แดนชำระ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

แดนชำระ (อังกฤษ: Purgatory) หรือไฟชำระ คือ สภาวะหรือขั้นตอนที่วิญญาณได้รับการชำระให้บริสุทธิ์หรือการลงโทษชั่วคราว เป็นที่เชื่อกันว่าดวงวิญญาณที่ตายขณะได้รับการปลดปล่อยจะได้ไปสวรรค์ นี่เป็นความคิดเชิงทฤษฎีที่มีพื้นฐานและได้รับการยอมรับในศาสนาคริสต์ยุคแรก ในขณะที่ในแนวคิดเชิงวรรณกรรม แดนชำระคือสถานที่ทางภูมิศาสตร์ขนาดใหญ่ในความเชื่อและจินตนาการของคริสตชนสมัยกลาง

แนวคิดเกี่ยวกับแดนชำระเชื่อมโยงกับคริสตจักรละตินในนิกายโรมันคาทอลิก (เป็นปรัชญาหลักในคริสตจักรที่บรรลุนิติภาวะแล้วหรือในทางพิธีกรรม ถึงแม้บ่อยครั้งจะไม่ได้ใช้ชื่อว่า "แดนชำระ" ก็ตาม) ชาวแองกลิคันแห่งแองโกลคาทอลิกมักถือตามนี้ จอห์น เวสลีย์ ผู้ก่อตั้งคณะเมทอดิสต์ เชื่อในสถานะกลางระหว่างความตายกับการพิพากษาครั้งสุดท้ายและเชื่อว่าเป็นไปได้ที่จะมี "การเติบโตอย่างต่อเนื่องของพระคุณ" ณ ที่แห่งนั้น คริสตจักรอีสเทิร์นออร์ทอดอกซ์เชื่อในความเป็นไปได้ที่จะเกิดการแลกเปลี่ยนสภาวะของดวงวิญญาณผู้ที่ตายไปแล้วผ่านทางผู้อธิษฐานและการสวดอ้อนวอนอันศักดิ์สิทธิ์ และชาวออร์โธด็อกซ์จำนวนมากโดยเฉพาะผู้บำเพ็ญตน หวังและภาวนาเพื่อฟื้นคืนความสัมพันธ์กับพระเจ้า อีกความเชื่อที่คล้ายกันคือเชื่อในโอกาสรอดครั้งสุดท้ายโดยชาวมอร์มอน ชาวยิวยังเชื่ออีกว่าเป็นไปได้ที่จะมีการชำระล้างหลังความตาย และยังใช้คำว่า "แดนชำระ" เพื่อสร้างความเข้าใจความหมายของคำว่า เกเฮนนา (ปลายทางของคนชั่วช้า-ในความหมายของชาวยิวและคริสเตียน) อย่างไรก็ตามความเชื่อเกี่ยวกับ "การชำระดวงวิญญาณ" อาจถูกปฏิเสธอย่างชัดเจนจากในประเพณีความเชื่ออื่น ๆ

คำว่า purgatory ได้รับอิทธิพลมาจากภาษาแอลโกล-นอร์แมน และภาษาฝรั่งเศสเก่า จากคำละตินว่า "purgatorium" ถูกใช้กันเป็นวงกว้างเพื่ออ้างถึงแนวคิดทางประวัติศาสตร์และแนวคิดสมัยใหม่ของ การทนทุกข์ทรมานสั้นๆ หลังความตายจากการสาปแช่งอันเป็นนิรันดร์ และถูกใช้อย่างไม่เฉพาะเจาะจงเพื่อหมายถึงสถานที่หรือสภาวะของความทุกข์ทรมานหรือความเจ็บปวดที่ไม่ยืนยาว

ความเชื่อของคาทอลิก[แก้]

“ไฟชำระ” ที่คริสตชนคาทอลิกเชื่อ ไม่ได้เป็นเวลาหรือสถานที่ที่เขาจะชำระตัวเมื่อตายแล้วก่อนเข้าสวรรค์ แต่หมายถึง สภาวะจิตใจของมนุษย์ที่ความรักของพระเป็นเจ้าทรงเผาทำลายอุปสรรคก่อนบรรลุความสุข ในการร่วมชีวิตกับพระองค์ ดังนั้น ไฟชำระบ่งถึงการทรมาณอย่างหนึ่งที่มาจากความรัก[1]

เพราะความรัก ทำให้เกิดความปรารถนาเร่าร้อนที่อยากพบ พระเจ้าเร็วๆ ทำให้รู้สึกเหมือนเป็นไฟเผาผลาญ ที่ชำระสะสางวิญญาณของเราให้ สะอาดบริสุทธิ์ ไฟชำระเป็นสถานที่แห่งความปรารถนา เป็นที่แห่ง ความคลั่งรักพระเจ้าซึ่งตนได้รู้จักพระองค์ ได้เห็นพระองค์แล้ว แต่ยังไม่ อาจร่วมเป็นหนึ่งเดียวกับพระองค์ได้[2]

พระคัมภีร์ที่พาดพิงถึงไฟชำระ[แก้]

พระคัมภีร์พระธรรมเดิม[2] บาปได้รับการอภัยแต่โทษบาปยังต้องชดใช้ ซมอ 12:13-14 ดาวิดจึงรับสั่งกับนาธันว่า "เรากระทำบาปต่อพระยาเวห์แล้ว" และนาธันกราบทูลดาวิดว่า "พระยาเวห์ทรงให้อภัยบาป ของพระองค์แล้ว พระองค์จะไม่ถึงแก่ความตาย อย่างไรก็ตาม เพราะด้วยการกระทำนี้พระองค์ได้ให้พวกศัตรูของพระยาเวห์มีโอกาสเหยียดหยามได้ราชบุตรที่จะประสูติมานั้นจะต้องสิ้นชีวิต" การทำบุญอุทิศให้ผู้ตาย 2มคบ 12:42-45 เขาอธิษฐานภาวนาวอนขอพระเจ้าให้ทรงลบล้างบาปให้หมดสิ้นไป ยูดาผู้ทรงศักดิ์เตือนบรรดาทหารให้รักษาตนให้พ้นจากบาปเพราะเขาทั้งหลายได้เห็นกับตาแล้วว่าเกิดอะไรขึ้นแก่ผู้ที่ตายเพราะได้ทำบาปยูดาจึงเรี่ยไรเงินจากทหารแต่ละคน ได้เงินจำนวนสองพันเหรียญดรักมา ส่งไปกรุงเยรูซาเล็มเพื่อจัดให้มีการถวายบูชาชดเชยบาป

พระคัมภีร์พระธรรมใหม่ [2]พระเยซูเจ้าสามารถปลดปล่อยวิญญาณออกจากที่คุมขังได้แม้เขาจะตายไปแล้ว 1ปต3:18-20พระคริสตเจ้าสิ้นพระชนม์เพียงครั้งเดียวเพราะบาป พระองค์ผู้ทรงชอบธรรมสิ้นพระชนม์เพื่อคนอธรรม พระองค์จะทรงนำเราไปเฝ้าพระเจ้าพระองค์ทรงถูกประหารในสภาพมนุษย์ แต่พระจิตเจ้าประทานชีวิตให้พระองค์อีก พระจิตเจ้ายังทรงนำพระองค์ไปประกาศความรอดพ้นแก่จิตที่ถูกจองจำในกาลก่อน จิตเหล่านี้ไม่ยอมเชื่อฟังเมื่อพระเจ้าทรงอดทนรอคอย ขณะที่โนอาห์กำลังต่อเรือ ซึ่งช่วยชีวิตคนจำนวนน้อยนั่นคือเพียงแปดชีวิตให้รอดพ้นจากน้ำวินาศ พระเยซูเจ้าตรัสถึงที่ชำระความผิดที่ครบกำหนดแล้วจะออกมา มธ 5:25-26 จงคืนดีกับคู่ความของท่านขณะที่กำลังเดินทางไปศาลด้วยกัน มิฉะนั้น คู่ความจะมอบท่านแก่ผู้พิพากษาและผู้พิพากษาจะมอบท่านให้ผู้คุม ซึ่งจะขังท่านในคุก เราบอกความจริงแก่ท่านว่า ท่านจะออกจากคุกไม่ได้ จนกว่าท่านจะชำระหนี้จนเศษสตางค์สุดท้าย นักบุญเปาโลกล่าวถึงการชำระบาปให้ผู้ตาย 1คร 15:29 บางท่านรับศีลล้างบาปเพื่อผู้ตาย ถ้าผู้ตายไม่กลับคืนชีพ จะมีประโยชน์ใดที่จะรับศีลล้างบาปเพื่อเขาเหล่านั้น ถ้าไม่มีการกลับคืนชีพ นักบุญเปาโลกล่าวถึงความรอดที่ผ่านไฟ 1คร 3:15 แต่ถ้าผลงานของผู้ใดถูกไฟผลาญ เขาก็ไม่มีผลงานใดเหลือ เขารอดพ้นได้ก็จริง แต่ก็เหมือนกับคนที่หนีไฟรอดมาได้เท่านั้น พระเยซูเจ้าตรัสถึงการให้อภัยในชีวิตหลังความตาย มธ 12:31-32ดังนั้น เราบอกท่านทั้งหลายว่า มนุษย์จะได้รับการอภัยบาปทุกชนิดรวมทั้งคำดูหมิ่นพระเจ้าด้วย แต่คำดูหมิ่นพระจิตเจ้าจะไม่ได้รับการอภัยเลย ใครที่กล่าวร้ายต่อบุตรแห่งมนุษย์จะได้รับการอภัย แต่ใครที่กล่าวร้ายต่อพระจิตของพระเจ้าจะไม่ได้รับการอภัยเลยทั้งในโลกนี้และในโลกหน้าการพลีกรรมให้คนอื่นร่วมกับมหาทรมานของพระเยซู คส 1:24 บัดนี้ข้าพเจ้ายินดีที่ได้รับทุกข์ทรมานเพื่อท่านทั้งหลาย ความทรมานของพระคริสตเจ้ายังขาดสิ่งใด ข้าพเจ้าก็เสริมให้สมบูรณ์ด้วยการทรมานในกายของข้าพเจ้าเพื่อพระกายของพระองค์คือคริสตจักร

อ้างอิง[แก้]

  1. หนังสือ คำสอนคริสตชน โดยคุณพ่อ โรแบต์ โกสเต 1996
  2. 2.0 2.1 2.2 หนังสือ ความลับน่าอัศจรรย์ ของวิญญาณในไฟชำระ