เลมีเซราบล์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
บทความนี้เกี่ยวกับนิยาย สำหรับความหมายอื่น ดูที่ เลมีเซราบล์ (แก้ความกำกวม)
เลมีเซราบล์  
Ebcosette.jpg
Portrait of "Cosette" by Emile Bayard, from the original edition of Les Misérables (1862)
ผู้ประพันธ์ Victor Hugo
ประเทศ France
ภาษา French
ประเภท Novel
ผู้เผยแพร่ A. Lacroix, Verboeckhoven & Ce.
วันเผยแพร่ 1862

เลมีเซราบล์ (ฝรั่งเศส: Les Misérables; /iconl ˌmɪzəˈrɑːb/; เสียงอ่านภาษาฝรั่งเศส: [le mizeʁabl (ə)]) เป็นนิยายประพันธ์ใน พ.ศ. 2404 โดยวิกตอร์ อูโก นักประพันธ์ชาวฝรั่งเศส และเรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในนิยายประพันธ์ที่ดีที่สุดในศตวรรษที่ 19

รูปแบบ[แก้]

เรื่องย่อ[แก้]

ตัวละคร[แก้]

หลัก[แก้]

  • ฌอง วัลฌอง (ฝรั่งเศส: Jean Valjean) ; นายมาดแลน (ฝรั่งเศส: Monsieur Madeleine), อูลตีม โฟชเลอวองต์ (ฝรั่งเศส: Ultime Fauchelevent), นายเลอบล็องก์ (ฝรั่งเศส: Monsieur Leblanc), อูร์แบง ฟาบร์ (ฝรั่งเศส: Urbain Fabre), หรือ 24601 เป็นตัวละครหลักของเรื่อง เขาต้องโทษฐานขโมยขนมปังก้อนหนึ่ง แต่อีกสิบเก้าปีต่อมาก็พ้นโทษโดยมีทัณฑ์บน เขาไม่ได้รับการต้อนรับจากสังคมโดยหาว่าเขาเคยเป็นนักโทษ บิชอปมีเรียลจึงเข้ามาอุ้มชูเขา และชี้ทางสว่างให้เขาดำเนินชีวิตใหม่อันสะอาดพิสุทธิ์กระทั่งเขาได้เป็นเจ้าของโรงงานและเป็นนายกเทศมนตรีตามลำดับ ต่อมาเขาได้รับบุตรสาวของฟองตีนนามว่า "โกแซต" ไว้เป็นบุตรบุญธรรมและอุปการะจนกระทั่งเธอเติบใหญ่ แต่ต้องการไม่ให้โกแซตรู้ถึงอดีตของเขา จึงตัดสินใจกันตนออกห่าง ทำให้เขาอ่อนแอลง และล้มป่วย แต่ท้ายสุดมาริอุสและโกแซตก็มาเยี่ยม เขาจึงสิ้นใจที่นั่น
  • ฌาแวร์ (ฝรั่งเศส: Javert)—- เจ้าหน้าที่ตำรวจที่มีบุคลิกภาพย้ำคิดย้ำทำ และปฏิบัติหน้าที่เป็นพนักงานสืบสวน เขาได้รับหน้าที่ให้ตามล่าตัวฌอง วัลฌองหลายครั้งหลายครา ครั้งหนึ่ง ฌอง วัลฌองมีโอกาสสังหารเขาแต่ก็ปล่อยเขาไป ในครั้งต่อมาที่เจ้าหน้าที่ฌาแวร์เผชิญหน้ากับฌอง วัลฌอง เขารู้สึกว่าการกระทำความผิดของฌอง วัลฌองเป็นสิ่งอันมิชอบด้วยกฎหมาย ขณะที่อีกใจหนึ่งของเขากลับบอกว่าฌอง วัลฌองมีบุญคุณต่อเขา ท้ายแล้วเจ้าหน้าที่ฌาแวร์ก็ตัดสินใจกระทำอัตวินิบาตกรรมโดยกระโดดลงแม่น้ำแซนเพื่อยุติความขัดแย้งในจิตใจ
  • บิชอปมีเรียล (อังกฤษ: Bishop Myriel) สังฆราชแห่งดีญผู้มีจิตใจเมตตาอารี เขาได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งบิชอปในครั้งที่ได้เข้าเฝ้าจักรพรรดินโปเลียนที่ 1 โดยบังเอิญ บิชอปมีเรียลได้ชี้ทางสว่างให้ฌอง วัลฌอง ดำเนินชีวิตใหม่หลังจากที่ฌอง วัลฌองเข้ามาขโมยเครื่องเงินและเชิงเทียนของเขา
  • ฟองตีน (ฝรั่งเศส: Fantine) —- กรรมกรหญิงชาวปารีสผู้ถูกสามีคือ เฟลีกซ์ โตโลมีแย (ฝรั่งเศส: Félix Tholomyès) ทอดทิ้งให้อยู่กับทารกน้อยเพศหญิงนาม "โกแซต" ซึ่งเป็นบุตรของทั้งสอง ฟองตีนนั้นได้ฝากบุตรสาวให้อยู่ในความดูแลของคู่สามีภรรยาเตนาร์ดีเยร์ ซึ่งมีอาชีพเป็นผู้จัดการโรงเตี๊ยมในหมู่บ้านมงต์แฟร์แมย (ฝรั่งเศส: Montfermeil) โชคร้ายที่สามีภรรยาคู่นี้มักข่มเหงโกแซตและบังคับใช้แรงงานเยี่ยงทาส ระยะนั้นฟองตีนก็ได้งานทำที่โรงงานของนายมาดแลน และครั้งหนึ่งเธอซึ่งไม่รู้หนังสือวานให้คนช่วยเขียนจดหมายไปถึงคู่สามีภรรยาเจ้าของโรงเตี๊ยมให้ ทำให้นายหญิงจับได้ว่าเธอให้กำเนิดบุตรทั้งที่ยังมิได้สมรส และไล่เธอออกจากงาน ซ้ำร้ายถูกเตนาร์ดิเยร์หลอกว่าโกแซตป่วยเป็นโรคไข้ผื่นคัน เพื่อให้ได้เงินมาช่วยลูกของตน ฟองตีนจึงขายเส้นผมและฟันหน้าของเธอ สุดท้ายแล้วก็ขายตัวเป็นหญิงโสเภณี ต่อมา ฌอง วัลฌอง ทราบถึงชะตากรรมอันรันทดของฟองตีนขณะที่เธอถูกเจ้าหน้าที่ฌาแวร์จับกุมตัวเพราะเข้าทำร้ายชายคนหนึ่งที่ร้องด่าเธอและทุ่มหิมะใส่หลังเธอ และก่อนที่ฌอง วัลฌอง จะสามารถนำโกแซตมาพบกันฟองตีน เธอก็หมดลมหายใจไปก่อนด้วยโรค ๆ หนึ่งซึ่งอาจเป็นวัณโรค
  • โกแซต (ฝรั่งเศส: Cosette) ; ยูฟราซี (ฝรั่งเศส: Euphrasie) ก็เรียก —- เป็นบุตรสาวของฟองตีนกับเฟลีกซ์ โตโลมีแย เมื่ออายุได้สามขวบมารดาฝากเธอไว้ในความดูแลของคู่สามีภรรยาแห่งสกุลเตนาร์ดีเยร์ เธอถูกสามีภรรยาคู่นี้เฆี่ยนตีและบังคับให้ใช้แรงงานอย่างหนัก กระทั่งฌอง วัลฌอง เข้าช่วยเหลือเมื่อเธอมีอายุได้แปดปีโดยนำเงินมาไถ่ตัวโกแซตไปจากสามีภรรยาคู่นี้ และขณะที่จะนำเธอไปพบกับฟองตีนผู้เป็นมารดานั้น ฟองตีนก็หมดลมหายใจลงก่อน ฌอง วัลฌอง จึงรับเธอไว้เป็นบุตรบุญธรรม โกแซตมีความรักกับมารียูส ปงต์แมร์ซี และสมรสกับเขาในตอนท้ายของเรื่อง
  • มารียูส ปงต์แมร์ซี (ฝรั่งเศส: Marius Pontmercy) —- กุลบุตรผู้ซึ่งบิดาได้รับแต่งตั้งจากจักรพรรดินโปเลียนที่ 1 ให้เป็นขุนนาง เขาเป็นนักศึกษานิติศาสตร์และได้เข้าเป็น "สหายแห่งอาเบเซ" คณะนักศึกษาผู้ปฏิวัติต่อต้านระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ เขาทะเลาะกับปู่ของตนเมื่อทราบว่าปู่เป็นข้าราชการในสมัยจักรพรรดินโปเลียน ในเรื่อง มารียูสยังหลงรักโกแซตด้วย
  • คู่สามีภรรยาแห่งสกุลเตนาร์ดีเยร์ (ฝรั่งเศส: M. & Mme. Thénardier) —- ได้แก่ นายเตนาร์ดีเยร์ ผู้เป็นเจ้าของโรงเตี๊ยมและมีพฤติกรรมฉ้อฉล กับนางเตนาร์ดีเยร์ ภรรยาของเขา โดยมีบุตรสาวของคน ได้แก่ เอปอนีนและอาเซลมา (ดู "อาเซลมา" ที่ตัวละครอง) และบุตรชายสามคน ได้แก่ ชาฟโรช และน้องชายของชายโรฟอีกสองคนซึ่งไม่ระบุนาม สามีภรรยาคู่นี้ได้รับ "โกแซต" บุตรสาวของฟองตีน มาเลี้ยงดู แต่ก็ปฏิบัติด้วยอย่างร้ายกาจและข่มเหงเสมอมา ทั้งสองลงเอยด้วยการสูญเสียโรงเตี๊ยมไปและย้ายครอบครัวไปอาศัยในตรอกชงแดรต (ฝรั่งเศส: Jondrettes) ที่กรุงปารีส โดยเวลามา นายเตนาร์ดีเยร์เป็นหัวหน้ากลุ่มอาชญากรซึ่งเรียกตนว่า "กลุ่มปาตรงมีแน็ต" เพื่อนบ้านของครอบครัวนี้คือมารียูส ปงต์แมร์ซี ผู้เข้าใจมาตลอดว่านายเตนาร์ดีเยร์เป็นผู้ช่วยชีวิตบิดาของเขาระหว่างยุทธนาการที่วอเตอร์ลู
  • เอปอนีน (ฝรั่งเศส: Éponine) —- เป็นบุตรสาวของคู่สามีภรรยาแห่งสกุลเตนาร์ดีเยร์ เธอได้รับการเลี้ยงดูมาอย่างพะเน้าพะนอจนเหลิงและเสียคน เธอเติบโตขึ้นเป็นวัยรุ่นใจแตกและเที่ยวเตร่เป็นเด็กจรจัดข้างถนน เธอยังได้ร่วมกับบิดาในการก่ออาชญากรรมปล้นทรัพย์สินเงินทองและในการขอทานด้วย เธอนั้นหลงรักมารียูส ปงต์แมร์ซี แต่มารียูสหลงรักโกแซตอยู่แล้ว เขาได้ขอให้เอปอนีนค้นหาที่อยู่และนำพาเขาไปหาโกแซต แต่เธอได้แต่งองค์ทรงเครื่องเป็นบุรุษและลวงให้มารียูสไปยังแนวรบเพื่อที่ทั้งสองจะได้ตายเคียงคู่กัน อย่างไรก็ดี ด้วยความรักที่มีต่อมารียูสเธอไม่อาจเห็นเขาต้องจบชีวิตลงได้ ขณะที่เจ้าหน้าที่ทหารระดมนายหนึ่งกำลังเล็งปืนมายังมารียูส เธอได้โดดเข้าปัดปืนของเจ้าหน้าที่นายนั้น และถูกระดมยิงใส่จนร่างพรุน ก่อนสิ้นใจ เธอขอร้องเป็นครั้งสุดท้ายให้มารียูสได้จุมพิตยังหน้าผากของเธอสักครั้ง
  • ชาฟโรช (ฝรั่งเศส: Gavroche) —- เป็นบุตรชายของคู่สามีภรรยาแห่งสกุลเตนาร์ดีเยร์ซึ่งไม่เป็นที่รักของบิดามารดา เขาถูกไล่ออกจากบ้านและกลายเป็นเด็กจรจัดที่อาศัยข้างถนนไปวัน ๆ ชาฟโรชได้เข้าร่วมการต่อสู้ที่แนวรบ และจบชีวิตลงขณะเก็บรวมรวมกระสุนปืนจากศพบรรดาราชองครักษ์
  • อองโชลรา (ฝรั่งเศส: Enjolras) —- ผู้นำ "สหายแห่งอาเบเซ" คณะนักศึกษาผู้ปฏิวัติต่อต้านระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ เขาจบชีวิตระหว่างการต่อสู้ที่แนวรบ

รอง[แก้]

  • นางสาวบาปตีสตีน (ฝรั่งเศส: Mademoiselle Baptistine) — น้องสาวของบิชอปมีรีเยลผู้รักและเคารพพี่ชายอย่างสุดซึ้ง
  • นางมากลัวร์ (ฝรั่งเศส: Madame Magloire) — หญิงรับใช้ของบิชอปมีรีเยลและน้องสาวของเขา นางมากลัวร์มักเกรงว่าเจ้านายจะเผลอไผลเปิดประตูบ้านทิ้งไว้
  • แชร์เวน้อย (ฝรั่งเศส: Petit Gervais) — เด็กชายตัวเล็กที่ทำเหรียญหล่น และฌอง วัลฌอง มาพบเข้าก็เอาเท้าเหยียบไว้ เมื่อเด็กชายแชร์เวเห็นเข้าก็เรียกร้องเอาเหรียญคืน แต่ถูกตะคอกใส่พร้อมกับการปฏิเสธอย่างแข็งขัน จึงหมดความอดทนและจากไป เมื่อเด็กชายไปแล้ว ฌอง วัลฌองได้ออกตามหาเด็กชายแต่จนแล้วจนรอดก็ไม่พบ มีผู้ตีความว่า ทั้งนี้อาจเป็นเพราะฌอง วัลฌอง กลับรำลึกถึงคำสอนของบิชอปมีรีเยล แล้วก็ให้รู้สึกละอายใจเหลือประมาณ หรือเขาอาจไม่ทราบว่าเหรียญอยู่ใต้เท้าเขา กระทั่งเด็กชายจากไปจึงพบเหรียญ แต่ไม่ว่ารูปการณ์จะเป็นไปตามการตีความแบบใด ตามท้องเรื่องแล้วฌอง วัลฌอง มิได้ใส่ใจคำเรียกร้องของเด็กชายแชร์เวเลย
  • โฟเชอเลอวองต์ (ฝรั่งเศส: Fauchelevent) — ขณะที่โฟเชอเลอวองต์กำลังถูกจับตัว ฌอง วัลฌอง ได้เข้ามาช่วยชีวิตเขาไว้โดยขับรถม้าเข้ามากำบัง กาลต่อมา เขาได้ตอบแทนพระคุณของฌอง วัลฌอง โดยให้สถานที่คุ้มภัยแก่ฌอง วัลฌอง และโกแซต ที่สำนักนางชี กับทั้งยังให้ฌอง วัลฌอง อ้างชื่อของเขาได้
  • บามาตาบัว (ฝรั่งเศส: Bamatabois) — บามาตาบัวเป็นชายนิสัยอันธพาลที่เข้ามารังควานฟองตีน และขว้างหิมะใส่ข้างหลังเธอ นอกจากนี้ บามาตาบัวยังเป็นลูกขุนคนหนึ่งในการพิจารณาคดีของชองป์มาตีเยออีกด้วย
  • ชองป์มาตีเยอ (ฝรั่งเศส: Champmathieu) — ชายจรจัดผู้หนึ่งที่ถูกเข้าใจผิดว่าเป็นฌอง วัลฌอง และถูกนำตัวไปขึ้นศาล
  • เบรเว (ฝรั่งเศส: Brevet) —
  • เชอนีลดีเยอ (ฝรั่งเศส: Chenildieu) —
  • โกเชอปาย (ฝรั่งเศส: Cochepaille) — ราษฎรชาวเมืองตูลงอีกคนหนึ่ง เขาเคยเป็นคนเลี้ยงแกะอยู่ที่
  • แม่ชีแซงปลีส (อังกฤษ: Sister Simplice) — ชีนางหนึ่งในคริสต์ศาสนา ผู้ยื่นมือเข้ามาอภิบาลฟองตีนขณะกำลังป่วยหนัก และยังได้กล่าวเท็จต่อฌาแวร์เพื่อคุ้มภัยให้ฌอง วัลฌอง ด้วย
  • ตูแซงต์ (ฝรั่งเศส: Toussaint) — บ่าวของฌอง วัลฌอง และโกแซต ที่กรุงปารีส
  • นายชีเยอนอร์มองด์ (ฝรั่งเศส: Monsieur Gillenormand) —
  • นางสาวชีเยอนอร์มองด์ (ฝรั่งเศส: Mademoiselle Gillenormand) — เป็นบุตรสาวที่เหลือรอดชีวิตของนายชีเยอนอร์มองด์ เธออาศัยอยู่กับบิดา และพี่สาวต่างมารดาของเธอซึ่งถึงแก่กรรมในกาลต่อมานั้นเป็นมารดาของมารียูส
  • พันเอกชอร์ช ปงต์แมร์ซี (อังกฤษ: Colonel Georges Pontmercy) — เป็นบิดาของมารียูส ปงต์แมร์ซี และเป็นอดีตนายทหารในกองทัพของจักรพรรดินโปเลียนที่ 1 เขาได้รับบาดเจ็บระหว่างยุทธนาการที่วอเตอร์ลู และเข้าใจผิดตลอดมาว่านายเตนาดีเยร์ช่วยชีวิตเขาไว้ เขาจึงบอกบุตรชายว่าเป็นหนี้บุญคุณนายเตนาดีเยร์อย่างใหญ่หลวง
  • มาเบิฟ (ฝรั่งเศส: Mabeuf) — เป็นเจ้าหน้าที่สูงวัยผู้ทำหน้าที่ปกครองดูแลโบสถ์ เขาเป็นสหายของพันเอกชอร์ช ปงต์แมร์ซี และได้อนุกูลมารียูส ปงต์แมร์ซี ต่อมาหลังจากพันเอกชอร์ช บิดาของมารียูส ถึงแก่กรรมลง มาเบิฟได้ช่วยให้มารียูสเข้าใจเอกลักษณ์และเจตนาที่แท้จริงของพันเอกชอร์ชผู้เป็นบิดา นอกจากนี้ มาเบิฟยังรักการเพาะปลูกและการอ่านหนังสือเป็นที่สุด แต่ต้องลงเอยด้วยการขายหนังสือสุดรักสุดหวงไปเพราะสถานะย่ำแย่ทางเศรษฐกิจ และทำให้เขารู้สึกว่าความหวังทั้งปวงพังครืนลงหมดแล้ว ด้วยเหตุนี้เขาจึงเข้าร่วมเป็นสมาชิก "สหายแห่งอาเบเซ" ในการต่อต้านรัฐบาลราชาธิปไตยเดือนกรกฎาคม (Monarchie de Juillet) ของพระเจ้าหลุยส์-ฟีลิป สุดท้ายแล้วเขาถูกยิงและประหารบนยอดแนวรบขณะกำลังชักธง "สหายแห่งอาเบเซ" ขึ้น
  • มาญง (ฝรั่งเศส: Magnon) — นางเคยเป็นหญิงรับใช้ของนายชีเยอนอร์มองด์ และเป็นสหายกับคู่สามีภรรยาแห่งสกุลเตนาร์ดีเยร์ นายชีเยอนอร์มองด์
  • สองศรีพี่น้อง (อังกฤษ: Two little brothers) —
  • อาเซลมา (ฝรั่งเศส: Azelma) —
  • กลุ่มปาตรงมีแนต (ฝรั่งเศส: Patron-Minette) —
  • บรูชง (ฝรั่งเศส: Brujon) - เป็นขโมยและอาชญากรรายหนึ่งผู้เข้าร่วมกลุ่มปาตรงมีแนตของนายเตนาร์ดีเยร์ ในเรื่องพรรณนารูปลักษณ์ของบรูชงว่า เป็นสมาชิกผู้เปล่งปลั่งและรื่นเริงไปด้วยวัยอันเยาว์ มีนิสัยฉลาดแกมโกงและมีความคล่องแคล่วว่องไวอย่างยิ่ง แต่กลับมีอากัปกิริยาที่ลุกลี้ลุกลนและดูเศร้าโศก
  • สหายแห่งอาเบเซ (อังกฤษ: Friends of the ABC) — เป็นกลุ่มนักศึกษาผู้ปฏิวัติต่อต้านระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ นำโดยอองโชลรา และสมาชิกตัวหลักได้แก่ กูร์เฟย์ราก (ฝรั่งเศส: Courfeyrac), กงเบอแฟร์ (ฝรั่งเศส: Combeferre), ชอง ปรูแวร์ (ฝรั่งเศส: Jean Prouvaire), เฟยลี (ฝรั่งเศส: Feuilly), บาโอเรล (ฝรั่งเศส: Bahorel), เลเกล หรือเลเกิล (ฝรั่งเศส: Lesgles หรือ Laigle; ชื่อรองว่า "บอสซูเอ", Bossuet), ชอลี (ฝรั่งเศส: Joly) และกร็องแตร์ (ฝรั่งเศส: Grantaire) พวกเขาก่อการกระด้างกระเดื่องต่อต้านรัฐบาลราชาธิปไตยเดือนกรกฎาคม และถูกปราบปรามในเหตุการณ์ความไม่สงบที่กรุงปารีส วันที่ 5-6 มิถุนายน ค.ศ. 1832 (พ.ศ. 2374)
  • กรองแตร์ (ฝรั่งเศส: Grantaire) —

เสียงตอบรับเชิงวิพากษ์[แก้]

การแปล[แก้]

ภาคภาษาอังกฤษ[แก้]

ภาคดัดแปลง[แก้]

ภาพยนตร์[แก้]

ละครเวที[แก้]

ดูบทความหลักที่: เลมีเซราบล์ (ละครเพลง)

อ้างอิง[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]