เออร์นัน เครสโป

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

เออร์นัน เครสโป
ข้อมูลส่วนตัว
ชื่อเต็ม Hernán Jorge Crespo
วันเกิด 5 กรกฎาคม ค.ศ. 1975
สถานที่เกิด Flag of อาร์เจนตินา ฟลอริดา บัวโนสไอเรส อาร์เจนตินา
ส่วนสูง 184 ซ.ม. (6 ฟุต 1 นิ้ว)
ชื่อเล่น/ฉายา วัลดานีโต้
ตำแหน่ง ศูนย์หน้า
ข้อมูลสโมสร
สโมสรปัจจุบัน อินเตอร์มิลาน (ยืมจากเชลซี)
หมายเลข 18
สโมสรอาชีพ*
ปี สโมสร ลงเล่น (ประตู)
1993-1996
1996-2000
2000-2002
2002-2003
2003-2004
2004-2005
2005-2006
2006-ปัจจุบัน
ริเวอร์เพลต
ปาร์ม่า
ลาซิโอ
อินเตอร์มิลาน
เชลซี
เอซี มิลาน (ยืมจากเชลซี)
เชลซี
อินเตอร์มิลาน (ยืมจากเชลซี)
64 (23)
116 (62)
54 (39)
18 (7)
19 (10)
29 (11)
30 (10)
28 (14)
ทีมชาติ**
1995-ปัจจุบัน Flag of อาร์เจนตินา อาร์เจนตินา 59 (32)

* นัดที่ลงเล่นและประตูที่ยิงให้ทีมสโมสร
นับเฉพาะลงเล่นในประเทศ
** นัดที่ลงเล่นและประตูที่ยิงให้ทีมชาติ
ข้อมูลล่าสุดวันที่ 30 มิถุนายน ค.ศ. 2006

เออร์นัน คอร์เค เครสโป (อังกฤษ: Hernán Jorge Crespo; เกิด 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2518) นักฟุตบอลชาวอาร์เจนตินา ปัจจุบันเล่นให้กับสโมสรฟุตบอลเชลซี และเป็นหนึ่งในดาวยิงคนสำคัญของฟุตบอลทีมชาติอาร์เจนตินา เล่นเป็นตำแหน่งศูนย์หน้าตัวเป้า เครสโปเป็นศูนย์หน้าที่มีความสามารถในการเข้าทำประตูได้ดีคนหนึ่งของโลก มีความรวดเร็ว สามารถยิงได้ทั้งสองเท้าใช้โอกาสไม่เปลือง และทำประตูได้อย่างสม่ำเสมอ แฟนบอลให้ฉายาว่า วัลดานีโต้ เพราะลักษณะการวิ่งเหมือน จอร์จ วัลดาโน่ นักเตะทีมชาติอาร์เจนตินาชุดแชมป์ฟุตบอลโลก 1986

เนื้อหา

[แก้] สโมสร

เครสโป เกิดที่เมือง ฟลอริด้า ใกล้วีเซนเต้ โลเปซ พลาติโด้ เกรตเทอ บัวโนสไอเรส อาร์เจนตินา ถัดจาก กรุงบัวโนสไอเรส เริ่มเป็นเล่นบอลครั้งแรกกับสโมสรฟุตบอล ริเวอร์เพลต ในฤดูกาล 1993-1994 ทำประตูได้ 13 ประตู จากการลงเตะ 25 นัด และช่วยให้ ริเวอร์เพลต คว้าแชมป์อเพอทูล่า ในปี 1993 และ 1994 และช่วยทำให้ริเวอร์เพลต คว้าแชมป์ โคปา ริเบอร์ตาเดอเรส ได้สำเร็จในปี 1996 ซึ่งเป็นถ้วยฟุตบอลใบใหญ่ที่สุดในทวีปอเมริกาใต้

ในปี 1996 เครสโป ได้ย้ายไปอยู่กับสโมสรฟุตบอลปาร์ม่าในอิตาลี ช่วงที่มาอยู่ปาร์ม่าก็ช่วยทำให้ได้รองแชมป์ลีก ด้วยการยิงไป 12 ประตู จากการลงเล่น 27 นัด และในปี 1999 ก็ช่วยให้ปาร์ม่า ได้ดับเบิลแชมป์ ด้วยการคว้าแชมป์ยูฟ่าคัพ และ อิตาเลียนคัพได้สำเร็จ ก่อนที่จะย้ายมาร่วมทีมลาซิโอในปี 2000 ด้วยค่าตัวแพงเป็นสถิติโลก ซึ่งมีนักเตะเพียงไม่กี่คนที่มีค่าตัวระดับนี้

เครสโปเป็นหนึ่งในนักเตะที่มีค่าตัวแพงที่สุดในโลกคนหนึ่ง ในช่วงที่ย้ายทีมจากสโมสรฟุตบอลปาร์ม่ามา สโมสรฟุตบอลลาซิโอ เป็นเงิน 37,000,000 ปอนด์ และเล่นให้กับสโมสรลาซิโออยู่เพียง 2 ฤดูกาล คือ ฤดูกาล 2000-2001 และ 2001-2002 โดยฤดูกาลแรกที่อยู่กับลาซิโอ เครสโปก็ยิงได้ 26 ประตูและเป็นดาวซัลโวสูงสุดในกัลโช่เซเรียอา แต่ลาซิโอได้เพียงแค่อันดับที่ 3 เท่านั้น ในฤดูกาล 2001-2002 เครสโปบาดเจ็บอยู่ซักพักนึ่งและลงเล่นเป็นตัวจริงไม่กี่นัดทำประตูได้ 14 ประตู ในปีถัดมาทางลาซิโอมีปัญหาทางการเงินจึงจำใจต้องขายนักเตะทีสำคัญออกไปซึ่งมีนักเตะซูเปอร์สตาร์ทั้ง อเลสซานโดร เนสต้า และ เออร์นัน เครสโป รวมอยู่ด้วย โดยขายให้กับ อินเตอร์ มิลาน โดยทางอินเตอร์ได้ทำข้อตกลงซื้อ เครสโป ด้วยค่าตัว 20 ล้านยูโร พร้อมแถม เบนาร์โด้ คอราดี้ ให้กับทางลาซิโออีกด้วย ซึ่งอินเตอร์ต้องการเครสโปมาทดแทนโรนัลโดที่ย้ายไปอยู่กับรีล มาดริด เครสโปอยู่กับทางอินเตอร์ได้เพียงฤดูกาลเดียว ก็เป็นที่หมายตาของ เซลซี ภายใต้การคุมทีมของผู้จัดการทีมเคลาดิโอ รานิเอรี ที่ต้องการนักเตะซูเปอร์สตาร์เข้ามาเสริมทีมซึ่งเป็นช่วงที่โรมัน อบราโมวิชทุ่มซื้อเชลซีและให้ผู้จัดการทีมเลือกนักเตะซูเปอร์สตาร์ที่ต้องการโดยพร้อมจ่ายเท่าไหร่ก็ได้ โดยเชลซีทุ่มซื้อเครสโปด้วยจำนวนเงินกว่า 16,800,000 ปอนด์ เครสโปจึงย้ายไปค้าแข้งบนเกาะอังกฤษกับเชลซี ในปี 2003

ซึ่งช่วงเวลาที่ย้ายไปอยู่กับเชลซีฤดูกาลแรกนั้น เครสโปได้ลงเพียง 19 นัด ทำไป 10 ประตู ก่อนที่เชลซีจะเปลี่ยนผู้จัดการทีมเป็นโชเซ่ มูรินโญ่ ในฤดูกาลปี 2004-2005 เครสโปไม่อยู่ในแผนการทำทีม จึงถูกปล่อยให้ เอซี มิลาน ยืมตัวไป 1 ฤดูกาล ฟอรม์การเล่นของเครสโปจึงดีขึ้นและมีส่วนช่วยให้ เอซี มิลาน เข้าชิง ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก พบ กับลิเวอร์พูล ซึ่งนัดนี้ เครสโปช่วยทำประตูให้มิลาน 2 ประตู ก่อนที่จะเสมอกัน 3-3 และสุดท้ายพ่ายต่อลิเวอร์พูลในการดวลจุดโทษ ในฤดูกาล ปี 2005-2006 เครสโปกลับมาเล่นให้เชลซีอีกครั้ง คราวนี้ได้ลงเป็นตัวจริงบ่อยครั้งมากขึ้น แต่ผลงานการทำประตูยังไม่เข้าตาผู้จัดการทีมมากนัก แต่ก็ยังอยู่ในการทำทีมของเชลซี ฤดูกาลถัดมาเชลซีได้ดึงตัวอังเดร เชฟเชนโก มาร่วมทีม ทำให้เครสโปไม่อยากอยู่เป็นตัวสำรอง เชลซีจึงปล่อยตัวให้อินเตอร์มิลานยืมตัว ด้วยสัญญายืมตัว 2 ปี

ช่วงที่กลับมาอยู่กับอินเตอร์มิลานเป็นครั้งที่ 2 เครสโปมีส่วนช่วยให้ทีมได้เป็นแชมป์กัลโช่เซเรียอาเป็นสมัยที่ 15 ในฤดูกาล 2006-2007 เป็นอย่างมาก เพราะได้เข้ามาทดแทนกองหน้าที่มีปัญหาเช่น อาเดรียโน่ ที่ฟอร์มการเล่นตกต่ำลงในฤดูกาลนี้พอดี จึงเป็นผลให้เครสโปได้โอกาสลงสนามมากขึ้น สามารถทำประตูได้ 14 ลูก จากการลงเล่น 28 นัด ในเดือนธันวาคม ปี 2006 เครสโปทำประตูที่ 125 ในเซเรียอา โดยการช่วยทีมอินเตอร์เอาชนะเซียน่า 2 เมษายน 2007 ก็ทำประตูที่ 200 ในการเล่นทั้งหมด 400 นัด นับตั้งแต่วันที่ 27 ตุลาคม 1996 เป็นต้นมา โดยเฉลี่ยแล้วยิง 0.5 ประตูต่อ 1 นัด และในวันที่ 13 พฤษภาคม 2007 เครสโปก็ทำแฮทริกช่วยให้อินเตอร์เอาชนะลาซิโอ 4-3 แต่ในรายการโคปปาอิตาเลียซึ่งอินเตอร์มีโอกาสลุ่นได้ดับเบิลแชมป์นั้น เครสโปไม่สามารถช่วยพาทีมเป็นแชมป์ได้โดยแพ้ต่อโรม่าอย่างยับเยินไปด้วยสกอร์รวม 2 นัด 7-4

[แก้] ทีมชาติ

ติดทีมชาติครั้งแรกในเดือนกุมภาพันธ์ ปี ค.ศ. 1995 ในนัดอุ่นเครื่องพบกับทีมชาติบัลแกเรีย ที่เมืองแมนโดซ่า อาร์เจนตินา ในปี 1996 ก็ได้ติดทีมชาติไปเล่นฟุตบอลโอลีมปิกที่สหรัฐอเมริกาเป็นเจ้าภาพ ซึ่งทีมชาติอาร์เจนตินาได้เพียงเหรียญเงินในโอลิมปิกครั้งนั้น ด้วยการพ่ายต่อ ทีมชาติไนจีเรีย 3-2 แต่เครสโปก็ยังคงเป็นดาวซัลโวสูงสุดในฟุตบอลโอลิมปิกครั้งนั้นด้วยการยิงไปทั้งหมด 6 ประตูด้วยกัน และได้ไปเล่นฟุตบอลโลก ปี 1998 ที่ฝรั่งเศสแต่เครสโปก็เป็นตัวสำรองเพราะต้องหลีกทางให้กับรุ่นพี่อย่าง กาเบรียล บาติสตูต้า ซึ่งครั้งนั้นทีมชาติอาร์เจนตินาทำได้ดีที่สุดเพียงรอบ 8 ทีมสุดท้าย เมื่อพลาดท่าแพ้ทีมชาติฮอลแลนด์ในช่วงไม่กี่นาทีจะหมดเวลาไป 2-1 โดยการยิงอย่างเหนือชั้นของเดนนิส เบิร์กแคมป์ ในปี 2002 เครสโปติดทีมชาติได้มาเล่นบอลโลกอีกครั้งคราวนี้ทีมชาติอารเจนตินาได้อยู่กลุ่มแห่งความตาย โดยในกลุ่มนี้มีทีมชาติ อังกฤษ สวีเดน และ ไนจีเรีย อยู่ร่วมสายทำให้ทีมชาติอาร์เจนตินาต้องอกหักตกรอบแรกอย่างพลิกความคาดหมาย โดยได้เพียงอันดับที่ 3 ในกลุ่มนี้เท่านั้น เครสโปทำประตูได้เพียง 1 ลูกเท่านั้นจากนัดที่เสมอกับสวีเดน 1-1

ในเดือนมิถุนายน 2005 ทีมชาติอาร์เจนตินาต้องเล่นบอลโลกรอบคัดเลือกซึ่งต้องเผชิญกับ บราซิล ทีมคู่ปรับตลอดกาล นัดนี้ทีมชาติอาร์เจนตินาสามารถเอาชนะไปได้ 3-1 ที่บัวโนสไอเรส โดยนัดนี้เครสโปสามารถทำได้ 2 ประตู

เครสโปทำได้ 4 ประตูในการลงแข่งฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย 3 สมัย ฟุตบอลโลก 1998 ไม่สามารถทำประตูได้เพราะเป็นตัวสำรอง 1 ลูกในนัดที่เจอสวีเดนในฟุตบอลโลก 2002 ที่เหลืออีก 3 ลูกทำได้ในฟุตบอลโลก 2006 ในนัดที่เจอ ไอวอรีโคสต์ เซอร์เบีย และ รอบ 16 ทีมสุดท้ายพบกับเม็กซิโก และได้รับรางวัลรองเท้าเงินจากฟีฟ่าในปี 2006


[แก้] สถิติการยิงประตู

ฤดูกาล สโมสร ประเทศ ลีก ลงสนาม ประตู
1993/94 ริเวอร์เพลต อาร์เจนตินา พรีเมียร์ ดิวิชั่น 25 13
1994/95 ริเวอร์เพลต อาร์เจนตินา พรีเมียร์ ดิวิชั่น 18 5
1995/96 ริเวอร์เพลต อาร์เจนตินา พรีเมียร์ ดิวิชั่น 21 5
1996/97 ปาร์ม่า อิตาลี เซเรียอา 27 12
1997/98 ปาร์ม่า อิตาลี เซเรียอา 25 12
1998/99 ปาร์ม่า อิตาลี เซเรียอา 30 16
1999/00 ปาร์ม่า อิตาลี เซเรียอา 34 22
2000/01 ลาซิโอ อิตาลี เซเรียอา 32 26
2001/02 ลาซิโอ อิตาลี เซเรียอา 22 13
2002/03 อินเตอร์มิลาน อิตาลี เซเรียอา 18 7
2003/04 เชลซี อังกฤษ พรีเมียร์ลีก 19 10
2004/05 เอซี มิลาน อิตาลี เซเรียอา 29 11
2005/06 เชลซี อังกฤษ พรีเมียร์ลีก 30 10
2006/07 อินเตอร์มิลาน อิตาลี เซเรียอา 28 14
รวม 358 176

จากตารางประตูที่ยิงได้นับเฉพาะเล่นในลีกเท่านั้น ยังไม่ได้นับประตูจากบอลถ้วยยูโรป ถ้วยอื่นในลีก และประตูที่ทำได้ในทีมชาติ

[แก้] เกียรติประวัติ









  • ทั่วไป
    • เหรียญเงินโอลิมปิกปี 1996
    • ดาวยิงสูงสุดในฟุตบอลโอลิมปีก 1996 (6 ประตู)
    • ดาวยิงสูงสุดในคัลซูล่า 1993
    • ดาวยิงสูงสุดในลีกกัลโช่ เซเรียอา ฤดูกาล 2000-2001 (26 ประตู)
    • ติดทำเนียบ ฟีฟ่า 100 2004
เออร์นัน เครสโป เป็นบทความเกี่ยวกับ นักกีฬา โค้ช หรือผู้เกี่ยวข้องในวงการกีฬา ที่ยังไม่สมบูรณ์ ต้องการตรวจสอบ เพิ่มเนื้อหาหรือเพิ่มแหล่งอ้างอิง คุณสามารถช่วยเพิ่มเติมหรือแก้ไข เพื่อให้สมบูรณ์มากขึ้น
ข้อมูลเกี่ยวกับ เออร์นัน เครสโป ในภาษาอื่น อาจสามารถหาอ่านได้จากเมนู ภาษาอื่น ด้านซ้ายมือ
เครื่องมือส่วนตัว