เหตุการณ์พายุหมุนนาร์กิส พ.ศ. 2551

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

บทความนี้มีเนื้อหาเกี่ยวเนื่องกับเหตุการณ์ปัจจุบัน
ซึ่งข้อมูลบางส่วนหรือบางประการยังไม่ได้รับการปรับปรุงให้เป็นหรือสอดคล้องกับปัจจุบัน
ผู้อ่านและผู้ประสงค์ปรับปรุงบทความนี้สามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ในหน้าภาษาอื่นทางซ้ายมือหรือในแหล่งอื่น
เหตุการณ์พายุหมุนนาร์กิส
พายุหมุนนาร์กิส, 1 พฤษภาคม 2551
อุบัติ: 21 เมษายน 2551
อ่าวเบงกอล ประเทศอินเดีย
สูญ: 3 พฤษภาคม 2551
ชายแดนไทยกับพม่า
จำนวนผู้เสียชีวิต: - 77,738 - 124,000 คน (อย่างเป็นทางการ)
- ประมาณ 300,000 คน (คาดการณ์)
อัตราความเสียหาย: ยังไม่ปรากฏ
พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ: ศรีลังกา อินเดีย บังคลาเทศ และพม่า

เหตุการณ์พายุหมุนนาร์กิส พ.ศ. 2551 เป็นเหตุการณ์ที่พายุหมุนนาร์กิสอันเป็นพายุลูกแรกตามฤดูพายุกระหน่ำมหาสมุทรอินเดียตอนเหนือ พ.ศ. 2551 พัดผ่านดินแดนแถบมหาสมุทรดังกล่าวเมื่อปลายเดือนเมษายนถึงต้นเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2551 ซึ่งก่อภาวะมหันตภัยทุกบริเวณโดยเฉพาะในพม่าปรากฏรายงานผู้เสียชีวิตกว่าสองหมื่นคนและผู้สูญหายกว่าสี่หมื่นคน อย่างไรก็ดี รัฐบาลพม่าไม่ได้ใส่ใจแก้ไขสถานการณ์เท่าที่ควร ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์และความพยายามจากหลายฝ่ายที่จะเปลี่ยนใจรัฐบาลพม่า

เนื้อหา

[แก้] ผลกระทบจากพายุหมุนนาร์กิส

[แก้] อ่าวเบงกอลฝั่งตะวันตก

ภาวะฝนตกจากพายุหมุนนาร์กิส ตรวจวัดโดยคณะตรวจวัดปริมาณฝนตกในเขตร้อนแห่งองค์การนาซา (Tropical Rainfall Measuring Mission)
ภาวะฝนตกจากพายุหมุนนาร์กิส ตรวจวัดโดยคณะตรวจวัดปริมาณฝนตกในเขตร้อนแห่งองค์การนาซา (Tropical Rainfall Measuring Mission)

พายุหมุนนาร์กิสได้ก่อให้เกิดภาวะฝนตกหนักในประเทศศรีลังกา ส่งผลให้เกิดภาวะน้ำท่วม และภาวะดินถล่ม ระหว่างตำบลกว่าสิบตำบลในศรีลังกา โดยตำบลรัตนปุระ และตำบลเคกัลเล ได้รับผลกระทบมากที่สุด กว่าสามพันครอบครัวในตำบลดังกล่าวบ้านแตกสาแหรกขาด บ้านเรือนหลายพันหลังจมน้ำ อีกยี่สิบเอ็ดหลังถูกทำลายไปโดยอำนาจแห่งพายุ ชาวศรีลังกาสี่พันห้าร้อยคนกลายเป็นผู้ไร้บ้าน[1] และกว่าสามหมื่นห้าพันคนถูกทอดทิ้งอยู่บนเกาะ ซึ่งในจำนวนคนบนเกาะนี้ หนังสือพิมพ์อุบาลี (Upali Newspaper) แห่งบังคลาเทศรายงานว่า ได้รับบาดเจ็บสาหัสสามราย และถึงแก่ความตายอีกสองราย[2]

กรมอุตุนิยมวิทยาแห่งสาธารณรัฐอินเดียออกประกาศเตือนชาวประมงให้งดออกทะเลในระหว่างที่พายุหมุนนาร์กิสพัดผ่านดินแดน โดยได้พยากรณ์ว่าพายุรุนแรงจะเคลื่อนผ่านชายฝั่งรัฐทมิฬนาฑูและรัฐอานธรประเทศ[3] นอกจากนี้ อิทธิพลของพายุหมุนดังกล่าวได้กระทำให้อุณหภูมิในอินเดียลดลง หลังจากที่ได้สูงขึ้นอย่างรุนแรงเพราะคลื่นความร้อน[4]

รัฐบาลบังคลาเทศได้ออกประกาศให้บรรดาเกษตรกรเร่งเก็บเกี่ยวพืชผลให้สิ้นก่อนพายุจะเคลื่อนตัวถึงประเทศตน ซึ่งในขณะนั้นบังคลาเทศก็ประสบภาวะอาหารขาดแคลนมาแต่ปีก่อนเพราะพายุหมุนสิทร์ อยู่แล้ว รัฐบาลจึงเกรงว่าพายุหมุนนาร์กิสจะกระทำให้สถานการณ์ย่ำแย่ลงอีก

[แก้] พม่า

(บน) สภาพภูมิประเทศของพม่าก่อนเกิดพายุ และ (ล่าง) หลังเกิดพายุ.
(บน) สภาพภูมิประเทศของพม่าก่อนเกิดพายุ และ (ล่าง) หลังเกิดพายุ.
เขตอิรวดีซึ่งได้รับผลกระทบมากที่สุด
เขตอิรวดีซึ่งได้รับผลกระทบมากที่สุด

[แก้] อัตราความเสียหาย

หลังจากที่พม่าเผชิญกับพายุหมุนนาร์กิสแล้ว ทางการพม่ารายงานว่า อัตราการตายในประเทศมีประมาณห้าหมื่นคน และผู้คนพลัดหลงประมาณสี่หมื่นหนึ่งพันคน[5] สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่าผู้คนในพม่ากว่าสองล้านถึงสามล้านคนกลายเป็นผู้ไร้บ้าน

นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่า อาคารถูกทำลายหลายแสนหลังในเมืองลบุตร เขตอิรวดี สำหรับจำนวนดังกล่าว สำนักข่าวแห่งพม่ารายงานว่า ร้อยละเจ็ดสิบห้าของอาคารพังทลาย ร้อยละยี่สิบหลังคาถูกซัดหายไป และที่เหลือยังอยู่รอดปลอดภัย[6]

[แก้] สภาพความรุนแรง

เมื่อเทียบกับเหตุการณ์คลื่นสึนามิถล่มเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พ.ศ. 2547 แล้ว ถือว่าเหตุการณ์พายุนาร์กิสนี้เป็นพิบัติภัยที่รุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ชาติพม่า

นายแอนดริว เคิร์กวูด (Andrew Kirkwood) ผู้อำนวยการองค์กรการกุศลแห่งสหราชอาณาจักรเพื่อการพิทักษ์เยาวชน (British charity Save The Children) แถลงว่า ตนกำลังพิเคราะห์จำนวนผู้เสียชีวิตห้าหมื่นรายและผู้ไร้บ้านอีกกว่าหลายล้านราย โดยเห็นว่าเป็นความรุนแรงที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนในประวัติศาสตร์ชาติพม่า ซึ่งจำนวนดังกล่าวอาจมากกว่าจำนวนผู้เสียหายในเหตุการณ์สึนามิที่ประเทศศรีลังกาว่าหลายเท่าตัว[7]

เป็นที่คาดกันว่า พายุหมุนนาร์กิสครั้งนี้อาจส่งผลกระทบรุนแรงที่สุด ในบรรดาเหตุการณ์ที่เกิดจากพายุหมุนด้วยกันเองนับแต่ บังคลาเทศถูกพายุหมุนถล่มใน พ.ศ. 2534 ซึ่งปรากฏคนตายถึงหนึ่งแสนสามหมื่นแปดพันคน และอีกหนึ่งหมื่นคนเป็นอย่างน้อยถึงแก่ความตายที่ดินแดนสามเหลี่ยมในเมืองโพคัล (Bogale) [8]

ทูตต่างประเทศประจำนครย่างกุ้งนายหนึ่งให้สัมภาษณ์แก่สำนักข่าวรอยเตอส์ซึ่งขอให้พรรณนาเหตุการณ์พายุหมุนนาร์กิสถล่มพม่าว่า รอบกายของตนนั้นดูประหนึ่งซากที่หลงเหลือจากภาวะสงคราม ปฏิกูลที่ทะลักนองทั่วนครทำให้เกิดภาวะน้ำเน่าท่วม (waste flood) ซึ่งส่งผลให้นาข้าวเสียหายหลายแห่ง[9]

เจ้าหน้าที่จากสหประชาชาติรายหนึ่งให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับสถานการณ์ดังกล่าว่า ถือเป็นเหตุการณ์ที่ย่ำแย่เหตุการณ์หนึ่ง บ้านเรือนเกือบทั้งปวงพังพินาศ ประชาชนต่างอกสั่นขวัญผวา เจ้าหน้าที่จากสหประชาชาติอีกรายหนึ่งให้สัมภาษณ์ว่า ดินดอนสามเหลี่ยม (delta) แห่งลุ่มน้ำอิรวดีได้รับผลกระทบหนักมาก ไม่แต่เพราะลมและฝน แต่ยังเพราะความกำเริบของพายุอีกด้วย

หนังสือพิมพ์ “เดลีเทเลกราฟ” (Daily Telegraph) แห่งสหราชอาณาจักร ฉบับวันที่ 5 พฤษภาคม 2551 รายงานว่า ราคาโภคภัณฑ์ในประเทศพม่าอาจได้รับผลกระทบเพราะเหตุการณ์พายุครั้งนี้ด้วย[10] ซึ่งวันที่ 7 พฤษภาคม 2551 นายวรเดช วีระเวคิน รองอธิบดีกรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศของไทย แถลงโดยอ้างถึงรายงานของนายบรรสาน บุนนาค เอกอัครราชทูตไทยประจำนครย่างกุ้ง ว่าราคาโภคภัณฑ์ในพม่าได้สูงขึ้นสองถึงสามเท่าตัวแล้ว โดยสภาพแวดล้อมในนครได้รับความเสียหายหนัก ห้างร้านส่วนใหญ่ปิดกิจการ เครื่องอุปโภคบริโภคมีฝืดเคือง และโดยรวมแล้วความเป็นอยู่ของผู้คนในนครค่อนข้างกันดาร[11]

[แก้] การจัดการสถานการณ์ของรัฐบาลพม่า

ในการนี้ รัฐบาลทหารพม่าได้ประกาศให้เขตย่างกุ้ง เขตอิรวดี เขตหงสาวดี ตลอดจนรัฐมอญ และรัฐกะเหรี่ยงเป็นเขตประสบพิบัติภัย

อย่างไรก็ดี รัฐบาลทหารพม่าหาได้มีและดำเนินมาตรการใด ๆ เพื่อแก้ไข เยียวยา และฟื้นฟูความเลวร้ายในบ้านเมืองอย่างเหมาะสม หนังสือพิมพ์ไทยรัฐรายงานว่า ชาวพม่าจำนวนมากโกรธแค้นรัฐบาลที่ไม่มีการเตือนภัยที่ดีพอ และสมาคมเพื่อการช่วยเหลือนักโทษการเมืองซึ่งอยู่ในกรุงเทพมหานครรายงานว่า เจ้าหน้าที่พม่ายิงประหารนักโทษแห่งเรือนจำอินเส่งในขณะที่ฉวยจังหวะจลาจลจากพายุเตรียมหลบหนี ปรากฏนักโทษตายสามสิบหกคน และบาดเจ็บอีกประมาณเจ็ดสิบคน อย่างไรก็ดี ทางการพม่าปฏิเสธรายงานทั้งสอง[12]

ด้วยเหตุนี้เอง นานาชาติจึงวิตกว่า ศพนับแสนที่รัฐบาลพม่าไม่จัดการแต่ปล่อยทิ้งไว้ให้เน่าอืดยังหนทางตามยถากรรมนั้น จะนำมาซึ่งโรคระบาดขนานใหญ่ และอาจลุกลามใหญ่หลวงได้[13]

วันที่ 6 พฤษภาคม 2551 นางลอรา บุช คู่สมรสของนายจอร์จ วอล์กเกอร์ บุช ประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกา ได้กล่าวโจมตีรัฐบาลทหารพม่าว่าล้มเหลวในการแจ้งเตือนภัยและให้ความช่วยเหลือแก่ประชาชน[14] ซึ่งร้อยตำรวจเอกนิติภูมิ นวรัตน์ นักวิเคราะห์สถานการณ์ต่างประเทศ ให้ความเห็นต่อการกระทำของนางลอรา บุช ว่า เป็นเพียงเกมการเมืองที่ดำเนินอยู่บนน้ำตาของผู้ทุกข์ยาก อีกประการหนึ่ง สหรัฐอเมริกาเองก็ล้มเหลวในการแจ้งเตือนภัยและให้ความช่วยเหลือแก่ประชาชนในเหตุการณ์พายุเฮอร์ริเคนแคทรีนาพัดถล่มสหรัฐอเมริกาเมื่อวันจันทร์ที่ 29 สิงหาคม 2548 เช่นกัน[15]

[แก้] การประชามติว่าด้วยร่างรัฐธรรมนูญของพม่า

ถึงแม้ว่าจะบังเกิดภาวะมหันตภัย แต่ในเบื้องแรกรัฐบาลทหารพม่าคงยืนยันว่าจะจัดให้มีการออกเสียงประชามติเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญพม่าตามที่กำหนดไว้ในวันเสาร์ที่ 10 พฤษภาคม 2551 ไม่เปลี่ยนแปลง ซึ่งได้ก่อให้เกิดปฏิกิริยาต่อต้านจากทั้งพรรคฝ่ายค้านของพม่าเองและจากนานาชาติ ซึ่งหลังจากที่เผชิญการต่อต้านอย่างแรงจากหลายฝ่าย ก็ได้มีประกาศเลื่อนการประชามติเฉพาะนครย่างกุ้งและพื้นที่ประสบพิบัติภัยไปเป็นวันที่ 24 พฤษภาคม 2551[16]

[17]อนึ่ง ในวันที่ 9 พฤษภาคม 2551 สำนักข่าวมิซซิมา (Mizzima) แห่งสหภาพพม่าได้จัดให้มีการสำรวจความคิดเห็นของชาวพม่าว่าด้วยการประชามติครั้งนี้ ปรากฏว่าร้อยละหกสิบของผู้ตอบการสำรวจทั้งหมดคงไปออกเสียงอยู่เพราะเห็นว่าเป็นการใช้สิทธิของตน อย่างไรก็ดี ร้อยละเจ็ดสิบไม่ทราบว่าอะไรคือรัฐธรรมนูญ กับทั้งร้อยละห้าสิบสองยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะออกเสียงว่าอย่างไรดี ซึ่งผลลำดับถัดมาได้แก่ร้อยละยี่สิบว่าจะออกเสียงไม่รับ

[แก้] การบรรเทาทุกข์จากนานาชาติสู่พม่า

[แก้] สถานการณ์ทั่วไป

[แก้] ความช่วยเหลือจากนานาชาติ

วันที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2551 ผู้แทนของรัฐบาลทหารพม่าที่มลรัฐนิวยอร์กได้ร้องขอความช่วยเหลือจากสหประชาชาติอย่างเป็นทางการสำหรับความเสียหายจากพายุหมุนนาร์กิสในประเทศตน ซึ่งนานาชาติล้วนพร้อมสนองอย่างเต็มที่

อย่างไรก็ดี รัฐบาลพม่าแสดงทีท่าไม่ยอมรับความช่วยเหลือจากนานาชาติ ซึ่งหลายประเทศได้เตรียมบริจาคเงินและเสบียงทั้งอาหารและยา ตลอดจนข้าวของที่จำเป็นอื่น ๆ สำหรับประเทศไทยเองได้เตรียมบริจาคเงินหนึ่งแสนดอลลาร์สหรัฐ เวชภัณฑ์สามสิบตัน และเสบียงอาหารสิบสองตันจากสภากาชาดไทย ซึ่ง นายไชยา สะสมทรัพย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขยังได้จัดส่งเวชภัณฑ์ไปช่วยเหลือพม่าอีกสิบสี่รายการ มูลค่ากว่าสิบล้านบาท ตามคำสั่งของนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี นอกจากนี้ รัฐบาลไทยจะได้จัดส่งคณะแพทย์และพยาบาลเข้าไปช่วยเหลือยี่สิบคณะ กับทั้งหน่วยเคลื่อนที่เร็วในการปราบปรามโรคระบาดอีกยี่สิบหน่วย โดยนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า "ถ้าพม่าไฟเขียวอนุญาตให้เข้าไปช่วยเหลือ ก็ได้รับความอนุเคราะห์จากกองทัพอากาศ โดยใช้เครื่องบินซี-130 ขน (คณะและหน่วยทางการแพทย์) ไป ไทยจะพรวดพราดไปไม่ได้ ต้องแจ้งให้ทางโน้นรับทราบก่อน"[18] ซึ่งต่อมาในวันที่ 7 พฤษภาคม 2551 เครื่องบินลำดังกล่าวพร้อมด้วยบริวารได้รับอนุญาตให้ลงจอด ณ นครย่างกุ้ง โดยได้บรรทุกน้ำดื่มและอุปกรณ์การก่อสร้างขนาดเบาเป็นการเพิ่มเติมไปด้วย[19]

[แก้] การปิดกั้นความช่วยเหลือจากนานาชาติ

ปัญหามีว่า รัฐบาลทหารพม่าไม่ยอมรับความช่วยเหลือจากชาติและองค์กรใด ๆ และไม่อนุมัติบัตรผ่านแดนให้แก่ชนต่างด้าว ถึงแม้ว่าบุคคลเหล่านั้นประสงค์จะเดินทางเข้าไปในประเทศเพื่อให้ความช่วยเหลือก็ตาม [20]

อนึ่ง บ่ายวันที่ 8 พฤษภาคม 2551 ตามเวลาในประเทศไทย รัฐบาลพม่าอนุญาตให้กลุ่มเที่ยวบินจากอิตาลีซึ่งบรรทุกเครื่องบรรเทาทุกข์และเจ้าหน้าที่สนามจากองค์การสหประชาชาติลงจอด ณ สนามบินย่างกุ้งแล้ว กระนั้น เจ้าหน้าที่และเครื่องบรรเทาทุกข์จากนานาชาติส่วนใหญ่ยังคงค้างอยู่ในประเทศไทยและสนามบินย่างกุ้งเพื่อรอความยินยอมจากรัฐบาลพม่าอย่างเป็นทางการ บรรดาประเทศเหล่านี้วิตกกันว่าเสบียงอาหารและเสบียงยาอาจเน่าเสียก่อนรัฐบาลพม่าอนุญาตก็เป็นได้[21]

วันที่ 9 พฤษภาคม 2551 รัฐบาลพม่ายอมรับความช่วยเหลือจากนานาชาติอย่างเป็นทางการเฉพาะภัณฑ์ต่าง ๆ แต่ไม่อนุญาตให้บุคลากรต่างชาติเข้าไปปฏิบัติหน้าที่ในประเทศตน

นักวิเคราะห์ชาวสิงคโปร์อธิบายถึงสาเหตุที่รัฐบาลพม่ายังลังเลใจในการนี้อยู่ว่า เป็นเพราะรัฐบาลพม่ากำลังรอฟังคำทำนายจากโหรอยู่ ทั้งนี้ รัฐบาลทหารพม่ามีความเชื่อและเคารพอย่างฝังจิตฝังใจในโหร[22] และการย้ายเมืองหลวงจากนครย่างกุ้งไปเป็นกรุงเนปิดอว์ใน พ.ศ. 2548 กับทั้งการสั่งให้เปลี่ยนการขับรถจากด้านซ้ายของถนนมาเป็นด้านขวาก็เป็นอีกการหนึ่งที่โหรพม่าแนะนำให้รัฐบาลกระทำ[23]

การที่รัฐบาลพม่าไม่อนุญาตให้ต่างประเทศเข้าไปให้ความช่วยเหลือ ส่วนหนึ่งมาจากความที่รัฐบาลต้องการสร้างภาพให้ประชาชนมองว่าตนเป็นที่พึ่งและผู้ให้ความสงเคราะห์หนึ่งเดียว โดยรัฐบาลได้ติดป้ายชื่อบุคคลจากกองทัพบนของที่ได้รับบริจาคจากต่างชาติแทนที่ชื่อของผู้บริจาคที่แท้จริง ซึ่งก็เป็นอีกเหตุหนึ่งที่ทำให้การช่วยเหลือผู้ได้รับความเสียหายเป็นไปโดยล่าช้า[24] [25]

[แก้] แรงกดดันให้พม่าเปิดประเทศ

วันที่ 9 พฤษภาคม 2551 นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีแห่งประเทศไทย แถลงหลังจากได้รับการร้องขอจากนายเอริก จี. จอห์น (Eric G. John) เอกอัครรัฐทูตแห่งสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย ว่าจะได้เยือนพม่าในวันที่ 11 พฤษภาคม เพื่อเจรจาให้พม่ายอมเปิดประเทศ และนายควินตัน ควาเย (Quinton Qquayae) เอกอัครราชทูตแห่งสหราชอาณาจักรประจำประเทศไทย แถลงว่าจะร่วมการเดินทางของนายสมัครด้วยเพื่อช่วยเจรจากับพม่าอีกแรงหนึ่ง[26]อย่างไรก็ดี รัฐบาลพม่าแถลงกลับโดยทันทีว่าขณะนี้ยังไม่พร้อมรับการเยือนของผู้ใด การเดินทางของนายสมัครจึงต้องยกเลิกไป และนายสมัครกล่าวว่าจะได้ส่งหนังสือเจรจาให้แก่พม่าให้ภายหลัง[27]

เย็นวันเดียวกันนั้น นายริชาร์ด ฮอร์เซย์ (Richard Horsey) ผู้แทนสหประชาชาติประจำประเทศไทย แถลงในกรุงเทพมหานครว่า ขอให้พม่ารับความช่วยเหลือจากนานาชาติโดยไม่ชักช้า เพราะพายุอีกลูกหนึ่งอันมีความรุนแรงเสมอพายุหมุนนาร์กิสกำลังเข้าโจมตีพม่าตามกำหนดการณฺ์พายุกระหน่ำหาสมุทรอินเดียตอนเหนือ ประจำปี 2551 พายุลูกดังกล่าวย่อมส่งผลให้สถานการณ์เลวร้ายลงไปอีก[28]

[แก้] รายการความช่วยเหลือ

[แก้] จากภาครัฐ

ต่อไปนี้เป็นรายการความช่วยเหลือที่รัฐบาลทหารพม่ายอมรับแล้ว[29]

ประเทศ ความช่วยเหลือ
Flag of กรีซ กรีซ มอบเงิน 200,000 ดอลลาร์สหรัฐ เวชภัณฑ์ และการบรรเทาทุกข์อื่น ๆ ตามมนุษยธรรม[30]
Flag of แคนาดา แคนาดา อนุมัติเงินช่วยเหลือเร่งด่วนจำนวน 2,000,000 ดอลลาร์สหรัฐ[31]
Flag of the People's Republic of China จีน มอบเงิน 5,300,000 ดอลลาร์สหรัฐและเครื่องยังชีพจำนวนหนึ่ง
Flag of ญี่ปุ่น ญี่ปุ่น เครื่องกำเนิดไฟฟ้าและเต็นท์มูลค่ายี่สิบแปดล้านเยน [32]
Flag of เดนมาร์ก เดนมาร์ก มอบเงิน 103,600 ดอลลาร์สหรัฐ
Flag of ตุรกี ตุรกี มอบเงิน 1,000,000 ดอลลาร์สหรัฐ[33]
Flag of ไทย ไทย มอบเงิน 600,000 ดอลลาร์สหรัฐ เวชภัณฑ์สามสิบตัน เสบียงอาหารสิบสองตัน และอุปกรณ์การก่อสร้างขนาดเบา[34]
Flag of นอร์เวย์ นอร์เวย์ มอบเงินสด 1,960,000 ดอลลาร์สหรัฐ [35]
Flag of นิวซีแลนด์ นิวซีแลนด์ มอบเงิน 1.5 ล้านนิวซีแลนด์ดอลลาร์ (1.15 ล้านดอลลาร์สหรัฐ)[36]
Flag of the Netherlands เนเธอร์แลนด์ มอบเงิน 1,000,000 ยูโร
Flag of บรูไน บรูไน เครื่องยังชีพจำนวนหนึ่ง [37]
Flag of บังกลาเทศ บังกลาเทศ อาหารและยารักษาโรค 20 ตัน
Flag of เบลเยียม เบลเยียม มอบเงิน 250,000 ยูโร
Flag of ฝรั่งเศส ฝรั่งเศส มอบเงิน 3,100,000 ดอลลาร์สหรัฐ
Flag of ฟลานเดอส์ ฟลานเดอส์ มอบเงิน 100,000 ยูโร
Flag of ฟินแลนด์ ฟินแลนด์ มอบเงิน 300,000 ยูโร [38]
Flag of the Philippines ฟิลิปปินส์ ยารักษาโรค[39]
Flag of มาเลเซีย มาเลเซีย มอบเงิน 4,100,000 ดอลลาร์สหรัฐ
Flag of เยอรมนี เยอรมนี มอบเงิน 3,000,000 ดอลลาร์สหรัฐ
Flag of เวียดนาม เวียดนาม มอบเงิน 200,000 ดอลลาร์สหรัฐ
Flag of สเปน สเปน มอบเงิน 375,000 ดอลลาร์สหรัฐ
Flag of สวิตเซอร์แลนด์ สวิตเซอร์แลนด์ มอบเงิน 475,000 ดอลลาร์สหรัฐในเบื้องต้น
Flag of สวีเดน สวีเดน ให้การช่วยเหลือด้านระบบบำบัดน้ำและเครื่องยังชีพอื่น ๆ
Flag of สิงคโปร์ สิงคโปร์ 200,000 ดอลลาร์สหรัฐ [40]
Flag of ออสเตรเลีย ออสเตรเลีย มอบเงิน 3,000,000 ดอลลาร์ออสเตรเลีย [41]
Flag of อินเดีย อินเดีย มอบเครื่องยังชีพ 72 ตัน ตลอดจนเต็นท์ และเสบียงอาหารอีกจำนวนหนึ่ง
Flag of อินโดนีเซีย อินโดนีเซีย มอบเงินสด 1,000,000 ดอลลาร์สหรัฐ ตลอดจนเสบียงอาหารและเสบียงยาอีกจำนวนหนึ่ง
Flag of Ireland ไอร์แลนด์ มอบเงิน 1,500,000 ดอลาร์สหรัฐ
Flag of ฮังการี ฮังการี อาหาร ยารักษาโรค มูลค่า 300,000 ดอลาร์สหรัฐ
Flag of Europe สหภาพยุโรป มอบเงิน 3,000,000 ดอลลาร์สหรัฐ
Flag of the United States สหรัฐอเมริกา รัฐบาลกลางมอบเงิน 3,250,000 ดอลลาร์สหรัฐ [42]
Flag of the United Kingdom สหราชอาณาจักร มอบเงิน5,000,000 ปอนด์ [43]
Flag of the Czech Republic สาธารณรัฐเช็ก มอบเงิน 154,000 ดอลลาร์สหรัฐ
สถานเอกอัครรัฐทูตสหรัฐอเมริกา
ประจำประเทศพม่า (U.S. embassy in Burma)
ได้อนุมัติเงิน 250,000 ดอลลาร์สหรัฐเพื่อช่วยเหลือพม่า
สำนักงานเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศแห่งสหรัฐอเมริกา
(United States Agency for International Development)
มอบเงิน 3,000,000 ดอลลาร์สหรัฐ

[แก้] จากภาคเอกชน

  1. กองทุนเยาวชนแห่งสหประชาชาติ จากนครนิวยอร์ก : เจ้าหน้าที่ของกองทุนได้เข้าถึงประเทศพม่าเมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2551 และกำลังปฏิบัติการ[44] ดูรายละเอียดเกี่ยวกับการรับบริจาค
  2. คณะพหุศาสตราจารย์ฝ่ายเอกคริสตเทวนิยมเพื่อการบริการสาธารณะ (Unitarian Universalist Service Committee) : ได้ร่วมกับสมาคมพหุศาสตราจารย์ฝ่ายเอกคริสตเทวนิยม (Unitarian Universalist Association) ให้การช่วยเหลือด้านทุนทรัพย์และด้านมนุษยธรรมแก่ผู้ประสบพิบัติภัยในพม่า[45] ดูรายละเอียดเกี่ยวกับการรับบริจาค
  3. ประเทศอิสราเอล : ภาคเอกชนได้ร่วมกันมอบเงินหนึ่งแสนดอลลาร์สหรัฐ ตลอดจนเสบียงอาหารและเสบียงยาอีกจำนวนหนึ่ง
  4. มูลนิธิกาชาดและสมาคมโสมเสี้ยวแดงระหว่างประเทศ (Mouvement international de la Croix-Rouge et du Croissant-Rouge) : มอบเงิน 1,890,000 ดอลลาร์สหรัฐ[46]
  5. สหกรณ์ระหว่างประเทศเพื่อการช่วยเหลือและเยียวยาทุกแห่งหน (Cooperative for Assistance and Relief Everywhere) หรือ แคร์ (CARE) จากกรุงเจนีวา : ถึงแม้ว่าสำนักงานสาขาของแคร์ในนครย่างกุ้งจะถูกพายุหมุนนาร์กิสถล่มราบ แต่ก็แถลงว่ายังสามารถปฏิบัติ "การช่วยเหลือและเยียวยาทุกแห่งหน" ในพม่าต่อไปได้[47] ดูรายละเอียดเกี่ยวกับการรับบริจาค
  6. องค์กรกาชาดแห่งสหภาพพม่า (Myanmar Red Cross) : ได้ประกาศขอความช่วยเหลือเป็นการด่วนแทนชาวพม่าผ่านทางเว็บไซต์ขององค์การกาชาดกลางเมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2551 และขณะเดียวกันก็กำลังให้การช่วยเหลือผู้เสียหาย[48] ดูรายละเอียดเกี่ยวกับการรับบริจาค
  7. องค์กรการกุศลแห่งสหราชอาณาจักรเพื่อการพิทักษ์เยาวชน (British charity Save The Children) : เป็นองค์กรเอกชนซึ่งมีสำนักงานสาขาในประเทศพม่า ได้จัดโครงการช่วยเหลือพม่าอย่างเต็มกำลัง (Full Scale Relief Effort) ตั้งแต่วันที่ 5 พฤษภาคม 2551[49] ดูรายละเอียดเกี่ยวกับการรับบริจาค
  8. องค์กรแพทย์ไร้พรมแดน (Médecins Sans Frontières) จากกรุงปารีส : คณะแพทย์สนามขององค์กรได้เข้าถึงประเทศพม่าเมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2551 และกำลังปฏิบัติการ[50] ดูรายละเอียดเกี่ยวกับการรับบริจาค
  9. องค์การโบสถ์โลก (World Church Service) : ได้เข้าไปร่วมช่วยเหลือชาวพม่ากับสภาโบสถ์แห่งสหภาพพม่า (Myanmar Council of Churches) ตั้งแต่วันที่ 5 พฤษภาคม 2551[51] ดูรายละเอียดเกี่ยวกับการรับบริจาค
  10. องค์การโลกาวิทัศน์ (World Vision Organisation) จากเมืองมอนโรเวีย (Monrovia) มลรัฐแคลิฟอร์เนีย : ซึ่งเป็นองค์การระหว่างประเทศของคริสต์ศาสนา มีจุดมุ่งหมาย "ช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ให้อยู่ดีมีสุข โดยเฉพาะเยาวชน"[52] ได้จัดส่งเจ้าหน้าที่สนามหกร้อยคนเข้าไปให้การช่วยเหลือมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2551[53] ดูรายละเอียดเกี่ยวกับการรับบริจาค
  11. องค์การสากลเพื่อการเยียวยาทางตรง (Direct Relief International) จากเมืองซานตาบาร์บารา (Santa Barbara) มลรัฐแคลิฟอร์เนีย : ได้เข้าไปปฏิบัติการภาคสนามร่วมกับองค์กรและองค์การทั้งปวงตั้งแต่วันที่ 6 พฤษภาคม 2551[54]

[แก้] รายการคำบรรเทาทุกข์

  1. ประเทศไทย : พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ประมุขแห่งรัฐ นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี และนายนพดล ปัทมะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ มีพระราชสารและสารลงวันที่ 6 พฤษภาคม 2551 ไปถึงพลเอกอาวุโสตาน ฉ่วย ประธานสภาสันติภาพและการพัฒนาแห่งสหภาพพม่า แสดงความเสียพระราชหฤทัยและเสียใจในนามประชาชนชาวไทยต่อเหตุการณ์พายุหมุนนาร์กิสในพม่า[55]

[แก้] อ้างอิง

  1. ^ Daily Mirror. (2008, 30 April). Floods leave thousands homeless. [Online]. Available: http://www.dailymirror.lk/DM_BLOG/Sections/frmNewsDetailView.aspx?ARTID=13275. (7 May 2008).
  2. ^ Lakshmi de Silva. (2008, 30 April). Over 35,000 affected by floods, landslides. Upali Newspapers Limited. [Online]. Available: http://www.island.lk/2008/04/30/news2.html. (7 May 2008).
  3. ^ Press Trust of India. (2008, 28 April). Orissa heat deaths rise to eight as cyclonic storm forms over Bay. [Online]. Available: http://www.island.lk/2008/04/30/news2.html. (7 May 2008).
  4. ^ Press Trust of India. (2008, 28 April). Orissa heat deaths rise to eight as cyclonic storm forms over Bay. [Online]. Available: http://www.hindu.com/thehindu/holnus/002200804281964.htm. (7 May 2008).
  5. ^ Staff Writer (2008, May 6). Myanmar cyclone death toll exceeds 22,000. CNN. [Online]. Available: http://www.cnn.com/2008/WORLD/asiapcf/05/06/myanmar.cyclone/index.html. (7 May 2008).
  6. ^ Hundreds killed by Burma cyclone. BBC News. (2008, 4 May). [Online]. Available: http://news.bbc.co.uk/1/hi/world/asia-pacific/7382298.stm. (7 May 2008).
  7. ^ Timesonline. (2008, 7 May). Burma cyclone: up to 50,000 dead and millions homeless, but still no call for aid. [Online]. Available: http://www.timesonline.co.uk/tol/news/world/asia/article3883123.ece. (7 May 2008).
  8. ^ Cyclone kills 10,000 in one Myanmar Town. Reuters. (2008, 6 May). [Online]. Available: http://www.reuters.com/article/newsOne/idUSBKK1919620080506. (7 May 2008).
  9. ^ UPDATE 1-Myanmar cyclone stirs more rice supply fears. Reuters. (2008, 5 May). [Online]. Available: http://in.reuters.com/article/domesticNews/idINSP13877220080505. (7 May 2008).
  10. ^ Thomas Bell. (2008, 5 May). Burma cyclone kills more than 350 people. Daily Telegraph. [Online]. Available: http://www.telegraph.co.uk/news/worldnews/asia/burmamyanmar/1926897/Burma-cyclone-kills-more-than-350-people.html. (7 May 2008).
  11. ^ ไทยรัฐ. (2551, 8 พฤษภาคม). ต้นโพธิ์ทรงปลูกรอดพายุ พระเทพฯ ทรงห่วงพม่า. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: http://www.thairath.co.th/online.php?section=newsthairathonline&content=88927. (8 พฤษภาคม 2551).
  12. ^ ไทยรัฐ. (2551, 7 พฤษภาคม). ในหลวง-ราชินี สลดพระทัย พม่าพุ่ง 2 หมื่นศพ. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: http://www.thairath.co.th/offline.php?section=hotnews&content=88816. (7 พฤษภาคม 2551).
  13. ^ ไทยรัฐ. (2551, 8 พฤษภาคม). พม่านับล้านไร้ที่อยู่ ศพอืดเน่า ผวาโรคระบาดซํ้า. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: http://www.thairath.co.th/offline.php?section=hotnews&content=88971. (8 พฤษภาคม 2551).
  14. ^ Reuters. (2008, 6 May). Laura Bush urges Myanmar to accept US disaster team. [Online]. Available: http://www.alertnet.org/thenews/newsdesk/N05419764.htm. (11 May 2008).
  15. ^ นิติภูมิ นวรัตน์. (2551, 8 พฤษภาคม). สตรีหมายเลข 1 ทับถมถล่มเพื่อนในยามลำบาก. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: http://www.nitipoom.co.th/th/article1.asp?idOpenSky=2923&ipagenum=. (11 พฤษภาคม 2551).
  16. ^ Official: UN plane lands in Myanmar with aid after cyclone. (2008, 9 May). [Online]. Available: http://ap.google.com/article/ALeqM5greyFH3qkj9mc9oagSoulgjN4KHgD90HICSO3. (9 May 2008).
  17. ^ Mizzima. (2008, 9 May). Poll finds a divided and indecisive public on referendum. Available: http://72.14.235.104/search?q=cache:_vFfEMIGukoJ:www.mizzima.com/referendum-watch/17-referendum-watch/409-poll-finds-a-divided-and-indecisive-public-on-referendum-+public+poll+Myanmar+referendum&hl=th&ct=clnk&cd=3&gl=th&client=firefox-a . (9 May 2008).
  18. ^ ไทยรัฐ. (2551, 7 พฤษภาคม). ในหลวง-ราชินี สลดพระทัย พม่าพุ่ง 2 หมื่นศพ. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: http://www.thairath.co.th/offline.php?section=hotnews&content=88816. (7 พฤษภาคม 2551).
  19. ^ ไทยรัฐ. (2551, 8 พฤษภาคม). ต้นโพธิ์ทรงปลูกรอดพายุ พระเทพฯ ทรงห่วงพม่า. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: http://www.thairath.co.th/online.php?section=newsthairathonline&content=88927. (8 พฤษภาคม 2551).
  20. ^ ไทยรัฐ. (2551, 7 พฤษภาคม). พม่าเนรเทศนักข่าวบีบีซี ใช้วีซ่านักท่องเที่ยวเข้าปท. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: http://www.thairath.co.th/online.php?section=newsthairathonline&content=88872. (7 พฤษาภาคม 2551).
  21. ^ ไทยรัฐ. (2551, 8 พฤษภาคม). พม่านับล้านไร้ที่อยู่ ศพอืดเน่า ผวาโรคระบาดซํ้า. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: http://www.thairath.co.th/offline.php?section=hotnews&content=88971. (8 พฤษภาคม 2551).
  22. ^ ไทยรัฐ. (2551, 9 พฤษภาคม). หลังยึกยักมานาน พม่าโอเค ให้ต่างชาติเข้าช่วย. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: http://www.thairath.co.th/offline.php?section=hotnews&content=89107. (9 พฤษภาคม 2551).
  23. ^ ดุลยภาค ปรีชารัชช. (2550, 1 พฤศจิกายน). "เพียงมะนา เนปิดอว์ ราชธานีแห่งใหม่ของสหภาพพม่า". ศิลปวัฒนธรรม (ปีที่ 29). หน้า 154.
  24. ^ AP. (2008, 11 May). Myanmar junta hands out aid boxes with generals' names. [Online]. Available: http://ap.google.com/article/ALeqM5greyFH3qkj9mc9oagSoulgjN4KHgD90IUE900 (12 May 2008).
  25. ^ ไทยรัฐ. (2551, 11 พฤษภาคม). สิ่งของพระราชทานจากในหลวง ส่งถึงชาวพม่าแล้ว. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: http://www.thairath.co.th/online.php?section=newsthairathonline&content=89361. (12 พฤษภาคม 2551).
  26. ^ ไทยรัฐ. (2551, 9 พฤษภาคม). สมัครบินด่วนไปพม่า 11พ.ค. ทูตอังกฤษขอร่วมคณะด้วย. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: http://www.thairath.co.th/online.php?section=newsthairathonline&content=89146. (9 พฤษภาคม 2551).
  27. ^ ไทยรัฐ. (2551, 9 พฤษภาคม). สมัครยกเลิกเดินทางไปพม่า เจ้าบ้านแถลงขอแค่สิ่งของ. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: http://www.thairath.co.th/onlineheadnews.html?id=89155. (9 พฤษภาคม 2551).
  28. ^ AFP. (2008, 9 May). UN Warns That Another Storm Is Headed Toward Myanmar. [Online]. Available: