เลอบรอน เจมส์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
เลอบรอน เจมส์
ตำแหน่ง สมอลฟอร์เวิร์ด
ฉายา King James, The Heir Apparent, LBJ, The Chosen One
ความสูง ฟุต 9 นิ้ว (2.07 )
น้ำหนัก 240 ปอนด์ (109 กก.)
ทีม ไมอามี ฮีต
สัญชาติ Flag of the United States สหรัฐอเมริกา
วันเกิด 30 ธันวาคม พ.ศ. 2527 (29 ปี)
อะครอน รัฐโอไฮโอ
ไฮสคูล St. Vincent - St. Mary HS
Akron, Ohio
ดราฟท์ ลำดับที่ 1, 2003
คลีฟแลนด์ คาวาเลียส์
เล่นระดับอาชีพ 2003–ปัจจุบัน
รางวัล 2003 Naismith Prep Player of the Year
2004 Rookie of the Year
2004 ESPY Best Breakthrough Athlete
ผู้เล่นทรงคุณค่าเกมรวมดาราเอ็นบีเอ 2006
เกมรวมดาราเอ็นบีเอ 3 ครั้ง
ได้เลือกเป็นออล-เอ็นบีเอ 2 ครั้ง
2005-06 The Sporting News NBA co-MVP

เลอบรอน เจมส์ (อ่าน เลอ-บรอน, อังกฤษ LeBron James) เกิด 30 ธันวาคม พ.ศ. 2527 ที่เมืองแอเคริน (Akron) รัฐโอไฮโอ เป็นนักบาสเกตบอลเอ็นบีเอของทีมไมอามี ฮีต

เจมส์เป็นผู้เล่นที่มีพรสวรรค์และความสามารถหลากหลายคนหนึ่งในเอ็นบีเอ มีความสูง 6 ฟุต 8 นิ้ว (203 ซม.) และหนัก 252 ปอนด์ (หนัก 245 ปอนด์เมื่อตอนดราฟคัดตัว) ถึงแม้ว่าจะเล่นในตำแหน่งสมอลฟอร์เวิร์ดเป็นหลัก เจมส์สามารถเล่นตำแหน่งพอยท์การ์ด และชู้ตติ้งการ์ดอีกด้วย เจมส์มีสายตาที่ดี ทักษะในการส่งลูก และการแบ่งลูกให้ผู้เล่นอื่นได้เล่น ทำให้ผู้คนมักเปรียบเทียบเขากับแมจิก จอห์นสัน และเปรียบเทียบทักษะทางด้านกีฬาและความสามารถในการทำคะแนนกับไมเคิล จอร์แดน ถึงแม้ว่าจะยังอายุน้อยแต่หลายคนก็คาดเดาว่าเขาจะกลายเป็นผู้เล่นที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคนหนึ่งในตลอดกาล

ระดับไฮสกูล[แก้]

เจมส์เล่นบาสเกตบอลในระดับไฮสกูล (ระดับการศึกษามัธยมปลายสี่ปีของสหรัฐอเมริกา) ที่ St. Vincent-St. Mary High School/หรือIRISH/ ในเมืองอะครอน โอไฮโอ โดยเล่นในตำแหน่งพอยท์การ์ด ปีนั้นทีมทำสถิติชนะรวด 27 นัดโดยไม่แพ้เลย และได้เป็นแชมป์ของรัฐ ปีต่อมาเขาทำได้เฉลี่ย 27.8 แต้ม 7.5 รีบาวด์ 5.9 แอสซิสต์ และ 4 สตีล ได้แชมป์อีกสมัย และยังได้ถูกเลือกเป็นนักกีฬาบาสเก็ตบอลยอดเยี่ยมในตำแหน่ง "Mr. Basketball" ของรัฐโอไฮโอ และ "All-USA First Team" ของหนังสือพิมพ์ USA Today

ปีที่สามถึงแม้ว่าเจมส์ทำได้ 29.7 คะแนน และ 8.4 รีบาวด์ และได้รับเลือกเป็น Mr. Basketball และ All-USA First Team อีกครั้ง ช่วงนี้เองที่เจมส์ได้รับฉายาว่า คิงเจมส์ (King James) แต่ทีมไม่สามารถคว้าแชมป์ได้ เจมส์พยายามขอเข้าดราฟในเอ็นบีเอแต่ก็ได้ถูกปฏิเสธเนื่องจากกฎที่ว่าผู้เล่นต้องจบไฮสกูลถึงจะทำการคัดตัวได้ การเรียกร้องดังกล่าวทำให้เขาได้รับความสนใจจากสื่อมวลชนเป็นจำนวนมาก เจมส์ได้ปรากฏบนนิตยสารหลายฉบับ มีบุคคลมีชื่อเข้าชมเกมที่เขาเล่น และหลายเกมก็ถูกถ่ายทอดสดไปทั่วประเทศสหรัฐอเมริกา ปีนั้นทีมไฮสกูลของเจมส์ก็ได้แชมป์อีกครั้ง เขาได้เข้าร่วมเล่นในเกมออลสตาร์ (all-star) ต่าง ๆ และได้รับตำแหน่งผู้เล่นทรงคุณค่า (MGP) นอกเหนือจาก Mr. Basketball และ All-USA First Team

ระดับเอ็นบีเอ[แก้]

เจมส์ ถูกคัดเลือกเป็นคนแรกในดราฟปี พ.ศ. 2546 (ค.ศ. 2003) โดยทีมคลีฟแลนด์ คาวาเลียส์ เขาได้รับความสนใจจากสาธารณชนอย่างมากถึงกับได้เซ็นสัญญารองเท้ากับไนกี (Nike) มูลค่า 90 ล้านดอลลาร์สหรัฐก่อนที่จะเล่นในเอ็นบีเอเกมแรกด้วยซ้ำ และเขาก็ไม่ทำให้แฟนผิดหวังเมื่อทำได้เฉลี่ยตลอดฤดูกาล 20.9 แต้ม 5.4 รีบาวด์ 5.9 แอสซิสต์ และได้รับรางวัลผู้เล่นใหม่ยอดเยี่ยม (Rookie of the Year) แต่ทีมก็ไม่ได้เข้าเล่นในเพลย์ออฟ

เลอบรอน เจมส์ เป็นเพื่อนสนิทกับ CARMELO ANTHONY จากทีม DENVER NUGGATS และ DWYANE WADE จากทีม MIAMA HEAT ปี พ.ศ. 2546 ช่วงหมดฤดูกาลเขาเข้าร่วมเล่นในทีมโอลิมปิกของสหรัฐอเมริกาที่กรุงเอเธนส์ ประเทศกรีซ จากทักษะที่ได้เรียนรู้ในฤดูกาลต่อมาเจมส์เป็นคนแรกที่ทำ 10 คะแนน 10 รีบาวด์ และ 10 แอสซิสต์ (หรือ ทริปเปิล-ดับเบิล) ในเกมที่อายุน้อยที่สุด และทำคะแนน 50 แต้มในเกมเดียวที่อายุน้อยที่สุดอีกด้วย แต่ทีมคาวาเลียส์ก็ยังเข้ารอบเพลย์ออฟไม่ได้

ในฤดูกาล 2005-06 คาวาเลียส์ได้ผู้เล่นใหม่มาเสริมทีมอาทิเช่น ลาร์รี ฮิวส์ (Larry Hughes) แฟนและนักข่าวต่างหวังว่าเจมส์จะสามารถนำทีมเข้าเพลย์ออฟได้ในปีนี้

ในฤดูกาล 2009-10ทีมคาวาเลียส์มีลุ้นได้แชมป์NBA PLAYOFF 2010 ซึ่งมีตัวเก่งอย่าง FORWARDดาวรุ่ง เจเจฮิกสัน PG mo wililem แต่สุดท้ายก็แพ้ให้กับคู่ปรับร่วมสายอย่าง บอสตันเซลติก

ฤดูกาล 2010- 2011 เลอบรอน เจมส์ หมดสัญญากับทีมคลีฟแลนด์ คาวาเลียส์ และได้เซ็นสัญญา 6 ปีกับทีม Miami Heat เช่นเดียวกับ Dwyane Wade และ Chris Bosh

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]