แดน บราวน์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
แดน บราวน์
Dan Brown bookjacket cropped.jpg
เกิด: 22 มิถุนายน ค.ศ. 1964 (50 ปี)
เอ็กซีเตอร์ รัฐนิวแฮมป์เชียร์ สหรัฐอเมริกา
อาชีพ: ผู้ประพันธ์
สัญชาติ: อเมริกัน
บิดา: ริชาร์ด จี. บราวน์
คู่สมรส: ไบลธ์ นิวลอน (สมรส พ.ศ. 2540)
แนวทางการเขียน: ลึกลับ,
ระทึกขวัญ,
อิงประวัติศาสตร์
ผลงานครั้งแรก: ล่ารหัสมรณะ
ผลงานสำคัญ: รหัสลับดาวินชี
ได้อิทธิพลจาก: ซิดนีย์ เชลดอน,
วิลเลียม เชกสเปียร์,
โรเบิร์ต ลัดลัม,
ฮาร์ลาน โคเบน
เว็บไซต์: http://www.danbrown.com/

แดน บราวน์ (อังกฤษ: Dan Brown) นักเขียนชาวอเมริกัน มีชื่อเสียงกว้างขวางจากผลงานนิยายสืบสวนสอบสวนอิงประวัติศาสตร์อย่าง รหัสลับดาวินชี

ประวัติ[แก้]

แดน บราวน์เกิดเมื่อวันที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2507 โตในเมืองเอ็กซีเตอร์ รัฐนิวแฮมป์เชียร์ สหรัฐอเมริกา เป็นบุตรคนโตในพี่น้อง 3 คน มารดาเป็นนักดนตรีอาชีพ เล่นดนตรีในโบสถ์ บิดา ริชาร์ด จี. บราวน์เป็นครูสอนคณิตศาสตร์ในโรงเรียนมัธยม Phillips Exeter Academy

เนื่องจาก Phillips Exeter Academy ต้องการให้อาจารย์ใหม่อาศัยในตัวโรงเรียนด้วย ครอบครัวของเขาจึงอาศัยที่โรงเรียนนั้น และเป็นสถานศึกษาระดับมัธยมของบราวน์

บราวน์สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีจาก Amherst College and Phillips Exeter Academy เอกสาขาภาษาสเปนและอังกฤษ ใน พ.ศ. 2529 หลังจบการศึกษา เขาผันตัวมาเป็นนักดนตรีสมัครเล่น ทำอัลบั้มเพลงสำหรับเด็กขายได้ไม่กี่ร้อยแผ่น ต่อมาในปี พ.ศ. 2534 เขาก็ย้ายไปลอสแอนเจลิส เข้าทำงานกับวิทยาลัยประพันธ์เพลงแห่งชาติ และได้พบกับ ไบลธ์ นิวลอน (Blythe Newlon) รุ่นพี่หญิงที่มีอายุกว่าเขา 12 ปี ซึ่งเป็นผู้อำนวยการแผนกพัฒนาศิลปินของวิทยาลัย แม้งานไม่เกี่ยวข้องกันโดยตรง แต่นิวลอนก็ช่วยโปรโมตงานต่าง ๆ ของบราวน์ จนพัฒนาความสัมพันธ์กลายเป็นความรักโดยคนรอบตัวไม่ทราบ

พ.ศ. 2536 บราวน์ย้ายกลับมานิวแฮมป์เชียร์บ้านเกิดพร้อมนิวลอน ที่นั้น บราวน์เป็นครูสอนภาษาอังกฤษ ณ โรงเรียนเก่าและสอนภาษาสเปนให้นักเรียนเกรด 6-8 จน พ.ศ. 2537 เขาหันมาเป็นนักเขียน เมื่อเขาไปพักผ่อนที่ตาฮิติ และได้อ่านนิยายเรื่อง แผนโลกาวินาศ (The Doomsday Conspiracy) ผลงานของซิดนีย์ เชลดอน (Sidney Sheldon) และเขาคิดว่าเขาสามารถเขียนเรื่องได้ดีกว่า นั่นเป็นจุดกำเนิดให้เขาลงมือเขียนนิยายเรื่องแรกของเขา ล่ารหัสมรณะ (Digital Fortress) และในปีเดียวกัน บราวน์ได้ออกซีดีเพลงในชื่อ "Angels & Demons" ซึ่งภาพหน้าปกอัลบั้มเป็นภาพแอมบิแกรม ฝีมือศิลปินนาม จอห์น แลงดอน (John Langdon) ที่ภายหลังชื่ออัลบั้มกลายเป็นชื่อนิยายเล่มที่สองของเขา เทวากับซาตาน (Angels & Demons) และได้นำเอาชื่อศิลปินที่วาดภาพปกอัลบั้มมาเป็นชื่อตัวละครเอกของเรื่อง

พ.ศ. 2539 บราวน์เลิกสอนและกลายมาเป็นนักเขียนอาชีพเต็มตัว บราวน์และนิวลอนสมรสในปี พ.ศ. 2540 ปีต่อมา ผลงานนิยายเล่มแรกของเขา ล่ารหัสมรณะ ก็เสร็จสมบูรณ์และได้จัดพิมพ์ จากนั้นเขาออก เทวากับซาตานในปี พ.ศ. 2543 และ แผนลวงสะท้านโลก (Deception Point) ในปี พ.ศ. 2544

ผลงาน 3 เรื่องแรก ล่ารหัสมรณะ, เทวากับซาตาน และ แผนลวงสะท้านโลก ขายได้น้อยกว่าหมื่นเล่มในการพิมพ์ครั้งแรก จนออก รหัสลับดาวินชี (The Da Vinci Code) ในปี พ.ศ. 2546 หนังสือนี้กลายเป็นหนังสือติดอันดับหนังสือขายดีของนิวยอร์กไทมส์ตั้งแต่สัปดาห์แรกที่วางจำหน่าย และเป็นหนังสือขายดีตลอดกาลเล่มหนึ่ง ด้วยยอดขาย 60.5 ล้านเล่มทั่วโลกในปีนี้[ต้องการอ้างอิง] และมีการสร้างเป็นภาพยนตร์ ซึ่งส่งผลให้ผลงาน 3 เรื่องแรกของบราวน์กลับมามียอดจำหน่ายสูงอีกครั้ง และผลงานเรื่อง เทวากับซาตาน ก็ถูกสร้างเป็นภาพยนตร์ตามมา มีกำหนดฉายในปี พ.ศ. 2552 ต่อมา บราวน์ได้ออกผลงานเรื่องใหม่ชื่อ สาส์นลับที่สาบสูญ (The Lost Symbol) วางจำหน่ายในเดือนกันยายน ปีเดียวกัน

ในปี 2556 บราวน์ได้ออกผลงานในชุด โรเบิร์ต แลงดอน เล่มใหม่ชื่อ สู่นรกภูมิ (Inferno)

อ้างอิง[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]