เส้นทางสายเกลือ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ผิวถนนเส้นทางสายเกลือ

เส้นทางสายเกลือ (อังกฤษ: Old Salt Route, เยอรมัน: Alte Salzstraße) เป็นเส้นทางการค้าของยุคกลางทางตอนเหนือของเยอรมนีที่ใช้ในการขนส่งเกลือและสินค้าอื่นๆ

เกลือเป็นสินค้าที่มีค่าสูงในยุคกลางซึ่งทำให้บางครั้งก็เรียกกันว่า “ทองขาว” เกลือที่ขนส่งบนเส้นทางสายนี้ส่วนใหญ่มาจากเหมืองใกล้ลืนเนอบวร์ก (Lüneburg) ซึ่งเมืองทางเหนือตอนกลางของเยอรมนี จากนั้นก็ขนส่งไปยังลือเบ็ค ซึ่งเป็นเมืองท่าสำคัญของเยอรมนีบนฝั่งทะเลบอลติก[1]

ประวัติ[แก้]

นักประวัติศาสตร์ยอมรับกันว่าเส้นทางสายเกลือเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางการค้าที่ยาวกว่า ที่ใช้เป็นเส้นทางสำคัญในการเชื่อมระหว่างทางตอนเหนือและใต้ของเยอรมนี จากเอกสารที่เก่าที่สุดสนับสนุนหลักฐานที่ว่าลืนเนอบวร์กมีบทบาทในการขนส่งเกลือมาตั้งแต่ ค.ศ. 956 ในเอกสารฉบับนั้นสมเด็จพระจักรพรรดิออตโตที่ 1 แห่งโรมันอันศักดิ์สิทธิ์พระราชทานสิทธิให้สำนักสงฆ์เซนต์มิเคลลิส (St. Michaelis Monastery) ให้เก็บค่าธรรมเนียมจากการทำเกลือได้ แม้จะในเวลานั้นความมั่งคั่งของเมืองส่วนใหญ่ก็มาจากรายได้จากเกลือที่พบในบริเวณนั้น[2] เส้นทางสายเกลือรุ่งเรืองที่สุดระหว่างคริสต์ศตวรรษที่ 12 ถึง คริสต์ศตวรรษที่ 16[1]

เส้นทางการค้าสายนี้เริ่มตั้งแต่ลืนเนอบวร์กไปสิ้นสุดที่ลือเบ็ค จากเมืองท่าลือเบ็คเกลือส่วนใหญ่ก็ถูกส่งต่อไปยังเมืองต่างๆ บนฝั่งทะเลบอลติกที่รวมทั้งฟาลสเตอร์โบ (Falsterbo) ที่เป็นที่ตั้งของตลาดสแกนเนีย (Scania Market) หรือตลาดเฮอร์ริง ที่ใช้เกลือในการทำผลิตผลต่างๆ จากปลาเฮอร์ริง ซึ่งเป็นสินค้าสำคัญของยุคกลาง และในการถนอมอาหารอื่นๆ การค้าขายเกลือเป็นปัจจัยอันสำคัญของความมีอำนาจของลือเบ็คและสันนิบาตฮันเซียติก[3]

การขนส่งเกลือ[แก้]

แผนที่เส้นทางสายเกลือ

การขนส่งเกลือทำโดยการใช้เกวียนที่ลากด้วยม้าจากลืนเนอบวร์กข้ามแม่น้ำเอลเบที่อาร์ตเล็นบวร์ก (Artlenburg) จากที่นั่นก็ผ่านทางเมิลเลน (Mölln) ไปยังลือเบ็ค ผิวถนนส่วนใหญ่เป็นเพียงทางเดินหรือทางเกวียนที่ไม่มีผิวที่ได้รับการปราบหรือปูด้วยวัสดุที่แข็ง เป็นเพียงถนนที่เป็นทรายและเป็นโคลนเมื่อฝนตกหนัก ทางผ่านทุ่ง ป่า และหมู่บ้านเล็กๆ ซึ่งทำให้การขนส่งเป็นไปอย่างลำบากยากเข็ญ นอกจากนั้นก็ยังเป็นถนนที่อันตรายจากโจรผู้ร้าย เพราะสิ่งที่ขนส่งเป็นของที่มีค่า การขนส่งแต่ละครั้งทำได้เพียงจำนวนจำกัดซึ่งทำให้กลายเป็นสินค้าที่มีค่า[1][4]

ในปี ค.ศ. 1398 เมื่อมีการเปิดใช้คลองสเต็คนิทซ์ (Stecknitz Canal) ซึ่งเป็นคลองในบรรดาคลองขุดแรกของยุโรป การขนส่งเกลือก็ทำได้ง่ายขึ้นและเป็นจำนวนมากขึ้น ซึ่งสามารถทำให้ตอบสนองความต้องการของตลาดที่เพิ่มขึ้นได้มากยิ่งขึ้น[4] ตัวอย่างเช่นในคริสต์ศตวรรษที่ 16 ลืนเนอบวร์กส่งเกลือประมาณ 19,000 ตันต่อปีไปยังลือเบ็ค แต่ไม่ว่าจะขนทางบกหรือทางน้ำการขนส่งก็ยังใช้เวลาราวยี่สิบวันจึงจะถึงที่หมาย[1]

การท่องเที่ยว[แก้]

ในสมัยปัจจุบันการท่องเที่ยวตามเส้นทางสายเกลือเป็นการท่องเที่ยวที่ได้รับทั้งประสบการณ์ทางธรรมชาติและวัฒนธรรม ที่นักท่องเที่ยวอาจจะทำได้โดยการเดินเท้า หรือ การขี่จักรยาน และบางส่วนอาจจะทำโดยเรือ ระหว่างทางก็มีเมืองที่น่าสนใจและมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ที่รวมทั้งลืนเนอบวร์ก เมิลเลน ลือเบ็ค[1]

อ้างอิง[แก้]

  1. 1.0 1.1 1.2 1.3 1.4 Sell, Nora. Die Alte Salzstraße – von Lüneburg nach Lübeck. [1]
  2. St. Michaelis Lüneburg. “St. Michaelis Lüneburg - die Bachkirche im Norden”. [2] 2003.
  3. Pulsiano, Phillip and Wolf, Kirsten. Medieval Scandinavia. [3] Taylor & Francis. 1993. ISBN 0824047877, p. 651.
  4. 4.0 4.1 DHL. “The Old Salt Road – Logistics networks today and yesterday”. [4]

ดูเพิ่ม[แก้]