เอสเอฟ ซีเนม่า

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางจาก เอส เอฟ ซีเนม่า ซิตี้)
บริษัท เอสเอฟ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)
ประเภท บริการ
ก่อตั้งเมื่อ พ.ศ. 2542
ผู้ก่อตั้ง สุวัฒน์ ทองร่มโพธิ์
สำนักงานใหญ่ 444 ชั้น 7 อาคารมาบุญครองเซ็นเตอร์ ถนนพญาไท แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร
บุคลากรหลัก นายสุวัฒน์ ทองร่มโพธิ์ นายสุวิทย์ ทองร่มโพธิ์
อุตสาหกรรม บริการ
ผลิตภัณฑ์ โรงภาพยนตร์ โบว์ลิ่ง คาราโอเกะ
เว็บไซต์ www.sfcinemacity.com/

เอสเอฟ ซีเนม่า (อังกฤษ: SF Cinema) เป็นธุรกิจโรงภาพยนตร์ เกิดจากจุดเริ่มต้นเล็กๆในภาคตะวันออก

ประวัติ[แก้]

ราวปี พ.ศ. 2512 สมาน ทองร่มโพธิ์ ตัดสินใจลาออกจากราชการที่กรุงเทพฯ ภูมิลำเนาเดิม และพาครอบครัวย้ายมาอยู่ จ.ตราด พร้อมกับเริ่มต้นกิจการ "ศรีตราดราม่า" หน้าตลาดสดขนาดใหญ่ในเมือง ด้วยใจรักโรงหนังชนิดเอาใจใส่องค์ประกอบทุกส่วนในโรงภาพยนตร์ โดยมองว่าหากเริ่มต้นที่นี่ก็จะไม่มีคู่แข่ง ศรีตราดราม่า จึงเป็นโรงภาพยนตร์ทันสมัยแห่งแรกของตราด

อย่างไรก็ตามสมานทำกิจการนี้ได้เพียง 13 ปีก็ต้องประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต ทิ้งให้ภรรยาและลูกๆ 5 คนที่กำลังอยู่ในวัยเรียนดูแล...ตอนนั้นเองที่สุวัฒน์ลูกชายคนโต อายุเพียง 17 ปี (พ.ศ. 2525) ขณะเรียน มศ.5 เลือกรับหน้าที่ดูแลกิจการต่อ ด้วยอยากทำสิ่งที่พ่อรัก ความผูกพันกับโรงหนังที่ตั้งอยู่บนพื้นที่กว่าไร่ครึ่ง เป็นบ้านของครอบครัว และเห็นว่าพนักงานมีกว่า 100 ชีวิตให้ต้องรับผิดชอบ

ด้วยการสนับสนุนจากลูกน้องเก่าและพรรคพวก ทำให้การทำธุรกิจของสุวัฒน์เริ่มต้นอย่างดี และนำพาให้โรงหนังขยายสาขาครอบคลุมทั้งภาคตะวันออก ตั้งแต่ ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา นครนายก และสระแก้ว พร้อมกับที่กิจการสายหนัง สมานฟิล์มก็ได้เป็นตัวแทนจากค่ายหนังทุกค่าย จวบจนทศวรรษที่ 2530 กิจการโรงหนังซบเซา จนเมื่อปี 2537 การมาของ อีจีวี และ เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ ทำให้ธุรกิจนี้คึกคักอีกครั้ง หลายคนอาจมองว่าคงเป็นเรื่องยากที่จะสู้ได้ แต่สุวัฒน์ไม่คิดอย่างนั้นและทำให้เกิดโรงมัลติเพล็กซ์ SF Cinema (SF ย่อมาจาก สมานฟิล์ม ซึ่งเป็นชื่อคุณพ่อของสุวัฒน์) โดยเริ่มต้นที่ห้างสรรพสินค้ามาบุญครอง ชั้น 7 (เดิมคือเอ็มบีเค ฮอลล์) เป็นที่แรกในเดือนเมษายน 2542 ด้วยพื้นที่ 25,000 ตร.ม. ทุ่มทุนกว่า 600 ล้านบาท ภายใต้แนวคิด One Floor Entertainment เพราะเห็นโอกาสจากโรงหนังมัลติเพล็กซ์ในขณะนั้นเน้นไปที่ชานเมืองเป็นหลัก แต่ใจกลางกรุงเทพฯ กลับยังไม่มีโรงหนังทันสมัย และในปี พ.ศ. 2544 ก็เปิดอีกถึง 3 สาขาพร้อมกันคือ เดอะมอลล์ งามวงศ์วาน, บางแค, และ บางกะปิ และสาขาอื่นๆ เรื่อยมา

โรงภาพยนตร์[แก้]

Emporium Cinema (EC)[แก้]

  • เอ็มโพเรียม ชั้น 6 มีโรงภาพยนตร์ทั้งหมด 5 โรงภาพยนตร์ และฉายภาพยนตร์ในระบบดิจิทัลทั้งหมด (กำหนดรีโนเวตเสร็จ พฤศจิกายน 2557 / ปัจจุบันยังเป็นเอสเอฟเอ็กซ์ ซีเนม่า)
  • โรงภาพยนตร์ระดับ 6 ดาว ที่เน้นการตกแต่งอย่างหรูหรา ดุจย่างกรายเข้าสู่โรงแรมคุณภาพระดับ 6 ดาว เน้นการให้บริการแบบครอบครัวเป็นหลัก และยังเป็นโรงภาพยนตร์ระดับสูงสุดของกลุ่มเอสเอฟ ซีเนม่า ปัจจุบันอยู่ในระหว่างการตกแต่งใหม่ทั้งหมดในพื้นที่เดิมของ เอสเอฟเอ็กซ์ ซีเนม่า โดยออกแบบและตกแต่งร่วมกับเดอะมอลล์กรุ๊ป

SF World Cinema (SFW)[แก้]

  • เซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 7 มีโรงภาพยนตร์ทั้งหมด 15 โรงภาพยนตร์ ประกอบด้วย
    • 2 World First Class Cinema (โรงที่ 1,2)
    • 1 Dolby Atmos + RealD 3D (โรงที่ 12)
    • 1 Happiness World Screen (โรงที่ 13)
    • 1 MasterCard Cinema (โรงที่ 15) (ทุนร่วมกับมาสเตอร์การ์ด เดิมคือโรง World Max Screen)
    • 2 Digital Cinema 2.0K
    • 8 Ergo Cinema
  • โรงภาพยนตร์ต้นแบบ (Flagship) ของเอส เอฟ ซีเนม่า ตอบรับสังคมคนเมืองได้อย่างดี กับโรงภาพยนตร์สไตล์ Hip Chic 'n Metropolis กับความล้ำสมัย พร้อมพรั่งด้วยเทคโนโลยีใหม่ๆ เช่น โรงภาพยนตร์สามมิติแบบดิจิตอล Dolby 3D โรงภาพยนตร์ดิจิตอล Zero Wall Experience กับการบุผนังให้ไม่รบกวนสายตาขณะชมภาพยนตร์ โรงภาพยนตร์สามมิติแบบดิจิตอลความละเอียด 8.8 ล้านพิกเซล พร้อมระบบเสียง Dolby Atmos แห่งแรกในประเทศไทย นอกจากนี้ยังมีห้องอาหาร Eat @ W อีกด้วย

SFX Cinema (SFX)[แก้]

1) เซ็นทรัลพลาซ่า ลาดพร้าว ชั้น 6 (9 โรงภาพยนตร์ 1 โรงภาพยนตร์ First Class)

  • ผสมผสานความล้ำสมัยและความคลาสสิกได้อย่างดี กับ 10 โรงภาพยนตร์ในแนวคลาสสิกในคอนเซ็ปต์ โรงภาพยนตร์ เหนือ โรงภาพยนตร์ โดยภายนอกมีการตกแต่งให้ความรู้สึกคล้ายโถงสนามบิน และโรงภาพยนตร์เฟิร์สคลาส 2 โรง ที่มีห้องรับรองอย่างสวยงาม

2) เซ็นทรัลเฟสติวัล ภูเก็ต ชั้น 3 (6 โรงภาพยนตร์ 1 โรงภาพยนตร์ First Class)

  • 7 โรงภาพยนตร์สุดหรู ในแนวคิด Phuket World Class Cinema แต่ก็ยังแฝงแนวคิดความเป็นทะเลได้อย่างสวยงาม

3) เซ็นทรัลพลาซา แจ้งวัฒนะ ชั้น 7 (9 โรงภาพยนตร์ 1 โรงภาพยนตร์ First Class)

  • สัมผัสความหรูเหนือระดับ กับ 10 โรงภาพยนตร์ระดับเวิลด์คลาส แห่งเดียวบนถนนแจ้งวัฒนะ ด้วยลวดลายแบบโค้งมน ผสมผสานกับลวดลายพลิ้วไหวแบบ Exotica และผสานด้วยสีขาว สีน้ำตาลและสีทอง และการออกแบบโรงภาพยนตร์แบบ Super Stadium Seat ที่ลาดชันเป็นพิเศษ ทำให้ไม่บดบังสายตา และยังมีระบบลำโพงแบบ Digital B Chain แห่งแรกของเมืองไทยอีกด้วย

4) เซ็นทรัลเฟสติวัล พัทยา บีช ชั้น 6 (8 โรงภาพยนตร์ 1 โรงภาพยนตร์ First Class 1 โรงภาพยนตร์ The Porch)

  • ตกแต่งในคอนเซ็ปต์ "Resort Cinema" และมีโรงภาพยนตร์ Ourdoor แห่งแรกของประเทศไทย

5) เซ็นทรัลพลาซา แกรนด์ พระราม 9 ชั้น 7-8 (10 โรงภาพยนตร์ 1 โรงภาพยนตร์ First Class)

  • ตกแต่งในคอนเซ็ปต์ "Crystal Design" เน้นโทนสว่าง และใช้แก้วผลึกคริสตัลตกแต่งบริเวณล็อบบี้ เน้นความหรูหราเป็นพิเศษ มีสโลแกนประจำตัวว่า "บันเทิงศิลป์ชิ้นเอกของโลกภาพยนตร์"
  • มีโรงภาพยนตร์ร่วมทุนกับเอกชนสองโรงภาพยนตร์
    • โรงภาพยนตร์ แคท เฟิร์สท์คลาส ซีเนม่า (โรงที่ 1) เป็นโรงภาพยนตร์ First Class ฉายภาพยนตร์ในระบบฟิลม์ .35 มม. และมี Lounge ส่วนตัว รวมถึงอาหารเสริฟภายในโรงภาพยนตร์ เป็นโรงภาพยนตร์ร่วมทุนกับ กสท. โทรคมนาคม
    • โรงภาพยนตร์ ไทยประกันชีวิต คริสตัล ซีเนม่า (โรงที่ 4) เป็นโรงภาพยนตร์ดิจิตอลที่มีขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่ SF เคยทำมา และมีระบบการฉาย Sony Digital Cinema 4k/Sony Digital Cinema 3D และระบบ Real D 3D สมบูรณ์แบบเป็นแห่งที่สองรองจากเซ็นทรัลเวิลด์ เป็นโรงภาพยนตร์ร่วมทุนกับ ไทยประกันชีวิต

6) เมญ่า เชียงใหม่ ไลฟ์สไตล์ช็อปปิ้งเซ็นเตอร์ ชั้น 5 (9 โรงภาพยนตร์ 1 โรงภาพยนตร์ First Class)

  • ตกแต่งในคอนเซ็ปต์ "Nimman Experience" เน้นความหรูหรา โดดเด่น และระบบอันทันสมัยที่สุด เพื่อให้เป็นสัญลักษณ์แห่งโลกภาพยนตร์ในเชียงใหม่
  • เป็นโรงภาพยนตร์ในเครือ SF สาขาที่ 2 ในเชียงใหม่ มีเป้าหมายเพื่อชนโรงภาพยนตร์อีกแห่งที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเฟสติวัล เชียงใหม่
  • เป็นโรงภาพยนตร์แห่งที่สองในเครือ SF ที่นำระบบ Dolby Atmos เข้ามาฉาย ต่อจากเซ็นทรัลเวิลด์

7) คริสตัล พาร์ค เอกมัย-รามอินทรา [เปิดปลายปี พ.ศ. 2558]

SF Cinema City (SFC)[แก้]

1) เอ็มบีเค เซ็นเตอร์ ชั้น 7-8 (7 โรงภาพยนตร์ 1 โรงภาพยนตร์ VIP)

  • สาขาแรกของSF ในกรุงเทพมหานคร เอสเอฟปรับพื้นที่ซึ่งเดิมเป็นเอ็มบีเคฮอลล์เป็นโรงภาพยนตร์และศูนย์รวมความบันเทิง โดยมีการตกแต่งในแนว The Movie Planet ดื่มด่ำกับโรงภาพยนตร์ที่จะทำให้คุณเข้าสู่ห้วงอวกาศได้อย่างสวยงาม โดยโรงภาพยนตร์ต่างๆ ก็จะมีชื่อของตนเอง เช่น Solar 3 Lunar 6 ภายหลัง สาขานี้ได้มีการเพิ่มอีก 2 โรงภาพยนตร์ที่สามารถรองรับระบบ ดิจิตอลได้
SFC : The Mall บางกะปิ

2) เดอะมอลล์ บางกะปิ ชั้น 4 (13 โรงภาพยนตร์ 1 โรงภาพยนตร์ VIP)

  • สาขานี้ ได้รับการตกแต่งในแนว The Movie Pavillion แนวหรูหราแบบอบอุ่น โดยเปิดตัวด้วยภาพยนตร์เรื่องสุริโยไท รอบสื่อมวลชน เอสเอฟซีสาขานี้มีจำนวน 9 โรงภาพยนตร์ โดยภายหลัง มีการต่อเติมอีก 5 โรงภาพยนตร์ที่สามารถรองรับระบบ ดิจิตอลได้ โดยยังคงแนวคิดเดิม ซึ่งสาขานี้ เดิมทีเดียว เป็นโรงภาพยนตร์ของสหมงคลฟิล์ม

3) เดอะมอลล์ บางแค ชั้น 4 (8 โรงภาพยนตร์)

  • สาขานี้ ได้รับการตกแต่งในแนว The Movie Fantasy ให้คุณชมภาพยนตร์เรื่องโปรดในบรรยากาศเหนือจินตนาการ เดิมเป็นโรงภาพยนตร์เครือ UMG

4) เดอะมอลล์ งามวงศ์วาน ชั้น 6-7 (11 โรงภาพยนตร์)

  • สาขานี้ ได้ตกแต่งให้บรรยากาศแนว The Movie Ocean ให้คุณรู้สึกสดชื่น ผ่อนคลาย กับ 6 โรงภาพยนตร์สุดพิเศษ โดยภายหลัง ได้ทำการต่อเติมอีก 5 โรงภาพยนตร์ ในแนวหรูหราอลังการ ดั่งเรือสำราญ โดยแต่เดิม ที่นี่เป็นโรงภาพยนตร์เครือ Cineplex

5) เซ็นทรัล เซ็นเตอร์ พัทยา ชั้น 3 (6 โรงภาพยนตร์)

  • สาขาภูมิภาคแห่งแรกในรูปแบบ SF ตกแต่งในแนว Theatre on The Beach ให้คุณรู้สึกสดใสกับการพักผ่อนอันแสนสุข เป็นสาขาที่ปรับปรุงมาจากSF Multiplex

6) เซ็นทรัลพลาซา รัตนาธิเบศร์ ชั้น 3 (7 โรงภาพยนตร์)

  • สาขาร่วมทุนกับ NK THX เจ้าของตำนานโรงหนังย่านรัตนาธิเบศร์ กับ 7 โรงภาพยนตร์ระบบเสียงสมจริงที่สุด ตกแต่งในแนว Tropical Modern Cinema ให้คุณรู้สึกถึงบรรยากาศอันแสนสบาย ในแบบโมเดิร์นเหนือระดับ

7) เซ็นทรัลพลาซา รามอินทรา ชั้น 4 (6 โรงภาพยนตร์)

  • สัมผัสบรรยากาศสบายๆ ที่แฝงด้วยความสดใสล้ำอนาคต เดิมเป็นโรงเครือสหมงคลฟิล์ม UMG
SFC : The Mall ท่าพระ

8) เดอะมอลล์ ท่าพระ ชั้น 5 (8 โรงภาพยนตร์)

  • เดิมเป็นโรงภาพยนตร์ NK THX มาปรับปรุงและสร้างเพิ่มโดยใช้พื้นที่สวนน้ำเดิม โดยสาขานี้ ได้ทำการตกแต่งแนว High Style Cinema หรูหราอลังการแบบซูเปอร์โมเดิร์นกับคอนเซ็ปต์ "สัมผัสความเลิศแห่งโลกภาพยนตร์" พร้อมด้วยโรงภาพยนตร์ที่ทันสมัยสมบูรณ์แบบด้วยระบบ Digital Surround ทุกโรง สาขานี้นับได้ว่าเป็นอีกขั้นของการพัฒนาระบบของโรงภาพยนตร์ในเครือเอส เอฟ ปัจจุบันมีการเปลี่ยนระบบโรงเป็นระบบดิจิตอล 3 มิติจำนวน 1 โรง

9) จังซีลอน ป่าตอง ชั้น 3 (5 โรงภาพยนตร์)

  • เป็นสาขาที่ 2 ในภูมิภาค และเป็นสาขาที่ 2 ในภูเก็ต ในบรรยากาศ Chino Portugese โดดเด่น หรูหรา ทันสมัยในแนวคลาสสิก กับการผสมผสานกลิ่นอายของตะวันออกและตะวันตก ที่มาบรรจบกันได้อย่างลงตัว

10) แหลมทองช็อปปิ้งพลาซ่า ระยอง ชั้น 3 (7 โรงภาพยนตร์)

  • เดิมเป็นสาขาของ SF Multiplex แต่ได้มีการปรับปรุงเปลี่ยนเป็น SF Cinema City เมื่อปลายปี 2551

11) โรบินสันจันทบุรี ชั้น 2 (4 โรงภาพยนตร์)

  • เดิมเป็นสาขาของ SF Multiplex แต่ได้มีการปรับปรุงเปลี่ยนเป็น SF Cinema City เมื่อปลายปี 2551

12) ฮาร์เบอร์มอลล์ แหลมฉบัง ชั้น 4 (4 โรงภาพยนตร์)

  • เดิมเป็นสาขาของ SF Multiplex แต่ต้องปิดตัวลงพร้อมกับห้างแหลมทอง แหลมฉบัง เมื่อกลางปี 2551 ได้มีการปรับปรุงตัวห้างเปลี่ยนเป็นศูนย์การค้าฮาร์เบอร์มอลล์ พร้อมกับการร่วมมือกับเทสโก้โลตัสเปิดสาขาไฮเปอร์มาเก็ตภายในห้าง จึงได้มีการปรับปรุงตัวโรงภาพยนตร์ และเปิดตัวเป็น SF Cinema City เมื่อต้นปี 2552 ในสไตล์ Beach Life เน้นสีสันที่โดดเด่นและสดใส

13) เซ็นทรัลพลาซา ชลบุรี ชั้น 4 (7 โรงภาพยนตร์)

  • โดดเด่นด้วย คอนเซ็ปต์ Sunset Beach ผสานระหว่างความหรูหรากับความเป็นธรรมชาติอย่างลงตัว ความบันเทิงระดับเวิลด์คลาสเพียงแห่งแรกและแห่งเดียว ใจกลางเมืองชลบุรี กับความบันเทิงแบบจุใจ ด้วย 7 โรงภาพยนตร์มาตรฐานโลกและ โรง XL Cinema ใหญ่ที่สุดในชลบุรี ที่พร้อมมอบความสุขและตอบสนองทุกไลฟ์สไตล์ชีวิตด้วย บรรยากาศ แสง สี เสียงสุดเร้าใจ พร้อมด้วยนวัตกรรมของระบบการฉายภาพยนตร์ และ ระบบเสียงที่ดีที่สุดในโลกภาพยนตร์ ณ ปัจจุบัน กับระบบเสียง Digital B-Chain เทคโนโลยีระบบเสียงล่าสุดที่ให้ความเคลียร์ชัดไม่มีสัญญาณรบกวนใดๆ 100% ซึ่ง SF ได้นำเข้ามาให้บริการเป็นแห่งแรกของเมืองไทย ให้คุณได้สัมผัสความสุขอย่างเต็มตากับจอภาพ Mega Screen เต็มอารมณ์กับระบบเสียงสุดคมชัด Dolby Digital หลากหลายกับภาพยนตร์จากทุกมุมโลก

14) แหลมทอง บางแสน ชั้น 4 (4 โรงภาพยนตร์)

  • เดิมเป็นสาขาของ SF Multiplex เมื่อปลายปี 2551 ได้มีการปรับปรุงตัวห้างเปลี่ยนเป็นศูนย์การค้าแหลมทอง (โฉมใหม่จากชั้นเดียวเป็น 4 ชั้น) จึงได้มีการปรับปรุงตัวโรงภาพยนตร์ และเปิดตัวเป็น SF Cinema City ในต้นเดือนพฤศจิกายน 2552 ที่ผ่านมา

15) เซ็นทรัลพลาซา ขอนแก่น ชั้น 5 (8 โรงภาพยนตร์)

16) โรบินสัน ไลฟ์สไตล์ เซ็นเตอร์ ตรัง ชั้น 2 (3 โรงภาพยนตร์)

  • ที่สุดแห่งความบันเทิงระดับโลก แห่งเดียวใน ตรัง

17) เทอร์มินัล 21 อโศก ชั้น 6 - Hollywood (8 โรงภาพยนตร์)

  • ครั้งแรกกับโรงภาพยนตร์ระดับ World Class ที่จำลองบรรยากาศเสมือนให้คุณเข้าไปอยู่ในดินแดน Hollywood นคร Los Angellis รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา โดดเด่นด้วยหุ่นจำลองออสการ์ความสูงสามชั้น และการตกแต่งภายในด้วยความพิถีพิถัน เพื่อให้บรรยากาศออกมาสมจริงมากที่สุด

18) เดอะสแควร์ บางใหญ่ ชั้น 4 (5 โรงภาพยนตร์)

  • เดิมเป็นโรงภาพยนตร์ The Square Cinemas ปัจจุบันปรับเปลี่ยนเป็น SF CINEMA CITY เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2554

19) โรบินสัน ไลฟ์สไตล์ เซ็นเตอร์ สุพรรณบุรี ชั้น 2 (4 โรงภาพยนตร์)

20) สุนีย์ทาวเวอร์ อุบลราชธานี ชั้น 4-6 (7 โรงภาพยนตร์)

  • สัมผัสสีสันความสนุกระดับโลก แห่งใหม่ใจกลางอุบลราชธานี

21) เซ็นทรัลพลาซา สุราษฎร์ธานี ชั้น 4 (7 โรงภาพยนตร์)

22) เซ็นทรัลพลาซา ลำปาง ชั้น 3 (4 โรงภาพยนตร์)

23) เสริมไทยคอมเพล็กซ์ มหาสารคาม ชั้น 2 (5 โรงภาพยนตร์)

  • เป็นโรงภาพยนตร์ที่มีเลานจ์ส่วนตัวแห่งเดียวในภูมิภาค

24) แลนด์มาร์คพลาซ่า อุดรธานี ชั้น 4 (7 โรงภาพยนตร์)

  • เป็นโรงภาพยนตร์ที่รองรับการฉายภาพยนตร์ระบบ 3 มิติ ทั้ง 7โรงภาพยนตร์

25) โรบินสัน ไลฟ์สไตล์ เซ็นเตอร์ กาญจนบุรี ชั้น 2 (4 โรงภาพยนตร์)

26) พรอมเมนาดา รีสอร์ท มอลล์ สี่แยกดอนจั่น เชียงใหม่ ชั้น 2 (8 โรงภาพยนตร์)

  • เป็นโรงภาพยนตร์ในเครือ SF สาขาแรกในเชียงใหม่

27) โรบินสัน ไลฟ์สไตล์ เซ็นเตอร์ สุรินทร์ ชั้น 2 (5 โรงภาพยนตร์)

28) เซ็นทรัลพลาซา ศาลายา ชั้น 4 (7 โรงภาพยนตร์)

29) โรบินสัน ไลฟ์สไตล์ เซ็นเตอร์ ฉะเชิงเทรา ชั้น 2 (6 โรงภาพยนตร์)

30) เดอะคริสตัล ราชพฤกษ์ (8 โรงภาพยนตร์) เปิด พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

31) โรบินสัน ไลฟ์สไตล์ เซ็นเตอร์ ปราจีนบุรี กำลังก่อสร้าง เปิด 4 ธันวาคม พ.ศ. 2557

32) โรบินสัน โอเชี่ยน นครศรีธรรมราช (4 โรงภาพยนตร์) ปรับปรุงจากโรงภาพยนตร์เครือโคลีเซียม เปิด มีนาคม พ.ศ. 2558

โบว์ลิ่งและคาราโอเกะ[แก้]

1. SF Strike Bowl

ธุรกิจโบว์ลิ่ง ที่ทำให้เอสเอฟ มีชื่อเสียงในด้านนี้อย่างมาก ด้วยเลนส์โบว์ลิ่งมาตรฐานด้วยการสร้างมิติของกีฬาโบว์ลิ่งในรูปแบบใหม่ภายใต้ชื่อ SF Strike Bowl โดยออกแบบและตกแต่งอย่างทันสมัย และนำเทคโนโลยีระบบแสง สี เสียง มาเพิ่มสีสันความมันส์ให้กับประสบการณ์โบว์ลิ่ง พร้อมหลีกเลี่ยงความจำเจด้วย DJ มืออาชีพที่คอยสร้างสีสันความสนุกพร้อมกิจกรรมรับรางวัลต่างๆ ภายใต้แนวคิด “ฉีกกฎเกณฑ์ ความมันส์ไม่ซ้ำใคร”

  • รูปแบบการบริการ
    • Strike Bowl เปิดประสบการณ์ โบว์ลิ่งดีไซน์ล้ำ ในบรรยากาศ แสง สี เสียง เต็มอารมณ์ ควบคุมด้วยระบบดิจิตอลทั้งหมด
    • VIP Lane เลนพิเศษในห้อง VIP ส่วนตัวเฉพาะคุณ พร้อมบริการ VIP Lounge, คาราโอเกะ และจอภาพขนาดใหญ่ถ่ายทอดหลากหลายภาพอิริยาบถขณะคุณเล่นได้ตามที่คุณเลือก
    • Strike Karaoke โมเดิร์นคาราโอเกะทันสมัยด้วยเทคโนโลยีดิจิตอลคอนโทรล อัปเดตเพลงฮิตอินเทรนด์โดยตลอด จึงทำให้สามารถ เลือกใช้บริการได้อย่างจุใจ ซึ่งประกอบด้วย Karaoke Room ห้องร้องเพลงสำหรับผู้ที่มาเป็นกลุ่มและต้องการความเป็นส่วนตัว หรือแบบ Karaoke Box ห้องร้องเพลงแบบหยอดเหรียญ
    • Strike Snooker & Game Zone โซนสนุกสุดท้าทายด้วยเกมส์มันส์ๆ มากมาย ทั้งโต๊ะพูล และโต๊ะสนุกเกอร์ ระดับมาตรฐานสำหรับสาขาบางกะปิและบางแค
    • Strike Restaurant บริการอาหารเลิศรสจากเมนูพิเศษ และเครื่องดื่มหลากหลายจากบาร์เทนเดอร์ที่จะวาดลวดลายลีลา การผสมเครื่องดื่ม เสริฟให้คุณในบรรยากาศสุดผ่อนคลาย ทั้งที่เลโบว์ลิ่ง Strike Bar หรือมุมส่วนตัวสบายๆ ใน Strike Restaurant
    • PRO Shop บริการให้คำแนะนำและจำหน่ายอุปกรณ์โบว์ลิ่งครบครันไว้สำหรับผู้ที่มีใจรักในกีฬาโบว์ลิ่ง พร้อมการควบคุมดูแลโดยนักโบว์ลิ่งระดับมืออาชีพ
    • นอกจากนี้ SF Strike Bowl ยังมีบริการพิเศษเพื่อการจัดเลี้ยงอย่างมืออาชีพ พร้อมจัดเตรียมพื้นที่ อาหาร เครื่องดื่มทุกรูปแบบ และอุปกรณ์ต่างๆ สำหรับการแข่งขันโบว์ลิ่ง และรวมไปถึงมีฟังก์ชันต่างๆ อย่างครบครันเพื่อรองรับการจัดงานแถลงข่าวและงานเปิดตัวสินค้าต่างๆ
  • สาขาและจำนวนเลน
    • 1. SF Strike Bowl MBK Center ชั้น 7 MBK Center
      • อลังการบันเทิงในรูปแบบของ Bowl Bar โบว์ลิ่งคอนเซ็ปใหม่ในพื้นที่กว่า 3,300 ตารางเมตร โดยทุ่มงบประมาณกว่า150 ล้านบาท เพื่อพลิกโฉมพื้นที่ทั้งหมดให้ทันสมัยสุดล้ำ ด้วยเทคโนโลยีระบบแสง สี เสียง มาสร้างสีสันเสริมบรรยากาศความสนุกให้เป็นประสบการณ์โบว์ลิ่งใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อนภายใต้แนวความคิด“ฉีกกฎเกณฑ์ ความมันส์ไม่ซ้ำใคร” ประกอบด้วยเลนโบว์ลิ่งทั้งหมด 28 เลน เลนปกติ 24 เลน เลน VIP 2 ห้อง ห้องละ 2 เลน
    • 2. SF strike Bowl CentralPlaza Rattanathibet
      • สนุกพร้อมหน้าทั้งครอบครัว รองรับทุกการพักผ่อนอย่างมีสไตล์ ด้วยโบว์ลิ่งระดับคุณภาพมาตรฐาน ประกอบด้วยเลนปกติ 10 เลน พร้อมสนุกสนานกับ Karaoke ระดับคุณภาพด้วย Karaoke จำนวน 10 ห้อง และ Karaoke Box จำนวน 9 ห้อง
    • 3. SF Strike Bowl Jungceylon ชั้น 3 Jungceylon Patong Phuket
      • 16 เลนส์โบว์ลิ่งสุดพิเศษ
    • 4. SF Strike Bowl CentralPlaza Khonkaen ชั้น 5 CentralPlaza Khonkaen
      • 16 เลนส์โบว์ลิ่งสุดพิเศษ กับบรรยากาศที่ทันสมัย
    • 5. SF Strike Bowl CentralFestival PattayaBeach ชั้น 7 CentralFestival PattayaBeach
      • 16 เลนส์โบว์ลิ่งสุดพิเศษ กับบรรยากาศที่ทันสมัย
2. SF Music City
  • พื้นที่แห่งความบันเทิงสุดโมเดิร์น บนชั้น 7 MBK Center ถูกตกแต่งโฉมหน้าให้กลายเป็นเมืองแห่งเสียงเพลงและจัดสรรพื้นที่ต่างๆ อย่างลงตัว โมเดิร์น คาราโอเกะในรูปแบบใหม่ลักษณะ Clean & Clear Karaoke ที่โปร่งใส และสนุกสนานกับการร้องเพลงได้อย่างเต็มที่ เหมาะสำหรับทุกเพศ ทุกวัย ทั้งกลุ่มนักเรียน นักศึกษา คนทำงาน รวมถึงกลุ่มครอบครัว และนับเป็นครั้งแรกของเมืองไทยในการใช้เทคโนโลยีใหม่ล่าสุด Digital Control โดยใช้ Point & Click Remote เพื่อเลือกเพลง เล่นเพลง หรือยกเลิกเพลงได้อย่างแม่นยำภายใน 2 วินาที รวมทั้งการเลือกใช้อุปกรณ์ Audio-Video ที่สมบูรณ์แบบที่สุดทั้งจอภาพ ไมโครโฟน เครื่องเสียง และเป็นแห่งเดียวที่ใช้จอภาพ PLASMAและลำโพง JBL อีกทั้งยังมีอาหารและเครื่องดื่มหลากหลายไว้บริการแก่ผู้มาใช้บริการอีกด้วย มีให้บริการใน SF Strike Bowl ทุกสาขา

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

อ้างอิง[แก้]