เอ็กซ์โป 2020

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

เอ็กซ์โป 2020 เป็นการแสดงนิทรรศการนานาชาติที่จะจัดขึ้นในปี ค.ศ. 2020 (พ.ศ. 2563) โดยการประกาศเมืองที่ได้เป็นเจ้าภาพจะประกาศในเดือนพฤศจิกายนปี ค.ศ. 2013 โดยสำนักงานมหกรรมโลก (BIE) ณ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส

เมืองที่เสนอเป็นเจ้าภาพ[แก้]

การเสนอตัวเป็นเจ้าภาพของประเทศไทย[แก้]

ตราสัญลักษณ์ของงานเอ็กซ์โป 2020
น้องกินรี มาสคอตงานเอ็กซ์โป 2020

จากการที่ไทยเป็นเพียง 1 ใน 3 ชาติของเอเชียซึ่งมีเพียง จีน และญี่ปุ่น ที่ได้เข้าร่วมงานเอ็กซ์โปในสมัยรัชกาลที่ 4 หลังจากนั้นจึงมีแนวความคิดว่าให้จัดงานนิทรรศการขนาดใหญ่ โดยในสมัยรัชกาลที่ 5 ได้มีการจัดงาน "นาเชอนนัล เอกฮิบิเชน" (National Exhibition) ในโอกาสการสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ครบ 100 ปี นับเป็นความพยายามครั้งแรกในสยามประเทศที่ประสงค์จัดงานนิทรรศการขนาดใหญ่ ซึ่งถือเป็นการประกาศความเจริญของประเทศให้ประจักษ์แก่สายตานานาชาติ ในการจัดงานครั้งนี้ได้มีการปรารภถึงการทบทวนเรื่องราวตลอด 100 ปี แห่งกรุงรัตนโกสินทร์และขยายการจัดงานไปสู่การจัดงานนิทรรศการนานาชาติอีกด้วย [2]

ต่อมาในรัชสมัยของรัชกาลที่ 6 ได้มีพระราชดำริให้จัดงาน "สยามรัฐพิพิธภัณฑ์" (The Siamese Kingdom Exhibition) ซึ่งได้มีการเทียบเชิญให้ประเทศต่างๆ เข้าร่วมนิทรรศการ โดยใช้เขตชานเมืองของพระนครคือพื้นที่ของสวนลุมพินีเป็นสถานที่จัดงาน มีการขุดคลองรอบพื้นที่เพื่อตกแต่งและเตรียมสถานที่จัดงานตามรูปแบบของมาตรฐานการจัดงานนานาชาติ มีการจัดทำหนังสือ แสตมป์ และเหรียญที่ระลึกของงาน แต่ในที่สุดได้มีการยกเลิกการจัดงานไปเนื่องจากพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จสวรรคต ซึ่งถือว่าเป็นการจัดเตรียม งานมหกรรมนานาชาติที่มิใช่การจัดงานในเชิงพาณิชย์ ครั้งเดียวของไทย [3]

จนกระทั่งเมื่อเดือนตุลาคม พ.ศ. 2552 ภาคเอกชนต่างๆ ได้มีการหารือเพื่อหาแนวทางในการพัฒนาอุตสาหกรรมการจัดประชุมและนิทรรศการ และมีการศึกษาความเป็นไปได้ของประเทศไทยในการเป็นเจ้าภาพ "งานมหกรรมโลกเวิลด์เอ็กซ์โป" โดยมี สำนักงานส่งเสริมการจัดการประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) เป็นแกนกลางในการประสานงาน หลังจากนั้นได้มีการจัดทำรายงานความเป็นไปได้ การระดมความคิดเห็นจากกลุ่มภาครัฐ ภาคธุรกิจ อุตสาหกรรมไมซ์ และการท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง

การประเมินศักยภาพพื้นที่[แก้]

มี 6 จังหวัด เสนอตัวขอเป็นเจ้าภาพ ได้แก่ พระนครศรีอยุธยา ชลบุรี จันทบุรี เพชรบุรี เชียงใหม่ และภูเก็ต[4]ซึ่งหลังมีการศึกษาความเป็นไปได้ ผลปรากฏว่า จังหวัดพระนครศรีอยุธยามีความพร้อมมากที่สุด

พื้นที่จัดงานจะตั้งอยู่ในเขตศูนย์ศิลปาชีพบางไทร พื้นที่ 1,200 ไร่ จากที่ศึกษาควรใช้พื้นที่จัดงาน 1,400-1,500 ไร่ มีทัศนียภาพที่งดงามซึ่งอยู่ติดกับส่วนที่กว้างที่สุดของแม่น้ำเจ้าพระยา เป็นอุทยานการเรียนรู้ มีแผนการพัฒนาการคมนาคมรองรับ โดยมีพื้นที่ใกล้กับทางพิเศษอุดรรัถยา และใช้ระยะเวลาเดินทางจากกรุงเทพมหานครเพียง 40 นาที[ต้องการอ้างอิง]

การกำหนดหัวข้อในการจัดงาน[แก้]

ประเทศไทยเป็นประเทศแรกที่เปิดตัวหัวข้อหลัก (Main theme) และหัวข้อย่อย (Sub theme) ในการจัดงาน คือ

นิยามใหม่ของโลกาภิวัตน์ - วิถีที่ยั่งยืน เพื่อโลกที่สมดุล (Redefine Globalisation - Balanced Life, Sustainable Living)[5] และมีหัวข้อย่อย คือ

1. Revive Local Wisdoms for Human Well Being หรือพลิกฟื้นภูมิปัญญาท้องถิ่นเพื่อความอยู่ดีมีสุขของคนทั้งโลก นำเสนอประเด็น เช่น การออกกำลังกายและการทำสมาธิ, สมุนไพรและอาหารออร์แกนิก, วัฒนธรรมประเพณี และสถาปัตยกรรม เป็นต้น

2. Reunite Connections for Seamless Harmony หรือเชื่อมต่อการสื่อสารเพื่อความสมานฉันท์ไร้พรมแดน นำเสนอประเด็น เช่น นวัตกรรมการคมนาคม, เทคโนโลยีการสื่อสาร และการส่งเสริมความสัมพันธ์ เป็นต้น

3. Rethink Creativity for Utmost Happiness คือ ปรับแนวทางสร้างสรรค์ใหม่เพื่อทุกสิ่งมีชีวิต นำเสนอประเด็น เช่น ศิลปะสร้างสรรค์, พลังงานทางเลือก, การจัดการทรัพยากรธรรมชาติ และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ เป็นต้น

4. Reform Life's Values for Global Solidarity หรือสร้างคุณค่าของชีวิตเพื่อความสุขที่สมบูรณ์ นำเสนอประเด็น เช่น การสร้างความร่วมมือโดยไม่เลือกปฏิบัติ การให้โดยปราศจากเงื่อนไข หรือการลดช่องว่างทางสังคม เป็นต้น

ซึ่งนอกจากนี้ยังเปิดกว้างให้ประเทศสมาชิกสามารถนำหัวข้อย่อยไปตีความในประเด็นอื่น ๆ เพื่อปรับใช้ในการนำเสนอพาวิลเลี่ยนในมุมมองของแต่ละประเทศได้อีกด้วย

ตราสัญลักษณ์และตัวนำโชค[แก้]

สำนักงานส่งเสริมการจัดการประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) ได้จัดให้มีการประกวดตราสัญลักษณ์และตัวนำโชคของการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพในการจัดงานเอ็กซ์โป 2020 ขึ้นในระหว่างเดือน กรกฎาคม พ.ศ. 2554 และได้คัดเลือกกินรี ให้เป็นตัวนำโชคของการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพการจัดงาน โดยกินรีนั้นมีความหมายถึงการแสดงความต้อนรับด้วยความเป็นมิตรแบบไทย[6] และคัดเลือกตราสัญลักษณ์รูปปลาตะเพียนสาน สื่อความแง่การให้ความสำคัญกับระบบนิเวศ การอนุรักษ์ธรรมชาติ และการอยู่ร่วมกันระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติอย่างยั่งยืน ทั้งยังสอดแทรกลายประจำยามซึ่งเป็นแม่ลายไทย[7]

การตัดสิทธิ์ประเทศไทย[แก้]

คณะกรรมการจัดงานเวิลด์เอ็กซ์โป (บีไออี) ได้ตัดสิทธิประเทศไทยออกจากการเป็นเมืองที่เข้าชิงการเป็นเจ้าภาพการจัดงานเวิลด์เอ็กซ์โป 2020 อย่างเป็นทางการแล้ว เนื่องจาก ไม่ได้รับเอกสารการยืนยันจากประเทศไทย ส่งผลให้ขณะนี้เหลือเพียง 4 เมืองเท่านั้นที่จะต้องแข่งขันกันเพื่อแย่งชิงสิทธิ์การเป็นเจ้าภาพจัดงานดังกล่าว ประกอบด้วย เมืองเยคาเทรินเบิร์กในรัสเซีย, นครดูไบของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์, เมืองอิซเมียร์ ประเทศตุรกี และนครเซาเปาโลของบราซิล ซึ่งบีไออีจะมีการลงคะแนนเสียงในเดือนพฤศจิกายน 2013 ให้แก่ประเทศต่างๆ ที่ยังมีคุณสมบัติครบถ้วน โดยไม่มีประเทศไทย [8]

อ้างอิง[แก้]

  1. http://www.hurriyetdailynews.com/n.php?n=gov8217t-opts-for-izmir-instead-of-ankara-for-expo-2020-2011-04-19
  2. http://krusart.rru.ac.th/e-book/wichit/exhibition/lesson8.pdf วิชิต แสงสว่าง, การจัดแสดงนิทรรศการ : ประกาศพระบรมราชโองการเอกซฮิบิเชนท 1
  3. http://www.cupress.chula.ac.th/press/htm/act2006_08-31_saimrat.htm สยามรัฐพิพิธภัณฑ์ สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  4. ลุ้นกรุงเก่าชิงเจ้าภาพเวิลด์เอ็กซ์โป2020 คมชัดลึก. สืบค้น 20-11-2554.
  5. REDEFINE GLOBALISATION : BALANCED LIFE, SUSTAINABLE LIVING. EXPO 2020. สืบค้น 20-11-2554.
  6. เฟซบุค Thailand expo 2020
  7. ตราสัญลักษณ์ "เวิลด์ เอ็กซ์โป 2020 อยุธยา". EXPO 2020. สืบค้น 20-11-2554.
  8. ชี้เอกสารไทยไม่คืบตัดสิทธิ์เวิลด์เอ็กซ์โป

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]