แคลวิน แฮร์ริส

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
แคลวิน แฮร์ริส
Calvin Harris 001.jpg
ข้อมูลพื้นฐาน
ชื่ออื่น Stouffer
แหล่งกำเนิด สกอตแลนด์ Dumfries, สก็อตแลนด์
แนวเพลง อิเล็กทรอนิกา
ดิสโก
ป็อป
นิวเวฟ
อาชีพ นักร้อง นักแต่งเพลง โปรดิวเซอร์เพลง
ช่วงปี ค.ศ. 1999 - ปัจจุบัน
ค่ายเพลง Sony BMG, EMI Music Publishing
เว็บไซต์ calvinharris.tv

แคลวิน แฮร์ริส (อังกฤษ: Calvin Harris) เกิดเมื่อวันที่ 17 มกราคม ค.ศ. 1984[1] เป็นนักร้อง-นักแต่งเพลงชาวสก็อต และยังเป็นโปรดิวเซอร์เพลง เขาเกิดและโตในดัมฟรีส์ เขาออกผลงานอัลบั้มชุดแรก I Created Disco ในปี 2007 มีซิงเกิลอย่าง "Vegas", "Acceptable in the 80s", "The Girls", "Merrymaking at My Place" และ "Colours" ต่อมาในปี 2008 บันทึกเสียงเพลง "Dance wiv Me" กับแร็ปเปอร์อังกฤษที่ชื่อ ดิซซีราสคอล เขาออกผลงานสตูดิโออัลบั้มชุดที่ 2 ที่มีซิงเกิลอันดับ 1 ในสหราชอาณาจักรอย่าง "I'm Not Alone"

อาชีพดนตรี[แก้]

อาชีพช่วงเริ่มต้น (ค.ศ. 2002 – 2006)[แก้]

ผลงานช่วงแรกที่ประสบความสำเร็จของแฮร์ริสในช่วงแรกสุด เมื่อเขาอายุ 21 ปี คือเพลง "Da Bongos" และ "Brighter Days" ออกวางขายในรูปแบบคลับซิงเกิล 12 นิ้ว กับสังกัดพริมาเฟซี ต้นปี 2002 ภายใต้ชื่อ Stouffer[2]

แฮร์ริสเซ็นสัญญากับอีเอ็มไอ (จัดจำหน่าย) และโซนีบีเอ็มจี (เพลง) ในปี 2006 หลังจากที่เขาถูกค้นพบผ่านทางเว็บไซต์เครือข่ายสังคมออนไลน์ มายสเปซ แฮร์ริสย้ายกลับจากลอนดอนไปยังเมืองบ้านเกิดดัมฟรีส์ เพราะเขาไม่สามารถหางานทำได้[3] เขาออกผลงานเพลงเพียง 1 เพลงในปี 2004 กับศิลปิน อายาห์ เพลงปรากฏอยู่ในอัลบั้ม Electric Soul 2 ของ ดิอันอะบอมเบอร์ส

I Created Disco (ค.ศ. 2006 – 2007)[แก้]

แฮร์ริสในปี 2007

ผลงานอัลบั้มแรกของเขาชื่อ I Created Disco ออกวางขายเมื่อ 29 มิถุนายน ค.ศ. 2007 อัลบั้มนี้มีแนวเพลงอัปเทมโปอิเลกโทรแคลชอยู่หลายเพลง ที่ได้รับอิทธิพลจากเพลงในคริสต์ทศวรรษ 1980 และเพื่อประชาสัมพันธ์อัลบั้ม แฮร์ริสร่วมออกทัวร์ในสหราชอาณาจักร สนับสนุนศิลปินอย่างเฟธเลสและกรูฟอาร์มาดา [4][5]

เพลงแรกที่ออกจากอัลบั้มคือ "Vegas" ออกในรูปแบบแผ่นเสียงไวนีล จำกัดจำนวน และเพลงที่เข้าชาร์ตจากอัลบั้มนี้คือเพลง "Acceptable in the 80s" เป็นเพลงอุทิศให้กับรูปแบบและวัฒนธรรมของคริสต์ทศวรรษนี้ เพลงติดท็อป 10 ในยูเคซิงเกิลส์ชาร์ต และอยู่บนชาร์ตยาวนาน 15 สัปดาห์[6] ซิงเกิล "เดอะเกิลส์" ติดอันดับ 3 บนยูเคซิงเกิลส์ชาร์ต ส่วนซิงเกิลที่ 4 ของอัลบั้ม "Merrymaking at My Place" ติดอันดับ 43 เขายังมีเพลง "Colours" ประกอบโฆษณาของเกียมอร์เตอร์ส กับโฆษณารถเกียโซล ในปี 2007 วงดรากอนเนตต์ ออกผลงานเพลงทำใหม่ของแฮร์ริส "เดอะเกิลส์" โดยเปลี่ยนชื่อเป็น "เดอะบอยส์"

ร่วมงาน (ค.ศ. 2007 – 2008)[แก้]

ในปี 2007 แฮร์ริสบันทึกเสียงเพลงกับไคลีย์ มิโนก เขาเป็นที่สนใจกับมิโนกหลังจากที่เขาบันทึกเสียงผ่านกับโปรดิวเซอร์เพลงของเธอ[4] แฮร์ริสพูดเกี่ยวกับการทำงานกับไคลีย์ว่า "เหนือความคาดฝัน แต่สนุก" ถึงแม้เขาจะยอมรับกับนิตยสารมิกซ์แม็กในปี 2007 ว่าเขา "ต้องการเครื่องดื่มก่อนนิดหน่อย ก่อนที่จะพบเธอ" แฮร์ริสยังร่วมเขียนและโปรดิวซ์ 2 เพลงให้กับไคลีย์ มิโนก กับอัลบั้มชุด X ได้แก่เพลง 'In My Arms' และ 'Heart Beat Rock'

เขายังมีเครดิตการทำงาน ในการเป็นโปรดิวเซอร์ในเวอร์ชันรีมิกซ์ในเพลงของเดอะมิตเชลล์บราเทอร์ส เพลงชื่อ "Michael Jackson" แฮร์ริสยังทำงานร่วมกับศิลปินเพลงป็อปอังกฤษ โซฟี เอลลิส-เบกซ์เตอร์ ยังร่วมเขียนเพลงใหม่ให้กับผลงานสตูดิโออัลบั้มชุดที่ 4 ของเธอ

ในปี 2008 เขาร่วมงานกับแร็ปเปอร์ชาวสหราชอาณาจักร ดิซซี แรสคอล ในเพลงของดิซซีที่ชื่อ "Dance Wiv Me" พวกเขาแสดงเวอร์ชันอคูสติกกับทางบีบีซีที่เป็นส่วนหนึ่งของเทศกาลดนตรีแกลสตันบูรีปี 2008 เพลงออกขายในรูปแบบดิจิตอลเมื่อ 30 มิถุนายน ค.ศ. 2008 และติดอันดับ 1 ในสหราชอาณาจักด้วย ต่อมาเมื่อ 18 ตุลาคม ค.ศ. 2008 เขาร่วมมิกซ์เพลงทางวิทยุเรดิโอวัน รายการ Essential Mix เป็นเวลา 2 ชั่วโมง

ในบทสัมภาษณ์ทางบีบีซีเรดิโอวัน กับเฟิร์น คอตตอน แฮร์ริสพูดว่าเขาปฏิเสธการทำงานร่วมกับเลดี้ กาก้า ในปี 2008 เพราะเขาไม่ชอบเพลงเดโมที่ให้เขามาและเขาไม่ต้องการขุ่นเคืองในเวลานั้น ต่อมาบีบีซีสัมภาษณ์เขาอีกครั้ง แฮร์ริสกล่าวว่า เลดี้ กาก้า "เป็นศิลปินที่ดี" ในการสัมภาษณ์เดียวกันเขาพูดถึงนักดนตรีวัย 16 ปีที่ชื่อริชาร์ด เจย์[7]

Ready for the Weekend (ค.ศ. 2009 – ปัจจุบัน)[แก้]

แฮร์ริสแสดงในการประชาสัมพันธ์อัลบั้มชุด Ready for the Weekend

เมื่อวันที่ 3 เมษายน ค.ศ. 2008 แฮร์ริสพูดว่า ผลงานเพลงที่เขาทำอยู่สำหรับอัลบั้มใหม่ หายไป เขาทำแลปทอป หายเพราะมีปัญหาตรงที่ถือของกระเป๋า ในงานเปิดตัว London Heathrow Terminal 5[4] ต่อมาเขาพูดในงานเทศกาลดนตรีแกลสตันบูรีปี 2008 ว่าเขาได้กระเป๋าคืนแล้ว รวมถึงอัลบั้มเพลงที่เขาทำ ในเวลาต่อมาไม่กี่วันที่หาย แฮร์ริสยอมรับว่ามันไม่เป็นจริงที่อัลบั้มไม่ได้อยู่ในกระเป๋าเขาตั้งแต่แรก เขาหวังว่าที่เขาโกหกจะทำให้คนซื้ออัลบั้มเขามากขึ้นเมื่อถึงเวลาออกขาย[8] ผลงานสตูดิโออัลบั้มชุดที่ 2 ออกวางขายเมื่อ 17 สิงหาคม ค.ศ. 2009 ในสหราชอาณาจักร

ซิงเกิลแรก "แอมน็อตอโลน" ถูกเล่นเป็นพิเศษที่ซิดนีย์ ในงานปีใหม่ ซิงเกิลใหม่นี้เปิดตัวทางบีบีซีเรดิโอวันเมื่อ 23 มกราคม ค.ศ. 2009 ในรายการของพีท ทอง และออกขายเมื่อเมษายน ค.ศ. 2009 เข้าชาร์ตสัปดาห์แรกาของยูเคซิงเกิลส์ชาร์ต ที่อันดับ 1 ในวันอีสเตอร์วันอาทิตย์ ด้วยยอดดาวน์โหลดเพียงอย่างเดียว หลังจากนั้นติดอันดับ 1 ยาว 2 สัปดาห์ ก่อนที่จะออกขายเป็นแผ่น จากนั้นออกซิงเกิล "Ready for the Weekend" ติดอันดับ 3 บนยูเคซิงเกิลส์ชาร์ต

แฮร์ริสออกทัวร์ในสหราชอาณาจักร ไอร์แลนด์ ฝรั่งเศส เนเธอร์แลนด์ และสหรัฐอเมริกา เพื่อประชาสัมพันธ์ซิงเกิลใหม่และอัลลั้มใหม่ ซิงเกิล "Ready for the Weekend" ได้นักร้องรับเชิญคือ แมรี เพียรซ์ เพลงอื่นจากอัลบั้ม "Worst Day" ได้อิซซา คิซซา[9] และ "Yeah Yeah Yeah La La La" ใช้เป็นเพลงประกอบโฆษณาโคคา-โคลา[10] ในเดือนมิถุนายน ค.ศ. 2009 นิตยสารเอ็นเอ็มอี ประกาศว่าอัลบั้มที่ 2 ของแฮร์ริส Ready for the Weekend ออกวางขาย 17 สิงหาคม ค.ศ. 2009[11] เพลง "Holiday" และ "Ready for the Weekend" ติดอยู่ในรายชื่อเพลงที่จะเล่นทางวิทยุ นอกจากนั้นเพลง "I'm Not Alone" ที่ใช้ถูกตัดเป็นบางส่วนในรีมิกซ์เพลงของมาดอนน่า เพลง "Frozen" ในการออกทัวร์ Sticky & Sweet Tour

เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน ค.ศ. 2009 แฮร์ริส ปรากฏตัวในซัมเมอร์ไทม์บอลลที่ สนามกีฬาเอมิเรต และแสดงเพลง "I'm Not Alone", "The Girls" และ "Acceptable in the 80s" เขาร่วมแสดงกับดิซซี แรสคอลและโครม เพลง "Dance Wiv Me" แฮร์ริสยังเป็นแขกรับเชิญให้กับเพลงของทีแอสโตในเพลง "Century" [12] ที่อยู่ในอัลบั้มชุด Kaleidoscope ออกขาย 6 ตุลาคม ค.ศ. 2009

เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน ค.ศ. 2009 แฮร์ริสได้ขึ้นไปป่วนบนเวทีการแข่งขันรายการประกวดความสามารถของอังกฤษที่ชื่อรายการ The X Factor ในระหว่างการแสดงของจอห์นและเอ็ดเวิร์ด โดยเอาสับปะรดไว้ที่หัวและพยายามชี้ไปที่หาง ซึ่งต่อมาเขาก็ถูกไล่ออกไปจากสตูดิโอโดยทีมรักษาความปลอดภัยและบอกว่าไม่ให้กลับมาอีกในรายการนี้ ซึ่งในคราวแรกเขาเป็นแขกรับเชิญให้รายการนี้ ต่อมาเขาออกมาขอโทษทางทวิตเตอร์ โดยเขาบอกว่าเป็นแฟนของเด็กคู่นี้ โดยบอกว่า "เมื่อไตร่ตรองแล้ว ผมมีสับปะรดบนหัว ผมขอโทษถ้ามันทำให้ใครบางคนต้องอับอาย ปล. ผมรักเจดเวิร์ด"[13] ในวันที่ 16 พฤศจิกายน เขาพูดทางรายการเดอะคริสมอยส์โชว์ เปิดเผยว่า "ผมมีแรงบันดาลใจที่จะทำรายการล้อเลียน" และเขาพูดว่า "ถ้าคุณดูเพลง คุณจะเห็นว่าไซม่อน โคเวลล์ เป็นผู้มีอิทธิพลอย่างน่ากลัว ที่ครอบครองชาร์ตเพลงในสหราชอาณาจักรในขณะนี้"[14]

ในระหว่างวันที่ 15 - 31 มกราคม ค.ศ. 2010 แฮร์ริสแสดงในงานบิ๊กเดย์เอาต์ 2010 ที่ชัดขึ้นในเมืองใหญ่ในออสเตรเลียและนิวซีแลนด์

ผลงาน[แก้]

รางวัล[แก้]

ปี รางวัล สาขา ผลงาน ผล
2007 BT Digital Music Awards Best Electronic Artist or DJ Calvin Harris เข้าชิง
Q Awards Best Breakthrough Artist เข้าชิง
2008 XFM New Music Award I Created Disco เข้าชิง
Shortlist Music Prize เข้าชิง
Popjustice £20 Music Prize "Dance wiv Me" (with Dizzee Rascal and Chrome) เข้าชิง
2009 The Music Producers Guild Awards Best Remixer Calvin Harris ชนะ
BRIT Awards British Single "Dance wiv Me" (with Dizzee Rascal and Chrome) เข้าชิง
NME Awards Best Dancefloor Filler ชนะ
Ivor Novello Awards Best Contemporary Song เข้าชิง
Popjustice £20 Music Prize Best Contemporary Song "I'm Not Alone" เข้าชิง
2010 BRIT Awards Best British Male Calvin Harris เข้าชิง
2012 MTV Video Music Awards Video of the Year "We Found Love" (with Rihanna) ชนะ
Best Pop Video เข้าชิง
Best Electronic Video "Feel So Close" ชนะ
MTV Europe Music Awards Best Song "We Found Love" (with Rihanna) เข้าชิง
Best Video เข้าชิง
Best Electronic Act Calvin Harris เข้าชิง
MTV Video Music Awards Japan Best Pop "We Found Love" (with Rihanna) เข้าชิง
American Music Awards Favorite Electronic Dance Music Calvin Harris เข้าชิง
MuchMusic Video Awards International Video of the Year – Artist "We Found Love" (with Rihanna) เข้าชิง
International Dance Music Awards Best R&B/Urban Dance Track ชนะ
Best Video เข้าชิง
Best Commercial/Pop Dance Track ชนะ
NRJ Music Awards Best Song International เข้าชิง
Billboard Music Awards Top Radio Song เข้าชิง
mtvU Woodie Awards EDM Effect Woodie ชนะ
2013 Grammy Awards Best Dance Recording "Let's Go" (featuring Ne-Yo) เข้าชิง
Best Short Form Music Video "We Found Love" (with Rihanna) ชนะ
BRIT Awards British Male Solo Artist Calvin Harris เข้าชิง
NME Awards Dancefloor Anthem "Sweet Nothing" (featuring Florence Welch) ชนะ
ASCAP Pop Music Awards Most Performed Song "We Found Love" (with Rihanna) ชนะ
"Let's Go" (featuring Ne-Yo) ชนะ
"Where Have You Been" ชนะ
"Feel So Close" ชนะ
MTV Video Music Awards Japan Best Collaboration "Sweet Nothing" (featuring Florence Welch) เข้าชิง
International Dance Music Awards Best Commercial/Pop Dance Track ชนะ
Best Progressive Track เข้าชิง
Best Music Video เข้าชิง
Best Remixer Calvin Harris เข้าชิง
Best Artist (Solo) เข้าชิง
Billboard Music Awards Top EDM Song "Sweet Nothing" (featuring Florence Welch) เข้าชิง
"Feel So Close" เข้าชิง
Top Dance Artist Calvin Harris เข้าชิง
Top EDM Artist เข้าชิง
Scottish Album of the Year Album of the Year 18 Months เข้าชิง
Ivor Novello Awards Songwriter of the Year Calvin Harris ชนะ
MTV Video Music Awards Best Collaboration "I Need Your Love" (featuring Ellie Goulding) เข้าชิง
Best Song of the Summer เข้าชิง
2014 Grammy Awards Best Dance Recording "Sweet Nothing" (featuring Florence Welch) เข้าชิง
Best Dance/Electronica Album 18 Months เข้าชิง
BRIT Awards British Single of the Year "I Need Your Love" (featuring Ellie Goulding) เข้าชิง
British Video เข้าชิง
Billboard Music Awards Top Dance/Electronic Artist Calvin Harris เข้าชิง
Teen Choice Awards Electronic Dance Music Artist รอการตัดสิน
EDM Song "Summer" รอการตัดสิน
Summer Song รอการตัดสิน
MTV Video Music Awards Best Dance Video รอการตัดสิน

อ้างอิง[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]