แคว้นทัสกานี

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
Flag of Italy.svg
ทัสกานี
Regione Toscana
เรโจเน ตอสกานา
ธงประจำแคว้นทัสกานี ตราประจำแคว้นทัสกานี
ภูมิศาสตร์
ประเทศ อิตาลี สาธารณรัฐอิตาลี
สถานะ แคว้นของสาธารณรัฐอิตาลี
พิกัดภูมิศาสตร์ พิกัดภูมิศาสตร์: 43°24′36″N 11°00′00″E / 43.41000°N 11.00000°E / 43.41000; 11.00000
เมืองหลวง ฟลอเรนซ์ (ฟีเรนเซ)
ภาค ภาคกลาง
จังหวัด 10
ลำดับ 5 (7.6 %)
พื้นที่ 22,990 กม.²
เมือง 287
ประชากร (พ.ศ. 2549 โดยประมาณ)
ทั้งหมด 3,619,872
ลำดับ 9 (6.1 %)
ความหนาแน่น 157/กม.²
อื่น ๆ
ประธานาธิบดี เกลาดีโอ มาร์ตีนี [1]
Tuscany in Italy.svg
เว็บไซต์อย่างเป็นทางการ

ทัสกานี (อังกฤษ: Tuscany) หรือ ตอสกานา (อิตาลี: Toscana) เป็นหนึ่งใน 20 แคว้นของสาธารณรัฐอิตาลี ซึ่งมีเมืองฟลอเรนซ์ (ฟีเรนเซ) เป็นเมืองหลวง มีเนื้อที่ทั้งหมด 22,990 ตารางกิโลเมตร และมีผู้คนอาศัยอยู่ 3.6 ล้านคน แคว้นทัสกานีนี้มีความสำคัญในทางประวัติศาสตร์ ศิลปกรรม (เนื่องจากเป็นที่กำเนิดของยุคฟื้นฟูศิลปวิทยาหรือยุคเรอเนซองซ์) สถาปัตยกรรม ศาสนา วัฒนธรรม และอุตสาหกรรม (เนื่องจากมีโรงงานผลิตเสื้อผ้า เสื้อนุ่งห่ม เครื่องหนัง จำนวนมาก)[2] ของประเทศอิตาลี ซึ่งแคว้นแห่งนี้เองที่เป็นที่ตั้งของหอเอนเมืองปิซาอันโด่งดัง นอกจากนี้ แคว้นทัสกานีก็ยังขึ้นชื่อว่ามีทิวทัศน์งดงามมาก และมีไวน์ที่รสชาติดีเยี่ยม[3] ภาษาอิตาลีที่พูดกันในแคว้นทัสกานีเป็นที่ยอมรับว่าเป็นการพูดแบบชาวอิตาลีโดยแท้จริงและยอมรับให้เป็นสำเนียงราชการ

สำหรับชื่อแคว้น ชาวอิตาลีเรียกชื่อแคว้นนี้ว่า "ตอสกานา" (Toscana) แต่ภาษาอังกฤษเรียกชื่อแคว้นนี้ว่า "ทัสกานี" (Tuscany) ในภาษาอื่น ๆ ก็มีชื่อเรียกต่างกันไปอีก เช่น ภาษาฝรั่งเศสเรียกว่า Toscane ในภาษาละตินเรียกว่า Toscia เป็นต้น อย่างไรก็ดี การเรียกชื่อแคว้นนี้ว่า "ทัสกานี" นั้นเป็นที่รู้จักของชาวไทยมากกว่าชื่อว่า "ตอสกานา" กระนั้นแหล่งข้อมูลภาษาไทยหลายแห่งได้เขียนทั้ง "ทัสคานี" และ "ทอสคานา" มากพอ ๆ กัน

การขึ้นทะเบียนมรดกโลก[แก้]

เขตต่าง ๆ ในเมือง 6 แห่งในแคว้นทัสกานีได้รับเลือกจากองค์การยูเนสโกให้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก :

มหาวิหารฟลอเรนซ์ในเมืองฟลอเรนซ์อันโด่งดัง
ภาพวิวทิวทัศน์อ่าวบารัตตี
กอลวัลเดลซาเมืองประวัติศาสตร์ที่ถูกปกคลุมไปด้วยหิมะ

ภูมิศาสตร์[แก้]

แคว้นทัสกานีเป็นแคว้นในภาคกลางของประเทศอิตาลี ติดกับแคว้นเอมีเลีย-โรมัญญาทางเหนือ แคว้นลิกูเรียทางตะวันตกเฉียงเหนือ แคว้นอุมเบรียและแคว้นมาร์เกทางตะวันออก แคว้นลาซีโอทางตะวันออกเฉียงใต้ ส่วนทางตะวันตกติดกับทะเลเมดิเตอร์เรเนียน แคว้นทัสกานีมีพื้นที่สองในสามส่วนเป็นที่ราบสูง และ เศษหนึ่งส่วนสี่ที่เป็นภูเขา ส่วนที่เหลือเป็นที่ราบที่ก่อกำหนดหุบเขาของแม่น้ำอาร์โน

แคว้นทัสกานีถูกแบ่งออกเป็นสิบจังหวัดด้วยกันดังนี้[10] :

Provinces of Tuscany map.png

สถิติทางภูมิศาสตร์[แก้]

สถิติประชากร[แก้]

ในช่วงคริสต์ทศวรรษที่ 1980 และ 1990 แคว้นได้ดึงดูดผู้อพยพจำนวนมาก โดยเฉพาะจากประเทศจีนและทวีปแอฟริกาเหนือ นอกจากนี้ยังมีชุมชนของชาวอังกฤษและชาวอเมริกันอยู่ด้วยอย่างปรากฏเห็นได้ชัด

เมืองต่าง ๆ ของแคว้นทัสกานีที่มีประชากร 50,000 คนหรือมากกว่า :

เมือง ประชากร (ในปี 2549)
ฟลอเรนซ์ 366,901
ปราโต 183,823
ลีวอร์โน 160,534
อาเรซโซ 95,229
ปิซา 87,737
ปิสโตยา 85,947
ลุคคา 84,422
กรอสเซโต 81,301
มัสซา 69,399
ดาร์รารา 65,125
เวียเรจจีโอ 63,389
เซียนนา 54,147
สกานดิชชี 50,003

ประวัติศาสตร์[แก้]

ภาพบ้านสมัยยุคสำริดที่ปอปปูโลเนีย แคว้นทัสกานี
แผนที่โบราณของศูนย์กลางทางประวัติศาสตร์ของเมืองปิซา
ปาลาสโซ เวชชิโอ ในเมืองฟลอเรนซ์
คอสิโมที่ 1 แห่งเมดิซี ดยุคแห่งทัสกานี

ชนกลุ่มดั้งเดิม[แก้]

เราไม่ทราบว่ากลุ่มชนใดเป็นชนกลุ่มแรกที่เข้ามาตั้งถิ่นฐานอยู่ที่แคว้นทัสกานี แต่มีหพบหลักฐานที่บ่งบอกว่ามีมนุษย์อาศัยอยู่ในยุคสำริดและยุคโลหะ นอกจากนั้นยังบ่งบอกด้วยอีกว่ามีมนุษย์อาศัยอยู่ในหลากหลายบริเวณในแคว้นนี้ ตัวอย่างหลักฐานเช่น หมู่บ้านโบราณที่ยังคงหลงเหลืออยู่ในปัจจุบัน

ในศตวรรษที่ 8 ถึง 10 ก่อนคริสตกาล อารยธรรมวิลลาโนเวียน (Villanovian) ซึ่งมีที่มาจากชื่อวิลลาโนวา (Villanova) เริ่มเข้ามามีอิทธิพลต่อมนุษย์ในแถบบริเวณนั้น และ เจริญเติบโตงอย่างอกงาม

ชาวอีทรัสคัน[แก้]

ในช่วงศตวรรษที่ 10 ก่อนคริสตกาล นักประวัติศาสตร์ได้พบหลักฐานการอาศัยอยู่ของชาวอีทรัสคันในภาคเหนือไปจนถึงบางส่วนของภาคกลางตอนบนของประเทศอิตาลี ซึ่งแคว้นทัสกานีอยู่ในภาคกลางตอนบน (ส่วนภาคกลางเป็นที่อยู่ของชาวละติน และภาคใต้เป็นที่อยู่ของชาวกรีก ซึ่งในเวลาต่อมา ชาวละตินสามารถครอบครองดินแดนทั้งหมดของประเทศอิตาลีได้)[11]ชื่อ "แคว้นทัสกานี" นี้ มาจากชื่อของชาวอีทรัสคัน ต่อมาชาวโรมันเปลี่ยนชื่อเป็นภาษาละติน ทัสเซีย (Tuscia) ทัสคาเนีย (Tuscania) และสุดท้าย ตอสกานา (Toscana)

ที่มาที่ไปและการตั้งรกรากเริ่มแรกของชาวอีทรัสคันยังคงเป็นปริศนาต่อนักประวัติศาสตร์จนถึงทุกวันนี้ เนื่องจากว่าไม่มีบันทึกเกี่ยวกับเรื่องนี้ในภาษาหรือการเขียนของพวกเขาเลย อย่างไรก็ตามนักประวัติศาสตร์ตั้งสมมุติฐานเอาไว้ว่าชาวอีทรัสคันมีถิ่นฐานดั้งเดิมอยู่ที่ ลิเดีย ในเขตเอเชียไมเนอร์ (แถบตุรกีและบริเวณที่เชื่อมต่อทวีปเอเชียเข้ากับทวีปยุโรป) ในช่วงศตวรรษที่ 6 ก่อนคริสตกาลเป็นยุคทองของชาวอีทรัสคัน อารยธรรมเจริญเติบโตถึงขั้นสูงสุด บริเวณที่ชาวอีทรัสคันอาศัยอยู่มีอาณาเขตตั้งแต่หุบเขาโป ไปจนถึง กัมปาเนีย พวกเขาได้สร้างถนนหนทางและเมืองใหญ่ต่าง ๆ ไว้มากมาย เช่น อาเรซโซ ฟิลาเดลเฟีย โรเซลเล เวตูโลเนีย เป็นต้น ซึ่งเป็นหลักฐานถึงความเจริญงอกงามของอารยธรรมได้อย่างดี

ชาวอีทรัสคันได้ทิ้งสิ่งต่าง ๆ ไว้มากมายให้ชาวโรมันหลังจากที่พวกเขาถูกขับไล่ออกจากประเทศอิตาลี ในปี 509 ก่อนคริสตกาล ไม่ว่าจะเป็นในด้าน อักษรละตินที่ชาวอีทรัสคันปรับปรุงขึ้นเองจากอักษรกรีก และนำมาเผยแพร่ให้กับชาวโรมัน การตั้งชื่อที่เป็นแบบแผนของการตั้งชื่อตะวันตกในทุกวันนี้ สถาปัตยกรรมศิลปะรูปโค้ง การแสดงละครเวที ไปจนกระทั่งชุดโทกาที่ชาวโรมันใส่ ชาวอีทรัสคันนี้เองที่ทำให้อารยธรรมโรมันกำเนิดขึ้นมาได้ พวกเขาเป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญของประวัติศาสตร์แคว้นทัสกานีและประเทศอิตาลี [11]

ยุคโรมัน[แก้]

ยุคกลาง[แก้]

ยุคเรอเนสซองซ์ และ ราชวงศ์เมดิซี[แก้]

นวัตกรรมของลอร์เรน[แก้]

ริซอร์จิเมนโต และ การรวมประเทศอิตาลี[แก้]

การท่องเที่ยว[แก้]

พิพิธภัณฑ์อุฟฟิซี

การท่องเที่ยวส่วนใหญ่ของแคว้นทัสกานีจะเน้นไปที่ พิพิธภัณฑ์ ภาพวาดผลงานชิ้นเอก (มาสเตอร์พีซ) จัตุรัสต่าง ๆ ในเมืองฟลอเรนซ์ ปิซา และเซียนาที่โด่งดังไปทั่วโลก นอกจากนี้ยังมีสถานที่น่าสนใจอื่น ๆ อีก เช่น ชายหาด ป่าไม้ และ ภูเขาที่มีความสูงถึง 2,054 เมตร สปาที่ช่วยรักษาสุขภาพ หมู่บ้านที่ช่างฝีมือยังคงทำงานเกี่ยวกับหนังสัตว์ และคอรส์เรียนกอล์ฟ เป็นต้น

ในแคว้นทัสกานีมีโรงแรมทั้งหมด 11,000 กว่าแห่ง การตั้งแคมป์และการพักที่ฟาร์มดึงดูดนักท่องเที่ยวมากกว่า 40 ล้านคนต่อปี เนื่องจากความสวยงามและวิวทิวทัศน์ของแคว้นทัสกานี อย่างไรก็ตามทางแคว้นก็ได้ลงทุนใช้จ่ายกับการทำให้บริการต่าง ๆ มีคุณภาพมากขึ้น ผลิตสิ่งต่าง ๆ ออกมาอย่างเชี่ยวชาญและมืออาชีพมากขึ้น และ พัฒนาปรับปรุงระบบการคมนาคม[12]

พิพิธภัณฑ์[แก้]

ร้อยละ 13 ของพิพิธภัณฑ์ทั้งหมดในประเทศอิตาลีตั้งอยู่ที่แคว้นทัสกานี โดยรวมในประเทศอิตาลีพิพิธภัณฑ์ทั้งหมด 4,120 แห่ง ซึ่งในแคว้นทัสกานีมี 553 แห่ง บางแห่งเป็นพิพิธภัณฑ์ที่โด่งดังระดับโลก เช่น แกลเลอรีอุฟฟิซี ในพิพิธภัณฑ์ 553 แห่งนี้ จำนวน 246 แห่งเก็บสะสมผลงานชิ้นเอกทางศิลปะ 88 แห่งเก็บสะสมโบราณวัตถุ 48 แห่งบอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับประวัติของวิทยาศาสตร์ และ 40 แห่งอุทิศให้แก่ประเพณีท้องถิ่น ช่างฝืมือ และชาวนา และที่เหลือเพื่อหัวข้อพิเศษ อาทิ เช่น อุตสาหกรรมทางโบราณคดี ฟุตบอล ประวัติศาสตร์ของดินแดน เป็นต้น พิพิธภัณฑ์ส่วนใหญ่ตั้งอยู่ในเมืองฟลอเรนซ์ แต่หลาย ๆ แห่งก็ยังตั้งอยู่ในเมืองเล็ก ๆ ด้วย

พิพิธภัณฑ์อุฟฟิซีมีผลงานชิ้นเอกจากศิลปะเอกชาวอิตาลีมากมาย อาทิ เช่น จอตโต ดี บอนโดเน, ซิโมเน มาร์ตินิ, เปียโร เดลลา ฟรานเชสกา, ฟราอันเจลิโค, ฟิลลิปโป ลิปปี, ซานโดร บอตติเชลลี, ไมเคิล แองเจโล และ เลโอนาร์โด ดา วินชี เป็นต้น ซึ่งโดยลำพังแล้วภาพเหล่านี้ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกได้ 1,500,000 คนต่อปี

เพื่อที่จะปกป้อง อนุรักษ์ และรักษาภาพต่าง ๆ เจ้าหน้าที่จะต้องคอยดูแลมิให้ผู้ใดมาทำลายภาพเสมอ ยิ่งไปกว่านั้นประเทศอิตาลีมีนโยบายจำกัดนักท่องเที่ยวในพิพิธภัณฑ์ เนื่องจากการรักษาอุณหภูมิเป็นการรักษาภาพด้วย [13]รายได้ของพิพิธภัณฑ์ในแต่ละปีได้ประมาณ ค่าเข้าพิพิธภัณฑ์จะอยู่ประมาณที่ 2.58 ยูโร และรายได้ 26.9% จากการท่องเที่ยวพิพิธภัณฑ์ของอิตาลีได้มาจากแคว้นทัสกานี ซึ่งโดยรวมทั้งหมดประเทศอิตาลีมีรายได้ 22 ล้านยูโรจากการท่องเที่ยวพิพิธภัณฑ์ต่อปี ผู้คนจำนวนมากกว่า 6 ล้านคนเดินทางมาแวะเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ที่เป็นของรัฐในแคว้นทัสกานีในแต่ละปี[14]

คำกล่าวถึง[แก้]

โจซูเอ คาร์ดุชชีได้กล่าวถึงแคว้นทัสกานี ความว่า

Dolce paese, onde portai conforme l'abito fiero e lo sdegnoso canto e il petto ov'odio e amor mai non s'addorme, pur ti rivedo, e il cuor mi balza in tanto. Ben riconosco in te le usate forme con gli occhi incerti tra il sorriso e il pianto.

โจซูเอ คาร์ดุชชี[15]

ซึ่งแปลเป็นภาษาไทยได้ความว่า

แคว้นอันงดงาม ที่ที่ฉันใส่ชุดนั้นที่ฉันภูมิใจและที่ที่ฉันเอาบทเพลงอันสูงส่งนั้นติดไปด้วย และที่ที่ฉันเอาหัวใจที่ที่ความเกลียดชังและ ความรักไม่เคยนอนหลับ ตอนนี้ฉันเห็นเธออีกครั้ง หัวใจของฉันเริ่มที่จะกระโดดโลดเต้น ฉันจดจำเธอได้อย่างดีในรูปแบบที่ฉันคุ้นเคย กับดวงตาที่ไม่แน่นอนระหว่างยิ้มและร้องไห้

ภาพยนตร์[แก้]

ดูเพิ่ม[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. Regione Toscana : Claudio Martini (อิตาลี)
  2. Blogth (ไทย)
  3. Tuscany Travel (อังกฤษ)
  4. UNESCO : World Heritage Site : Historic center of Florence (อังกฤษ)
  5. UNESCO : World Heritage Site : Piazza del Duomo (อังกฤษ)
  6. UNESCO : World Heritage Site : Historic Center of San Gimignano (อังกฤษ)
  7. UNESCO : World Heritage Site : Historic center of Sienna (อังกฤษ)
  8. UNESCO : World Heritage Site : Historic Center of Pienza (อังกฤษ)
  9. UNESCO : World Heritage Site : Val d'Orcia (อังกฤษ)
  10. The Tuscan Provinces (อังกฤษ)
  11. 11.0 11.1 รี วอนบก. ชุด การ์ตูนสนุกตะลุยประวัติศาสตร์นานาประเทศ : อิตาลี. กรุงเทพฯ: นานมีบุ๊คส์พับลิเคชั่นส์, 2551. 260 หน้า. ธนวดี บุญล้วน, ผู้แปล
  12. Regione Toscana : Turismo : la guida (อิตาลี)
  13. สุจินดา ขันตยาลงกต. ดวงดาวแห่งทะเลทราย อิตาลี. 2540. สนพ.บ้านหนังสือ, กรุงเทพฯ.
  14. Regione Toscana : Musei (อิตาลี)
  15. Traversando la maremma toscana
  16. HBO Asia (อังกฤษ)
  17. แคททาลิสท์ อัลลายแอนซ์ (ไทย)

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

สมุดภาพ[แก้]

Wikivoyage-Logo-v3-icon.svg แคว้นทัสกานี ข้อมูลการท่องเที่ยวจาก วิกิท่องเที่ยว