เพลงเรือ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

เพลงเรือ เป็นเพลงพื้นบ้านที่เล่นกันในฤดูน้ำหลาก เป็นเพลงปฏิพากย์ชนิดเดียวที่ร้องเล่นกลางลำน้ำโดยพ่อเพลงและแม่เพลงอยู่คนละลำ จังหวัดที่เล่นเพลงเรือ ได้แก่ จังหวัดที่อยู่ริมแม่น้ำในภาคกลาง เช่น อยุธยา อ่างทอง สิงห์บุรี สุพรรณบุรี ลพบุรี และพิษณุโลก เพลงเรือส่วนใหญ่จะถนัดร้องบทชิงชู้ ฉันทลักษณ์เหมือนเพลงปรบไก่[1]

ตัวอย่าง[แก้]

การร้องเพลงเรือจะมีบทลูกคู่รับว่า ฮ้าไฮ้ และมีบทกระทุ้งว่า ชะชะ ดังตัวอย่าง[2]

ช. ลงเรือลอยล่องร้องทำนองเพลงเกริ่น แสนเสนาะเพลิน (ฮ้าไฮ้) จับใจ ชะ
มาพบเรือสาวรุ่นราวสคราญ แสนที่จะเบิกบาน (ฮ้าไฮ้) หทัย ชะ
จึงโผเรือเทียบเข้าไปเลียบข้างลำ แล้วก็เอ่ยถ้อยคำ (ฮ้าไฮ้) ปรา'ศรัย ชะ
แม่เพื่อนเรือลอยแม่อย่าน้อยน้ำจิต พี่ขอถามเจ้าสักนิด (ฮ้าไฮ้) เป็นไร ชะ
แม่พายเรือลัดแม่จะตัดทุ่งไกล แม่จะไปทางไหน (เอย) น้อยเอย
(ลูกคู่) เชียะ เชียะ นอระนอย ระนอย ระนอย เชียะ เชียะ ฮ้าไฮ้

ลักษณะบังคับ[แก้]

  1. บาทละ 2 วรรค
  2. วรรคละ 7 - 9 คำ
  3. จำนวนคำวรรคแรกมักมากกว่าวรรคหลัง
  4. ไม่จำกัดความยาวในหนึ่งบทมีตั้งแต่ 3 คำกลอนขึ้นไป
  5. จบบทด้วยคำว่า เอย
  6. บังคับสัมผัสแบบกานต์ดั้น

บทร้องพิเศษ[แก้]

บทจากเพลงเรือนอกจากจะร้องแบบธรรมดาแล้วยังมีบทร้องพิเศษที่เรียกว่า ออกช่อ ต่อท้าย ดังตัวอย่าง

ญ. ช่อเจ้าเอ๋ยมะกอก หอมดอกเจ้าดอกถั่วเขียว
พี่ทิ้งน้องกลางคืน ให้คนอื่นเขาเกี้ยว
ช. เหลืองเอ๋ยใบยอ หอมช่อมะม่วง
เด็ดช่อห่อผ้า ทำให้น้ำตาพี่ร่วง
หอมช่อมะม่วงเย็นเอย

อ้างอิง[แก้]

  1. สุภาพร มากแจ้ง. กวีนิพนธ์ไทย 1. กรุงเทพมหานคร : โอเดียนสโตร์, 2535.
  2. ประเทือง คล้ายสุบรรณ์. ร้อยกรองชาวบ้าน. กรุงเทพมหานคร : สุทธิสารการพิมพ์, 2528.

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

  1. กรมส่งเสริมวัฒนธรรม : เพลงเรือ (pdf)
  2. ปลูกปัญญา : การแสดงพื้นเมืองภาคกลาง ตอน เพลงเรือ