เหตุการณ์สำคัญในรัชกาลที่ 8

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล

เหตุการณ์สำคัญในประเทศไทยในช่วง พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล (รัชการที่ ๘) ทรงครองราชย์

เนื้อหา

[แก้] พ.ศ. ๒๔๖๘

  • ๒๐ กันยายน พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร พระราชสมภพ ณ เมืองไฮเดลเบิร์ก ประเทศเยอรมนี พระนามเดิม อานันทมหิดล

[แก้] พ.ศ. ๒๔๗๑

  • เสด็จนิวัตประเทศไทยครั้งแรก พร้อมพระบรมราชชนก พระบรมราชชนนี สมเด็จพระโสทรเชษฐภคินี และสมเด็จพระบรมอนุชาธิราช

[แก้] พ.ศ. ๒๔๗๒

  • สมเด็จพระบรมราชชนกสิ้นพระชนม์

[แก้] พ.ศ. ๒๔๗๕

[แก้] พ.ศ. ๒๔๗๖

[แก้] พ.ศ. ๒๔๗๗

  • พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวสละราชสมบัติ
  • รัฐบาลอัญเชิญ พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอานันทมหิดลขึ้นครองราชย์สมบัติ เป็นรัชกาลที่ ๘ แห่งราชวงศ์จักรี ขณะมีพระชนมายุ ๙ พรรษา เฉลิมพระนามว่า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล
  • ตั้งกรมศิลปากร
  • แก้ประมวลกฎหมายอาญาให้ยิงเป้าให้ตายแทนการตัดคอ

[แก้] พ.ศ. ๒๔๗๘

พ.ศ. ๒๔๗๘ เริ่มมีการทดลองปลูกยาสูบพันธ์เวอร์ยิเนีย ที่จังหวัดเพชรบูรณ์ (ต่อมาทางจังหวัดได้นำภาพของไร่ยาสูบ มาใช้เป็นองค์ประกอบสำคัญ ในตราประจำจังหวัด ดังภาพ)

[แก้] พ.ศ. ๒๔๗๙

[แก้] พ.ศ. ๒๔๘๐

กรมทหารอากาศได้รับการยกฐานะเป็น "กองทัพอากาศ" (ตราราชการในภาพ) เมื่อวันที่ ๙ เมษายน พ.ศ. ๒๔๘๐
  • เปิดเดินรถด่วนสายหาดใหญ่ (กรุงเทพ - ชุมทางหาดใหญ่) เมื่อ ๓ เมษายน พ.ศ. ๒๔๘๐ เพื่อสนองความต้องการของประชาชนชาวใต้ ที่เกิดนขีดจำกัดของรถด่วนสายใต้ที่จะรองรับได้
  • เริ่มแก้ไขสนธิสัญญากับนานาประเทศครั้งใหม่ซึ่งสำเร็จเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๘๑
  • ยกระดับกรมทหารอากาศเป็นกองทัพอากาศเมื่อ ๙ เมษายน พ.ศ. ๒๔๘๐
  • เริ่มให้มีการอุดหนุนโรงเรียนราษฎร์
  • เปิดใช้โทรศัพท์ติดต่อเองอัตโนมัติเมื่อ ๒๖ กันยายน พ.ศ. ๒๔๘๐ มีชุมสายวัดเลียบ ๒,๓๐๐ เลขหมาย ชุมสายบางรัก ๑,๒๐๐ เลขหมาย รวมเป็น ๓,๕๐๐ เลขหมาย
  • สร้างกรีฑาสถานแห่งชาติสำเร็จเฟสแรก พ.ศ. ๒๔๘๓
  • ออกเหรียญครึ่งสตางค์ทองแดง จากโรงกษาปน์โอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น
  • เวนคืนที่ตั้งสถานีเกษตรกลาง ถนนกรุงเทพ - ดอนเมือง (ปัจจุบันคือสถานีเกษตรกลางบางเขนภายในมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์)
  • เปิดเดินรถด่วนสายอุบล (กรุงเทพ - นครราชสีมา - วารินทร์) เมื่อ ๑๙ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๘๐ (นับอย่างใหม่ พ.ศ. ๒๔๘๑)

[แก้] พ.ศ. ๒๔๘๑

[แก้] พ.ศ. ๒๔๘๒

[แก้] พ.ศ. ๒๔๘๓

การเดินขบวนเรียกร้องให้รัฐบาลทำสงครามแย่งชิงดินแดนคืนจากอินโดจีนฝรั่งเศสของนิสิต นักศึกษา และประชาชนทั่วไป

[แก้] พ.ศ. ๒๔๘๔

ภาพจำลองเหตุการณ์การรบของยุวชนทหารที่เชิงสะพานท่านางสังข์ จังหวัดชุมพร เพื่อต่อต้านกองทัพจักรวรรดิญี่ปุ่น เมื่อวันที่ ๘ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๘๔

[แก้] พ.ศ. ๒๔๘๕

น้ำท่วมใหญ่ปี พ.ศ. ๒๔๘๕ ที่ลานพระบรมรูปทรงม้า

ศ. ๒๔๘๕ เพื่อป้องกันไม่ให้กองทัพญี่ปุ่นเข้าแทรกแซงทางการเงิน

  • เลิกรถไฟสายท่าเรือ โดยขายรางและรถจักรให้ บริษัทส่งเสริมอุตสาหกรรมไทยจำกัด (โรงงานน้ำตาลวังกะพี้) เมื่อ ๑๖ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๔๘๕
  • เลิกรถไฟสายบางบัวทอง โดยขายรางและรถจักรให้ บริษัทส่งเสริมอุตสาหกรรมไทยจำกัด (โรงงานน้ำตาลวังกะพี้)เมื่อ ๑๖ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๔๘๕
  • เปิดอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เมื่อ ๒๔ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๘๕ เป็นรูปดาบปลายปืน ๕ เล่ม สูง ๕๐เมตร พุ่งเสียบฟ้า พร้อมรูปทองแดงแสดงทหาร ตำรวจ พลเรือนที่ร่วมรบในสงครามอินโดจีน - มีตำนานกล่าวว่า ใครจะได้มีชื่อจารึกในอนุสาวรีย์ชัยฯ ก่อน ขณะกำลังรบในสมรภูมิ
  • ประกาศใช้พระราชบัญญัติวัฒนธรรมแห่งชาติ
  • ปรับปรุงการใช้ภาษาไทย (ในสมัย จอมพล ป. พิบูลสงคราม) (ยุคอักขระวิบัติ)
  • น้ำท่วมปี พ.ศ. ๒๔๘๕
  • ทางคู่ช่วงบางปะอิน - อยุธยา เปิดเมื่อ ๒๔ มิถุนายน ๒๔๘๕ - ทางคู่ กรุงเทพ - ชุมทางบ้านภาชีเสร็จสมบูรณ์
  • กรมพระยาดำรงราชานุภาพพร้อมครอบครัว เสด็จกลับเมืองไทยหลังจากที่ลี้ภัยที่ปีนังแต่ปี พ.ศ. ๒๔๗๖

[แก้] พ.ศ. ๒๔๘๖

[แก้] พ.ศ. ๒๔๘๗

น.ม.ส. ทรงพระนิพนธ์ "สามกรุง" ผลงานชิ้นสุดท้ายของพระองค์ สำเร็จใน พ.ศ. ๒๔๘๗ ขณะที่พระเนตรทั้งสองนั้นมืดสนิทแล้ว

[แก้] พ.ศ. ๒๔๘๘

  • ประกาศใช้พระราชบัญญัติครู ๑๖ มกราคม พ.ศ. ๒๔๘๘
  • เลิกใช้ธนบัตรชนิดราคา ๑,๐๐๐ บาท เมื่อ ๘ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๔๘๘ และเปลี่ยนเป็น พันธบัตรในภาวะคับขัน ดอกเบี้ยร้อยละ ๑ อายุไถ่ถอน ๑ ปี ส่วนรายที่ต้องการเงินสดให้หักออกไป 45 บาท/ฉบับ (คือ ธนบัตร 1000 บาท ที่เลิกใช้งานแลกธนบัตรย่อยได้แค่ 955 บาท) นโยบายแก้ไขภาวะเงินเฟ้อนี้เกือบทำให้รัฐบาลนายควง อภัยวงค์ต้องล้มกลางสภา
  • เครื่องบิน B29 ของกองทัพอเมริกันถล่มสะพานพระราม 6 เมื่อ ๒ มกราคม ๒๔๘๘ แต่ไม่สำเร็จ
  • เครื่องบิน B24 ของกองทัพอังกฤษถล่มสะพานพระราม 6 เมื่อ ๗ กุมภราพันธ์ ๒๔๘๘ - สะพานขาด
  • สถานีรถไฟธนบุรี ถูกกองทัพสัมพันธมิตรทิ้งระเบิดจนสิ้นสภาพ เมื่อ ๕ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๘๘
  • โรงไฟฟ้าวัดเลียบและโรงไฟฟ้าสามเสนถูกเครื่องบินสัมพันธมิตรถล่มแหลก เมื่อ ๑๔ เมษายน พ.ศ. ๒๔๘๘
  • กองทัพสัมพันธมิตรทิ้งใบปลิวและเวชภัณฑ์ติดร่มชูชีพเพื่อชักชวนคนไทยให้ต่อต้านกองทัพญี่ปุ่น
  • สงครามโลกครั้งที่ ๒ ยุติ ๑๕ สิงหาคม พ.ศ. ๒๔๘๘
  • ประกาศว่าการประกาศสงครามกับฝ่ายสัมพันธมิตรเป็นโมฆะ โดยการประกาศสันติภาพ ๑๖ สิงหาคม พ.ศ. ๒๔๘๘
  • เสด็จนิวัติพระนคร เมื่อ ๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๘๘

[แก้] พ.ศ. ๒๔๘๙

เสด็จพระราชดำเนินประพาสสำเพ็ง พร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้าภูมิพลอดุยเดช เมื่อวันที่ ๓ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๘๙
ทรงหว่านพันธ์ข้าวที่ทุ่งบางเขน ๕ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๘๙
  • ทำสัญญาสมบูรณ์แบบกับอังกฤษ เมื่อ ๑ มกราคม พ.ศ. ๒๔๘๙ และคืนดินแดนสหรัฐไทยเดิม (รัฐฉานฝั่งตะวันออกแม่น้ำสาละวิน) และ ๔ รัฐมลายู เพื่อยุติสงครามกับอังกฤษ แม้กองทัพพายัพ (ทหาร ๕ กองพล) ยังติดอยู่ที่ เชียงตุง ทำให้ต้องเดินเท้าเปล่าจากเชียงตุงขึ้นรถไฟที่พิษณุโลก กลับที่ตั้ง มีทหารล้มตายจากมาลาเรียและอหิวาตกโรคเป็นจำนวนมาก กว่าจะรวบรวมอัฐิเพื่อประกอบพิธีบรรจุเข้าอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิก็ปี พ.ศ. ๒๔๙๐
  • ทำสัญญาบริจาคข้าวสาร ๑.๕ ล้านตัน กับสหประชาชาติ ผ่านบริษัทข้าวไทยจำกัด ต่อมาได้ลดปริมาณการบริจาคลงเหลือ ๑.๒ ล้านตัน และ ต่อมาได้แก้สัญญาเป็นการขายข้าวสาร ๖ แสนให้สหประชาชาติในราคา ๑๑ ปอนด์ ๑๔ ชิลลิ่ง (๑๑ .๗๐ ปอนด์) ซึ่งต่ำกว่าราคาตลาดที่ย่างกุ้งซึ่งให้ราคาถึง ตันละ ๓๕ ปอนด์ทำให้เกิดการลักลอบนำข้าวไปขายตลาดมืดนอกประเทศขึ้นถึงขั้นต้องปันส่วนข้าวกิน และ กองทัพเรือต้องใช้เรือรบในการไล่ล่าพ่อค้าข้าวในตลาดมืดที่ลักลอบขนข้าวจากฝั่งไทยออกน่านน้ำสากล
  • เงินเฟ้อรุนแรง แต่ก่อน (พ.ศ. ๒๔๘๑) ๑ ปอนด์ แลกได้ ๑๑ บาท พอหลังสงคราม (พ.ศ. ๒๔๘๘-๘๙) ๑ ปอนด์ แลกได้ถึง ๓๕ บาท ในตลาดสว่าง (อัตรารัฐบาล) แต่ ๑ ปอนด์ แลกได้ ๖๐-๑๐๐ บาทในอัตราตลาดมืด ทำให้รัฐบาลต้องบังคับให้พ่อค้าข้าว, ยางพารา, ดีบุก และ ไม้สัก ให้ขายเงินตราต่างประเทศที่ได้จากการขายสินค้าทั้ง ๔ ให้ในอัตรารัฐบาล เพื่อนำเงินตราต่างประเทศไปซื้อยารักษาโรค, เวชภัณฑ์, น้ำมัน, หัวรถจักร และ รถตู้ใหญ่ ตามความจำเป็นเร่งด่วน
  • การสวนสนามแสดงแสนยานุภาพเสรีไทย ที่ถนนราชดำเนิน เมื่อ ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๔๘๙ โดยมีในหลวงอานันทมหิดลและพลเอกลอร์ด หลุยส์ เมาท์แบตเทน (ผู้บัญชาการกองกำลังสัมพันธมิตรฝ่ายอังกฤษ) ตรวจพลสวนสนาม
  • เสด็จสำเพ็ง เพื่อระงับข้อพิพาทระหว่างคนไทย และ คนจีน เมื่อ ๓ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๘๙
  • หว่านพันธุ์ข้าวที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์วิทยาเขตบางเขน - เป็นพระราชกรณียกิจสุดท้าย - เมื่อ ๕ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๘๙
  • เสด็จสวรรคตด้วยพระแสงปืน เมื่อวันที่ ๙ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๘๙ ก่อนเสด็จพระราชดำเนินกลับประเทศสวิสเซอร์แลนด์เพียง ๔ วัน

[แก้] อ้างอิง

[แก้] ดูเพิ่ม

เครื่องมือส่วนตัว