-
เลมีเซราบล์ (ฝรั่งเศส: Les Misérables;
/leɪ ˌmɪzəˈrɑːb/; เสียงอ่านภาษาฝรั่งเศส: [le mizeʁabl (ə)]) เป็นนิยายประพันธ์ใน พ.ศ. 2404 โดยวิกตอร์ อูโก นักประพันธ์ชาวฝรั่งเศส และเรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในนิยายประพันธ์ที่ดีที่สุดในศตวรรษที่ 19
รูปแบบ [แก้]
เรื่องย่อ [แก้]
ตัวละคร [แก้]
หลัก [แก้]
- ชอง วาลชอง (ฝรั่งเศส: Jean Valjean) ; นายมาเดลีน (ฝรั่งเศส: Monsieur Madeleine), อูลตีม โฟเชอเลอวองต์ (ฝรั่งเศส: Ultime Fauchelevent), นายเลอบล็องก์ (ฝรั่งเศส: Monsieur Leblanc), อูร์แบง ฟาบร์ (ฝรั่งเศส: Urbain Fabre), หรือ 24601 (ฝรั่งเศส: 24601) ก็เรียก —- เป็นตัวละครหลักของเรื่อง เขาต้องโทษฐานขโมยขนมปังก้อนหนึ่ง แต่อีกสิบเก้าปีต่อมาก็พ้นโทษโดยมีทัณฑ์บน เขาไม่ได้รับการต้อนรับจากสังคมโดยหาว่าเขาเคยเป็นนักโทษ บิชอปมีรีเยลจึงเข้ามาอุ้มชูเขา และชี้ทางสว่างให้เขาดำเนินชีวิตใหม่อันสะอาดพิสุทธิ์กระทั่งเขาได้เป็นเจ้าของโรงงานและเป็นนายกเทศมนตรีตามลำดับ ต่อมาเขาได้รับบุตรสาวของฟ็องตีนนามว่า "โกแซต" ไว้เป็นบุตรบุญธรรมและอุปการะกระทั่งเธอเติบใหญ่ เขาก็สิ้นใจด้วยโรคชรา
- ชาแวร์ (ฝรั่งเศส: Javert) ; นายเดอมาซี (ฝรั่งเศส: Monsieur DeMasi) ก็เรียก —- เขาเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มีบุคลิกภาพย้ำคิดย้ำทำ และปฏิบัติหน้าที่เป็นพนักงานสืบสวน เขาได้รับหน้าที่ให้ตามล่าตัวชอง วาลชอง หลายครั้งหลายครา ครั้งหนึ่ง ชอง วาลชอง มีโอกาสสังหารเขาแต่ก็ปล่อยเขาไป ในครั้งต่อมาที่เจ้าหน้าที่ชาแวร์เผชิญหน้ากับชอง วาลชอง เขารู้สึกว่าการกระทำความผิดของชอง วาลชอง เป็นสิ่งอันมิชอบด้วยกฎหมาย ขณะที่อีกใจหนึ่งของเขากลับบอกว่าชอง วาลชอง มีบุญคุณต่อเขา ท้ายแล้วเจ้าหน้าที่ชาแวร์ก็ตัดสินใจกระทำอัตวินิบาตกรรมโดยกระโดดลงน้ำแซนเพื่อเปิดโอกาสให้ชอง วาลชอง ได้หลบหนีไป และเพื่อยุติความขัดแย้งในจิตใจของเขา
- บิชอปมีรีเยล (อังกฤษ: Bishop Myriel) นักบวชแห่งดีญ —- นักบวชสูงอายุผู้มีจิตใจเมตตาอารี เขาได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งบิชอปในครั้งที่ได้เฝ้าทูลละอองพระบาทพระจักรพรรดินโปเลยงที่ 1 โดยบังเอิญ บิชอปมีรีเยลได้ชี้ทางสว่างให้ชอง วาลชอง ดำเนินชีวิตใหม่ขณะที่ชอง วาลชอง เข้ามาขโมยเงินจากเขา
- ฟ็องตีน (ฝรั่งเศส: Fantine) —- กรรมกรหญิงชาวปารีสผู้ถูกสามีคือ เฟลีกซ์ โตโลมีเย (ฝรั่งเศส: Félix Tholomyès) ทอดทิ้งให้อยู่กับทารกน้อยเพศหญิงนาม "โกแซต" ซึ่งเป็นบุตรของทั้งสอง ฟ็องตีนนั้นได้ฝากบุตรสาวให้อยู่ในความดูแลของคู่สามีภรรยาแห่งสกุลเตนาร์ดีเยร์ซึ่งมีอาชีพเป็นผู้จัดการโรงเตี๊ยมในหมู่บ้านมงต์แฟร์แมย ฝรั่งเศส: Montfermeil) โชคร้ายที่สามีภรรยาคู่นี้มักข่มเหงโกแซตและบังคับใช้แรงงานเยี่ยงทาส ระยะนั้นฟ็องตีนก็ได้งานทำที่โรงงานของนายมาเดอแลน และครั้งหนึ่งเธอซึ่งไม่รู้หนังสือวานให้คนช่วยเขียนจดหมายไปถึงคู่สามีภรรยาเจ้าของโรงเตี๊ยมให้ ทำให้นายหญิงจับได้ว่าเธอให้กำเนิดบุตรทั้งที่ยังมิได้สมรส และไล่เธอออกจากงาน ซ้ำร้ายเมื่อไปรับบุตรสาวจากคู่สามีภรรยา ก็กลับเรียกร้องอย่างไม่หยุดหย่อนให้จ่ายเงินค่ารับเลี้ยงดูเสียก่อน เพื่อให้ได้มาซึ่งเงินไถ่ตัวบุตรสาว ฟ็องตีนจึงขายเส้นผมและฟันหน้าของเธอ สุดท้ายแล้วก็ขายตัวเป็นหญิงโสเภณี ต่อมา ชอง วาลชอง ทราบถึงชะตากรรมอันรันทดของฟ็องตีนขณะที่เธอถูกเจ้าหน้าที่ชาแวร์จับกุมตัวเพราะเข้าทำร้ายชายคนหนึ่งที่ร้องด่าเธอและทุ่มหิมะใส่หลังเธอ และก่อนที่ชอง วาลชอง จะสามารถนำโกแซตมาพบกันฟ็องตีน เธอก็หมดลมหายใจไปก่อนด้วยโรค ๆ หนึ่งซึ่งอาจเป็นวัณโรค
- โกแซต (ฝรั่งเศส: Cosette) ; ยูฟราซี (ฝรั่งเศส: Euphrasie) ก็เรียก —- เป็นบุตรสาวของฟ็องตีนกับเฟลีกซ์ โตโลมีเย เมื่ออายุได้สามปีมารดาฝากเธอไว้ในความดูแลของคู่สามีภรรยาแห่งสกุลเตนาร์ดีเยร์ เธอถูกสามีภรรยาคู่นี้เฆี่ยนตีและบังคับให้ใช้แรงงานอย่างหนัก กระทั่งชอง วาลชอง เข้าช่วยเหลือเมื่อเธอมีอายุได้แปดปีโดยนำเงินมาไถ่ตัวโกแซตไปจากสามีภรรยาคู่นี้ และขณะที่จะนำเธอไปพบกับฟ็องตีนผู้เป็นมารดานั้น ฟ็องตีนก็หมดลมหายใจลงก่อน ชอง วาลชอง จึงรับเธอไว้เป็นบุตรบุญธรรม โกแซตมีความรักกับมารียูส ปงต์แมร์ซี และสมรสกับเขาในตอนท้ายของเรื่อง
- มารียูส ปงต์แมร์ซี (ฝรั่งเศส: Marius Pontmercy) —- กุลบุตรผู้ซึ่งบิดาได้รับแต่งตั้งจากพระจักรพรรดินโปเลยงที่ 1 ให้เป็นขุนนาง เขาเป็นนักเรียนนิติศาสตร์และได้เข้าเป็น "สหายแห่งอาเบเซ" คณะนักเรียนผู้ปฏิวัติต่อต้านระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ เขาทะเลาะกับปู่ของตนเมื่อทราบว่าปู่เป็นข้าราชการในพระจักรพรรดินโปเลยง ในเรื่อง มารียูสยังหลงรักโกแซตด้วย
- คู่สามีภรรยาแห่งสกุลเตนาร์ดีเยร์ (ฝรั่งเศส: M. & Mme. Thénardier) —- ได้แก่ นายเตนาร์ดีเยร์ ผู้เป็นเจ้าของโรงเตี๊ยมและมีพฤติกรรมฉ้อฉล กับนางเตนาร์ดีเยร์ ภรรยาของเขา โดยมีบุตรสาวของคน ได้แก่ เอปอนีนและอาเซลมา (ดู "อาเซลมา" ที่ตัวละครอง) และบุตรชายสามคน ได้แก่ ชาฟโรช และน้องชายของชายโรฟอีกสองคนซึ่งไม่ระบุนาม สามีภรรยาคู่นี้ได้รับ "โกแซต" บุตรสาวของฟ็องตีน มาเลี้ยงดู แต่ก็ปฏิบัติด้วยอย่างร้ายกาจและข่มเหงเสมอมา ทั้งสองลงเอยด้วยการสูเสียโรงเตี๊ยมไปและย้ายครัวไปอาศัยในตรอกชงแดรต (ฝรั่งเศส: Jondrettes) ที่กรุงปารีส โดยเวลามา นายเตนาร์ดีเยร์เป็นหัวหน้ากลุ่มอาชญากรซึ่งเรียกตนว่า "กลุ่มปาตรงมีแน็ต" เพื่อนบ้านของครอบครัวนี้คือมารียูส ปงต์แมร์ซี ผู้เข้าใจมาตลอดว่านายเตนาร์ดีเยร์เป็นผู้ช่วยชีวิตบิดาของเขาระหว่างยุทธนาการที่วอเทอร์ลู
- เอปอนีน (ฝรั่งเศส: Éponine) —- เป็นบุตรสาวของคู่สามีภรรยาแห่งสกุลเตนาร์ดีเยร์ เธอได้รับการเลี้ยงดูมาอย่างพะเน้าพะนอจนเหลิงและเสียคน เธอเติบโตขึ้นเป็นวัยรุ่นใจแตกและเที่ยวเตร่เป็นเด็กจรจัดข้างถนน เธอยังได้ร่วมกับบิดาในการก่ออาชญากรรมปล้นทรัพย์สินเงินทองและในการขอทานด้วย เธอนั้นหลงรักมารียูส ปงต์แมร์ซี แต่มารียูสหลงรักโกแซตอยู่แล้ว เขาได้ขอให้เอปอนีนค้นหาที่อยู่และนำพาเขาไปหาโกแซต แต่เธอได้แต่งองค์ทรงเครื่องเป็นบุรุษและลวงให้มารียูสไปยังแนวรบเพื่อที่ทั้งสองจะได้ตายเคียงคู่กัน อย่างไรก็ดี ด้วยความรักที่มีต่อมารียูสเธอไม่อาจเห็นเขาต้องจบชีวิตลงได้ ขณะที่เจ้าหน้าที่ทหารระดมนายหนึ่งกำลังเล็งปืนมายังมารียูส เธอได้โดดเข้าปัดปืนของเจ้าหน้าที่นายนั้น และถูกระดมยิงใส่จนร่างพรุน ก่อนสิ้นใจ เธอขอร้องเป็นครั้งสุดท้ายให้มารียูสได้จุมพิตยังหน้าผากของเธอสักครั้ง
- ชาฟโรช (ฝรั่งเศส: Gavroche) —- เป็นบุตรชายของคู่สามีภรรยาแห่งสกุลเตนาร์ดีเยร์ซึ่งไม่เป็นที่รักของบิดามารดา เขาถูกไล่ออกจากบ้านและกลายเป็นเด็กจรจัดที่อาศัยข้างถนนไปวัน ๆ ชาฟโรชได้เข้าร่วมการต่อสู้ที่แนวรบ และจบชีวิตลงขณะเก็บรวมรวมกระสุนปืนจากศพบรรดาราชองครักษ์
- อองโชลรา (ฝรั่งเศส: Enjolras) —- ผู้นำ "สหายแห่งอาเบเซ" คณะนักเรียนผู้ปฏิวัติต่อต้านระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ เขาจบชีวิตระหว่างการต่อสู้ที่แนวรบ
- นางสาวบาปตีสตีน (ฝรั่งเศส: Mademoiselle Baptistine) — น้องสาวของบิชอปมีรีเยลผู้รักและเคารพพี่ชายอย่างสุดซึ้ง
- นางมากลัวร์ (ฝรั่งเศส: Madame Magloire) — หญิงรับใช้ของบิชอปมีรีเยลและน้องสาวของเขา นางมากลัวร์มักเกรงว่าเจ้านายจะเผลอไผลเปิดประตูบ้านทิ้งไว้
- แชร์เวน้อย (ฝรั่งเศส: Petit Gervais) — เด็กชายตัวเล็กที่ทำเหรียญหล่น และชอง วาลชอง มาพบเข้าก็เอาเท้าเหยียบไว้ เมื่อเด็กชายแชร์เวเห็นเข้าก็เรียกร้องเอาเหรียญคืน แต่ถูกตะคอกใส่พร้อมกับการปฏิเสธอย่างแข็งขัน จึงหมดความอดทนและจากไป เมื่อเด็กชายไปแล้ว ชอง วาลชองได้ออกตามหาเด็กชายแต่จนแล้วจนรอดก็ไม่พบ มีผู้ตีความว่า ทั้งนี้อาจเป็นเพราะชอง วาลชอง กลับรำลึกถึงคำสอนของบิชอปมีรีเยล แล้วก็ให้รู้สึกละอายใจเหลือประมาณ หรือเขาอาจไม่ทราบว่าเหรียญอยู่ใต้เท้าเขา กระทั่งเด็กชายจากไปจึงพบเหรียญ แต่ไม่ว่ารูปการณ์จะเป็นไปตามการตีความแบบใด ตามท้องเรื่องแล้วชอง วาลชอง มิได้ใส่ใจคำเรียกร้องของเด็กชายแชร์เวเลย
- โฟเชอเลอวองต์ (ฝรั่งเศส: Fauchelevent) — ขณะที่โฟเชอเลอวองต์กำลังถูกจับตัว ชอง วาลชอง ได้เข้ามาช่วยชีวิตเขาไว้โดยขับรถม้าเข้ามากำบัง กาลต่อมา เขาได้ตอบแทนพระคุณของชอง วาลชอง โดยให้สถานที่คุ้มภัยแก่ชอง วาลชอง และโกแซต ที่สำนักนางชี กับทั้งยังให้ชอง วาลชอง อ้างชื่อของเขาได้
- บามาตาบัว (ฝรั่งเศส: Bamatabois) — บามาตาบัวเป็นชายนิสัยอันธพาลที่เข้ามารังควานฟ็องตีน และขว้างหิมะใส่ข้างหลังเธอ นอกจากนี้ บามาตาบัวยังเป็นลูกขุนคนหนึ่งในการพิจารณาคดีของชองป์มาตีเยออีกด้วย
- ชองป์มาตีเยอ (ฝรั่งเศส: Champmathieu) — ชายจรจัดผู้หนึ่งที่ถูกเข้าใจผิดว่าเป็นชอง วาลชอง และถูกนำตัวไปขึ้นศาล
- เบรเว (ฝรั่งเศส: Brevet) —
- เชอนีลดีเยอ (ฝรั่งเศส: Chenildieu) —
- โกเชอปาย (ฝรั่งเศส: Cochepaille) — ราษฎรชาวเมืองตูลงอีกคนหนึ่ง เขาเคยเป็นคนเลี้ยงแกะอยู่ที่
- แม่ชีแซงปลีส (อังกฤษ: Sister Simplice) — ชีนางหนึ่งในคริสต์ศาสนา ผู้ยื่นมือเข้ามาอภิบาลฟ็องตีนขณะกำลังป่วยหนัก และยังได้กล่าวเท็จต่อชาแวร์เพื่อคุ้มภัยให้ชอง วาลชอง ด้วย
- ตูแซงต์ (ฝรั่งเศส: Toussaint) — บ่าวของชอง วาลชอง และโกแซต ที่กรุงปารีส
- นายชีเยอนอร์มองด์ (ฝรั่งเศส: Monsieur Gillenormand) —
- นางสาวชีเยอนอร์มองด์ (ฝรั่งเศส: Mademoiselle Gillenormand) — เป็นบุตรสาวที่เหลือรอดชีวิตของนายชีเยอนอร์มองด์ เธออาศัยอยู่กับบิดา และพี่สาวต่างมารดาของเธอซึ่งถึงแก่กรรมในกาลต่อมานั้นเป็นมารดาของมารียูส
- พันเอกชอร์ช ปงต์แมร์ซี (อังกฤษ: Colonel Georges Pontmercy) — เป็นบิดาของมารียูส ปงต์แมร์ซี และเป็นนายทหารในกองทัพของพระจักรพรรดินโปเลยงที่ 1 เขาได้รับบาดเจ็บระหว่างยุทธนาการที่วอเทอร์ลู และเข้าใจผิดตลอดมาว่านายเตนาดีเยร์ช่วยชีวิตเขาไว้ เขาจึงบอกบุตรชายว่าเป็นหนี้บุญคุณนายเตนาดีเยร์อย่างใหญ่หลวง
- มาเบิฟ (ฝรั่งเศส: Mabeuf) — เป็นเจ้าหน้าที่สูงวัยผู้ทำหน้าที่ปกครองดูแลโบสถ์ เขาเป็นสหายของพันเอกชอร์ช ปงต์แมร์ซี และได้อนุกูลมารียูส ปงต์แมร์ซี ต่อมาหลังจากพันเอกชอร์ช บิดาของมารียูส ถึงแก่กรรมลง มาเบิฟได้ช่วยให้มารียูสเข้าใจเอกลักษณ์และเจตนาที่แท้จริงของพันเอกชอร์ชผู้เป็นบิดา นอกจากนี้ มาเบิฟยังรักการเพาะปลูกและการอ่านหนังสือเป็นที่สุด แต่ต้องลงเอยด้วยการขายหนังสือสุดรักสุดหวงไปเพราะสถานะย่ำแย่ทางเศรษฐกิจ และทำให้เขารู้สึกว่าความหวังทั้งปวงพังครืนลงหมดแล้ว ด้วยเหตุนี้เขาจึงเข้าร่วมเป็นสมาชิก "สหายแห่งอาเบเซ" ในการต่อต้านรัฐบาลพระจักรพรรดินโปเลยงที่ 1 สุดท้ายแล้วเขาถูกยิงและประหารบนยอดแนวรบขณะกำลังชักธง "สหายแห่งอาเบเซ" ขึ้น
- มาญง (ฝรั่งเศส: Magnon) — นางเคยเป็นหญิงรับใช้ของนายชีเยอนอร์มองด์ และเป็นสหายกับคู่สามีภรรยาแห่งสกุลเตนาร์ดีเยร์ นายชีเยอนอร์มองด์
- สองศรีพี่น้อง (อังกฤษ: Two little brothers) —
- อาเซลมา (ฝรั่งเศส: Azelma) —
- กลุ่มปาตรงมีแนต (ฝรั่งเศส: Patron-Minette) —
- บรูชง (ฝรั่งเศส: Brujon) - เป็นขโมยและอาชญากรรายหนึ่งผู้เข้าร่วมกลุ่มปาตรงมีแนตของนายเตนาร์ดีเยร์ ในเรื่องพรรณนารูปลักษณ์ของบรูชงว่า เป็นสมาชิกผู้เปล่งปลั่งและรื่นเริงไปด้วยวัยอันเยาว์ มีนิสัยฉลาดแกมโกงและมีความคล่องแคล่วว่องไวอย่างยิ่ง แต่กลับมีอากัปกิริยาที่ลุกลี้ลุกลนและดูเศร้าโศก
- สหายแห่งอาเบเซ (อังกฤษ: Friends of the ABC) — เป็นกลุ่มนักเรียนผู้ปฏิวัติต่อต้านระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ นำโดยอองโชลรา และสมาชิกตัวหลักได้แก่ กูร์เฟย์ราก (ฝรั่งเศส: Courfeyrac), กงเบอแฟร์ (ฝรั่งเศส: Combeferre), ชอง ปรูแวร์ (ฝรั่งเศส: Jean Prouvaire), เฟยลี (ฝรั่งเศส: Feuilly), บาโอเรล (ฝรั่งเศส: Bahorel), เลเกล หรือเลเกิล (ฝรั่งเศส: Lesgles หรือ Laigle; ชื่อรองว่า "บอสซูเอ", Bossuet), ชอลี (ฝรั่งเศส: Joly) และกร็องแตร์ (ฝรั่งเศส: Grantaire) พวกเขาก่อการกระด้างกระเดื่องต่อต้านรัฐบาลพระจักรพรรดินโปเลยงที่ 1 และถูกปราบปรามในเหตุการณ์ความไม่สงบที่กรุงปารีส วันที่ 5-6 มิถุนายน ค.ศ. 1832 (พ.ศ. 2374)
- กรองแตร์ (ฝรั่งเศส: Grantaire) —
เสียงตอบรับเชิงวิพากษ์ [แก้]
การแปล [แก้]
ภาคภาษาอังกฤษ [แก้]
ภาคดัดแปลง [แก้]
ภาพยนตร์ [แก้]
ละครเวที [แก้]
-
อ้างอิง [แก้]
แหล่งข้อมูลอื่น [แก้]
|
เลมีเซราบล์
|
|
| ตัวละคร |
|
|
| ภาพยนตร์ |
|
|
| ภาคดัดแปลง |
|
|
|
|
|