เมล กิบสัน

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
เมล กิบสัน
Mel Gibson 1990.jpg
เมล กิบสัน ปี 1990
ชื่อเกิด Mel Colm-Cille Gerard Gibson
เกิด 3 มกราคม ค.ศ. 1956
คู่สมรส Robyn Moore (1980-2011)
อาชีพ นักแสดง ผู้กำกับ ผู้สร้าง
รางวัลออสการ์
Best Director
1995 Braveheart
Best Picture
1995 Braveheart
รางวัลลูกโลกทองคำ
Best Director - Motion Picture
1996 Braveheart

เมล คอล์ม-ซิลลี่ เจอร์ราด กิบสัน (อังกฤษ: Mel Colm-Cille Gibson) เกิดเมื่อวันที่ 3 มกราคม ค.ศ. 1956 เป็นนักแสดง ผู้กำกับ และโปรดิวเซอร์ ที่เกิดในอเมริกาแต่โตในออสเตรเลีย เขาประสบความสำเร็จกับภาพยนตร์เรื่อง Mad Max และ Lethal Weapon ต่อมาประสบความสำเร็จกับการกำกับภาพยนตร์เรื่อง Braveheart ที่ได้รับรางวัลออสการ์

ประวัติ[แก้]

เมลเกิดมีพี่น้องสิบเอ็ดคน เขาเป็นลูกคนที่หก เกิดที่นิวยอร์กและเมื่อเขาอายุ 12 ปี ได้ย้ายตามครอบครัวของเขาไปอยู่ที่ซิดนีย์ ออสเตรเลีย เขาได้เรียนที่สถาบัน National Institute of Dramatic Arts (NIDA) ที่มหาวิทยาลัย ของ นิวเซาท์เวลส์ เป็นที่ที่เขาได้รับบทหลากหลายรวมทั้งบท Biff ของ อาเธอร์ มิลเลอร์ เรื่อง Death of a Salesman

เขาได้เลือกให้กิบสันรับบทนำในภาพยนตร์เรื่อง Mad Max (ปี 1979) และในปีเดียวกันนั้นเองเขาก็ได้รับบทบาทเป็นสุภาพบุรุษที่มีปัญหาทางสมองชื่อทิม และได้รับรางวัลจาก Australian Film Institute ในฐานะนักแสดงยอดเยี่ยม เขายังได้เริ่มฉายแววดาราดังจากภาพยนตร์ของ ปีเตอร์ เวียร์ เรื่อง Gallipoli (ปี 1981) ซึ่งทำให้เขาได้รับรางวัลเป็นครั้งที่สองในฐานะนักแสดงนำยอดเยี่ยมของออสเตรเลีย จากภาพยนตร์ของมิลเลอร์เรื่อง Mad Max 2: The Road Warrior (ปี 1981) ซึ่งฉายในสหรัฐอเมริกาโดยวอร์เนอร์ บราเดอร์ส

เขาได้เริ่มเข้าทีมกับ เวียร์อีกครั้งในภาพยนตร์เรื่อง The Year of Living Dangerously (ปี 1983) ซึ่งเขาได้รับการเสนอให้เป็น “ดาราแสดงนำที่ดีที่สุด” จาก Australian Film Institute เขาได้เริ่มงานฮอลลีวูดโดยแสดงคู่กับ ซิสซี่ สปาเซคในภาพยนตร์เรื่อง The River (ปี 1984) และภาพยนตร์ที่แสดงให้เห็นลักษณะของคนในบท เฟรทเชอร์ คริสตียน ซึ่งเป็นภาพยนตร์ของ โรเจอร์ โดนัลสัน เรื่อง The Bounty (ปี 1984) และบทนักโทษหนุ่มที่มีความสามารถพิเศษในภาพยนตร์ของ กิลเลี่ยน อาร์มสตรอง เรื่อง Mrs. Soffel (ปี 1984)

และได้แสดงภาคต่อของ Mad Max เรื่อง Mad Max Beyond Thunderdome (ปี 1985) และต่อมากับภาพยนตร์แนวบู๊ผจญภัย เรื่อง Lethal Weapon (ปี 1987) หลังจากได้แสดงภาพยนตร์เรื่อง Tequila Sunrise (ปี 1988) และเรื่อง Lethal Weapon 2 (1989) เรื่อง Air America (ปี 1990) และเรื่อง Bird on a Wire (ปี1990) กิบสันได้ตั้งบริษัท ไอคอน โปรดักชั่นโดยเข้าหุ้นกับ บรู๊ซ เดวีย์ ในการสร้างภาพยนตร์เรื่อง Hamlet (ปี 1990) ซึ่งกำกับโดย ฟรานโก้ เซฟฟิเรลลี่ บทบาทนี้ทำให้เขาได้รับรางวัล วิลเลี่ยม เชคสเปียส์ จาก ห้องสมุด โฟลเกอร์ในกรุงวอชิงตันดีซี

เขายังได้เล่นภาพยนตร์ให้กับบริษัท ไอคอน ต่อมาอีกหลายเรื่อง รวมทั้งเรื่อง Forever Young (ปี 1992) เรื่อง Maverick (ปี 1994) เรื่อง Payback (ปี 1999) เรื่อง What Women Want (ปี 2000) เขายังคงร่วมงานกับทีมงานอื่นอย่างเช่นภาพยนตร์ของ รอน ฮาเวิร์ด เรื่อง Ransom (ปี 1996) ซึ่งได้รับการเสนอเข้าชิงรางวัลลูกโลกทองคำในฐานะ นักแสดงยอดเยี่ยม ในภาพยนตร์สาขาดราม่า และภาพยนตร์ของ ริชาร์ด โดเนอร์ เรื่อง Conspiracy Theory (ปี 1997) กิบสันยังได้เริ่มงานการกำกับการแสดงในปี 1993 กับบริษัท ไอคอน เรื่อง The Man Without a Face

ในปี 1995 กิบสันได้ร่วมอำนวยการสร้าง กำกับการแสดง และร่วมแสดงในภาพยนตร์ที่ประสบความสำเร็จของบ็อกซ์ออฟฟิสเรื่อง Braveheart ซึ่งได้รับการเสนอชื่อให้รับรางวัลออสการ์ถึง 10 รางวัลและได้รับรางวัลถึง 5 รางวัล รวมทั้งภาพยนตร์ยอดเยี่ยมและผู้กำกับยอดเยี่ยมอีกด้วย นอกจากนี้เขายังได้รับรางวัลลูกโลกทองคำในฐานะผู้กำกับการแสดง และรางวัล Special Achievement ในการทำภาพยนตร์จาก The National Board of Review และรางวัลจาก The National Association of Theatre Owners/ShoWest Award ในฐานะผู้กำกับยอดเยี่ยมแห่งปีและยังได้รับการบันทึกว่าเป็นผู้กำกับยอดเยี่ยมจาก The Broadcast Film Critic’s Association อีกด้วย เขายังได้รับการเสนอชื่อสำหรับ David Lean Award for Direction และสำหรับ Outstanding Directional Achievement in Motion Picture จาก The Directors Guild of America

ในปี 2000 กิบสันกลายเป็นดาราคนแรกที่แสดงหนังถึงสามเรื่องในปีเดียว ที่ทำให้เขามีรายได้ถึง 100 ล้านเหรียญ ในภาพยนตร์ของ โรแลนด์ เอมเมอร์ริช เรื่อง The Patriot นั้น กิบสันแสดงเป็นเบนจามิน มาร์ติน เขายังก้าวต่อไปเมื่อกิบสันให้เสียงพากษ์เป็นไก่อเมริกันชื่อ ร๊อคกี้ในภาพยนตร์การ์ตูนแนวผจญภัยของบริษัท ดรีมเวริค์และเอสเคจี เรื่อง Chicken Run

และในปลายปีนั้นเขาก็รับบทเป็นนิค มาร์เชล ผู้บริหารนักโฆษณาชาตินิยม ในภาพยนตร์เรื่อง What Women Want ภาพยนตร์ของ พาราเม้าท์ พิคเจอร์สและไอคอน โปรดักชั่น (ปี 2000) แสดงร่วมกับ เฮเลน ฮันท์ เป็นภาพยนตร์ซึ่งกำกับโดยแนนซี่ เมเยอร์ส โดยในช่วงเวลานั้นได้การยอมรับว่าทำรายได้ในการฉาย 3 วันแรกดีที่สุดเท่าที่เคยผ่านมา (33.6 ล้านเหรียญ) และมีรายได้รวมสูงสุดในบรรดาหนังรักโรแมนติคคอมเมดี้ เขายังได้รับการเสนอชื่อให้รับรางวัลลูกโลกทองคำในการแสดงของเขาในฐานะ ผู้แสดงนำชายยอดเยี่ยมอีกด้วย

ในปี 2002 กิบสันรับบทเป็นวีรบุรุษสงครามเวียดนามชื่อ นายพล แฮโรลด์ มัวร์ ในภาพยนตร์ของแรนดัล วอลเรซ เรื่อง We Were Soldiers และรับบทเป็น บาทหลวง เกรแฮม เฮส ที่ต้องเผชิญหน้ากับการคุกคามของพวกสัตว์ประหลาดจากนอกโลก (และการสั่นคลอนในความศรัทธา) ในภาพยนตร์ของ เอ็ม. ไนท์ ชยามาลาน เรื่อง Signs

จนกระทั่งในปี 2004 ได้กำกับภาพยนตร์ศาสนาเรื่อง The Passion of the Christ

อ้างอิง[แก้]