เหวิน เทียนเสียง

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
รูปปั้นเหวินเทียนเสียงในวัดที่กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน

เหวินเทียนเสียง (จีน: 文天祥; พินอิน: Wén Tiānxiáng; เวด-ไจลส์: Wen T'ien-hsiang) เป็นเสนาบดีในสมัยราชวงศ์ซ่งใต้ เกิดเมื่อปีค.ศ.1236 ที่เมืองจี๋อาน

เขาได้รับตำแหน่งเป็นเจ้าเมืองหูหนานและเจียงซี [1] ปีค.ศ.1276 ในสมัยจักรพรรดิซ่งกงจง กองทัพมองโกลของกุบไลข่านตีได้เมืองต่างๆ ของจีน แล้วยกเข้าใกล้ราชธานีหลินอาน(หางโจว)ห่างจากกำแพงเมืองเพียง 30 ลี้ จักรพรรดิซ่งกงจงและไทเฮาเห็นว่าหมดทางสู้จึงขอยอมแพ้ กองทัพมองโกลจึงบุกยึดเมืองหลวงไว้ได้ เหวินเทียนเสียงถูกจับตัวไว้ในกองทัพมองโกล แต่ก็หาทางหลบหนีออกมาได้ และจัดตั้งกองกำลังต่อต้านกองทัพมองโกล[2] ในขณะที่ขุนนางอื่นที่ไม่ยอมแพ้ได้ย้ายราชธานีลงใต้ไปยังเมืองฝูโจว แล้วพากันยกองค์ชายเจ้าซื่อขึ้นเป็นจักรพรรดิซ่งต้วนจง มีเหวินเทียนเสียงเป็นอัครเสนาบดีใหญ่ ตั้งกองทัพต่อสู้กับมองโกลที่รุกรานลงมาทางใต้

ปีค.ศ.1277 จักรพรรดิซ่งต้วนจงสิ้นพระชนม์อย่างกะทันหัน ขุนนางพากันยกองค์ชายเจ้าปิ่งขึ้นเป็นจักรพรรดิซ่งตี้ปิง 1 ปีถัดมากองทัพมองโกลก็ยึดเมืองฝูโจวได้สำเร็จ แต่เหล่าขุนนางก็ยังไม่ยอมแพ้ โดยย้ายราชธานีลงใต้ไปยังเมืองกว่างโจว ปลายปี ค.ศ.1278 ทัพมองโกลได้ยกทัพใหญ่บุกเข้ามาที่เขาอู่พัวหลิ่ง (ทางเหนือของมณฑลกวางตุ้งปัจจุบัน) จับเอาเหวินเทียนเสียง ไปเป็นเชลย[3] แล้วเข้ายึดราชธานีที่กว่างโจวได้ในปี ค.ศ.1279 จักรพรรดิซ่งตี้ปิงและบรรดาขุนนางหนีไปยังภูเขาหยาซานริมทะเลซินฮุ่ย แต่กองทัพมองโกลก็ตามมาโจมตีอีก ลู่ซิ่วฟูขุนนางผู้ใหญ่ จึงแบกองค์ฮ่องเต้ลงเรือหนีฝ่าวงล้อมออกไปแต่ไม่สำเร็จ สุดท้ายจึงจับฮ่องเต้หนีลงทะเลหายสาบสูญไป เมื่อทำลายราชวงศ์ซ่งใต้ได้แล้ว เหวินเทียนเสียงก็ถูกส่งขึ้นเหนือไปยังต้าตู(ปักกิ่ง)ในวันที่ 1 ตุลาคม ค.ศ.1279 กุบไลข่านขังเหวินเทียนเสียงไว้ในบ้าน เป็นเวลาถึง 4 ปี เพื่อเกลี้ยกล่อมและบังคับให้มารับใช้ราชสำนักมองโกล แต่เขาไม่เคยยอมสวามิภักติ์ต่อราชวงศ์หยวนเลย ในที่สุด ปีค.ศ.1283 เหวิน เทียนเสียง ก็ถูกประหารชีวิต ขณะที่เขามีอายุได้ 47 ปี โดยก่อนตายยังได้หันหน้าไปยังทิศใต้แล้วก้มลงคำนับต่อแผ่นดินเกิด [4]

เหวินเทียนเสียงถือเป็นขุนนางและกวีผู้มีชื่อเสียงเลื่องลือในความซื่อสัตย์และภักดี โดยบทกวี กั้วหลิงติงหยาง (过零丁洋)สองวรรคท้ายเป็นประโยคที่คนจีนทุกคนยังท่องจำได้ขึ้นใจจนกระทั่งปัจจุบัน

辛苦遭逢起一经 ยากเย็นแสนเข็ญแตกฉานการรบ

干戈寥落四周星 ตรากตรำกรำศึกโดดเดี่ยวนานปี

山河破碎风飘絮 บ้านเมืองล่มสลายดุจใบไม้ร่วง

身世沉浮雨打萍 ชีวิตล่มจมดั่งแหนกลางลมฝน

惶恐滩头说惶恐 หาดหวางข่งแตกพ่ายขวัญผวา

伶仃洋里叹伶仃 ทอดถอนใจเดียวดายในหลิงติง

人生自古谁无死 แต่โบราณมาใครเล่าอยู่ค้ำฟ้า

留取丹心照汗青 เหลือเพียงใจภักดิ์คงคู่โลก[5]

อย่างไรก็ตามในสองวรรคท้ายนั้น ได้มีการแปลเป็นสำนวนต่างๆอีกมาก ที่โด่งดัง เช่น "นับแต่อดีตมามีผู้ใดบ้างที่เคยหนีจากความตายได้ จะเหลือทิ้งไว้ก็แต่เพียงหัวใจอันสัตย์ซื่อนี้ที่ส่องสว่างอยู่ในประวัติศาสตร์"[6] และ "เกิดมามีใครไม่ปลดปลง เกียรติยืนยงฝากไว้ในแผ่นดิน"[7] เป็นต้น

[แก้] อ้างอิง

  1. ^ "เหวินเทียนเสียง"
  2. ^ "ประเพณีกินผักจังหวัดภูเก็ต"ประวัติไต้ซ้องส่ามต่องอ๋อง
  3. ^ "สถานีวิทยุซี.อาร์.ไอ.ปักกิ่งภาคภาษาไทย"เนื้อเหวินซัน
  4. ^ "ประวัติศาสตร์จักรวรรดิมองโกล"ตอนที่23 ดับรัศมีแผ่นดินมังกรและสิ้นสูญผู้ภักดี
  5. ^ "บทกวีกั้วหลิงติงหยาง 过零丁洋"
  6. ^ "ลำดับกษัตริย์ราชวงศ์ซ่งใต้"ซ่งใต้กับอิทธิพลมองโกล
  7. ^ "พระไต่ซ่งสามองค์"บุ๋นเทียนเสียง/เหวินเทียนเสียง 文天祥

เครื่องมือส่วนตัว

สิ่งที่แตกต่าง
การกระทำ
ป้ายบอกทาง
มีส่วนร่วม
พิมพ์/ส่งออก
เครื่องมือ
ภาษาอื่น