เรือบรรทุกอากาศยานชินะโนะ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
Shinano photo.jpg
ชินะโนะ ระหว่างการแล่นทดสอบในทะเลในอ่าวโตเกียว
ประวัติ (จักรวรรดิญี่ปุ่น) A flag bearing a stylised red sunburst symbol on a white background.
ชื่อเรือ: ชินะโนะ
ตั้งชื่อตาม: จังหวัดชินะโนะ
ต่อขึ้นที่: อู่ทหารเรือเรือโยะโกะซุกะ
วางกระดูกงู: 4 พฤษภาคม ค.ศ. 1940
ปล่อยลงน้ำ: 5 ตุลาคม ค.ศ. 1944
ขึ้นระวาง: 19 พฤศจิกายน ค.ศ. 1944
จุดจบ: อับปางโดยเรือดำน้ำ ยูเอสเอส อาร์เชอร์-ฟิช ในวันที่ 29 พฤศจิกายน ค.ศ. 1944
ลักษณะเฉพาะ
ชั้น: ดัดแปลงจากเรือประจัญบานชั้นยะมะโตะ
ประเภท: เรือบรรทุกอากาศยาน
ขนาด (ระวางขับน้ำ): 62,000 ตัน[A 1] (มาตรฐาน)
72000 ตัน (เต็มที่)[1]
ความยาว: 266 เมตร[1]
ความกว้าง: 36.3 เมตร (แนวน้ำ)
40 เมตร (ดาดฟ้าบิน)[1]
กินน้ำลึก: 10.8 เมตร[1]
เครื่องยนต์: 150,000 แรงม้า (110,000 kW)[2]
ใบจักร: กังหันไอน้ำ × 4[1]
หม้อน้ำแบบคัมปงใช้น้ำมันเป็นเชื้อเพลิง × 12[1]
เพลา × 4[1]
ความเร็ว: 27 นอต (50 กม./ชม.)[1]
ระยะทางเชื้อเพลิง: 10,000 ไมล์ทะเลที่ความเร็ว 27 นอต[1]
อัตราเต็มที่: 2,400 นาย[3]
ยุทโธปกรณ์: 16 × ปืนสองประสงค์ 127 มม. (5 นิ้ว)[3]
145 × 25 มม. (1 นิ้ว) แบบ 96 AA[3]
12 × จรวดต่อต้านอากาศยาน 28-ลำกล้อง 127 มม. (5 นิ้ว)[3]
เกราะ:
  • กราบเรือ: 20.5 ซม (8.1 นิ้ว)[4]
  • ดาดฟ้า: 19 ซม (7.5 นิ้ว) (ดาดฟ้าเก็บเครื่องบิน)[5]; 8 ซม (3.1 นิ้ว) (ดาดฟ้าบิน)[6]
อากาศยาน: ใช้ปฏิบัติการ: ~70[7]
โรงเก็บ: 139[1]

ชินะโนะ (ญี่ปุ่น: 信濃) ได้ชื่อตามจังหวัดโบราณของญี่ปุ่น ชินะโนะ เป็นเรือบรรทุกอากาศยานของกองทัพเรือจักรวรรดิญี่ปุ่นระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง เดิมได้รับการวางกระดูกงูเรือเป็นลำที่ 3 ในเรือประจัญบานชั้นยามาโตะ ตัวเรือที่เสร็จสมบูรณ์บางส่วนของชินะโนะถูกเปลี่ยนเป็นเรือบรรทุกอากาศยานใน ค.ศ. 1942 ระหว่างสร้างเสร็จไปได้ครึ่งหนึ่ง เป็นเวลากว่าสองปีที่ชินะโนะได้รับการปรับปรุงขนานใหญ่เพื่อให้ปฏิบัติหน้าที่เป็นเรือบรรทุกอากาศยานสนับสนุนขนาดใหญ่ เมื่อสร้างเสร็จแล้ว เรือชินะโนะมีระวางขับน้ำเต็มที่ 73,000 ตัน นับเป็นเรือบรรทุกอากาศยานที่มีขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยสร้างมา ณ เวลานั้น

เนื้อหา

การออกแบบและการสร้าง [แก้]

อาวุธยุทธภัณฑ์ [แก้]

การขึ้นระวางประจำการและการอับปาง [แก้]

วันที่ 19 พฤศจิกายน ค.ศ. 1944 ชินะโนะได้ขึ้นระวางประจำการอย่างเป้นทางการที่เมืองโยะโกะซุกะ ซึ่งก่อนหน้านั้นมีเวลาเพียงสองสัปดาห์เพื่อเตรียมเรือประจำการและสำหรับการทดสอบเรือเล็กๆ น้อยๆ[8] โดยในวันที่ 1 ตุลาคม ลูกเรือได้รายงานต่อคณะกรรมการว่าลูกเรือร้อยละ 70 - 75 ไม่มีประสบการณ์เดินเรือในทะเลมาก่อน[9] จากความกังวลที่เพิ่มขึ้นในความปลอดภัยของเรือเนื่องมาจากมีการบินผ่านของเครื่องบินทิ้งระเบิดของสหรัฐ ดังนั้นกองทัพเรือญี่ปุ่นจึงมีคำสั่งให้ชินะโนะเดินทางไปเมืองคุเระเพื่อเตรียมเรือประจำการในส่วนที่เหลือที่นั่น[8] คำสั่งของกองทัพเรือต้องการใช้ชินะโนะออกเดินทางไปยังคุระไม่เกินวันที่ 28 พฤศจิกายน แต่ผู้บังคับการเรือ นาวาเอกโทะชิโอะ อะเบะ (Toshio Abe) ได้ร้องขอให้วันแล่นเรือยืดออกไป ประตูผนึกน้ำส่วนใหญ่ยังไม่ได้ติดตั้ง อุปกรณ์ทดสอบคุณภาพอากาศยังไม่ได้รับการจัดการ ยังมีรูจำนวนมากที่เว้นว่างไว้สำหรับสายไฟ ช่องอากาศและท่ออากาศยังไม่ได้ปิดผนึก[3] ไม่มีทั้งระบบท่อน้ำดับเพลิงและระบบระบายน้ำที่เสร็จสมบูรณ์ เช่น เครื่องสูบน้ำยังไม่ได้ส่งมอบ[9] และเขายังต้องการเวลาเพื่อฝึกลูกเรือใหม่[10]

คำขอของอะเบะถูกปฏิเสธ ชินะโนะออกเดินทางตามกำหนดการเมื่อเวลา 18:00 น. ในวันที่ 28 พฤศจิกายน โดยมีเรือพิฆาต อิโซะกะเซะ (Isokaze) ยุจิกะเซะ (Yukikaze) และ ฮะมะกะเซะ (Hamakaze) เป็นเรือคุ้มกัน

การวิเคราะห์เรื่องการอับปางหลังสงคราม [แก้]

เชิงอรรถ [แก้]

  1. ^ "ตัน" ในบทความนี้ไม่ใช่เมตริกตัน แต่เป็น Long ton ที่มีขนาดเท่ากับ 2,240 ปอนด์ (1,016 กก.)

อ้างอิง [แก้]

  1. ^ อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีข้อความใดให้ไว้สำหรับอ้างอิงชื่อ Preston84
  2. ^ Ford, Roger (2001) The Encyclopedia of Ships, pg. 404. Amber Books, London. ISBN 9781905704439
  3. ^ อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีข้อความใดให้ไว้สำหรับอ้างอิงชื่อ ShinanoClass
  4. ^ Ford, Roger (2001) The Encyclopedia of Ships, pg. 404. Amber Books, London. ISBN 9781905704439
  5. ^ Ford, Roger (2001) The Encyclopedia of Ships, pg. 404. Amber Books, London. ISBN 9781905704439
  6. ^ Ford, Roger (2001) The Encyclopedia of Ships, pg. . Amber Books, London. ISBN 9781905704439
  7. ^ Ford, Roger (2001) The Encyclopedia of Ships, pg. 404. Amber Books, London. ISBN 9781905704439
  8. ^ อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีข้อความใดให้ไว้สำหรับอ้างอิงชื่อ cfrecord
  9. ^ 9.0 9.1 Battleships: axis and neutral battleships in World War II, William H. Garzke and Robert O. Dulin, Naval Institute Press 1985, ISBN 087-021-101-3, pages 78–84
  10. ^ อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีข้อความใดให้ไว้สำหรับอ้างอิงชื่อ SeaAssault
  • Preston, Anthony (1999). The World's Great Aircraft Carriers. Brown Books. ISBN 1897884583. 
  • "Reports of the US Naval Technical Mission to Japan, Ship and Related Targets". United States Naval Technical Institute. January 1946. สืบค้นเมื่อ 2009-01-28. 
  • Reynolds, Clark G. (1968). The Fast Carriers; The Forging of an Air Navy. New York, Toronto, London, Sydney: McGraw-Hill Book Company. 
  • Wheeler, Keith (1980). War Under the Pacific. Time-Life Books. ISBN 0809433761. 
  • Enright, Joseph F.; Ryan, James W. (2000). Shinano: The Sinking of Japan's Secret Supership. St. Martin's Paperbacks. ISBN 0312977468. 
  • Ford, Roger; Gibbons, Tony; Hewson, Rob; Jackson, Bob; Ross, David (2001). The Encyclopedia of Ships. London: Amber Books, Ltd. p. 404. ISBN 978-1-905704-43-9. 

แหล่งข้อมูลอื่น [แก้]