เมสไอนัค

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
เมส ไอนัค
Mes Aynak stupa.jpg
สถูปของพุทธสถานที่เมส ไอนัค
ข้อมูลทั่วไป
ชื่อสามัญ Mes Aynac
ที่ตั้ง

อัฟกานิสถาน จังหวัด Logar

ประเทศอัฟกานิสถาน
ประเภท โบราณสถาน
พระพุทธรูปสำคัญ พระพุทธรูปคันธาระ
ความพิเศษ พระพุทธรูป สถูป อายุกว่า 2,000 ปี
Dharma Wheel.svg สถานีย่อย:พระพุทธศาสนา
    

พิกัดภูมิศาสตร์: 34°45′00″N 70°07′16″E / 34.75000°N 70.12111°E / 34.75000; 70.12111

เมส ไอนัค (อาหรับ: أيناك‎, อังกฤษ: Mes Aynak) คือ สถานที่ที่ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ 24 ไมล์ (40 กิโลเมตร) ของกรุงคาบูล ประเทศอัฟกานิสถาน ในเขตแห้งแล้งของจังหวัด Logar ท่ามกลางเทือกเขาฮินดูกูช สถานที่แห่งนี้ คือ แหล่งทองแดงใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก เป็นที่ตั้งของพระพุทธรูปโบราณกว่า 200 องค์ สถูป และศาสนสถานครอบคลุมพื้นที่ 100 เอเคอร์ เชื่อว่าถูกใช้เป็นเส้นทางหลักของผู้ก่อการจลาจลในปากีสถาน

นักโบราณคดีเชื่อว่า เมส ไอนัค คือ สถานที่มรดกทางประวัติศาสตร์ ซึ่งเป็นหนึ่งในจุดหมายสำคัญของการเดินทางในเส้นทางสายไหม[1] ศาสนสถานและโครงสร้างอื่นๆ จากศาสนาพุทธปรากฏให้เห็นเด่นชัด ซึ่งสามารถย้อนความรุ่งเรืองได้ถึงพุทธศตวรรษที่ 3 ระหว่างเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2553 และกรกฎาคม พ.ศ. 2554 นักโบราณคดีได้ขุดพบโบราณวัตถุประมาณ 400 ชิ้น และเก็บอยู่ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติอัฟกานิสถาน

โครงการเหมืองทองแดงในเมส ไอนัค[แก้]

เมส ไอนัค ถูกวางแผนให้เป็นสถานที่ในการสร้างเหมืองทองแดง ซึ่งจะส่งผลให้โบราณสถาน พุทธสถาน รูปปั้น และวัตถุในยุคทองแดงถูกทำลายทั้งหมด โดยบริษัท China Metallurgical Group Corporation (MCC) ซึ่งเป็นบริษัทการก่อสร้างและวิศวกรรมของประเทศจีน นอกจากนี้ 6 หมู่บ้านบนแนวเขานี้จะได้รับผลกระทบ และแทนที่ด้วยการสร้างเหมืองทองแดงขนาดใหญ่[2]

ในเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2555 มีการประชุมระหว่างผู้เชี่ยวชาญด้านธรณีวิทยา วิศวกรเหมือง นักโบราณคดี ที่วิทยาลัยระหว่างประเทศศึกษาชั้นสูงพอล เอช. นิทซ์ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. สหรัฐอเมริกา ร่วมกันประเมินสถานการณ์ในเมส ไอนัค โดยมีความเป็นไปได้ว่านักโบราณคดีและวิศวกรเหมืองที่จะร่วมมือกัน เพื่อรักษาสมบัติทางวัฒนธรรมของเมส ไอนัค สถานที่แห่งนี้สามารถเป็นได้ ทั้งรูปแบบที่ดีของงานเหมืองแร่ที่รักษามรดกทางวัฒนธรรม หรือความล้มเหลวที่ไม่สามารถแก้ไขได้ อย่างไรก็ตามจากการวัดจำนวนชั้นหิน สถานที่แห่งนี้จะถูกกำหนดการทำลายในเดือนมกราคม พ.ศ. 2556[3]

สถานทูตสหรัฐอเมริกาในกรุงคาบูลจัดหาเงินกองทุนทหารของสหรัฐกว่า 1 ล้านดอลล่าร์ เพื่อช่วยรักษาโบราณสถานแห่งนี้ไว้[4]

การปกป้องพุทธสถาน[แก้]

คนจากทั่วโลกร่วมกันลงชื่อสนับสนุนการรณรงค์ของนาเดียร์ ทาร์ซี (Nadia Tarzi) จากสหรัฐอเมริกา และมาร์ติน วาซี (Matin Wasei) จากเนเธอร์แลนด์ ประชาชนจากมากกว่า 10 ประเทศทั่วโลก โดยมาจากไทยมากเป็นอันดับหนึ่ง ร่วมกันเรียกร้องให้รัฐบาลอัฟกานิสถานยกเลิกสัมปทานเหมืองแร่ที่ได้มอบให้กับบริษัทสัญชาติจีน ซึ่งหากเริ่มขุดเจาะจริงก็จะเป็นการทำลายเมส ไอนัคโดยสิ้นเชิง พร้อมทั้งเรียกร้องให้องค์การยูเนสโกขึ้นทะเบียนโบราณสถานดังกล่าว รายข่าวจากสื่อหลายสำนัก ยืนยันแถลงการณ์จากกระทรวงต่างประเทศของไทย ระบุว่ารัฐบาลอัฟกานิสถานรับปากจะปกป้องเมส ไอนัคพุทธสถานโบราณ 2,600 ปี พร้อมยกเลิกแผนการรื้อถอนโดยทันที[5]

พุทธสถานที่เมส ไอนัค
ค่ายขุดค้นทางโบราณคดีที่เมส ไอนัค

อ้างอิง[แก้]

ดูเพิ่ม[แก้]