เมอร์คาวา
The Merkava (Hebrew: מרכבה (help·info), ในภาษาอังกฤษคือ Chariot) เป็นแบบรถถังหลักที่ใช้กันในกองทัพอิสราเอลซึ่งถูกพัฒนาเป็นอนุกรม (series) อย่างต่อเนื่อง ยานเกราะรุ่นนี้เริ่มการพัฒนาขึ้นในปี ค.ศ. 1973 และเข้ารับใช้กองทัพอย่างกระฉับกระเฉงในปี ค.ศ. 1978 ตั้งแต่เริ่มต้นมีรถถังอยู่ 4 รุ่นด้วยกันที่ถูกบรรจุเข้าประจำการ ในสมัยสงครามเลบานอน ปี ค.ศ. 1978 รถถังแบบนี้ถูกนำมาใช้อย่างกว้างขวางเป็นครั้งแรก ซึ่งชื่อ Merkava นั้นถูกแปลงมาจากชื่อโครงการพัฒนาขั้นต้นของ IDF ของกองทัพอิสราเอล
รัฐบาลอิสราเอลเริ่มพิจารณาอย่างจริงจังที่จะผลิตรถถังขึ้นใช้เองในเดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ. 1964 ด้วยแนวคิดที่จะเริ่มจากการประกอบรถถังฝรั่งเศสรุ่น AMX-30 จาก chassis ที่ผลิตในประเทศและป้อมปืน (Turret) นำเข้าจากฝรั่งเศสมาประกอบตัวรถอีกที แต่แนวคิดนี้ไม่เป็นที่ยอมรับในที่สุดด้วยหลากหลายเหตุผลด้วยกัน เว้นมาถึงต้นปี ค.ศ. 1966 รัฐบาลอังกฤษได้ตกลงใจที่จะขายรถถัง Chieftain ให้อิสราเอลและแม้กระทั่งช่วยจัดตั้งโรงงานผลิตขึ้นในอิสราเอลด้วย
ต้นปี ค.ศ. 1967 รถถัง Chieftain 2 คันถูกส่งมอบให้อิสราเอลเพื่อการทดสอบภาคสนามอย่างถี่ถ้วนรอบด้าน ซึ่งใช้เวลาประมาณ 2 ปีครึ่ง หลังการทดสอบรถทั้ง 2 คันถูกส่งคืนเพื่อเปลี่ยนเป็นรถใหม่ 2 คัน ท่ามกลางคำแนะนำและแนวทางปรับปรุง/แก้ปัญหาการทำงานของตัวรถเพื่อให้เหมาะกับสภาพการใช้งานในทะเลทรายของตะวันออกกลาง พอถึง 17 ตุลาคม ค.ศ. 1968 อิสราเอลจึงได้ออกคำขอซื้อรถถัง Chieftain อย่างเป็นทางการแก่รัฐบาลอังกฤษ ต่อมาเดือน เม.ย. 1969 ทีมผู้ชำนาญการจากอิสราเอลก็ออกเดินทางไปอังกฤษเพื่อศึกษาเตรียมงานการจัดตั้งโรงงานประกอบรถขึ้นในอิสราเอล แต่ในขณะเดียวกันนั้น ภายในรัฐบาลอังกฤษเองก็เกิดการโต้แย้งกันอย่างรุนแรงระหว่างกระทรวงกลาโหมซึ่งเห็นพ้องที่จะขายกับกระทรวงการต่างประเทศซึ่งคัดค้านการขายด้วยเห็นผลทางการเมือง ท้ายที่สุดกระทรวงการต่างประเทศเป็นผู้ชนะ ทำให้ในเดือน ธันวาคม ค.ศ. 1969 รัฐบาลอังกฤษปฏิเสธคำขอซื้ออย่างเป็นทางการต่ออิสราเอล ทำให้รถถัง Chieftain 2 คันถูกส่งคืนในเดือนเดียวกันนั้น
วันที่ 6 พ.ค. 1970, พล.อ. Israel Tal ได้เสนอรายงานการศึกษาวิเคราะห์ความเป็นไปได้อย่างถี่ถ้วนทางเศรษฐศาสตร์ในการพัฒนาและผลิตรถถังทั้งคันขึ้นใช้เองภายในอิสราเอลต่อกระทรวงกลาโหม
โครงการดังกล่าวได้รับการอนุมัติจากรัฐบาลอิสราเอลเมื่อ 20 ส.ค. 1970 ภายใต้รหัสชื่อ "Merkava Program" (Tohnit Merkava) ซึ่งอาจถือเอาวันดังกล่าวเป็นวันเกิดของรถถังแบบนี้ และชื่อโครงการได้ถูกใช้เป็นชื่อแบบรถถังด้วย หลังจากที่มีการสร้างต้นแบบขึ้นจากการการดัดแปลงของผู้บัญชาการระดับกองพันหลายชิ้นด้วยกัน จึงปรากฏ Merkava คันแรกเพื่อการทดสอบภาคสนามเมื่อ 26 เม.ย. 1979 ซึ่งรถคันดังกล่าวได้ถูกปรับแต่งเพื่อเข้าใช้งานใน 6 เดือนต่อมา เมื่อ 29 ต.ค. 1979
รถถังแบบ Merkava นี้ถือเป็นกระดูกสันหลังในระบบอาวุธของกองทัพอิสราเอล ซึ่งระบบการพัฒนาอาวุธชิ้นนี้กำเนิดขึ้นจากการรวบรวมประสบการณ์อย่างกว้างขวางโดยเฉพาะในภาคสนามของการใช้ยานยนต์หุ้มเกราะจากหลากหลายค่ายต่างประเทศไม่ว่าจะเป็นของอเมริกัน (ส่วนใหญ่), อังกฤษและฝรั่งเศส ซึ่งด้วยสภาพที่เปราะบางต่อการเกิดปะทะกันด้วยอาวุธกับเพื่อนบ้านรอบข้างได้แบบวันต่อวัน ประเทศเล็กๆอย่างอิสราเอลจึงจำเป็นอย่างเลี่ยงไม่ได้ที่ต้องมีอาวุธที่ถูกสร้างขึ้นตามความต้องการเฉพาะไว้ในคลังระบบอาวุธของตนเอง ผลผลิตอาวุธชิ้นนี้จึงต้องผลิตขึ้นภายใต้เงื่อนไขที่เข้มงวดของการรบกลางทะเลทรายและสงครามในเมืองทั้งต้องให้การปกป้องสูงสุดต่อพลประจำการบนรถด้วย ตัวยานเกราะถูกออกแบบให้ซ่อมได้รวดเร็วจากความเสียหายของการรบ ความสามารถในการอยู่รอดระหว่างการต่อตี ความคุ้มค่าในการบำรุงรักษาและสมรรถนะในการเดินทางนอกผิวถนน ผลลัพธ์จึงได้เป็นยานเกราะอย่างที่เห็นและคงความเป็นอาวุธหลักชิ้นหนึ่งของกองทัพอิสราเอลมาจนกระทั่งบัดนี้
คุณลักษณะที่โดดเด่นที่สุดประการหนึ่งของรถถังแบบนี้อยู่ที่การวางเครื่องยนต์ต้นกำลังไว้ที่ตำแหน่งด้านหน้าของตัวรถ ต่างจากแบบรถถังทั่วไปซึ่งมักวางค่อนมาทางข้างหลังตัวรถด้วยเป้าหมายของการรักษาเครื่องยนต์ไว้จากการถูกอาวุธทำลายทางด้านหน้ารถซึ่งจะทำให้ระบบทำงานของรถเสียหายอย่างสิ้นเชิงได้ง่าย แต่แนวคิดการออกแบบ Merkava กลับมุ่งที่ใช้ตำแหน่งการวางเครื่องยนต์เป็นแนวป้องกันอันตรายให้แก่พลประจำรถจากการถูกอาวุธทำลายด้านหน้าตัวรถ เป็นผลให้ตำแหน่งของพลขับถูกขยับไปอยู่ใกล้กับตรงกลางลำตัวค่อนไปด้านหลังและอยู่เยื๊องไปทางหน้าด้านซ้ายของป้อมปืน ตัวป้อมปืนเองก็ได้รับการออกแบบให้มีรูปหน้าตัดเมื่อมองจากด้านหน้าเป็นวงกลมรีซึ่งเมื่อประกอบเป็นรูปร่างตัวรถทั้งคันแล้วทำให้มีรูปร่างเป็นทรงต่ำและยากต่อการเป็นเป้าหรือเล็งเป้าจากระยะไกล การออกแบบลักษณะนี้ยังทำให้พื้นที่ทางด้านหลังภายในตัวรถมีเพิ่มมากขึ้น เป็นการเปิดช่องทางเข้า-ออกตัวรถจากทางด้านหลังเพื่อป้องกันการถูกระดมยิงจากทางด้านหน้า ทั้งเป็นสภาพที่เอื้อให้ใช้รถเป็นหน่วยแพทย๋สนาม, บัญชาการส่วนหน้าหรือหน่วยควบคุม, ยานหุ้มเกราะเพื่อการลำเลียงพล นอกจากนี้ประตูด้านหลังนี้ซึ่งเปิด-ปิดแบบฝาหอยยังช่วยป้องกันอันตรายจากทางเหนือหัวในระหว่างการขนถ่ายสัมภาระหรือกำลังคนเข้า-ออกด้วย
- ประเทศผู้ผลิต อิสราเอล
- ปีที่ใช้งาน 1977
- เจ้าหน้าที่ 4 นาย
- หน้ก 62,000 กิโลกรัม/ 61.02 ต้น
- ยาว 7.6 เมตร
- สูง 2.64 เมตร
- กว้าง 3.7 เมตร
- เกราะหนาที่สุด ความลับ
- เครื่องยนต์ ดีเซล เทเลไดย์ เอวีดีเอส 1790 9เออาร์ วี12 ให้กำลัง 1200 แรงม้า
- ความเร็ว 55 กิโลเมตร/ชั่วโมง
- รัศมีทำการ 500 กิโลเมตร
- อาวุธ
- อาวุธหลัก ปืนใหญ่ ขนาด 120 มม./ 4.72 นิ้ว
- อาวุธรอง ปืนกล ขนาด 7.62 มม./ 0.3 นิ้ว 3 กระบอก
อ้างอิง [แก้]
| คอมมอนส์ มีภาพและสื่ออื่น ๆ เกี่ยวกับ: เมอร์คาวา |
- George Forty & Jack Livesey,the World Encyclopedia of Tanks,Anness,2006