แดง ไบเล่

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

"แดง ไบเล่" มีชื่อจริงว่า "บัญชา สีสุกใส" เกิดเมื่อปี พ.ศ. 2483 ย่านตรอกห้วยขวาง หรือที่เรียกกันว่า "ตรอกไบเล่" ซึ่งเป็นโรงงานผลิตน้ำอัดลมไบเล่ ตั้งอยู่ข้างหัวลำโพง เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ โดยเป็นลูกของนางโฉม เจ้าของร้านซักอบรีด และห้องเช่าในย่านนั้นและซึ่งกลางคืนทำงานเป็นดูแล ส่วนพ่อของแดง ไบเล่หนีไปที่ต่างประเทศก่อนที่แดงจะเกิด

แดง เมื่อเติบใหญ่เป็นวัยรุ่นเป็นหัวโจกของบรรดาวัยรุ่นทั้งหลายในยุคนั้น จนมีชื่อเสียงโด่งดัง เนื่องด้วยบรรดานักเลงอันธพาลในยุคก่อนพุทธศักราช 2500 นั้น ล้วนแต่มีชื่อเรียกขานต่าง ๆ เช่น พจน์ เจริญพาศน์, พัน หลังวัง, ปุ๊ ระเบิดขวด, ดำ เอสโซ่, , จ๊อด เฮาดี้, แอ๊ด เสือเผ่น, เบ้นเนอร์ พล ตรอกทวาย, เหลา สวนมะลิ เป็นต้น แต่อย่างไรก็ดี แดง ไบเล่ ถือได้ว่าเป็นขวัญใจของเหล่าวัยรุ่นตัวจริง เนื่องจากเป็นบุคคลที่หน้าตาดี และเป็นนักเลงที่นิสัยดี นอกจากนี้ยังมีเรื่องเล่าว่า แดง ไบเล่ สามารถกอดคอ พล.ต.อ.เผ่า ศรียานนท์ อธิบดีกรมตำรวจในยุคนั้นได้เลยทีเดียว

แดง ไบเล่ ได้เสียชีวิต ในปี พ.ศ. 2507 ด้วยวัยเพียง 24 ปี จากอุบัติเหตุรถคว่ำ ขณะที่เดินทางไปชลบุรี เพื่อไปเป็นลูกน้องของผู้มีอิทธิพลรายหนึ่งที่นั่น

ลักษณะนิสัยของแดง[แก้]

คำกล่าวที่ว่า เป็นเมียเราต้องอดทน นั้นก็เป็นคำพูดของเขาจริง ซึ่งเขาจะพูดกับตนเวลาเห็นตนเครียด ไม่ค่อยสบายใจ เวลาที่เห็นเขามีเรื่องบ่อย ๆ

แดงเป็นคนเงียบมาก พูดน้อย แต่เป็นคนจริง คือ เขาจะไม่ตีหัวหมา ด่าแม่เจ๊ก แย่งขนมเด็ก ซึ่งมีแต่คนใกล้ตัวเท่านั้นที่จะรู้ว่า แดง ไบเล่ เป็นคนอย่างไร

และแดงยังมีความเป็นสุภาพบุรุษ คือ มีมารยาทต่อสังคม ไม่เกกมะเหรกเกเร ซึ่งก็มีคนรักเขาเยอะมาก ใคร ๆ ก็อยากมาเดินกับเขา แต่เขาก็ไม่อยากเป็นจุดสนใจ แต่ตนกับแดงจะนัดเจอกันบ่อย ๆ ที่เกศรโบว์ลิ่ง


แดง ไบเล่ห์กับการพบ วัลภา ณ สงขลา[แก้]

ครั้งแรกที่เจอกัน ตอนนั้นคุณวัลภาได้ไปตัดเสื้อผ้าที่พาหุรัด เพราะเป็นนักร้องตอนกลางคืนในไนต์คลับ และได้เจอกับ ปุ๊ ระเบิดขวด ซึ่งรู้จักกันก่อนแล้วกับ แดง ไบเล่ ตอนนั้นตนยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่า แดง ไบเล่ เป็นใคร? ซึ่งตอนนั้นปุ๊ก็แนะนำให้รู้จักกับแดง ก็รู้สึกว่าเขาก็ดีนะ ดูเรียบร้อยดี หลังจากนั้น แดง ก็ถามตนว่าทำงานที่ไหน แล้วจะได้เจอกันอีกไหม ซึ่งตนก็บอก ไม่ยาก เราก็อยู่ไม่เห็นไกลกันเลย เดี๋ยวก็เจอกัน แต่เขาก็บอกว่า อยากเจอทุกวัน เพราะเดินคนเดียวมันเหงา แต่ตนไม่ได้รู้สึกว่าเขาจีบ เพราะเขาดูเหมือนจีบคนไม่เป็น แต่หลังจากนั้นเขาก็ตามไปเจอที่ไนต์คลับทุกวัน จนกระทั่งเมื่อตกลงเป็นแฟนกันแล้ว มารู้ทีหลังว่า แดง รับจ้างฆ่าคน ตนก็ตกใจไม่คิดว่าเขาจะทำอะไรแบบนี้ได้ แล้วเขาก็ไม่เคยพูดเรื่องนี้เลย

การเสียชีวิตของแดง[แก้]

  • การให้การจากปากของภรรยา*

ตอนนั้นดิฉันร้องเพลงอยู่ แดงไปรับเพื่อนที่มาจากอเมริกามาดูตนร้องเพลงด้วย ซึ่งข้าง ๆ โต๊ะมีกลุ่มคนเมาอยู่กลุ่มหนึ่ง แต่วันนั้นแดงไม่สบาย เขาก็นั่งนิ่ง ๆ ตนจึงให้เขากลับไปก่อน แต่เมื่อเขากับเพื่อนออกไป ปรากฏว่ากลุ่มคนที่เมาดังกล่าววิ่งตามไปและพาแดงขึ้นรถ แต่เพราะอาการเมาจึงเกิดอุบัติเหตุรถชนประสานงา แดงเสียชีวิตกลางถนนเพชรบุรีตัดใหม่ ซึ่งตนรู้เรื่องนี้จากญาติของแดง เมื่อเห็นศพเขา น้ำตาร่วงเลย กะโหลกเขายุบไปข้างหลัง เพราะเขากระเด็นออกมานอกรถและหัวไปโขกกับทางเท้า ซึ่งมันเป็นปมของชีวิตตนเลย เพราะเวลาที่คิดจะรักใครสักคนเหมือนที่ตนรักแดงก็คงไม่มี หลังจากนั้น ตนก็เปิดใจให้กับความรักครั้งใหม่บ้าง แต่คนใหม่ที่คบจะต้องมีพื้นฐานแบบแดง ไบเล่ คือเขาจะต้องมีส่วนคล้าย นิสัยใจคอคล้าย ๆ ตนถึงจะอยู่ด้วยกันได้ ปัจจุบันกระดูกอยู่ที่วัดสระเกศ

แดง ไบเล่ในวัฒนธรรมสมัยนิยม[แก้]

เรื่องราวของ แดง ถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์ถึง 2 ครั้ง ครั้งแรกในชื่อ 2499 อันธพาลครองเมือง โดยมีแดงเป็นตัวเอก นำแสดงโดย เจษฎาภรณ์ ผลดี ในปี พ.ศ. 2540 ซึ่งหลังจากภาพยนตร์ออกฉายแล้ว เกิดเป็นกระแสพูดคุยกันอย่างกว้างในสังคมถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นจริงกับภาพยนตร์ ซึ่งเหล่าบุคคลร่วมสมัยหรือที่เคยรู้จักกับแดง ต่างบอกว่า แดงตัวจริงนั้นไม่เคยฆ่าคน ไม่ถึงขั้นเป็นโจร แต่เป็นนักเลงวัยรุ่นธรรมดา ๆ เท่านั้นเอง ไม่มีใครเคยเห็นแดงกินเหล้า แต่เครื่องดื่มของแดงที่ชื่นชอบคือ มิลค์เชค ซึ่งต่างจากตัวตนในภาพยนตร์โดยสิ้นเชิง อีกทั้งหลายอย่างก็เพี้ยนจากความจริง เช่น แดงตัวจริงได้บวช หรือการยกพวกตีกันของวัยรุ่นที่เรียกว่า "ศึก 13 ห้าง" นั้น แท้ที่จริงแล้วเป็นเพียงการไล่ตีกันของวัยรุ่นฝั่งพระนครเจ้าถิ่นกับนักเรียนขาสั้นที่ข้ามฟากมาจากฝั่งธนฯ เพื่อมาหาซื้อผ้าเสิร์ตตัดกางเกงที่บางลำพู โดยฝ่ายที่ถูกไล่ตีวิ่งหนีหัวซุกหัวซุนชนหม้อข้าว หม้อแกงของแม่ค้าข้างถนนล้มระเนระนาด เท่านั้น

และครั้งที่ 2 ใน อันธพาล ซึ่งมี จ๊อด เฮาดี้ และ แดง ไบเล่ เป็นตัวเอก ในคราวนี้ แดง ไบเล่ แสดงโดย สมชาย เข็มกลัด ในปี พ.ศ. 2555 [1]

ดูเพิ่ม[แก้]

อ้างอิง[แก้]