าง เช่น พัชรินทร์ ธรรมรส จากหนังสือพิมพ์เดลินิวส์กล่าวว่า "...หากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องติดตามและใส่ใจที่จะร่วมกันผลักดันงานเพื่อประเทศชาติร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลหรือ กทม. ป่านนี้เราอาจจะได้ชื่นชมกับสนามฟุตซอล... บทเรียนครั้งนี้หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะเป็นครั้งสุดท้ายที่การเป็นเจ้าภาพการแข่งขันระดับโลกของคนไทย จะมีการเตรียมพร้อมทั้งแผนและการดำเนินการให้เป็นไปตามเป้าหมาย แบบไม่ต้องลุ้นกันหืดขึ้นคออย่างเช่นที่กำลังเป็นอยู่..."[33] ภายหลังคณะกรรมการสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) มีมติให้ใช้สนามอินดอร์สเตเดียม หัวหมากในการจัดการแข่งขันในช่วงแรกแทน เนื่องจากพิจารณาว่าสนามบางกอกฟุตซอลอารีนาซึ่งจัดสร้างขึ้นใหม่นี้อาจเสร็จไม่ทันกำหนด[20] ในคอลัมน์ข่าวกีฬาของเว็บไซต์สนุก.คอมโดยเมฆา ฟ้าแวบแวบ กล่าวว่า "...อยากรู้ว่าหากสนามฟุตซอลสร้างเสร็จไม่ทันกำหนด ใครจะรับผิดชอบ และสนามแห่งนี้จะมีแผนการใช้อย่างไรในอนาคต มีใครตอบตรงนี้ได้บ้าง..." และ ""งานนี้เตรียมอับอายกันได้แล้ว" ไม่ได้ดูถูกฝีมือคนไทย แต่ดูยังไงมันก็ไม่น่าจะเสร็จทัน!!!"[34]

การคมนาคมที่เกี่ยวข้อง[แก้]

กรุงเทพมหานคร จัดรถขนส่งมวลชนถึงสนาม โดยให้บริการในสามเส้นทาง ดังต่อไปนี้[35]

อ้างอิง[แก้]

  1. 1.0 1.1 กทม. เปิดสนามบางกอก ฟุตซอล อารีน่า (สืบค้นเมื่อ 18 พฤศจิกายน 2555)
  2. 2.0 2.1 1,300 ล้านสูญเปล่า!! ′ฟีฟ่า′ เซย์โน ′บางกอก ฟุตซอล อารีน่า′ หวดโต๊ะเล็กโลก 2012, 6 พฤศจิกายน 2555, ข่าวมติชนออนไลน์
  3. 3.0 3.1 EMC ลงนามสัญญาจ้างระหว่าง กทม. โครงการสนามกีฬาฟุตซอล (หนองจอก), บริษัท อีเอ็มซี จำกัด (มหาชน). (สืบค้นเมื่อ 3 ตุลาคม 2555)
  4. 4.0 4.1 ‘สุขุมพันธุ์’ ถือฤกษ์ลงเสาเข็มสร้างสนามฟุตซอลชิงแชมป์โลกพรุ่งนี้, 23 มกราคม 2555, เนชั่นทันข่าว. (สืบค้นเมื่อ 7 พฤศจิกายน 2555)
  5. ทำความรู้จักกับ Bangkok Futsal Arena, สืบค้นเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2555
  6. 6.0 6.1 6.2 Indoor Stadium Huamark to host Futsal World Cup final, 6 November 2012, FIFA Futsal World Cup News.
  7. ไทยเฮจัดโต๊ะเล็กโลกหนแรกในประวัติศาสตร์, 19 มีนาคม 2553, ข่าวสยามสปอร์ต. (สืบค้นเมื่อ 7 พฤศจิกายน 2555)
  8. มาร์คหนุนสร้างสนามใหม่รับศึกฟุตซอลโลก ผลักดันเป็นศูนย์กลางอาเซียน, 9 สิงหาคม 2553, ข่าวเดลินิวส์. (เนื้อหาจาก www.thaileagueonline.com สืบค้นเมื่อ 7 พฤศจิกายน 2555)
  9. ฟุตซอลชิงแชมป์โลก 2012 จากสยามสปอร์ต (สืบค้นเมื่อ 18 พฤศจิกายน 2555)
  10. รัฐไฟเขียวงบ 1,239 ล้านให้ กทม.สร้างสนามฟุตซอลชิงแชมป์โลกปี'55, 9 พฤษภาคม 2554, www.manager.co.th. (สืบค้นเมื่อ 3 ตุลาคม 2555
  11. 'ทยา'เล็งที่'อสมท'สร้างเมนสเตเดี้ยม ทำสนามฟุตซอล-เดินทางสะดวก-อยู่กลางเมือง, 4 มีนาคม 2554, หนังสือพิมพ์ข่าวสด. (สืบค้นเมื่อ 7 พฤศจิกายน 2555)
  12. ผู้ว่ากทม.ใช้ Bangkok Futsal Arena เป็นชื่อสนามฟุตซอลโลก, 7 มีนาคม 2555, ข่าววอยซ์ทีวี. (สืบค้นเมื่อ 3 ตุลาคม 2555)
  13. 13.0 13.1 หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ กทม.เร่งสร้างสนามฟุตซอล ส่งมอบฟีฟ่าทัน 21 ต.ค. นี้ สืบค้นเมื่อวันที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2555
  14. สู่ความสำเร็จในงานก่อสร้าง, สืบค้นเมื่อ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2555
  15. 15.0 15.1 ก่อสร้างเร็วได้มาตรฐาน, สืบค้นเมื่อ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2555
  16. บอร์ดฟีฟ่าพอใจสนามฟุตซอลโลกไทยคืบหน้า, สืบค้นเมื่อ 5 ตุลาคม 2555
  17. 'ฟีฟ่า' ชมเปาะ สนามฟุตซอลไทยคืบหน้า, 6 กรกฎาคม 2555, ข่าวไทยรัฐออนไลน์ สืบค้นเมื่อ 5 ตุลาคม 2555
  18. ′กมธ.สว.′ หวั่นสนามฟุตซอลเสร็จไม่ทัน ยันต้องมีคนรับผิดชอบ! - ′ฟีฟ่า′ บินตรวจ 9 ต.ค., 13 กันยายน 2555, ข่าวมติชนออนไลน์. (สืบค้นเมื่อ 7 พฤศจิกายน 2555)
  19. ฟีฟ่ามาไทย30ก.ย.นี้ ตรวจ4สนามฟุตซอล, 28 กันยายน 2555, ข่าวไทยโพสต์. (สืบค้นเมื่อ 5 ตุลาคม 2555)
  20. 20.0 20.1 ไม่ทันพิธีเปิด!"ฟีฟ่า"แจ้งให้ใช้"แบงค็อก ฟุตซอล อารีน่า"เตะรอบ8ทีม+รอบรอง+ชิงชนะเลิศ, 5 ตุลาคม 2555, ข่าวมติชนออนไลน์. (สืบค้นเมื่อ 5 ตุลาคม 2555)
  21. งามหน้า!! ฟีฟ่าสั่งย้ายสนามฟุตซอลโลก, 5 ตุลาคม 2555, ข่าวโกล์ดอตคอม. (สืบค้นเมื่อ 5 ตุลาคม 2555)
  22. กทม.เผยสนามฟุตซอลหนองจอกรอพื้นสนามจากจีน เตรียมขึ้นสกอร์บอร์ดพร้อมส่งมอบ 29 ต.ค.นี้, 20 ตุลาคม 2555, กองประชาสัมพันธ์ กรุงเทพมหานคร. (สืบค้นเมื่อ 21 ตุลาคม 2555)
  23. 'ฟีฟ่า'เซอร์ไพรส์สนามฟุตซอลอารีน่าเปิดตัวอลังการ สืบค้น 1 พฤศจิกายน 2555
  24. เปลี่ยนชื่อ "สนามบางกอก อารีน่า" ผู้ว่า กทม. ยันสนามเสร็จ-โชว์จัดฟุตซอลเยาวชน จากไทยพีบีเอส(สืบค้นเมื่อ 18 พฤศจิกายน 2555)
  25. งามหน้าแล้ว!!! ฟีฟ่าสั่งไม่ใช้ 'หนองจอก' จัดฟุตซอลโลก, 6 พฤศจิกายน 2555, ข่าวไทยรัฐออนไลน์.
  26. Futsal World Cup matches moved, 5 November 2012, FIFA Futsal World Cup News.
  27. 27.0 27.1 27.2 กทม.หน้าแตก "ฟีฟ่า" ไม่ใช้สนามบางกอกฟุตซอลอารีน่า-สุขุมพันธุ์พ้อไม่ยอมโทร.มาบอกก่อน, 6 พฤศจิกายน 2555,
  28. ปิดฉากสนามบางกอกฟุตซอลอารีนา, 6 พฤศจิกายน 2555, ข่าววอยซ์ทีวี
  29. เปิดสนาม, สืบค้นเมื่อ 3 ตุลาคม 2555
  30. 30.0 30.1 สนามฟุตซอล1.2พันล.มาตรฐานโลก, สืบค้นเมื่อ 3 ตุลาคม 2555
  31. โดดเด่นด้วยการออกแบบ, สืบค้นเมื่อ 3 ตุลาคม 2555
  32. รู้จัก Bangkok Futsal Arena, สืบค้นเมื่อ 3 ตุลาคม 2555
  33. บริหารจัดการยังไม่มืออาชีพ ลุ้นระทึก "สนามฟุตซอลโลก", 1 ตุลาคม 2555, ข่าวเดลินิวส์. (สืบค้นเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2555)
  34. ก็แค่อับอายกันทั้งประเทศ (สืบค้นเมื่อ 5 ตุลาคม 2555)
  35. เส้นทางสู่สนาม สืบค้นเมื่อ 3 ตุลาคม 2555

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

พิกัดภูมิศาสตร์: 13°50′02″N 100°51′06″E / 13.83383°N 100.851595°E / 13.83383; 100.851595