เพชรคูลลิแนน

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
เพชรคูลลิแนน 1-9
Cullinan I-IX
Cullinan diamond rough.jpg Cullinanroughpieces.jpg
เพชรคูลลิแนนดิบก่อนเจียระไน (บน) และเพชรคูลลิแนนทั้งเก้าชิ้นใหญ่ที่สุดหลังตัดแบ่ง (ล่าง)
น้ำหนัก 3106.75 กะรัต (603.35 กรัม)
รูปแบบเหลี่ยมเพชร หลายแบบ
สถานที่ค้นพบ ธงชาติของแอฟริกาใต้ สาธารณรัฐแอฟริกาใต้
แหล่งกำเนิด เหมืองพรีเมียร์ เมืองพริทอเรีย
วันที่ค้นพบ 26 มกราคม ค.ศ. 1905
ผู้เจียระไน Asscher Brothers
ผู้ค้นพบ Premier Diamond Mining Co.
ผู้ครอบครอง สำนักพระราชวังอังกฤษ และเป็นส่วนหนึ่งของเครื่องราชกกุธภัณฑ์แห่งสหราชอาณาจักร
มูลค่าโดยประมาณ เกินกว่า 10 ล้านปอนด์สเตอร์ลิง (20 ล้านดอลลาร์สหรัฐ)

เพชรคูลลิแนน (อังกฤษ: Cullinan diamond) เป็นเพชรคุณภาพพลอยดิบ (rough gem-quality) ขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยพบ หนัก 3,106.75 กะรัต (621.35 กรัม) มีความยาวประมาณ 10.5 ซม. (4.1 นิ้ว) ค้นพบเมื่อวันที่ 26 มกราคม ค.ศ. 1905 ในเหมืองพรีเมียร์ 2 ใกล้กับเมืองพริทอเรีย สาธารณรัฐแอฟริกาใต้

พลอยที่เจียระไนแล้วชิ้นใหญ่ที่สุดนั้นได้ชื่อว่า คูลลิแนน 1 หรือดาวใหญ่แห่งแอฟริกา (Great Star of Africa) หนัก 530.4 กะรัต (106.1 กรัม)[1] พลอยชิ้นนี้จึงเป็นเพชรขัดที่ใหญ่ที่สุดในโลกกระทั่งการค้นพบเพชรกาญจนาภิเษกใน พ.ศ. 2528 หนัก 545.67 กะรัต (109.13 กรัม) ซึ่งมาจากเหมืองพรีเมียร์แห่งเดียวกัน ปัจจุบัน คูลลิแนน 1 ถูกติดไว้ที่ส่วนหัวของคทากางเขน (Sceptre with the Cross) ซึ่งเป็นคทาประจำพระมหากษัตริย์อังกฤษ เพชรชิ้นที่ใหญ่เป็นอันดับสองจากหินคูลลิแนน ชื่อ คูลลิแนน 2 หรือดาวเล็กแห่งแอฟริกา (Lesser Star of Africa) หนัก 317.4 กะรัต (63.5 กรัม) เป็นเพชรขัดใหญ่ที่สุดอันดับสี่ของโลก เพชรทั้งสองนี้อยู่ในเครื่องราชกกุธภัณฑ์แห่งสหราชอาณาจักร(Crown Jewels of the United Kingdom)

ประวัติ[แก้]

เพชรคูลลิแนนค้นพบโดยโธมัส อีวาน โพเวลล์ (Thomas Evan Powell) นักขุดซึ่งนำขึ้นมาจากเหมืองและมอบให้กับผู้จัดการ คือ เฟรเดอริก เวลส์ แห่งเหมืองพรีเมียร์ (Premier Mine) ในเมืองคูลลิแนน ประเทศสาธารณรัฐแอฟริกาใต้ เมื่อวันที่ 26 มกราคม ค.ศ. 1905 เพชรนี้ถูกตั้งชื่อตามเซอร์โธมัส คูลลิแนน (Sir Thomas Cullinan) ซึ่งเป็นผู้ครอบครองเหมืองเพชรแห่งนี้

แบบจำลองจากแก้วของเพชรคูลลิแนนทั้ง 9 ชิ้น

เซอร์วิลเลียม ครูกส์ (Sir William Crookes) เป็นผู้วินิจฉัยเพชรคูลลิแนนก่อนการตัดแบ่งและเจียระไน และพบว่าเพชรนี้มีคุณสมบัติพิเศษที่ความสว่างสดใส (Clarity) แต่พบจุดสีดำอยู่ตรงกลาง สีสันของเพชรบริเวณรอบๆจุดดำนั้นมีสีสันสวยงามและเปลี่ยนไปตามเครื่องมือที่ใช้วิเคราะห์ โดยเขาคิดว่าเกิดจาดความเครียดภายในของอัญมณี ซึ่งพบได้ค่อนข้างยากในเพชร[2]

จากนั้นเพชรดิบนี้ได้ถูกซื้อโดยรัฐบาลของอาณานิคมทรานส์วาล (Transvaal Colony) และนำขึ้นทูลเกล้าฯถวายแก่สมเด็จพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 7 แห่งสหราชอาณาจักรในวันเฉลิมพระชนมพรรษาของพระองค์.[3][4]

ต่อมาเพชรดิบนี้ได้ถูกตัดแบ่งเป็นสามส่วนใหญ่ๆโดยบริษัท รอยัล แอสเชอร์ ไดมอนด์ จำกัด (Royal Asscher Diamond Company) แห่งอัมส์เตอร์ดัม และต่อมาเป็น 9 ชิ้นกับเศษเล็กๆเป็นจำนวนมาก ซึ่งในขณะนั้น เทคโนโลยีไม่ได้เอื้ออำนวยเพื่อรับประกันคุณภาพของการเจียระไนเพชรดั่งปัจจุบัน ซึ่งการตัดแบ่งเพชรในสมัยนั้นถือว่าเป็นงานที่ยากลำบาก และเสี่ยงมาก จึงได้มีการออกแบบอย่างระมัดระวัง โดยทำรอยบากไว้ก่อนที่ความลึกครึ่งนิ้ว และจากนั้นได้สอดมีดที่ออกแบบมาพิเศษนั้น และทำการผ่าออกด้วยแรงมหาศาล ซึ่งทำให้เพชรดิบนี้ถูกแบ่งตรงจุดตำหนิพอดีซึ่งทั้งสองชิ้นนี้ได้แบ่งจุดตำหนิไปเท่าๆกัน[5]


เพชรคูลลิแนนหลังจากการเจียระไน[แก้]

เพชรคูลลิแนนนั้นถูกแบ่งเจียระไนเป็นทั้งหมด 9 เม็ดใหญ่ๆ และอีก 96 เม็ดย่อย สมเด็จพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 7 แห่งสหราชอาณาจักร ทรงมีพระบรมราชโองการให้ประดับเพชรคูลลิแนน 1 และคูลลิแนน 2 ไว้ที่คทากางเขน และมงกุฎอิมพีเรียลสเตต ตามลำดับ ที่เหลืออีก 7 เม็ด และเม็ดย่อยทั้ง 96 เม็ดนั้นยังอยู่ในกรรมสิทธิ์ของบริษัทเมสเซอร์ ไอ เจ แอสเชอร์ แห่งอัมส์เตอร์ดัม ซึ่งเป็นบริษัทที่ตัดแบ่งและเจียระไนเพชรคูลลิแนนทั้งหมด จนกระทั่งรัฐบาลของสาธารณรัฐแอฟริกาใต้นั้นขอซื้อไว้ทั้งหมด[6] และสำนักข้าหลวงใหญ่แห่งสมาพันธ์แอฟริกาได้ทูลเกล้าฯถวายแด่สมเด็จพระราชินีแมรีเมื่อวันที่ 28 มิถุนายน ค.ศ. 1910[7]

ชื่อ ขนาด (กะรัต) ทรง ประดับที่[8]
คูลลิแนน 1[9] 530.2 กะรัต หยดน้ำ ประดับอยู่ที่บริเวณยอดของพระคทากางเขน ซึ่งสามารถถอดออกมาเป็นเข็มกลัดประดับคู่กับคูลลิแนน 2 ได้
คูลลิแนน 2 317.4 กะรัต สี่เหลี่ยมผืนผ้า ประดับไว้บริเวณฐานด้านหน้าของมงกุฎอิมพีเรียลสเตต ซึ่งใช้ทรงร่วมกับพระคทากางเขน
คูลลิแนน 3[10] 94.4 กะรัต หยดน้ำ[11] เคยประดับอยู่เหนือลูกโลกบริเวณยอดมงกุฎพระราชินีแมรี ในปัจจุบันอยู่รวมกันกับคูลลิแนน 4 บนเข็มกลัดประดับ
คูลลิแนน 4[12] 63.6 กะรัต สี่เหลี่ยมจัตุรัส เคยประดับบริเวณฐานด้านหน้าของมงกุฎพระราชินีแมรี ในปัจจุบันอยู่รวมกันกับคูลลิแนน 3 บนเข็มกลัดประดับ
คูลลิแนน 5 18.8 กะรัต หัวใจ ประดับตรงกลางของเข็มกลัดประดับคูลลิแนน 5 ตัวเรือนทำจากแพลตตินัม ซึ่งเป็นส่วนประดับตรงกลางของแผงประดับหน้าอก ของชุดอัญมณีประดับเพชรและมรกตแห่งเดลี เดอร์บาร์ (The Diamond and Emerald Delhi Durbar Parure)
คูลลิแนน 6 11.5 กะรัต มาร์กีส (ทรงข้าวสาร) ห้อยอยู่จากเข็มกลัดประดับซึ่งมีคูลลิแนน 8 ประดับตรงกลางบนเรือนแพลตตินัมประดับเพชร ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผงประดับหน้าอก ของชุดอัญมณีประดับเพชรและมรกตแห่งเดลี เดอร์บาร์ (The Diamond and Emerald Delhi Durbar Parure)
คูลลิแนน 7 8.8 กะรัต มาร์กีส (ทรงข้าวสาร) ห้อยอยู่จากสร้อยพระศอเดลี เดอร์บาร์ (Delhi Durbar Necklace with Cullinan VII Pendant) ซึ่งทำจากมรกต 9 ชิ้นประดับเพชรคูลลิแนน 7 บริเวณปลายฝั่งหนึ่ง คู่กับอีกปลายหนึ่งซึ่งเป็นมรกตขนาดใหญ่กว่า สร้อยพระศอนี้สร้างขึ้นเป็นส่วนหนึ่งของชุดอัญมณีประดับเพชรและมรกตแห่งเดลี เดอร์บาร์ (The Diamond and Emerald Delhi Durbar Parure) สำหรับสมเด็จพระราชินีแมรี
คูลลิแนน 8 6.8 กะรัต เหลี่ยมขอบมน ประดับตรงกลางของเข็มกลัดประดับ เรือนทำด้วยแพลตตินัม และห้อยด้วยคูลลินัน 6 ซึ่งมีขนาดใหญ่กว่า จัดเป็นส่วนหนึ่งของแผงประดับหน้าอก ของชุดอัญมณีประดับเพชรและมรกตแห่งเดลี เดอร์บาร์ (The Diamond and Emerald Delhi Durbar Parure)
คูลลิแนน 9 4.4 กะรัต หยดน้ำ ประดับอยู่บนพระธำมรงค์(แหวน) ของสมเด็จพระราชินีแมรี

อ้างอิง[แก้]

  1. Overview of the different Cullinan diamonds
  2. Crookes: Diamonds (1909) Page 78
  3. Goodchild: Precious Stones (1908) Page 140
  4. Crookes: Diamonds (1909) Page 77 (A photo of the rough Cullinan, marked as number 17, is facing page 80.)
  5. Crookes: Diamonds (1909) Page 79
  6. ยกเว้นเพชรคูลลิแนน 6 ซึ่งสมเด็จพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 7ทรงซื้อไว้และพระราชทานแก่สมเด็จพระราชินีอเล็กซานดราในปีค.ศ. 1907 ซึ่งต่อมาทรงพระราชทานให้เป็นมรดกแก่สมเด็จพระราชินิแมรี
  7. ’’The Queen's Jewels. The Personal Collection of Elizabeth II.’’ Leslie Field. Harry N. Abrams, Incorporated, @ 1987. Times Mirror Books. INBN 0-8109-1525-1. p. 72.
  8. ข้อมูลจากหนังสือ ‘’The Queen's Jewels. The Personal Collection of Elizabeth II’’ หน้า 72–77
  9. Also known as the Great Star of Africa.
  10. First of the Lesser Stars of Africa
  11. First of the Lesser Stars of Africa.
  12. Second of the Lesser Stars of Africa.