เรือรบอวกาศยามาโตะ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
เรือรบอวกาศยามาโตะ
Yamato title.jpg
ชื่อไทย เรือรบอวกาศยามาโตะ
ชื่อญี่ปุ่น 宇宙戦艦ヤマト
ชื่ออังกฤษ Space Battleship Yamato
Star Blazers (ในสหรัฐอเมริกา)
แนว นาฏกรรม, การทหาร, นิยายวิทยาศาสตร์
ภาพยนตร์การ์ตูนโทรทัศน์
ผู้กำกับ เลจิ มัตซึโมโตะ
ผลิตโดย ญี่ปุ่น Academy Productions
ฉายทาง ญี่ปุ่นYomiuri TV
ฉายครั้งแรก 6 ตุลาคม, พ.ศ. 2517 - 30 มีนาคม, พ.ศ. 2518
จำนวนตอน 26
Wikikartoon.png ส่วนหนึ่งของสารานุกรมการ์ตูนญี่ปุ่น

เรือรบอวกาศยามาโตะ (ญี่ปุ่น: 宇宙戦艦ヤマト Uchū Senkan Yamato Space Battleship Yamato ?) คืออะนิเมะแนววิทยาศาสตร์ของญี่ปุ่น ซึ่งชื่อของเรี่องนั้นเป็นชื่อของยานอวกาศ อะนิเมะเรื่องนี้มีอีกชื่อในภาษาอังกฤษคือ Space Cruiser Yamato (สเปซ ครุยเซอร์ ยามาโตะ) หรือStar Blazers (สตาร์ เบลเซอส์) สำหรับภาคภาษาอังกฤษ ซึ่งออกอากาศในอเมริกาเหนือและออสเตรเลีย สำหรับภาคภาษาอิตาลีก็ใช้ชื่อ สตาร์ เบลเซอส์

เนื้อหา

การพัฒนา[แก้]

ยานรบอวกาศยามาโตะ ขณะกำลังลอยลำเหนือพื้นดิน

แนวคิดในการสร้างเริ่มขึ้นในพ.ศ. 2516[1] โดยโปรดิวเซอร์นาม โยชิโนบุ นิชิซะกิ [1]แต่เดิมทีโครงการนี้ถูกวางเรื่องให้เป็นยานอวกาศที่ดัดแปลงมาจากเรื่อง Lord of the Flies[ต้องการอ้างอิง] และแต่แรกสุดชื่อของโครงการนี้คือ "Asteroid Ship Icarus" (แอสเทรอยด์ ชิป อิคารัส) [1] โดยลูกเรือเป็นวัยรุ่นจากนานาชาติเดินทางออกนอกเขตดาวพฤหัส เพื่อตามหาดาว อิสแกนดา (Iscandar) [1] ในเนื้อเรื่องลูกเรือจะถกเถียงความเห็นกันหลายต่อหลายครั้งแต่พวกเขาก็มีจิตใจที่บริสุทธิ์ปราสจากความเห็นแก่ได้และประโยชน์ส่วนตัว[ต้องการอ้างอิง] ส่วนมนุษย์ต่างดาวที่เป็นศัตรูนั้นเรียกว่า ราเจนโดรา (Rajendora)[ต้องการอ้างอิง]

เมื่อลิวอิจิ มัสสุโมโตะ เข้ามาร่วมโครงการ แนวคิดบางอย่างก่อนหน้านี้ก็ถูกยกเลิกไป เขาเป็นผู้วางแนวคิด ออกแบบเรือ และรูปแบบอันเป็นเอกลักษณ์จนทำให้แฟนๆมองว่าเขาคือผู้ให้กำเนิดเรือรบอวกาศยามาโตะตัวจริงถึงแม้ว่านิชิซะกิจะเป็นผู้ถือลิขสิทธิ์ตัวจริงก็ตาม[2]


เนื้อเรื่อง[แก้]

โลกในปี ค.ศ. 2199

ค.ศ. 2192 มนุษย์ต่างดาว "กามิลัส" (ชื่อเรียกเต็มคือ จักรวรรดิอันยิ่งใหญ่แห่งกามิลัว (Great Empire of Gamilus) [3]) เดิมทางมาถึงระบบสุริยะและเข้าโจมตีโลก[4]โดยบังคับให้ชาวโลกเลือกระหว่างยอมตกเป็นทาสหรือสูญพันธุ์[5]มนุษย์เลือกที่จะต่อต้านจึงถูกระดมยิงด้วยระเบิดอุกกาบาต (Meteor bomb) ซึ่งบรรจุกัมมันตภาพรังสี จนเป็นเหตุให้ผิวโลกมีแต่ผืนดินแห้งแล้ง มนุษย์ต้องอพยพลงไปอยู่ใต้ดิน[5] กองกำลังพิทักษ์โลก (Earth Defence Force) คือหน่วยงานที่ต่อกรกับกามิลัสแต่สู้ไม่ได้[5] จึงมีโครงการนำเรือประจัญบานยามาโตะที่ถูกยิงจมในสงครามโลกครั้งที่สองมาดัดแปลงใช้เป็นยานอวกาศเพื่อการอพยพ[ต้องการอ้างอิง] แต่หลังจากได้รับแบบแปลนเครื่องยนต์และข้อความจากสตาชาร์ แห่งดาวอิสแกนดา ยามาโตะจึงถูกดัดแปลงใหม่เพื่อภารกิจค้นหาดาวอิสแกนดาเพื่อนำเครื่องกำจัดรังสี[6] ดาวอิสแกนดาอยู่ในเมฆแมเจลแลนใหญ่[7][8]ห่างจากระบบสุริยะ 148,000 ปีแสง[5][6] และยามาโตะมีเวลาปฏิบัติภารกิจเพียง 364 วันก่อนที่มนุษยชาติจะสูญพันธุ์เนื่องจากกัมมันตภาพรังสี[6] ยามาโตะเริ่มออกเดินทางในวันที่ 9 ตุลาตม ค.ศ. 2199[9] (ตรงกับศักราชเดสเลอร์ที่ 103 (ศักราชสมมติในเรื่อง) [3])

ทางฝ่ายกามิลัส มีผู้นำสูงสุดชื่อ เดสเลอร์[7] วางฐานปฏิบัติการหน้าไว้ที่ดาวพลูโต[7] ในวันออกเดินทางของยามาโตะ กามิลัสใช้ยามาโตะเป็นเป้าทดสอบอาวุธใหม่ มิซซายขนาดยักษ์ (Super Large Missile) [7]แต่ล้มเหลว ยามาโตะทำการทดลองวาร์ปครั้งแรกในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ[10] และประสบความสำเร็จในการเดินทางจากดวงจันทร์ถึงดาวอังคารได้ใน 1 วินาที[10] หลักจากการต่อสู้จนสามารถกวาดล้างกองกำลังปฏิบัติการหน้าของข้าศึกได้แล้ว[11] ยามาโตะสามารถเดินทางออกนอกระบบสุริยะได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ[12]

ตัวละคร[แก้]

ฝ่ายชาวโลก[แก้]

จูโซ โอคิตะ[แก้]

จูโซ โอคิตะ นายทหารผู้มากประสบการณ์ของกองกำลังพิทักษ์โลก เขาเป็นผู้บัญชาการกองเรือรบที่เข้าร่วมยุทธการพลูโต[5]ซึ่งเป็นปฏิบัติการที่เขาต้องสูญเสียลูกชาย[7] และโคได สุสุมุสูญเสียพี่ชาย[5] โอคิตะเป็นคนใจเย็นและสุขุมในการตัดสินใจมากแม้ในยามคับขัน

เนื่องจากกัปตันโอคิตะเสียลูกชายคนเดียวในการรบที่พลูโต ส่วนโคไดเสียพี่ชายคนเดียว ดังนั้นเขาจึงมองโคไดเป็นเสมือนลูกชายคนหนึ่ง[12]

ระหว่างการเดินทาง โอคิตะมีอาการป่วยเนื่องจากเคลื่อนรังสีอวกาศ แต่แรกเริ่มที่อาการแสดงออกมา หมอซาโตขอให้เขาเข้าไปฟังพื้นในห้องพยาบาลแต่ถูกปฏิเสธ ระหว่างการเดินทาง เขาล้มลงเนื่องจากอาการหลายครั้งจนในที่สุด เข้าถูกส่งเข้าห้องพยาบาลและเข้ารับการผ่าตัดในระหว่างที่เดินทางมาได้ครึ่งทาง[13]

สุสุมุ โคได[แก้]

โคได สุสุมุเป็นนักเรียนนายเรือของกองกำลังพิทักษ์โลก เกิดและโตที่แหลมมิอุระ[4] ในวัยเด็ก เขาใฝ่ฝันที่จะเป็นนักกีฎวิทยา[4] แต่แล้วความฝันของเขาก็เปลี่ยนไปเมื่อพ่อแม่ของเขาเสียชีวิตเนื่องจากระเบิดอุกกาบาตของกามิลัสระหว่างรอเขากลับบ้าน[4] ทำให้เขาแค้นพวกกามิลัสอย่างมาก ในการตรวจสอบมนุษย์ต่างดาวที่ถูกยามาโตะจับมาได้ เขาพยายามจะฆ่าทหารกามิลัสนายนั้นทันทีหลังจากที่ทราบว่ากามิลัวนั้นมีลักษณะเหมือนมนุษย์ทุกประการ[4]

เขาปรากฏตัวครั้งแรกในการฝึกพิเศษคู่กับชิมะ ไดสุเกะบนดาวศุกร์[5] เนื่องจากเหตุการณ์ยานอวกาศปริศนาตก ทั้งคู่จึงได้รับคำสั่งให้ไปสำรวจและพบแคปซูลข่าวสารจึงถูกเรียกตัวกลับ[5] ต่อมาได้รับตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายสรรพาวุธของยามาโตะ[7] แต่เดิมทีเขาเกลียดกัปตันโอคิตะ เนื่องจากพี่ชายของเขาหายสาบสูญในยุทธการพลูโต แต่กัปตันโอคิตะรอด แต่เปลี่ยนความคิดเมื่อรู้ว่ากัปตันเองก็เสียลูกชายคนเดียวในการรบครั้งนั้นเช่นกัน[7]

โคไดมักจะขับเครื่องคอสโม ซีโร ไฟเตอร์ (Cosmo Zero Fighter) นำฝูงบินคอสโมไทเกอร์ออกรบด้วยตัวเองเสมอ[10] รักพวกพ้อง ในการทดลองวาร์ปครั้งแรกของยามาโตะ เครื่องบินแบล็ค ไทเกอร์ลำหนึ่งถูกยิงในการปฏิบัติการขับไล่อากาศยานข้าศึกยังไม่สามารถลงจอดในยามาโตะได้[10]โคไดพยายามขอร้องกัปตันโอคิตะให้รอเครื่องบินลำนั้นและวิ่งไปที่ท้ายเรือเพื่อนำร่องเครื่องบินลำนั้นให้ลงจอดสำเร็จทันเวลา[10] บางครั้ง เขาฝ่าฝืนคำสั่งของกัปตันโอคิตะเพื่อที่จะทำภารกิจที่ได้รับมอบให้สำเร็จเช่นกัน[8] อย่างไรก็ตาม เขามีนิสัยหัวดื้อ เมื่อคิดจะทำอะไรก็ลงมือทำโดยไม่ฟังใคร[9] แต่ถึงแม้เขามักจะเป็นคนเลือดร้อน หัวดื้อ แต่เขาก็มีความสามารถในการสังเกตรายละเอียดเพื่อวิเคราะห์สถานการณ์ชนิดคาดไม่ถึงทีเดียว[14]

โคได สุสุมุนั้นไม่มีญาติหลงเหลืออยู่บนโลกเลย[12] เนื่องจากพ่อและแม่ของเขาเสียชีวิตจากการโจมตีของกามิลัส[ต้องการอ้างอิง] ส่วนพี่ชายที่หายสาบสูญของเขานั้น แท้จริงแล้วได้รับความช่วยเหลือและอาศัยอยู่บนดาวอิสแกนดา[ต้องการอ้างอิง] (แต่ ณ เวลานั้นไม่มีใครทราบจนเมื่อเขาเดินทางถึงอิสแกนดา[ต้องการอ้างอิง]) ด้วยเหตุนี้เอง กัปตันโอคิตะจึงเอ็นดูเขาเหมือนลูก[12]

ถ้งแม้ว่าโคไดจะเคยฝึกร่วมกับชิมะบนฐานดาวอังคารด้วยกันก่อนจะเข้าประจำการบนยามาโตะ แต่ในช่วงแรกของการเดินทางทั้งคู่ก็มักจะทะเลาะกันจนเลยเถิดถึงขั้นชกต่อย[9] แต่สุดท้ายทั้งสองก็กลายมาเป็นเพื่อนรักที่ทำงานร่วมกันได้เป็นอย่างดี

โคไดเป็นผู้มีความเป็นผู้นำสูง ระหว่างที่โอคิตะเข้ารับการผ่าตัดไม่สามารถทำหน้าทีได้นั้น กามิลัสส่งพาราโนดอนเข้าโจมตี[13] ในระหว่างที่ทุกคนกำลังสับสนว่าจะทำอย่างไรและไม่กล้าตัดสินใจนั้น เขาตัดสินใจบัญชาการรบด้วยตัวเองจนผ่านพ้นวิกฤตมาด้วยดีจนแม้แต่โอคิตะยังเอ่ยชม[13] และมอบตำแหน่งรักษาการผู้บังคับการเรือให้เมื่อเขาป่วยจนม่สามารถทำหน้าที่ได้อีกต่อไป[14]

ไดสุเกะ ชิมะ[แก้]

ชิมะ ไดสุเกะเป็นนักเรียนนายเรือของกองกำลังพิทักษ์โลก ปรากฏตัวครั้งแรกในการฝึกพิเศษคู่กับโคได สุสุมุบนดาวศุกร์[5] เนื่องจากเหตุการณ์ยานอวกาศปริศนาตก ทั้งคู่จึงได้รับคำสั่งให้ไปสำรวจและพบแคปซูลข่าวสารจึงถูกเรียกตัวกลับ[5]ต่อมาได้รับตำแหน่งต้นหนของยามาโตะ[7]

ชิมะมีน้องชายชื่อจิโร[7] ซึ่งอยู่ภายใต้การปกครองของพ่อแม่ของพวกเขา[12]

ถ้งแม้ว่าชิมะจะเคยฝึกร่วมกับโคไดบนฐานดาวอังคารด้วยกันก่อนจะเข้าประจำการบนยามาโตะ แต่ในช่วงแรกของการเดินทางทั้งคู่ก็มักจะทะเลาะกันจนเลยเถิดถึงขั้นชกต่อย[9] แต่สุดท้ายทั้งสองก็กลายมาเป็นเพื่อนรักที่ทำงานร่วมกันได้เป็นอย่างดี

ชิมะตกตะลึงในความงามของยูกิแต่แรกพบ[5] แต่เนื่องจากยูกิและโคไดมีใจให้แก่กัน เขาจึงได้แต่เก็บความในใจเอาไว้จนกระทั่งเผยออกมาในวาระสุดท้ายก่อนสิ้นลมหายใจของเขา[ต้องการอ้างอิง]

มาโมรุ โคได[แก้]

โดไค มาโมรุ พี่ชายของโคได สุสุมุ เป็นผู้บัญชาการเรือมิซซาย "ยูกิคาเสะ"[8]ถูกเข้าใจว่าเสียชีวิตในการรบในยุทธการพลูโต เนื่องจากฝ่าฝืนคำสั่งถอยของโอคิตะจึงถูกเรือข้าศึกล้อมยิงจม[5] ซึ่งเหตุผลที่เขาขัดขืนนั้นเพราะว่าเขาต้องการถ่วงเวลาข้าศึกให้โอคิตะถอยหนีได้อย่างปลอดภัยนั่นเอง[15]

ระหว่างที่เขายังเป็นนักเรียนทหาร เขาเป็นคนที่ได้รับความนิยมสูง[15] เขาเพื่อนร่วมชั้นและเพื่อนรักของซะนะดะ ซาโต[15] หลังจบการศึกษาเขาได้รับการบรรจุเป็นนักบิน[15]

ยูกิ โมริ[แก้]

ยูกิ โมริคือนางพยาบาลคนสวยประจำโรงพยาบาลแห่งกองบัญชาการกลาง[5] ต่อมาถูกย้ายขึ้นมาประจำการบนยามาโตะในฐานะหัวหน้าฝ่ายสืบสวน, วิเคราะห์และสนับสนุนชีวิต[7] นอกจากนี้ เธอยังทำหน้าที่เป็นพลเรดาห์บนเรืออีกด้วย[16] ณ เวลาที่เธอออกเดินทางพร้อมกับยามาโตะ เธอยังไม่มีคนรักหรือคู่หมั้นเลย[12] แต่ในระหว่างการเดินทางเธอกับโคไดเริ่มมีความรู้สึกชอบพอกัน [17]

ยูกิกับชาร์ชามีหน้าตาเหมือนกัน[5] จนแม้แต่สตาร์ชาพี่สาวของชาร์ชายังนึกว่าเป็นคนๆเดียวกัน[ต้องการอ้างอิง]

ซาเกะโซ ซาโต[แก้]

นายสัตวแพทย์ซาเกะโซ ซาโต สัตว์แพทย์ฝีมือเยี่ยมประจำโรงพยาบาลแห่งกองบัญชาการกลาง[5] ถูกย้ายขึ้นมาประจำการในตำแหน่งหมอประจำเรือ[7]

หมอซาโต้ชื่นชอบการดื่มสาเกมากและเป็นคนมีอารมณ์สุนทรีย์ ญาติเพียงหนึ่งเดียวของเขาก็คือแมวชื่อ มีจัง[3] การที่เขาได้ขึ้นมาประจำการบนยามาโตะทำให้เขาได้มีโอกาสเป็นศึกษามนุษย์ต่างดาวเป็นคนแรกของโลก[4]

อานาไลเซอร์[แก้]

อานาไลเซอร์เป็นหุ่นยนต์ผู้ช่วยของยูกิประจำโรงพยาบาลแห่งกองบัญชาการกลาง[5] มีนิสัยชอบลวนลามยูกิขณะที่เธอกำลังทำงานอยู่บ่อยๆ[6] สามารถแยกร่างได้ 3 ส่วน[6] ขออนุญาตกัปตันโอคิตะขึ้นมาทำงานบนยามาโตะเนื่องจากมองว่าตัวเองสามารถแสดงความสามารถที่แท้จริงได้มากกว่าการทำงานในโรงพยาบาล[6] อานาไลเซอร์มีความสามารถในการวิเคราะห์หาส่วนประกอบของอากาศ [16], ความสามารถในการสำรวจ[8]และตรวจจับ[3] สามารถแปลภาษาต่างดาว[8]

อานาไลเซอร์มีพละกำลังมหาศาล มากกว่ามนุษย์ปกติ 10,000เท่า[3]สามารถยกรถถังอวกาศได้[8] แต่อย่างไรก็ตามความสามารถที่พิเศษสุดของอานาไลเซอร์ที่เหนือหุ่นยนต์ทั่วไปก็คือการมีความสามารถในการเมาสุราได้[3] อานาไลเซอร์เชื่อว่าตัวเองเป็นมนุษย์[18] และคิดที่จะแต่งงานกับยูกิด้วย[18] เขาขอยูกิแต่งงานระหว่างที่ทั้งคู่ได้รับคำสั่งให้สำรวจดาวบีเมรา (Bemera Planet) จนเป็นเหตุให้ยูกิตกใจและเสียการควบคุมการบินจนเครื่องบินตกหัวทิ่มดิน[18] อย่างไรก็ตาม อานาไลเซอร์ก็ตัดใจจากยูกิเมื่อเขาพบว่ายูกิแอบชอบโคไดอยู่[18]

ซะบุโร คาโต[แก้]

ซะบุโร คาโต้ หัวหน้าฝูงบิน "แบล็ค ไทเกอร์"[7]ภายใต้การบังคับบัญชาของโคได[7]

นัมบุ ยะซุโอะ[แก้]

นัมบุ ยะซุโอะ ผู้ช่วยโคไดด้านอาวุธยิง [7]

โยชิคะสุ ไอฮะระ[แก้]

โยชิคะสุ ไอฮะระ นายทหารสื่อสาร[7] ภายใต้การบังคับบัญชาของโคได[7] ในระหว่างการเดินทางไอฮะระแอบใช้เครื่องมือสื่อสารซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของเขาติดต่อกับโลก[19]จึงซึ่งเป็นเหตุให้ฝ่าย กามิลัสส่งสัญญาณปลอมหลอกเขาว่าสถานการณ์ในโลกนั้นสิ้นหวังเพื่อทำลายขวัญของยายะโตะ[19] สุดท้ายไอฮะระเสียสติหนีออกจากยามาโตะตัวเปล่าและค้นพบดาวเทียมส่งสัญญาณเทียมโดยบังเอิญเขาจึงได้สติคืนมา[19]

เคนจิโร โอตะ[แก้]

เคนจิโร โอตะ เป็นเจ้าหน้าที่สนับสนุนนักบิน[7]

ชิโร ซะนะดะ[แก้]

ชิโร ซะนะดะ เป็นหัวหน้าฝ่ายสนับสนุนและพัฒนาทางวิศวกรรม[7] เขาเป็นวิศวกรที่มีความสามารถสูง สร้างอุปกรณ์หลายๆอย่างเพื่อใช้งานบนยามาดตะหลายชิ้น

ซะนะดะเป็นเพื่อนร่วมรุ่นของมาโมรุ โคได พี่ชายของสุสุมุ โคไดในโรงเรียนทหารและเป็นเพื่อนรักกัน[15] แต่หลังจบการศึกษาทั้งคู่ต้องแยกการทำงาน[15] ซะนะดะพบมาโมรุครั้งสุดท้ายก่อนที่เขาจะออกไปรบบริเวณดาวพลูโต[15] โดยซะนะดะเป็นผู้รับผิดชอบการซ่อมแซมยานรบของมาโมรุซึ่งเสียหายอย่างหนัก[15] ซึ่งเป็นเที่ยวบินสุดท้ายของมาโมรุก่อนที่เขาจะสูญหายในการรบ[15] ซึ่งนั่นทำให้เขาโทษตัวเองว่าซ่อมแซมยานของมาโมรุไม่ดีพอ[15]

ซะนะดะในวัยเด็กฝันอยากจะเป็นจิตกร [15]และเคยมีพี่สาวอยู่คนหนึ่งซึ่งเสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนเครื่องเล่นในสวนสนุกบนดวงจันทร์[15]ระหว่างที่เขายังเป็นนักเรียนประถม[15] ส่วนเขาก็เสียแขนขาทั้งสองข้าง[15] แต่ต่อมาเขาประดิษฐ์แขนขาเทียมให้ตัวเองโดยแขนขาเทียบของเขาติดตั้งระเบิดเอาไว้[15] เนื่องจากการเสียพี่สาว เขาจึงเปลี่ยนความตั้งใจมาเป็นนักวิทยาศาสตร์เพื่อที่จะให้วิทยาศาตร์รับใช้มนุษยชาติ[15]

ฮิโกซะเอะมอน โทกุกะวะ[แก้]

ฮิโกซะเอะมอน โทกุกะวะ เป็นต้นกลประจำยามาโตะ[7] เขาเป็นทหารช่างที่ติดตามกัปตันโอคิตะ[7]มีอายุมากแล้ว ครั้งหนึ่งเขาเคยถูกพ่อแม่ของยูกิเข้าใจผิดว่ายูกิเลือกที่จะคบเขา[12] แต่แท้จริงแล้วเขามีลูกแล้ว[12] และเขาก็รักหลานที่ชื่อ ไอโกะ มากด้วย[12]

ฝ่ายชาวกามิลัส[แก้]

ชาวกามิลัสนั้น ถึงแม้จะเป็นมนุษย์ต่างดาวแต่แท้จริงแล้ว มีลักษณะทางกายภาพเหมือนมนุษย์โลกทุกประการยกเว้นสีผิวที่เป็นสีน้ำเงิน[4]

ลอร์ด เดสเลอร์[แก้]

ลอร์ด เดสเลอร์ (Lord/ Leader Desler) ผู้นำสูงสุดของดาวกามิลัส[7] แรกสุดเขาประเมินค่ายามาโตะไว้ต่ำ[7][10] แต่หลังจากยามาโตะสามารถออกนอกระบบสุริยะได้ เขาจึงลงมาวางแผนการรบด้วยตัวเอง[3]

เดสเลอร์เป็นนักยุทธ์ศาสตร์ชั้นยอด เขาวางแผนทำลายยามาโตะหลายต่อหลายครั้ง ถึงแม้จะไม่สำเร็จแต่ก็ทำให้ยามาโตะเกือบจมหลายต่อหลายครั้ง ถึงแม้ว่าเขาจะเป็นผู้นำเผด็จการที่ยิ่งใหญ่ แต่เขาก็ไม่ชอบการประจบสอพล ครั้งหนึ่งเขาเคยตำหนิฮิสุที่เสนอความเห็นประจบเขาเกี่ยวกับยามาโตะด้วยการปฏิเสธว่า "ข้าฯไม่ต้องการความเห็นของเจ้า รายงานมาแต่ความจริง"[3] แต่ถึงกระนั้นเขาก็เกลียดการเสียหน้าเป็นที่สุดเช่นกัน เขาตัดสินใจฆ่าคนที่ทำให้เขาเสียหน้าได้อย่างไม่ลังเลเลย[3]

ฮิสุ[แก้]

ฮิสุ (Hisu) เป็นรองประธานของฝ่ายกามิลัสและผู้ช่วยของเดสเลอร์[10]

ชลุสส์[แก้]

ชลุสส์ (Shlutz) ผู้บัญชาการฐานปฏิบัติการหน้าพลูโต[7] พยายามวางแผนสกัดยามาโตะไม่ให้ออกนอกระบบสุริยะหลายครั้ง แต่ก็ล้มเหลว สุดท้ายเขาเสียฐานทัพไปเนื่องจากการลอบวางระเบิดของฝ่ายยามาโตะและหลบหนีไป[20] ต่อมาเขาเข้าสู้กับยามาโตะอีกครั้ง ในบริเวณแถบดาวเคราะห์น้อยและเสียชีวิตในการรบด้วยการเอายานพุ่งชนใส่ยามาโตะ[11]

แกนซ์[แก้]

แกนซ์ (Gantz) เป็นผู้ช่วยของชลุสส์ [10] และเสียชีวิตพร้อมชลุสส์[11]

โดเมล[แก้]

โดเมล (Domel) แม่ทัพผู้มีชื่อเสียงของกามิลัส และเคยได้รับเหรียญกล้าหาญขากเดสเลอร์[4] แต่เดิมเขาเป็นผู้บัญชากากองพลแม็คเจนแลน[21] แต่เนื่องจากเขาต้องการจะสู้กับยามาโตะ เขาจึงขอเดสเลอร์ย้ายมาบัญชาการกองพลกาแล็กติก[21] และเดสเลอร์ก็อนุญาตตามคำขอของเขาในฐานะของขวัญวันหยุด[4] กองพลกาแล็กติกมีฐานอยู่ที่ดาวบาลันซึ่งเป็นจุดกึ่งกลางระหว่างโลกกับดาวอิสแกนดา[21] และเคยเป็นฐานลำเลียงในการรุกรานโลกอีกด้วย[18] เขาเป็นคนหยิ่งผยอง ชอบวางก้าม แต่ก็เป็นแม่ทัพผู้ชาญฉลาด มีความสามารถในการวิเคราะห์ระดับสูง และมีความมุ่งมั่น

โดเมลเขียนไดอารีของตัวเอง และเข้าเขียนถึงการปะทะกับยามาโตะครั้งแรกว่า "ฉันเข้าปะทะกับยามาโตะและไม่ควรเลยที่จะประมาทมัน"[21]

เขาเป็นนายทหารผู้มีความสามารถในการวางแผนสูง[22] แต่เนื่องจากการวางแผนใช้ดวงอาทิตย์เทียมกำจัดยามาโตะโดยมีฐานทัพบูลานเป็นเครื่องสังเวยนั้นทำให้เขาต้องขึ้นศาลทหาร[22] ศาลทหารมีมติให้ประหารเขาแต่เดสเลอร์ปฏิเสธเนื่องจากเห็นคุณค่าในตัวโดเมล[22] และสั่งให้รับหน้าที่กำจัดยามาโตะก่อนที่ยามาโตะเดินทางเข้าสู่เมฆแมเจลแลนใหญ่ให้ได้[22]

โดเมลส่งสารท้ารบไปยังยามาโตะที่จักรวาลสายรุ้ง (Rainbow Galexy) [22] ในยุทธการที่จักรวาลสายรุ้งนี้ เป็นการรบที่สร้างความเสียหายให้แก่ยามาโตะอย่างที่สุดเนื่องด้วยโดเมลวางแผนอย่างรอบคอบและรัดกุม อย่างไรก็ตามโชคเป็นของยามาโตะเมื่อเกิดเหตุการณ์พลิกผันจนกองเรือของกามิลัมจมทั้งหมดยกเว้นเรือธง [23] โดเมลตัดสินใจพลีชีพระเบิดตัวตายพร้อมยามาโตะ[22] ก่อนตายเขาเปิดช่องสัญญาณสนทนากับกับตันโอคิตะ แสดงความชื่นชมในความสามารถของกันและกัน[22]

เกล[แก้]

เกล (Gale) เดิมทีเขาเป็นผู้บัญชาการกองพลกาแล๊กติก แต่เพราะการย้ายมาของโดเมลเขาจึงถูกลดขั้นลงเป็นรองผู้บัญชาการแทน[21] ซึ่งเขาไม่พอใจอย่างมาก โดยเฉพาะท่าทางวางอำนาจของโดเมล ที่มาถึงก็ทำลายข้าวของเครื่องประดับของเขาและดูถูกเขาว่ามีรสนิยมแย่ที่สุดในกามิลัส[21] ในยุทธการที่ดาวบูลาน เกลมิอาจทนเห็นโดเมลใช้ลูกน้องและฐานของเขาเป็นเครื่องสังเวยในการปราบยามาโตะได้จึงแอบแจ้งให้เดสเลอร์เข้าระงับโดเมลเสีย[14] อันเป็นผลให้โดเมลถูกส่งขึ้นศาลทหาร[22] แต่ถึงกระทั้นโดเมลก็ยังเลือกเขาเป็นผู้ช่วยในยุทธการที่จักรวาลสายรุ้ง[22] และเสียชีวิตในปฏิบัติการพลีชีพพร้อมกับโดเมล[23]

ฝ่ายชาวอิสแกนดา[แก้]

สตาร์ชา[แก้]

สตาชาร์คือชาวดาวอิสแกนดา[5] มีตำแหน่งเป็นราชินี [7]และเป็นผู้เสนอความช่วยเหลือมายังโลกโดยให้น้องสาวนั่งยานอวกาศมายังโลก[5]

ซาชาร์[แก้]

ซาชาร์คือชาวดาวอิสแกนดาน้องสาวของสตาร์ชาร์[5] เดินทางมายังโลกเพื่อเสนอความช่วยเหลือ[5]แต่ยานอวกาศที่โดยสารมาได้รับความเสียหายและถูกพบเห็นครั้งแรกในยุทธการพลูโต[5] จากนั้นจึงตกลงบนดาวอังคาร[5]และถูกพบว่าเสียชีวิต[5]

ยานรบและอาวุธที่ปรากฏในเรื่อง[แก้]

ฝ่ายชาวโลก[แก้]

ยามาโตะ[แก้]

ยามาโตะ เดิมทีคือเรือประจัญบานของจักรวรรดินาวีญี่ปุ่น[6]ที่ถูกยิงจมที่คิวชู[5] [6] มานานถึง 260 ปี[6]ต่อมาได้รับการติดตั้งเครื่องยนต์เวฟโมชัน (Wave Motion Engine) [6] ซึ่งทำงานด้วยการสร้างอนุภาคเท็คฮอย[6]

ยามาโตะมีปืนใหญ่หลักประจำเรือเป็นอาวุธหลัก มีอานุภาพรุนแรงสามารถยิงเรือบรรทุกเครื่องบินของกามิลัสจมได้ด้วยการยิงเพียงครั้งเดียว[6] และมีปืนใหญ่เวฟโมชันเป็นอาวุธสังหารที่มีอานุภาพสูงสุด[7]

ยามาโตะมีเครื่องมือที่สร้างได้ทุกอย่าง (All-purpose manufacturing tool) ภายใต้การดูแลของฝ่ายสนับสนุนและพัฒนาทางวิศวกรรม[7]

บนยามาโตะมีส่วนสันทนาการสำหรับลูกเรือด้วยเช่นห้องนอนเย็น (Cold Sleep Room) ซึ่งมีไว้ลดระดับความเครียดของลูกเรือ[7] ,ห้องรีสอร์ท ซึ่งเป็นห้องที่สามารถจำลองสถานที่เพื่อให้ลูกเรือได้ใช้พักผ่อน[7]

เครื่องบินรบ แบล็ค ไทเกอร์[แก้]

แบล็ค ไทเกอร์ (Black Tiger) คือเครื่องบินรบที่ประจำการในยามาโตะ[7] มีโรงเก็บเครื่องบินอยู่ที่ท้ายยาน[7]

ปืนใหญ่เวฟโมชัน[แก้]

ปืนใหญ่เวฟโมชัน (Wave Motion Gun) เป็นอาวุธพิฆาตที่มีอานุภาพสูงสุดของยามาโตะ ทำงานด้วยการอาศัยพลังงานจากเครื่องยนต์เวฟโมชันซึ่งมีพลังงานเทียบเท่าดาราจักรขนาดย่อม[16] อย่างไรก็ตาม เนื่องจากการยิงนี้เป็นการยิงที่ดึงพลังงานมาจากเครื่องยนต์[16] หลังการยิงแล้ว ยามาโตะจะสูญเสียแรงขับเคลื่อนทั้งหมดไป[16] เพื่อให้มีพลังงานพอในการเริ่มเดินเครื่องใหม่ ก่อนทำการยิงยามาโตะจึงต้องปิดระบบไฟฟ้าทั้งหมดลงและสำรองไว้[16] ยามาโตะยิงปืนใหญ่เวฟโมชันครั้งแรกบนดาวพฤหัส[16] และส่งผลให้เกาะลอยฟ้าขนาดเท่าทวีปออสเตรเลียหายไปในการยิงเพียงครั้งเดียว[16] แต่ทว่าความร้อนที่เกิดจากการยิงนั้นก็สูงมากจนท่อถ่ายเทความร้อนละลาย[8] ลูกเรือยามาโตะจึงนำ "คอสโมไนท์" (วัสดุสมมติในเรื่อง) จากดวงจันทร์ไททันมาเปลี่ยนเพื่อแก้ปัญหานี้[8]

วงแหวนดาวเคราะห์[แก้]

วงแหวนดาวเคราะห์ (Asteroid Ring) เป็นความคิดสร้างสรรค์ของซานาดะ[11] ทำงานด้วยการยิงตัวสร้างแรงดึงดูด (Anti-Gravity Inducer) ให้ไปยึดติดกับหินในแถบดาวเคราะห์น้อยหลายๆก้อน[11] แล้วดึงเข้ามาปกคลุมยามาโตะ[11] นอกจากจะมีประโยชน์ในการอำพรางตัวและการกำบังแล้ว ยังสามารถนำก้อนหินเหล่านี้มาหมุนรอบตัวเองเพื่อใช้เป็นม่านกำบังได้อีกด้วย[11]

ฝ่ายชาวกามิลัส[แก้]

ระเบิดอุกกาบาต[แก้]

ระเบิดอุกกาบาต (Meteor Bomb) เป็นระเบิดที่มีลักษณะคล้ายดาวหาง [5]ฝ่ายกามิลัสใช้ยิงใส่เป็นระลอกๆตั้งแต่ ค.ศ. 2199[5] นอกจากจะมีอำนาจทำลายล้างเทียบเท่ากับอุกกาบาตที่ตกสู่พื้นโลกแล้ว ระเบิดอุกกาบาตยังมีกัมมันตภาพรังสีอีกด้วย[5] ฐานยิงระเบิดอุกกาบาตนั้นถูกตั้งอยู่บนดาวพลูโต[24] และไม่ปรากฏในเรื่องอีกเลยหลังจากที่ฐานปฏิบัติการหน้าพลูโตถูกยามาโตะทำลายไป [20]

ปืนใหญ่สะท้อนดาวเทียม[แก้]

ปืนใหญ่สะท้อนดาวเทียม (Reflective Satelite Cannon) เป็นอาวุธพิฆาตของฝ่ายกามิลัสและประจำการอยู่ที่ฐานปฏิบัติการหน้าพลูโต[24] มีอำนาจทำลายล้างสูงกว่ายามาโตะแต่ระยะยิงสั้นกว่า[24] ฐานยิงของปืนใหญ่สะท้อนดาวเทียมถูกซ่อนเอาไว้ใต้ทะเลสาบที่มีน้ำแข็งปกคลุม[24] สามารถยิงทะลุโดมกระจกใสโดยไม่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อกระจก[24] นอกจากนี้ ลำแสงปืนใหญ่ยังสามารถสะท้อนกับดาวเทียมและฐานสะท้อนลำแสง[24] ทหใสามารถยิงไปยังเป้าหมายได้ไม่ว่าจะเป้าหมายอยู่ในที่แห่งในภายใต้รัสมียิง[24] อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนว่าปืนใหญ่นี้จะไม่สามารถยิงใส่เป้าหมายใต้น้ำได้ เนื่องจากกามิลัสมิได้ยิงปืนใหญ่สะท้อนดาวเทียมใส่ยามาโตะที่พยายามหลบอยู่ใต้น้ำ แต่ใช้วิธีส่งเครื่องบินทิ้งระเบิดไปบังคับให้ยามาโตะลอยลำขึ้นเหนือน้ำก่อนที่จะยิงใส่แทน [20]

ปืนใหญ่สะท้อนดาวเทียมถูกทำลายจากการลอบเข้าไปวางระเบิดไฮโดรเจนจากภายใน[20] ขณะที่ปืนใหญ่กำลังจะถูกยิง[20] ซึ่งส่งผลให้ฐานปฏิบัติการหน้าพลูโตระเบิดไปพร้อมๆกัน[20]

ทุ่นระเบิด เดสเลอร์[แก้]

ทุ่นระเบิด เดสเลอร์ (Deslor Mine) คือแนวทุ่นระเบิดที่ตั้งตามชื่อของเดสเลอร์[3] ถูกวางไว้ที่แนวรอบนอกสุดของระบบสุริยะ[3] ความพิเศษของทุ่นระเบิดเดสเลอร์ืคือการที่มันสามารถเคลื่อนไหวติดตามเป้าหมายได้[3] ซึ่งทำให้เป้าหมายไม่สามารถเคลื่อนที่ไปข้างหน้าหรือไม่สามารถวาร์ปหนีได้เช่นกัน[3] ถ้าเป้าหมายเคลื่อนที่ผ่าเข้ามาตามแนวช่องว่างของทุ่นระเบิด ทุ่นก็จะขยับชิดเข้าหากันเรื่อยๆจนกว่าจะกระทบเป้าหมาย[3] อย่างไรก็ตาม ทุ่นนี้ทำงานได้ด้วยการบังคับของทุ่นส่งสัญญาณ[3] กัปตันโอคิตะจึงสั่งให้ซะนะดะและอานาไลเซอร์ค้นหาและถอดตัวส่งสัญญาณทิ้ง[3]และย้ายทุ่นระเบิดให้พ้นทางด้วยมือเปล่า[3]

ถึงแม้แผนการใช้ทุ่นระเบิดเดสเลอร์จะล้มเหลวแต่เดสเลอร์กลับไม่โกรธ อีกทั้งกล่าวว่า[3]

ทุ่นระเบิดเดสเลอร์ถูกสร้างขึ้นด้วยวิทยาการอันเหนือล้ำของกามิลัสแต่ไม่ได้ถูกเตรียมไว้รับมือกับการกระทำโง่ๆ ฉันได้เรียนรู้อย่างมากจากการความคิดอันคร่ำครึของพวกป่าเถื่อน (ชาวโลก) พวกนี้

และส่งสารแสดงความยินดีไปยังยามาโตะในนามของตัวเอง[3]

พาราโนดอน[แก้]

พาราโนดอน (Paranodon) เป็นสัตว์ท้องถิ่นของดาวบูลาน มีนิสัยอ่อนโยน[13][14] มีลักษณะคล้ายเต่า[14] ดวงตามีขนาดเล็กมากเนื่องจากอยู่ในสภาวะไร้แสง[14] แต่ถูกเกลนำมาใช้เป็นสัตว์สงคราม[13] ควบคุมพวกมันผ่านเครื่องควบคุมของเขาโดยตรง[13] โดยให้พาราโนดอนหลายๆตัวรวมตัวกันเป็นรูปร่างขนาดใหญ่ตามแต่เขาจะจินตนาการ[13] เกลต้องการใช้พาราโนดอนเข้าขยี้ยามาโตะให้เร็วทีสุดเท่าที่จะทำได้แต่โดเมลไม่เห็นด้วย[13] เพราะโดเมลไม่ต้องการให้ยามาโตะทราบว่ากามิลัสมีฐานทัพบนดาวบูลานแต่เกลขัดคำสั่งนำพาราดอนโนออกไปสู้กับยามาโตะ[13]

รูปแบการโจมตีของพาราโนดอนคือการพุ่งเข้าชน[13] และเนื่องจากว่ามันเป็นสิ่งมีชีวิตที่ประกอบเข้าเป็นรูปร่าง เมื่อถูกยิงด้วยปืนใหญ่มันจึงเพียงแค่กระจายตัวเองแต่ยังสามารถกลับมารวมตัวกันได้ใหม่[13] แต่อย่างไรก็ตามพาราโนดอนก็ถูกทำลายด้วยปืนใหญ่เวฟโมชั่น[13]

ป้อมอวกาศหมายเลข 13[แก้]

ป้อมอวกาศหมายเลข 13 (Space Fortess No. 13) เป็นป้อมอวกาศรูปไข่เรียบ ความยาว 1 กิโลเมตร ความสูง 300 เมตรโดยประมาณ[15] ดูเหมือนขัดผิวขนาดยักษ์ที่ลอยอยู่ในอวกาศ[15] บนผิวมีรูจำนวนมากสำหรับการปล่อยแม็กนิตรอน เวฟ (Magnetron Wave) [15] ซึ่งเป็นอาวุธที่ยิงคลื่นแม่เหล็กเข้าใส่เป้าหมายที่เป็นโลหะจนแยกออกเป็นชิ้นๆ[15] รูแต่ละรูมีประตูปิดเพื่อป้องกันการโจมตีจากภายนอก[15] ทำงานด้วยการจับการสั่นสะเทือน[15]

อย่างไรก็ตาม ซานาดะวางแผนแก้ไขด้วยการสร้างยานอวกาศไร้รอยต่อเข้าใกล้และทำลายจากภายใน[15] โดยมีโคไดเป็นผู้ร่วมปฏิบัติการ[15] ลักษณะภายในของฐานซับซ้อนเหมือนเขาวงกต[15] จัดเรียงเหมือนวงจรคอมพิวเตอร์[15] และเฝ้าดูแลโดยหุ่นยนต์ ณ ใจกลางของระบบ มีการวางระบบป้องกันสุดท้ายด้วยคลื่นเสียงหลอนประสาทและเส้นใยที่คล้ายหนวดปลาหมึกเพื่อการทำร้ายผู้บุกรุก[15]

ดวงอาทิตย์เทียมแห่งบูลาน[แก้]

ดวงอาทิตย์เทียม (Artificial Sun) เป็นสิ่งประดิษฐ์ของชาวกามิลัส แต่เดิมถูกใช้เพื่อเป็นแหล่งให้แสงสว่างบนดาวบูลาน[14] แต่ทว่านายพลโดเมลวางแผนจะใช้ดวงอาทิตย์เทียมในการทำลายยามาโตะโดยให้ฐานบนดาวบูลาโจมตีล่อเพื่อดึงความสนใจจากยามาโตะในขณะที่ดวงอาทิตย์เทียมเคลื่อนที่เข้าหายามาโตะจากทางด้านหลัง[14] ถึงแม้ว่าโคไดจะสามารถคาดการณ์ได้ล่วงหน้าถึงความผิดปกติของดวงอาทิตย์เทียมนี้และสั่งให้จับตามองดวงอาทิตย์แต่ก็ยังไม่อาจจะดิ้นหลุดจากกับดักนี้ได้[14]

แผนการนี้ยอดเยี่ยมมากจนกัปตันโอคิตะถึงกับเอ่ยว่า "สุดยอด!"[14] แต่ในวินาทีที่ยามาโตะจนมุมได้แต่รอความตายนั้นเอง เดสเลอร์ที่ได้รับข่าวนี้จากนายกลเกลที่ไม่สามารถทนดูการสังเวยลูกต้องตัวเองได้[14] เข้ามาสั่งให้โดเมลหยุดแผนของเขาเสีย[14] ยามาโตะจึงทำลายดวงอาทิตย์เทียมด้วยปืนใหญ่เวฟโมชันในที่สุด[14]

เครื่องย้ายมวลสารฉับพลัน[แก้]

เครื่องย้ายมวลสารฉับพลัน [22] เป็นเครื่องมือที่เกิดจากความคิดสร้างสรรค์ของโดเมล สามารถใช้เคลื่อนย้ายวัตถุที่อยู่ในพื้นที่ ๆ หนึ่งบริเวณหน้าเครื่องย้ายมวลสารไปยังอีกที่หนึ่งที่อยู่ห่างไกลได้ โดเมลใช้เครื่องย้ายมวลสารฉับพลันนี้เพื่อการโจมตีแบบไม่ให้ข้าศึกตั้งตัว (Surprise Attack) เครื่องย้ายมวลสารฉับพชันนี้ถูกนำมาใช้ครั้งแรกในยุทธการแห่งจักรวาลสายรุ้ง [23]

อ้างอิง[แก้]

  1. 1.0 1.1 1.2 1.3 "1973-1976 Timeline". StarBlazers.com. สืบค้นเมื่อ 2008-09-06. 
  2. "A Rainbow of Threads". StarBlazers.com. สืบค้นเมื่อ 2008-09-10. 
  3. 3.00 3.01 3.02 3.03 3.04 3.05 3.06 3.07 3.08 3.09 3.10 3.11 3.12 3.13 3.14 3.15 3.16 3.17 3.18 "Space Battleship Yamato" ตอนที่11
  4. 4.0 4.1 4.2 4.3 4.4 4.5 4.6 4.7 4.8 "Space Battleship Yamato" Episode 13
  5. 5.00 5.01 5.02 5.03 5.04 5.05 5.06 5.07 5.08 5.09 5.10 5.11 5.12 5.13 5.14 5.15 5.16 5.17 5.18 5.19 5.20 5.21 5.22 5.23 5.24 5.25 5.26 " Space Battleship Yamato" Episode 1
  6. 6.00 6.01 6.02 6.03 6.04 6.05 6.06 6.07 6.08 6.09 6.10 6.11 " Space Battleship Yamato" Episode 2
  7. 7.00 7.01 7.02 7.03 7.04 7.05 7.06 7.07 7.08 7.09 7.10 7.11 7.12 7.13 7.14 7.15 7.16 7.17 7.18 7.19 7.20 7.21 7.22 7.23 7.24 7.25 7.26 7.27 7.28 7.29 " Space Battleship Yamato" Episode 3
  8. 8.0 8.1 8.2 8.3 8.4 8.5 8.6 8.7 " Space Battleship Yamato" Episode 6
  9. 9.0 9.1 9.2 9.3 "Space Battleship Yamato", Episode 10
  10. 10.0 10.1 10.2 10.3 10.4 10.5 10.6 10.7 " Space Battleship Yamato" Episode 4
  11. 11.0 11.1 11.2 11.3 11.4 11.5 11.6 "Space Battleship Yamato" Episode9
  12. 12.0 12.1 12.2 12.3 12.4 12.5 12.6 12.7 12.8 " Space Battleship Yamato" Episode 10
  13. 13.00 13.01 13.02 13.03 13.04 13.05 13.06 13.07 13.08 13.09 13.10 13.11 "Space Battleship Yamato", Episode 17
  14. 14.00 14.01 14.02 14.03 14.04 14.05 14.06 14.07 14.08 14.09 14.10 14.11 14.12 Space Battleship Yamato, Episode 20
  15. 15.00 15.01 15.02 15.03 15.04 15.05 15.06 15.07 15.08 15.09 15.10 15.11 15.12 15.13 15.14 15.15 15.16 15.17 15.18 15.19 15.20 15.21 15.22 15.23 15.24 15.25 15.26 "Space Battleship Yamato", Episode 18
  16. 16.0 16.1 16.2 16.3 16.4 16.5 16.6 16.7 Space Battleship Yamato ตอนที่ 5
  17. "Space Battleship Yamato" ตอนที่12
  18. 18.0 18.1 18.2 18.3 18.4 "Space Battleship Yamato", Episode 16
  19. 19.0 19.1 19.2 Space Battleship Yamato, Episode 19
  20. 20.0 20.1 20.2 20.3 20.4 20.5 "Space Battleship Yamato" Episode 8
  21. 21.0 21.1 21.2 21.3 21.4 21.5 "Space Battleship Yamato", Episode 15
  22. 22.0 22.1 22.2 22.3 22.4 22.5 22.6 22.7 22.8 22.9 "Space Battleship Yamato", Episode 21
  23. 23.0 23.1 23.2 "Space Battleship Yamato", Episode 22
  24. 24.0 24.1 24.2 24.3 24.4 24.5 24.6 "Space Battleship Yamato" Episode 7

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]