เอ็มมา วัตสัน

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางจาก เอ็มม่า วัตสัน)
เอ็มมา วัตสัน
Emma Watson 2012.jpg
เอ็มมา วัตสัน ในปี 2012
ชื่อเกิด เอ็มมา ชาร์ล็อต ดูแอร์ วัตสัน
ชื่อเล่น เอ็ม, เอมส์, วันเท้ควัตสัน
เกิด 15 เมษายน พ.ศ. 2533 (24 ปี)
อังกฤษ
ปีที่แสดง 2001 - ปัจจุบัน
เว็บทางการ

เอ็มมา ชาร์ล็อต ดูแอร์ วัตสัน (อังกฤษ: Emma Charlotte Duerre Watson) เกิดเมื่อวันที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2533 เป็นนักแสดงลูกครึ่งอังกฤษ-ฝรั่งเศส[1]เป็น 1 ในนักแสดงนำจากภาพยนตร์ชื่อดังเรื่อง แฮร์รี่ พอตเตอร์ โดยรับบทเป็นเฮอร์ไมโอนี่ เกรนเจอร์ วัตสันเริ่มแสดงเมื่อมีอายุเพียง 9 ขวบ ในโรงเรียนการแสดง[2] เธอเริ่มแสดงตั้งแต่ปี พ.ศ. 2544 - 2547 ร่วมกับ แดเนียล แรดคลิฟฟ์ และ รูเพิร์ท กรินท์ และเธอจะกลับมาแสดงต่ออีก 2 ภาคสุดท้ายคือ แฮร์รี่ พอตเตอร์กับเจ้าชายเลือดผสม (ภาพยนตร์) เนื่องจากมีกำหนดออกฉายในปี พ.ศ. 2552 และ 2 ส่วนของ แฮร์รี่ พอตเตอร์กับเครื่องรางยมทูต [3] จากการแสดงภาพยนตร์เรื่อง แฮร์รี่ พอตเตอร์ นี้ทำให้เธอได้รับรางวัลเป็นจำนวนมาก และรายได้กว่า 10 ล้านปอนด์[4]

ในปี พ.ศ. 2551 วัตสันมีส่วนเกี่ยวข้องกับการผลิตภาพยนตร์นอกเหนือจาก แฮร์รี่ พอตเตอร์ ถึง 2 เรื่อง เรื่องแรกเป็นภาพยนตร์โทรทัศน์ที่ดัดแปลงมาจากนิยายเรื่อง Ballet Shoes ออกอากาศในวันที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2550 ทำรายได้ 5.2 ล้านปอนด์และหนังแอนิเมชันเรื่อง The Tale of Despereaux ซึ่งสร้างจากงานเขียนของ Kate DiCamillo ที่จะออกฉายในปี พ.ศ. 2551[5][6]

ประวัติในวัยเด็ก[แก้]

เอ็มมา วัตสันเกิดที่ปารีส ประเทศฝรั่งเศสเป็นลูกสาวของ แจ็กกาลีน เลอร์สบี และ นักกฎหมายชาวอังกฤษคริส วัตสัน[7] เธอมียายเป็นชาวฝรั่งเศส[8] และอาศัยอยู่ในปารีสจนกระทั่งอายุ 5 ขวบ ก่อนที่เธอจะย้ายไปอยู่กับแม่และน้องชายชื่อว่า อเล็กซ์ ไปยังอ็อกซฟอร์ดไชร์ ประเทศอังกฤษ หลังจากที่พ่อแม่ของเธอแยกทางกัน[7]

วัตสันมีความปรารถนาที่จะเป็นนักแสดงตั้งแต่อายุ 6 ขวบ แล้วเธอจึงได้เริ่มแสดงในโรงเรียนการแสดง[9] เมื่ออายุ 10 ขวบ เธอแสดงใน Arthur: The Young Years and The Happy Prince[7] เธอไม่เคยแสดงแบบมืออาชีพเหมือนกับหนังซีรีส์อย่าง แฮร์รี่ พอตเตอร์ มาก่อน เธอกล่าวในปี 2550 ว่า "ฉันไม่มีความคิดเห็นเกี่ยวกับการแสดงหนังซีรีส์" ในระหว่างการสัมภาษณ์ของนิตยสารพาเหรด "ถ้าหากฉันได้แสดงอย่างนั้นจริงๆ ฉันคงจะมีความรู้สึกปลื้มปิติเป็นอย่างมาก"[10]

ผลงานที่ผ่านมา[แก้]

แฮร์รี่ พอตเตอร์[แก้]

Emma Watson serge.jpg

ในปี พ.ศ. 2542 แฮร์รี่ พอตเตอร์กับศิลาอาถรรพ์ เป็นภาพยนตร์ที่ดัดแปลงมาจากนวนิยายที่ขายดีที่สุดของ เจ. เค. โรว์ลิ่ง[9] สิ่งสำคัญในการคัดเลือกตัวผู้แสดงในบทบาทแฮร์รี่ พอตเตอร์ และผู้ที่แสดงเป็นตัวประกอบเด่นๆ ที่แสดงเป็นเพื่อนของแฮร์รี่อีก 2 คนคือเฮอร์ไมโอนี่ เกรนเจอร์ และ รอน วีสลีย์ ส่วนการคัดเลือกตัวผู้แสดงนั้นไปพบกับวัตสัน โดยผ่านทางครูสอนการแสดงของเธอที่โรงละครออกซ์ฟอร์ด[9] และผู้ผลิตมีความประทับใจในความมั่นใจของเธอมาก หลังจากการทดสอบถึง 8 ครั้ง เดวิด เฮย์แมน ได้บอกกับวัตสัน และผู้สมัครอีก 2 คนคือ แดเนียล แรดคลิฟฟ์ และ รูเพิร์ท กรินท์ว่า ทั้ง 3 คนนี้ถูกคัดเลือกให้เล่นเป็นเฮอร์ไมโอนี่ เกรนเจอร์, แฮร์รี่ พอตเตอร์ และ รอน วีสลีย์ โรว์ลิ่งสนับสนุนวัตสันจากการทดสอบหน้ากล้อง[9]

วัตสันแสดงครั้งแรกในบทของ เฮอร์ไมโอนี่ เกรนเจอร์ ตอน แฮร์รี่ พอตเตอร์กับศิลาอาถรรพ์ ในปี พ.ศ. 2544[11][12] เป็นภาพยนตร์ซีรีส์ที่ทำเงินได้สูงสุดในปีนี้ นักวิจารณ์หนังได้กล่าวชมการแสดงของตัวละครสำคัญ 3 ตัว โดยเฉพาะวัตสัน หนังสือพิมพ์เดลิเทเลกราฟท์ได้กล่าวถึงการแสดงของเธอว่า "น่าชมเชย"[13] ส่วนไอจีเอ็นกล่าวว่าเธอ "ขโมยซีนจากแฮร์รี่ พอตเตอร์"[14] เธอเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลถึง 5 รางวัลจากการแสดงใน แฮร์รี่ พอตเตอร์กับศิลาอาถรรพ์ เธอชนะรางวัล Young Artist Award สำหรับนักแสดงนำที่เป็นเยาวชน[15]

หลังจากนั้น 1 ปี วัตสันได้แสดงในบทเฮอร์ไมโอนี่ เกรนเจอร์อีกครั้งในแฮร์รี่ พอตเตอร์กับห้องแห่งความลับ ซึ่งเป็นภาคที่ 2 ของเรื่องแฮร์รี่ พอตเตอร์ ถึงแม้ว่าภาคนี้ได้รับการผสมผสานเนื่องจากจังหวะและทิศทางของพวกเขา นักวิจารณ์ได้วิจารณ์การแสดงในแง่บวก หนังสือพิมพ์เดอะลอสแอนเจลิสไทม์ กล่าวว่า วัตสันและเพื่อนของเธอมีความเป็นผู้ใหญ่ขึ้นในช่วงถ่ายทำหนัง[16] ขณะที่หนังสือพิมพ์เดอะไทม์วิจารณ์ว่า การแสดงของวัตสันภายใต้การกำกับของคริส โคลัมบัส เป็นตัวละครที่โดดเด่นอย่างมาก[17] วัตสันได้รับรางวัลออตโตจากนิตยสารเยอรมัน ดาย เว็ท สำหรับการแสดงของเธอ[18] ต่อมา แฮร์รี่ พอตเตอร์กับนักโทษแห่งอัซคาบัน ออกฉายในปี พ.ศ. 2547 วัตสันได้รับความพึงพอใจการแสดงในบทบาทเฮอร์ไมโอนี่ เกรนเจอร์ และกล่าวถึงบทบาทของเธอว่า "มีความสามารถพิเศษ" และ "บทบาทการแสดงที่น่าทึ่ง"[19] ถึงแม้ว่านักวิจารณ์หนังจะหันเหความสนใจจากความสามารถของแรดคลิฟฟ์ไปแล้ว แถมยังตราหน้าเขาว่าเล่นแข็งทื่อยังกะท่อนไม้ แต่เธอก็ยังได้รับคำชมอย่างต่อเนื่อง จนหนังสือพิมพ์เดอะนิวยอร์กไทมส์เขียนแสดงความน่าทึ่งของเธอว่า "...โชคดีที่ได้ความดุเดือดของวัตสันมาชดเชยให้กับความอ่อนโยนของแรดคลิฟฟ์ แม้แฮร์รี่จะแสดงทักษะพ่อมดออกมาได้มากมายเพียงใด กลับเป็นเฮอร์ไมโอนีที่ได้รับเสียงปรบมือกึกก้องเมื่อเธอตะบันหน้าเดรโก มัลฟอย โดยไม่ต้องใช้เวทมนตร์อะไรเลย..."[20] ถึงแม้ว่า แฮร์รี่ พอตเตอร์กับนักโทษแห่งอัซคาบัน ที่ยังคงทำรายได้ต่ำสุดในหนังซีรีส์แฮร์รี่ พอตเตอร์ จากข้อมูลเดือนมกราคม พ.ศ. 2551 แต่เธอก็ยังชนะรางวัลออตโตถึง 2 ครั้ง และรางวัลนักแสดงเด็กยอดเยี่ยมแห่งปีจาก Total Film[21][22][23]

แฮร์รี่ พอตเตอร์กับถ้วยอัคนี พ.ศ. 2548 ทั้งวัตสันและหนังซีรีส์ แฮร์รี่ พอตเตอร์ ได้มาถึงจุดที่สำคัญในชีวิต แฮร์รี่ พอตเตอร์ได้สร้างสถิติเปิดตัวในสุดสัปดาห์สูงสุดที่เปิดตัวออกฉาย ที่ไม่ใช่เดือนพฤษภาคมในสหรัฐฯ และการเปิดตัวในช่วงสุดสัปดาห์ในสหราชอาณาจักร นักวิจาร์หนังต่างชื่นชมที่เพิ่มวุฒิภาวะของวัตสันและนักแสดงประกอบ หนังสือพิมพ์เดอะนิวยอร์กไทมส์แสดงความเห็นต่อบทบาทของเธอว่า "ประทับใจกับความเอาจริงเอาจังของเธอ"[24] สำหรับวัตสันแล้ว มันเป็นการเพิ่มความสนุกชวนหัวเราะที่กระโดดจากความตึงเครียด ท่ามกลางนักแสดงนำ 3 คนในขณะที่พวกเขาเป็นผู้ใหญ่ขึ้น เธอกล่าวว่า "ฉันชอบให้มีการโต้เถียงกัน...มันทำให้หนังดูสมจริงมากขึ้นว่าเป็นธรรมดาที่จะต้องมีการโต้เถียงกัน แสดงว่าพวกเขาอาจจะมีปัญหากันก็ได้"[25] ในการส่งชื่อเข้าชิงรางวัล Goblet of Fire ถึง 3 ครั้ง เธอก็ได้รับรางวัลออตโต[26][27][28] หลังจากปีนั้น เธอได้กลายเป็นผู้มีอายุน้อยที่สุดที่ปรากฏในนิตยสาร Teen_Vogue[29] ในปี พ.ศ. 2549 เธอรับบทเป็น เฮอร์ไมโอนี่ ในเรื่อง The Queen's Handbag ซึ่งเป็นภาคพิเศษของแฮร์รี่ พอตเตอร์ เนื่องในงานพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 80 พรรษาของสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 แห่งสหราชอาณาจักร[30]

แฮร์รี่ พอตเตอร์กับภาคีนกฟีนิกซ์ ซึ่งเป็นภาคที่ 5 ออกฉายในปี พ.ศ. 2550 ประสบความสำเร็จในด้านการเงิน จากการออกฉายทั่วโลก ทำรายได้กว่า 332.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ[31] เธอชนะครั้งแรกในรางวัลภาพยนตร์แห่งชาติ ในตำแหน่งนักแสดงหญิงที่ดีที่สุด[32] ทำให้เธอกลายเป็นนักแสดงหญิงที่ได้รับเกียรติอย่างต่อเนื่อง วัตสันและเพื่อนนักแสดงอย่าง แดเนียล แรดคลิฟฟ์ และ รูเพิร์ท กรินท์ ได้ประทับฝ่ามือ ฝ่าเท้า และไม้กายสิทธิ์ ตรงหน้าโรงภาพยนตร์จีนของกรูแมน (Grauman's Chinese Theatre) ที่ฮอลลีวูด เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2550[33]

งานที่นอกเหนือจากเรื่อง แฮร์รี่ พอตเตอร์[แก้]

ภาพยนตร์ที่วัตสันแสดงนอกเหนือจากเรื่อง แฮร์รี่ พอตเตอร์ เป็นเรื่องแรกคือ บัลเลต ชูส์ (Ballet Shoes) โดยรับบทเป็น พอลลีน ฟอสซิล[34] เธอกล่าวในโปรเจ็กต์ว่า "ฉันจะถูกส่งกลับไปยังโรงเรียนหลังจากที่ถ่ายทำเรื่อง แฮร์รี่ พอตเตอร์กับภาคีนกฟีนิกซ์ เสร็จแล้ว แต่เรื่อง บัลเลต ชูส์ ไม่สามารถยืนยันได้ ฉันรักมันจริงๆ"[35] เรื่องนี้ทางบีบีซีดัดแปลงมาจากนวนิยายของ โนเอล สตรีทฟิลด์ ในเรื่องนี้วัตสันได้รับบทเป็น พอลลีน ฟอสซิล เป็นพี่สาวคนโตในจำนวนพี่น้อง 3 คน[36] ผู้กำกับแซนดรา โกลด์เบเชอร์ ได้เห็นความเห็นว่า "เอ็มมาแสดงในบทของพอลลีนได้อย่างเพอร์เฟ็คท์...เธอแสดงได้อย่างแทงทะลุเข้าไปถึงหัวใจ รัศมีที่ละเอียดอ่อนของเธอ จะเปล่งประกายทำให้คุณมีความต้องการที่จะจ้องและเพ่งเล็งเธอ" บัลเลต ชูส์ถูกออกอากาศในวันเปิดกล่องของขวัญที่สหราชอาณาจักร[37] และได้ประมาณจำนวนผู้ชมถึง 5.2 ล้านคน (22% ของจำนวนผู้ชมทั้งหมด) [38] ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้รับคำวิจารณ์โดยทั่วไปไม่ค่อยจะดีนัก และหนังสือพิมพ์ เดอะไทม์ พรรณาว่า "มันเป็นความก้าวหน้ากับการลงทุนที่ให้ความรู้สึกดีใจ โกรธ รัก หรือน่าอัศจรรย์ หรือการเคลื่อนไหวที่น่าทึ่ง"[39][40] อย่างไรก็ตาม รายชื่อผู้แสดงภาพยนตร์เรื่องนี้ได้รับคำสรรเสริญ หนังสือพิมพ์เดลิ เทเลกราฟ เขียนเอาไว้ว่า "สำเร็จได้เป็นอย่างดี แต่ก็ไม่ถึงกับน้อยที่สุด เพราะว่ามันได้มีการยืนยันว่าปัจจุบันนี้ นักแสดงวัยเยาว์ได้แสดงความสามารถได้ดีอย่างไร"[41]

วัตสันได้พากย์เสียงในภาพยนตร์ The Tale of Despereaux ที่ออกฉายในเดือนธันวาคม พ.ศ. 2551[5] เธอพากย์เสียงเป็นเจ้าหญิงพี และตัวการ์ตูนของเด็กก็ถูกพากย์โดย แมทธิว โบรเดอริค และ เทรซี อัลแมน

แผนการในอนาคต[แก้]

ถึงแม้จะมีข่าวลือว่าวัตสันปฏิเสธที่จะแสดงเรื่องแฮร์รี่ พอตเตอร์ต่อในอีก 2 ภาคสุดท้ายก็ตาม[8] เธอต่อสัญญาในภาคที่ 6 และ 7 ในเดือนมีนาคม พ.ศ. 2550 เธอชี้แจงการตัดสินใจอย่างหนักแน่นขณะที่การแสดงยังคงต่อเนื่อง เป็นส่วนสำคัญในชีวิตเธออีก 3 ถึง 4 ปี แต่ในที่สุดแล้ว "มีน้ำหนักในทางบวกมากกว่าลบ"[8] การแสดงในเรื่อง แฮร์รี่ พอตเตอร์กับเจ้าชายเลือดผสม เริ่มต้นในปลายปี 2550[42] แม้ว่าแรดคลิฟฟ์และกรินท์ต่างยืนยันอย่างหนักแน่นว่าจะแสดงต่อแน่นอนนั้น ทางวัตสันกลับแสดงความไม่แน่นอนเกี่ยวกับอนาคตของเธอ โดยการไปให้สัมภาษณ์ในนิตยสาร นิวส์วีค ในปี 2549 ว่า "แดเนียลและรูเพิร์ทดูเหมือนว่าแน่นอน...ฉันรักการแสดง แต่มันก็มีอีกหลายอย่างที่ฉันรัก และจะต้องทำด้วยเหมือนกัน"[43]

ชีวิตส่วนตัว[แก้]

วัตสันเติบโตมาท่ามกลางพ่อแม่ที่แยกทางกัน แล้วต่างคนต่างมีลูกกับสามีและภรรยาใหม่ พ่อของเธอมีลูกฝาแฝด มีชื่อว่า"นีน่า" และ "ลูซี่"[44] และมีลูกชายอายุ 4 ขวบ มีชื่อว่า "ท็อบบี้" ส่วนแม่ของเธอมีลูกชายสองคน (ซึ่งเป็นน้องชายต่างบิดาของเธอนั่นเอง) ผู้ซึ่งอยู่กับเธออย่างถูกต้อง[45] ส่วนน้องชายร่วมบิดา-มารดาของเธอ อเล็กซานเดอร์ ได้มีส่วนร่วมในการแสดงเรื่องแฮร์รี่ พอตเตอร์ ถึง 2 ภาคด้วยกัน[44] ส่วนน้องสาวต่างมารดาของเธอนั้น ได้แสดงอยู่ในเรื่อง บัลเลต ชูว์ ออกอากาศทางบีบีซี[44]

หลังจากที่ย้ายไปยังอ็อกซ์ฟอร์ดพร้อมกับแม่และน้องชายของเธอ เธอตั้งใจที่จะเข้าโรงเรียน The Dragon School จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2546 เธอก็ย้ายไปยัง Headington School ซึ่งเป็นโรงเรียนสตรี[7] ในช่วงที่กำลังถ่ายทำอยู่นั้น เธอและเพื่อนเรียนวันละ 5 ชั่วโมง[46] ถึงแม้ว่าเธอจะเน้นในเรื่องของการถ่ายทำภาพยนตร์เป็นหลัก แต่เธอก็สามารถรักษาระดับผลการเรียนให้อยู่ในระดับมาตรฐานเอาไว้ได้ ในเดือนมิถุนายน ปี 2549 วัตสันสามารถทำข้อสอบ GCSE ใน 10 วิชา เธอได้รับ A* 8 ตัว และเกรด A 2 วิชา[47] เธอได้รับเสียงหัวเราะอย่างเป็นมิตรเนื่องจากผลการสอบของเธอ[29] เธอได้รับใบเกรดในปี 2551 จากการทดสอบขั้นสูงวิชาอักษรศาสตร์ ภูมิศาสตร์และศิลปศาสตร์[48] และในปี 2550 เธอได้รับใบเกรดวิชาประวัติศิลปะขั้นสูง[49] ปัจจุบันเธอในช่วงช่วงเวลาหาประสบการณ์ค้นหาตัวเอง 1 ปี ระหว่าง โรงเรียนกับมหาวิทยาลัย (gap year) [48] การปรับตัวในการถ่ายทำภาพยนตร์ แฮร์รี่ พอตเตอร์กับเครื่องรางยมทูต ที่มี 2 ตอนและจะฉายในเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552[50] ภายหลังจากสิ่งที่เธอต้องการอย่างหนักแน่นว่าจะไปเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัย เพื่อเรียนวิชาภาษาอังกฤษ[51]

วัตสันมีค่าตอบแทน 10 ล้านปอนด์จากงานแสดงในภาพยนตร์ซีรีส์ แฮร์รี่ พอตเตอร์[4] และเธอแจ้งว่าเธอไม่เคยทำงานเพื่อเงิน อย่างไรก็ตาม เธอก็ปฏิเสธที่จะออกจากโรงเรียนเพื่อมาเป็นนักแสดงอย่างเต็มตัว จากการกล่าวว่า "หลายคนไม่เข้าใจว่าทำไมฉันไม่ต้องการ...แต่ชีวิตในโรงเรียนทำให้ฉันได้มีความสัมพันธ์กับเพื่อน มันทำให้ฉันได้เรียนรู้ถึงชีวิตจริง"[10] เธอมีแนวความคิดในเชิงบวกเกี่ยวกับการเป็นนักแสดงเยาวชน เธอกล่าวว่าพ่อแม่ของเธอและมหาวิทยาลัยช่วยทำให้ฉันมีประสบการณ์ที่มีความสุข[29][45][52] เธอยังมีความสนิทสนมกันดีกับเพื่อนนักแสดงด้วยกันคือ แดเนียล แรดคลิฟฟ์ และ รูเพิร์ท กรินท์ เธอประกาศว่า "พวกเขามีระบบสนับสนุนที่มีลักษณะพิเศษ" เพื่อผ่อนคลายในระหว่างการถ่ายทำ

วัตสันสนใจงานอดิเรก เช่น เต้นรำ ร้องเพลง ฮอกกี้ เทนนิส ศิลปะ[7] ตกปลา[53] และบริจากเงินให้กับ WTT[54][55][56] เธอประกาศด้วยตัวของเธอเองว่าเธอเป็นพวกสตรีนิยม[10][45] และมีความเลื่อมใสต่อนักแสดง จอห์นนี เดปป์ และ จูเลีย โรเบิตส์[57]

เมื่อเธอแตกเนื้อสาวแล้ว เธอมีความสนใจทางด้านแฟชั่น เธอเคยบอกว่าเธอเคยดูแฟชั่นเหมือนเป็นศิลปะ ซึ่งเธอเรียนในโรงเรียน ในเดือนกันยายน พ.ศ. 2551 เธอบอกผ่านทางเว็บบล็อกว่า "ฉันได้เน้นย้ำไปยังศิลปะอย่างมาก และแฟชั่นก็คือสิ่งนั้น"[58]

เรื่องที่แสดง[แก้]

ปี ภาพยนตร์ รับบทเป็น หมายเหตุ
2544 แฮร์รี่ พอตเตอร์กับศิลาอาถรรพ์ เฮอร์ไมโอนี่ เกรนเจอร์
2545 แฮร์รี่ พอตเตอร์กับห้องแห่งความลับ
2547 แฮร์รี่ พอตเตอร์กับนักโทษแห่งอัซคาบัน
2548 แฮร์รี่ พอตเตอร์กับถ้วยอัคนี
2550 แฮร์รี่ พอตเตอร์กับภาคีนกฟีนิกซ์
Ballet Shoes พอลลีน ฟอสซิล ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ช่อง BBC 1
2551 The Tale of Despereaux เจ้าหญิงพี พากย์เสียง
2552 แฮร์รี่ พอตเตอร์กับเจ้าชายเลือดผสม เฮอร์ไมโอนี่ เกรนเจอร์
2553 แฮร์รี่ พอตเตอร์กับเครื่องรางยมทูต ตอนที่ 1
2554 แฮร์รี่ พอตเตอร์กับเครื่องรางยมทูต ตอนที่ 2
2554 My Week with Marilyn Lucy
2555 The Perks of Being a Wallflower Sam
2556 This Is the End Emma Watson
2556 The Bling Ring Nicki
2557 Noah Ila

รางวัลที่ได้รับ[แก้]

ปี (พ.ศ.) องค์กร รางวัล ภาพยนตร์ ผล
2545 Young Artist Awards Best Performance in a Feature Film – Leading Young Actress แฮร์รี่ พอตเตอร์กับศิลาอาถรรพ์ ชนะรางวัล[15]
Young Artist Awards Best Ensemble in a Feature Film เสนอชื่อเข้าชิง
Saturn Award-Best Performance by a Younger Actor Best Performance by a Younger Actor เสนอชื่อเข้าชิง[59]
Empire Award Best Newcomer เสนอชื่อเข้าชิง[60]
American Moviegoer Awards Outstanding Supporting Actress เสนอชื่อเข้าชิง[61]
นักแสดงเยาวชนยอดเยี่ยม การแต่งตัวชุดที่ดีที่สุดในภาพยนตร์ขนาดยาวปานกลาง เสนอชื่อเข้าชิง[15]
2545 Phoenix Film Critics Society Best Performance by a Youth in a Leading or Supporting Role แฮร์รี่ พอตเตอร์กับห้องแห่งความลับ ชนะรางวัล
Phoenix Film Critics Society Best Acting Ensemble เสนอชื่อเข้าชิง
2546 Otto Awards Best Female Film Star (Silver) แฮร์รี่ พอตเตอร์กับห้องแห่งความลับ ชนะรางวัล[18]
2547 Otto Awards Best Female Film Star (Bronze) N/A ชนะรางวัล
2547 Broadcast Film Critics Association Best Young Actress แฮร์รี่ พอตเตอร์กับนักโทษแห่งอัซคาบัน เสนอชื่อเข้าชิง
Total Film Award Child Performance of the Year ชนะรางวัล[23]
สมาคมนักวิจารณ์ละครโทรทัศน์ นักแสดงหญิงดีเยี่ยม เสนอชื่อเข้าชิง[62]
2548 Otto Awards Best Female Film Star (Gold) ชนะรางวัล[22]
Broadcast Film Critics Association Best Young Actress แฮร์รี่ พอตเตอร์กับถ้วยอัคนี เสนอชื่อเข้าชิง[27]
2549 Otto Awards Best Female Film Star (Gold) ชนะรางวัล[26]
MTV Movie Awards Best On-Screen Team เสนอชื่อเข้าชิง[28]
2550 ITV National Film Awards Best Female Performance แฮร์รี่ พอตเตอร์กับภาคีนกฟีนิกซ์ ชนะรางวัล[32]
UK Nickelodeon Kids' Choice Awards Best Movie Actress ชนะรางวัล[63]
Otto Awards Best Female Film Star (Gold) ชนะรางวัล
2551 Empire Award Best Actress เสนอชื่อเข้าชิง[64]
Constellation Award-Best Female Performance Best Female Performance ชนะรางวัล[65]
SyFy Genre Best Female Performance ชนะรางวัล[66]
รางวัลเกรเมอร์ Best UK TV Actress บัลเลต ชูส์ เสนอชื่อเข้าชิง[67]

อ้างอิง[แก้]

  1. "Warner Bros. Official site". (Flash: click appropriate actor's image, click "Actor Bio"). harrypotter.warnerbros.co.uk.  Unknown parameter |accessdaymonth= ignored (help); Unknown parameter |accessyear= ignored (help)
  2. "Emma Watson". The New York Times. สืบค้นเมื่อ 2008-01-12. 
  3. "Daniel Radcliffe, Rupert Grint and Emma Watson to Reprise Roles in the Final Two Instalments of Warner Bros. Pictures' Harry Potter Film Franchise" (Press release). Warner Bros. 2007-03-23. สืบค้นเมื่อ 2007-03-23. 
  4. 4.0 4.1 Stenzhorn, Stefan (2007-07-27). "Potter star Watson "rich enough to retire"". RTÉ.ie Entertainment. สืบค้นเมื่อ 2007-07-27. 
  5. 5.0 5.1 Watson, Emma. "Emma Watson official website news". สืบค้นเมื่อ 2007-08-27. 
  6. Gould, Lara (2007-08-05). "Hermione Set for BBC Role". The Sunday Mirror. สืบค้นเมื่อ 2007-08-06. 
  7. 7.0 7.1 7.2 7.3 7.4 Watson, Emma. "Biography". Emma Watson's Official Website. สืบค้นเมื่อ 2007-08-03. 
  8. 8.0 8.1 8.2 Barlow, Helen. "A life after Harry Potter". The Sydney Morning Herald. สืบค้นเมื่อ 2006-03-16. 
  9. 9.0 9.1 9.2 9.3 Watson, Emma. "Emma". Emma Watson's Official Website. สืบค้นเมื่อ 2007-08-03. 
  10. 10.0 10.1 10.2 Listfield, Emily (2007-07-08). "We're all so grown up!". Parade. สืบค้นเมื่อ 2007-08-03. 
  11. ""Harry Potter" magically shatters records". Hollywood.com. 2001-11-18. Archived from the original on 2012-05-30. สืบค้นเมื่อ 2007-09-21. 
  12. "2001 Worldwide Grosses". Box Office Mojo. สืบค้นเมื่อ 2007-05-29. 
  13. "Magic is the only word for it". The Daily Telegraph. 2007-11-04. สืบค้นเมื่อ 2007-09-23. 
  14. Linder, Brian (2001-11-17). "Review of Harry Potter and the Sorcerer's Stone". IGN. สืบค้นเมื่อ 2007-09-23. 
  15. 15.0 15.1 15.2 "2002 nominations and winners". Young Artist's Awards. สืบค้นเมื่อ 2007-09-13. 
  16. Kenneth Turan (2002-11-15). "Harry Potter and the Chamber of Secrets". Los Angeles Times. Archived from the original on 2005-12-28. สืบค้นเมื่อ 2007-09-22. 
  17. Ellen, Barbara (2002-11-14). "Film of the week". The Times. สืบค้นเมื่อ 2007-09-23. 
  18. 18.0 18.1 "Bravo Otto – Sieger 2003" (ใน German). Bravo magazine. สืบค้นเมื่อ 2007-09-22. 
  19. Trout, Jonathon (2004-06-01). "Daniel Radcliffe, Rupert Grint, Emma Watson". BBC. สืบค้นเมื่อ 2007-08-03. 
  20. A. O. Scott (2004-06-03). "Harry Potter and the Prisoner of Azkaban: Film review". The New York Times. สืบค้นเมื่อ 2007-09-23. 
  21. อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ otto1
  22. 22.0 22.1 "Bravo Otto Awards 2005" (Press release) (ใน German). Presseportal.com. สืบค้นเมื่อ 2007-09-13. 
  23. 23.0 23.1 "Emma Watson wins award". HPANA. 2004-11-04. สืบค้นเมื่อ 2007-09-22. 
  24. Dargis, Manohla (2005-11-17). "The Young Wizard puts away childish things". The New York Times. สืบค้นเมื่อ 2007-09-24. 
  25. "Daniel Radcliffe, Emma Watson and Rupert Grint". IGN. 2005-11-15. สืบค้นเมื่อ 2007-08-03. 
  26. 26.0 26.1 "Dan & Emma win Bravo Otto awards". HPANA. 2006-05-08. สืบค้นเมื่อ 2007-09-22. 
  27. 27.0 27.1 "Goblet of Fire awards". Broadcast Film Critics Association. สืบค้นเมื่อ 2007-09-13. 
  28. 28.0 28.1 Carroll, Larry (2006-04-24). "Alba, Carell, 'Crashers,' 'Virgin' Big Nominees For MTV Movie Awards". MTV. สืบค้นเมื่อ 2007-09-22. 
  29. 29.0 29.1 29.2 Horn, Steven (2007-06-26). "Interview with Emma Watson". IGN. สืบค้นเมื่อ 2007-09-30. 
  30. "New Harry Potter scene for queen". BBC News. 2006-06-12. สืบค้นเมื่อ 2007-08-06. 
  31. "All Time worldwide opening records". Box Office Mojo. สืบค้นเมื่อ 2007-09-25. 
  32. 32.0 32.1 Pryor, Fiona (2007-09-28). "Potter wins film awards hat-trick". สืบค้นเมื่อ 2007-09-29. 
  33. "Stardom fades, but cement lives on". The Toronto Star. 2008-01-11. สืบค้นเมื่อ 2008-01-22. 
  34. Warman, Matt (2007-12-21). "Dancing towards their dreams". The Daily Telegraph. สืบค้นเมื่อ 2008-01-12. 
  35. "A Christmas treat for all the family" (Press release). BBC. สืบค้นเมื่อ 2008-01-01. 
  36. Pielou, Adriaane (2007-12-26). "Ballet Shoes saw me through". The Daily Telegraph. สืบค้นเมื่อ 2008-01-01. 
  37. "BBC One Transmission Details, weeks 52/1" (Press release). BBC. สืบค้นเมื่อ 2008-01-01. 
  38. Tryhorn, Chris (2007-12-27). "Viewers sold on Old Curiosity Shop". The Guardian. สืบค้นเมื่อ 2008-01-01. 
  39. Wollaston, Sam (2007-12-27). "Last Night's TV". The Guardian. สืบค้นเมื่อ 2008-01-01. 
  40. Teeman, Tim (2007-12-27). "Last Night's TV". The Times. สืบค้นเมื่อ 2008-01-01. 
  41. Walton, James (2007-12-27). "Ballet Shoes". The Daily Telegraph. สืบค้นเมื่อ 2008-01-01. 
  42. Adams, Katie (2007-10-18). "Village set for Harry Potter filming". The Wiltshire Times. สืบค้นเมื่อ 2008-01-12. 
  43. "Will Harry Potter lose one of its stars?". Newsweek. 2006-10-02. Archived from the original on 2006-10-05. สืบค้นเมื่อ 2007-09-25. 
  44. 44.0 44.1 44.2 Watson, Emma (2007-09-24). "Emma's sisters in Ballet Shoes". Emma Watson's official website. สืบค้นเมื่อ 2007-09-30. 
  45. 45.0 45.1 45.2 Gordon, Jane (2007-08-13). "Touched by magic: Harry Potter's Hermione". 
  46. Muir, Kate (2004-05-15). "Cast Interviews". The Times. สืบค้นเมื่อ 2008-01-12. 
  47. "Pupils "sitting too many GCSEs"". BBC News. 2006-08-24. สืบค้นเมื่อ 2007-05-27. 
  48. 48.0 48.1 Tibbetts, Graham (2008-08-14). "A-levels: Harry Potter actress Emma Watson gets straight As". The Daily Telegraph. สืบค้นเมื่อ 2008-12-10. 
  49. "Emma's A/S Results". Emma Watson's Official Website. 2007-08-17. สืบค้นเมื่อ 2007-08-18. 
  50. Olly Richards (2008-03-14). "Potter Producer Talks Deathly Hallows". Empire. สืบค้นเมื่อ 2008-03-15. 
  51. Long, Camilla (2008-12-07). "What next in life for Emma Watson". Times Online. สืบค้นเมื่อ 2008-12-10. 
  52. Cawthorne, Alec (2007-11-07). "Rupert Grint and Emma Watson". BBC. สืบค้นเมื่อ 2007-08-03.  Text "/rupert_grint_emma_watson_2001_interview.shtml " ignored (help)
  53. Emma Watson loves to go fishing for a spell. The Daily Telegraph. Retrieved on 2008-05-19.
  54. "Emma Watson donates items for WTT auction". Harry Potter Automatic News Aggregator. สืบค้นเมื่อ 2008-05-19. 
  55. "Emma Watson donates items for WTT auction again". Harry Potter Automatic News Aggregator. สืบค้นเมื่อ 2008-05-19. 
  56. "The Wild Trout Trust - Internet & Postal Auction 2008" (PDF). Wild Trout Trust. สืบค้นเมื่อ 2008-05-19. 
  57. Watson, Emma. "emma-faq". Emma Watson's Official Website. สืบค้นเมื่อ 2007-08-03. 
  58. Emma Watson at Fashion Week
  59. "2002 Saturn Awards". IMDB. สืบค้นเมื่อ 2007-09-13. 
  60. "2002 Empire Awards". IMDB. สืบค้นเมื่อ 2007-09-13. 
  61. "American Moviegoer Award nominations". Time Warner. สืบค้นเมื่อ 2007-09-13. 
  62. "Prisoner of Azkaban awards". Broadcast Film Critics Association. สืบค้นเมื่อ 2007-09-13. 
  63. Akers, Shelley (2007-10-20). "Emma Watson Is Named Nickelodeon's Best Actress". People. สืบค้นเมื่อ 2007-10-24. 
  64. "Six Nominations for "Order of the Phoenix" at Empire Awards". The Leaky Cauldron. 2008-02-03. สืบค้นเมื่อ 2008-02-03. 
  65. "Will Smith, Emma Watson & “Transformers” Win Canadian Film/TV Awards". marketwire. July 2008. สืบค้นเมื่อ 2008-07-15. 
  66. "'Battlestar Galactica' Leads Way With 11 SyFy Genre Awards Nods". SyFy Portal. August 2008. สืบค้นเมื่อ 2008-08-24. 
  67. "Emma Watson Nominated for Glamour Awards". The Leaky Cauldron. February 2008. 

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]