เอไอเอ็ม-54 ฟีนิกซ์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
เอไอเอ็ม-54 ฟีนิกซ์
AIM-54 6 Pack.jpg
ชนิด ขีปนาวุธอากาศสู่อากาศพิสัยไกล
สัญชาติ Flag of the United States สหรัฐอเมริกา
บทบาท
ประจำการ ปลดประจำการเมื่อวันที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2547
ผู้ใช้งาน กองทัพเรือสหรัฐ (retired)
อิหร่าน
ประวัติการผลิต
บริษัทผู้ผลิต ฮิวจ์ส แอร์คราฟท์ คอมพานี
เรย์ธีออน คอร์เปอเรชั่น
มูลค่า 477,131 ดอลลาร์สหรัฐ
ข้อมูลจำเพาะ
น้ำหนัก 450-470 กิโลกรัม
ความยาว 4 เมตร
เส้นผ่าศูนย์กลาง 380 มิลลิเมตร

หัวรบ ระเบิดแรงสูง 61 กิโลกรัม
กลไกการจุดชนวน ชนวนกะระยะ

เครื่องยนต์ เครื่องยนต์จรวดเชื้อเพลิงแข็ง
ความยาวระหว่างปลายปีก 910 มิลลิเมตร
พิสัยปฏิบัติการ 184 กิโลเมตรขึ้นไป
ความเร็ว 5 มัก
ระบบนำวิถี ติดตามด้วยเรดาร์และเรดาร์กึ่งปฏิบัติ
ใช้กับ เอฟ-14 ทอมแคท

เอไอเอ็ม-54 ฟีนิกซ์ (อังกฤษ: AIM-54 Phoenix) เป็นขีปนาวุธอากาศสู่อากาศนำวิถีด้วยเรดาร์พิสัยไกลที่สามารถบรรทุกได้มากถึงหกลูก มันเคยถูกใช้ในกองทัพเรือสหรัฐฯ และในปัจจุบันใช้โดยเครื่องบินขับไล่เอฟ-14 ทอมแคทของกองทัพอากาศอิหร่านซึ่งเป็นอากาศยานลำเดียวที่สามารถบรรทุกได้

เอไอเอ็ม-54 เดิมทีถูกพัฒนาในช่วงต้นปีพ.ศ. 2503 สำหรับเครื่องบินเอฟ-111บีที่ถูกยกเลิกและมีพื้นฐานมาจากโครงการอีเกิลสำหรับยกเลิกเอฟ-6ดี มิสไซเลอร์ ทั้งสองมีพื้นฐานมาจากความคิดเพื่อให้อากาศยานบรรทุกขีปนาวุธพิสัยไกลที่ช้าและไม่คล่องตัวทำการตอบโต้เครื่องบินทิ้งระเบิดที่บรรทุกขีปนาวุธมาด้วย มันไม่ถูกใช้ในระยะใกล้

ประวัติ[แก้]

ขีปนาวุธฟีนิกส์เป็นขีปนาวุธอากาศสู่อากาศพิสัยไกลเพียงแบบเดียวของสหรัฐฯ และเป็นขีปนาวุธที่สามารถจัดการเป้าหมายได้มากกว่าหนึ่ง

อากาศยานของสหรัฐฯ ส่วนใหญ่จะใช้ขีปนาวุธที่มีขนาดเล็กและราคาถูกกว่าซึ่งคือเอไอเอ็ม-7 สแปร์โรว์ การนำวิถีของสแปร์โรว์ต้องการอากาศยานที่ใช้เรดาร์ของมันเพื่อชี้เป้าไม่เช่นนั้นมันก็จะสูญเสียเป้าหมาย วิธีนี้หมายความว่าอากาศยานไม่มีความสามารถในการตรวจหาในขณะที่สนับสนุนสแปร์โรว์ที่ยิงออกไปซึ่งมันลดประสิทธิภาพในการระวังตัวของเครื่องบิน

เอไอเอ็ม-54เอถูกปล่อยออกจากเอ็นเอ-3เอในปีพ.ศ. 2019

เรดาร์ของเครื่องทอมแคทสามารถติดตามเป้าหมายได้มากถึง 24 เป้าในโหมดสแกน ด้วยการเลือกเป้าหมาย 6 เป้าหมายที่จะยิงโดยเอไอเอ็ม-54 นักบินหรือผู้ควบคุมเรดาร์จะสามารถยิงขีปนาวุธฟีนิกซ์เมื่อตัวแปรเข้าที่ หน้าจอขนาดใหญ่ของห้องผู้ควบคุมเรดาร์จะแสดงข้อมูลมากมายให้กับลูกเรือและที่สำคัญกว่านั้นเอดับบลิวจี-9 จะสามารถมองหาเป้าหมายอย่างต่อเนื่องหลังจากที่ยิงขีปนาวุธฟีนิกซ์ไปแล้ว

การแบ่งข้อมูลทำให้เครื่องทอมแคทของกองทัพเรือสหรัฐฯ มีข้อมูลร่วมกันและในช่วงปฏิบัติการดีเซิร์ทชีลด์เมื่อปีพ.ศ. 2533 ระบบนี้ก็ได้รับการพัฒนาและเครื่องทอมแคทก็สามารถแบ่งข้อมูลให้กับลำอื่นได้เพื่อเพิ่มการระวังในสถานการณ์ เอฟ-14ดีได้เข้าประจำการด้วยระบบแบ่งข้อมูลที่ดีขึ้นโดยมีภาพในห้องนักบิน

การนำวิถี[แก้]

ฟีนิกซ์มีรูปแบบนำวิถีมากมายและสามารถทำระยะได้มากที่สุดโดยใช้เรดาร์เอดับบลิวจี-9 ของเอฟ-14 (หรือเรดาร์เอพีจี-71 ในเอฟ-14บีและเอฟ-14ดี) เมื่อมันไต่ระดับระหว่าง 80,000 และ 100,000 ฟุตโดยมีความเร็วเกือบ 5 มัค ด้วยการใช้ความสูงเพื่อเพิ่มแรงจลน์ ขีปนาวุธจะดำดิ่งตรงไปที่เป้าหมายและมันจะเริ่มขั้นตอนสุดท้าย คือการเริ่มระบบเรดาร์สำหรับการบินช่วงสุดท้าย

เมื่อเทียบกับขีปนาวุธอากาศสู่อากาศพิสัยกลางนำวิถีด้วยเรดาร์เอไอเอ็ม-120 แอมแรมที่ใช้คอมพิวเตอร์ดิจอตอลช่วยในการเข้าปะทะกับเป้าหมาย มันสามารถรับข้อมูลเพิ่มจากเครื่องบินก่อนที่จะใช้ตัวค้นหาเพื่อเข้าสู่ขั้นตอยสุดท้าย

การผสมผสานของเอไอเอ็ม-54/เอดับบลิวจี-9 เป็นความสามารถในการปะทะเป้าหมายหลายเป้าได้เป็นครั้งแรก (มากถึง 24 เป้าหมาย) และยิงขีปนาวุธออกไปได้มากถึง 6 ลูกเกือบพร้อมกัน ขีปนาวุธขนาด 1,000 ปอนด์จะถูกติดตั้งด้วยหัวรบแบบทั่วไป โครงสร้างของมันเป็นเหมือนเอไอเอ็ม-47 ฟอลคอนที่ใหญ่ เครื่องบินสามารถติดตั้งได้ 4 ลูกที่ใต้ท้องและอีก 2 ลูกใต้ปีกแต่ละข้าง ฟีนิกซ์สามารถติดตั้งพร้อมกันได้มากสุด 6 ลูกและใช้ราวปล่อยที่มีนำหนักมากว่า 8,000 กิโลกรัมหรือสองเท่าของขีปนาวุธสแปร์โรว์ ดังนั้นฟีนิกซ์จึงมักติดตั้งครั้งแรก 4 ลูกพร้อมกับ สแปร์โรว์และไซด์ไวน์เดอร์อย่างละ 2 ลูก มีรายงานว่าเอฟ-14 ไม่สามารถลงจอดบนเรือบรรทุกเครื่องบินพร้อมฟีนิกซ์ทั้ง 6 ลูกได้

ขีปนาวุธป้องกันกองเรือพิสัยไกล[แก้]

เอไอเอ็ม-54 ฟีนิกซ์หลังจากถูกยิง

ฟีนิกซ์ถูกออกแบบมาเพื่อป้องกันหมวดเรือบรรทุกเครื่องบินจากภัยต่างๆ รวมทั้งขีปนาวุธร่อน พิสัยและความสามารถในการบินของมันทำให้ทำการป้องกันได้จากระยะไกล ในช่วงที่สงครามเย็นดุเดือด ภัยร้ายแรงยังมาจากเครื่องบินทิ้งระเบิดอย่างตู-16 แบดเจอร์และตู-22เอ็ม แบ็คไฟร์ที่ติดตั้งขีปนาวุธร่อนความเร็วสูงและอีเอ็มซีหลายแบบ ฟีนิกซ์ที่ได้รับการพัฒนาอย่างเอไอเอ็ม-54ซีถูกพัฒนาให้จัดการกับเป้าหมายที่เป็นอาวุธจากเครื่องบินได้ดียิ่งขึ้น และการพัฒนายังรวมทั้งความสามารถในการตั้งโปรแกรมใหม่ เป็นที่คิดกันว่าฟีนิกซ์มีพื้นฐานมาจากเอไอเอ็ม-47 เอไอเอ็ม-47 นั้นถูกสร้างขึ้นมาเพื่อทดสอบเครื่องบินสกัดกั้นล็อกฮีด วายเอฟ-12 เพื่อเป็นอาวุธให้กับเอสอาร์-71 แบล็คเบิร์ด

กองทัพอากาศสหรัฐได้เลิกใช้ทั้งเอไอเอ็ม-47 และเอไอเอ็ม-54 สหรัฐๆม่มีขีปนาวุธใดมาทดแทนจนกระทั่งมีการนำเอาเอไอเอ็ม-120 แอมแรมมาใช้ รุ่นล่าสุดคือเอไอเอ็ม-120ซี-7 ที่มีพิสัย 116 กิโลเมตรซึ่งก็ยังด้อยกว่าเอไอเอ็ม-54 ที่ถูกปลดประจำการไปแล้ว

เมื่อร่วมกับเรดาร์เอดับบลิวจี-9 ที่ใช้ในเอฟ-111บีและเอฟ-14 ทอมแคทมันจึงเป็นขีปนาวุธที่ใหญ่ที่สุดและทรงพลังที่สุดเท่าที่เคยใช้บนเครื่องบินขับไล่

ผลสืบเนื่อง[แก้]

เอไอเอ็ม-54 ฟีนิกซ์ถูกปลดประจำการจากกองทัพเรือสหรัฐในวันที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2547 เอฟ-14 ทอมแคทถูกปลดประจำการในวันที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2549 พวกมันถูกแทนที่โดยเอไอเอ็ม-120 ที่ใช้บนเอฟ/เอ-18อี/เอฟ ซูเปอร์ฮอร์เน็ท ทั้งเอฟ-14 และเอไอเอ็ม-54 ยังคงทำหน้าที่ต่อในกองทัพอากาศสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน

เอไอเอ็ม-54 ฟีนิกซ์กำลังถูกติดตั้งเข้ากับปีกของเอฟ-14 (ยังไม่ได้ติดตั้งปีกหน้าของขีปนาวุธ)

แม้ว่าจะมีความสามารถที่มากกว่า ฟีนิกซ์ก็ไม่ค่อยได้ใช้รบจริงๆ มีการยิงเพียงสองครั้งเท่านั้นและไม่มีการยืนยันว่าเป้าหมายถูกทำลาย แม้ว่าเอฟ-14 ของอิหร่านจะทำแต้มได้มากก็ตามในสงครามอิหร่าน-อิรัก[ต้องการอ้างอิง] เอฟ-15 อีเกิลของกองทัพอากาศทำหน้าที่การบินรบรักษาเขตในปฏิบัติการพายุทะเลทรายเมื่อปีพ.ศ. 2534 เนื่องมาจากเอฟ-15 มีความสามารถในการแยกแยะมิตรและศัตรูบนพื้น ทอมแคมนั้นไม่สามารถทำได้ตามกฎการปะทะเพื่อที่จะยิงเป้าหมายที่อยู่เลยการมองเห็น จากการสรรค์สร้างและใช้งาน ฟีนิกซ์กล่าวได้ว่ามันประสบความสำเร็จอย่างมาก อย่างไรก็ตามมันเป็นขีปนาวุธจากตระกูลฟอลคอนเพียงรุ่นเดียวที่ยังเหลืออยู่ มันไม่ได้ถูกใช้โดยชาติอื่น (นอกจากอิหร่าน) มันมีขนาดใหญ่ หนัก แพง และใช้งานได้ยากในการต่อสู้ระยะใกล้เมื่อเทียบกับสแปร์โรว์หรือแอมแรม

รุ่นต่างๆ[แก้]

เอไอเอ็ม-54เอ
รุ่นต้นแบบที่นำเข้าประจำการในปีพ.ศ. 2517 และส่งออกให้กับอิหร่าน
เอไอเอ็ม-54ซี
รุ่นที่พัฒนา มันดีกว่าในการจัดการกับขีปนาวุธร่อน มันเข้ามาแทนที่แบบเดิมตั้งปีพ.ศ. 2529
เอไอเอ็ม-54 อีซีซีเอ็ม/ซีลด์
เป็นรุ่นพัฒนาที่มีทั้งความสามารถในการรบกวนเรดาร์ มันไม่ต้องอาศัยเครื่องลดความร้อนในระหว่างบิน มันถูกใช้ตั้งแต่ปีพ.ศ. 2531
เพราะว่าเอไอเอ็ม-54 อีซีซีเอ็ม/ซีลด์ไม่มีระบบทำความเย็น เอฟ-14 ทอมแคทที่ใช้มันจึงไม่สามารถทำความเร็วสูงสุดได้

เอไอเอ็ม-54 ฟีนิกซ์ในอิหร่าน[แก้]

ทางฝั่งตะวันตกมีข้อมูลน้อยมากเกี่ยวกับการใช้เอฟ-14เอ ทอมแคททั้ง 79 ลำของอิหร่าน ยกเว้นหนังสือที่ตีพิมพ์โดยสำนักพิมพ์ออสเพรย์ที่มีชื่อว่า"การรบของเอฟ-14 ทอมแคทของอิหร่าน" (Iranian F-14 Tomcats in Combat) ที่เขียนโดยทอม คูเปอร์และฟาร์ซาด บิชอป[1] การค้นคว้าส่วนใหญ่ที่ถูกบันทึกไว้ในหนังสือเล่มนี้มีพื้นเรื่องมาจากการสัมภาษน์นักบินและรวมทั้งคำวิจารณ์อีกด้วย

มีรายงานมากมายที่แตกต่างถึงขีปนาวุธ 285 ลูกที่มอบให้กับอิหร่าน[2] ในสงครามอิหร่าน-อิรักตั้งแต่ปีพ.ศ. 2523-2531 มีข่าวลือว่าช่างเทคนิคของสหรัฐได้ก่อวินาศกรรมเครื่องบินและอาวุธก่อนที่พวกมันจะออกจากประเทศหลังจากการปฏิวัติอิหร่านเมื่อปีพ.ศ. 2522 ทำให้เป็นไปไม่ได้ที่เครื่องบินจะยิงขีปนาวุธ อย่างไรก็ตามกองทัพอากาศอิหร่านสามารถทำการซ่อมแซมความเสียหายให้กับเครื่องบินบางลำเท่านั้น

บางแหล่งข้อมูลของฝั่งตะวันตกอ้างว่ามันดูไม่เหมือนว่าฟีนิกซ์ถูกใช้อย่างเป็นทางการ อย่างแรกด้วยความยุ่งยากของขีปนาวุธและระบบควบคุมการยิง อิหร่านจึงได้จ้างช่างเทคนิคชาวอเมริกันมากมายมาทำการแก้ไข พวกเขาได้รับความรู้ในการใช้งานและดูแลรักษาระบบอาวุธที่ซับซ้อนจากช่างเหล่านั้น นอกจากนั้นการที่ไม่มีการสนับสนุนทางวิศวกรรมจากฮิวจ์ส แอร์คราฟท์ อะไหล่ และการพัฒนา ทำให้แม้กระทั่งช่างที่มีความชำนาญก็ยังไม่สามารถใช้งานอาวุธได้อย่างเต็มที่

รายงานมากมายอ้างว่าการใช้เอฟ-14 ส่วนมากนั้นใช้ทำหน้าที่แจ้งเตือนล้วงหน้าทางอากาศโดยมีเครื่องบินขับไล่คอบคุ้มครอง อย่างไรก็ตามคูเปอร์อ้างว่ากองทัพอากาศอิหร่านใช้เอฟ-14 เป็นเครื่องบินขับไล่สกัดกั้น และในเวลาเดียวกันก็เป็นเครื่องบินขับไล่ที่ใช้เอไอเอ็ม-54 ทำการสังหารได้ 60-70 แต้ม เอฟ-14 มักถูกใช้เพื่อป้องกันเครื่องบินบรรทุกเชื้อเพลิงของอิหร่านที่คอยสนับสนุนการเข้าโจมตีอิรัก และตรวจตราแนวชายแดนด้วยเรดาร์ นอกจากนั้นเอฟ-14 ยังถูกดัดแปลงให้เป็นเครื่องบินแจ้งเตือนล่วงหน้า

ผู้สนับสนุนสิ่งนี้อ้างในความจริงที่ว่า ในสงครามอ่าวนักบินอิรักจะหนีทันทีเมื่อนักบินเอฟ-14 ของอเมริกันล็อกตำแหน่งพวกเขาด้วยเรดาร์เอเอ็น-เอดับบลิวจี-9 ซึ่งเสนอว่านักบินอิรักได้เรียนรู้ที่จะหลีกเลี่ยงเอฟ-14 มีการโต้เถียงที่ว่าเครื่องบินขับไล่ทั้งหมดของอิรักจะหนีไปโดยไม่สนใจว่าเครื่องบินที่พวกเขาเข้าปะทะเป็นชนิดใด กองทัพอากาศสหรัฐจะมีชัยเหนือการฝ่ายอิรักทางอากาศด้วยเอฟ-15 อีเกิลมากกว่าเอฟ-14 ที่อยู่ในบริเวณเดียวกัน

ตามที่คูเปอร์กล่าว กองทัพอากาศอิหร่านสามารถใช้เอฟ-14 และเอไอเอ็ม-54 ตลอดสงครามอิรัก-อิหร่าน แม้ว่าจะมีหลายลำที่ไม่สามารถขึ้นบินได้ แย่กว่านั้นในปีพ.ศ. 2530 เอไอเอ็ม-54 เหลือจำนวนน้อยมากโดยมีน้อยกว่า 50 ลูกที่ยังใช้งานได้ ขีปนาวุธนั้นต้องใช้แบทเตอรี่ความร้อนอันใหม่ซึ่งหาซื้อได้จากสหรัฐเท่านั้น ท้ายสุดอิหร่านก็หาซื้อจนได้อย่างลับๆ โดยมีมูลค่าลูกละ 10,000 ดอลลาร์สหรัฐ อิหร่านได้รับชิ้นส่วนอะไหล่ของทั้งเอฟ-14 และเอไอเอ็ม-54 จากหลายแหล่งในสงครามอิหร่าน-อิรัก และยังได้รับอยู่หลังจากสงครามจบลง[ต้องการอ้างอิง] อิหร่านเริ่มโครงการทางอุตสหกรรมเพื่อสร้างอะไหล่ให้กับเครื่องบินและขีปนาวุธของพวกเขา แม้ว่ามีการอ้างว่าไม่มีทางที่เอฟ-14 และเอไอเอ็ม-54 จะทำงานได้หากขาดแหล่งอะไหล่ มันก็มีหลักฐานที่ว่าอิหร่านยังคงผลิตอะไหล่อย่างลับๆ[3]

การใช้เอไอเอ็ม-54 ฟีนิกซ์ของอเมริกา[แก้]

  • ในเหตุการณ์ที่อ่าวซิดร้าในปีพ.ศ. 2524 ซึ่งมีเอฟ-14 ของอเมริกายิงเครื่องซุคฮอย ซู-22 2 ลำของลิเบียตก มีการเข้าใจว่าเป็นการใช้เอไอเอ็ม-54 อย่างไรก็ตามการปะทะเกิดขึ้นในระยะใกล้โดยการใช้เอไอเอ็ม-9 ไซด์ไวน์เดอร์ เอฟ-14 ลำอื่นของสหรัฐที่เข้าปะทะในอ่าวซิดร้าเมื่อปีพ.ศ. 2532 เป็นการใช้เอไอเอ็ม-7 สแปร์โรว์และไซด์ไวน์เดอร์ แต่ไม่มีการใช้ฟีนิกซ์เลย
  • ในการฝึกฟีนิกซ์ได้ยิงหุ่นจำลองจากระยะ 212 กิโลเมตรตกเมื่อเดือนมกราคม พ.ศ. 2522 ในอิหร่าน
  • ในวันที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2542 เอฟ-14 สองลำของสหรัฐได้ยิงเอไอเอ็ม-54 สองลูกใส่มิก-25 ของอิรักในทางตะวันออกเฉียงใต้ของแบกแดด แต่ทั้งสองลูกพลาดเป้า[4]
  • ในวันที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2542 เอฟ-14 อีกลำของสหรัฐได้ยิงเอไอเอ็ม-54 ใส่มิก-23 ของอิรักซึ่งมุ่งหน้ามายังทางใต้ในเขตห้ามบินจากฐานบินอัล ทากัดดัมทางตะวันตกของแบกแดด ขีปนาวุธนั้นพลาดเป้าและตกลงสู่พื้นดิน[5]

อ้างอิง[แก้]

  1. Book: Iranian F-14 Tomcat Units in Combat
  2. Aerospaceweb.org | Ask Us - Iranian Air Force F-14
  3. Theimer, Sharon. "Iran Gets Army Gear in Pentagon Sale". Archived from the original on 2007-02-19. สืบค้นเมื่อ 2007-01-17. 
  4. DoD News Briefing January 5, 1999
  5. Tony Holmes, "US Navy F-14 Tomcat Units of Operation Iraqi Freedom", Osprey Publishing Limited (2005). Chapter One – OSW, p. 16 and 17.

ดูเพิ่ม[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]