เทพสังวาลย์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

เทพสังวาลย์ เป็นละครพื้นบ้าน ออกอากาศทางช่อง 7 เทพสังวาลย์ ได้มีการทำเป็นละครพื้นบ้านมาทั้ง3ครั้ง

โดยทั้ง3 ครั้ง ผลิตโดย บริษัท สามเศียร จำกัด บทประพันธ์โดย บุราณ ผู้ควบคุมรายการ สุรางค์ เปรมปรีดิ์ และ สมพงษ์ อัชฌานุเคราะห์

เรื่องย่อ[แก้]

มีเทพทั้งห้าและมีสังวาลห้าสี ครอบครอง คือ สังวาล ขาว แดง เหลือง เขียว และ ดำ เทพศาสตราและเทพีหยั่งรู้ ทำผิดกฎ รักกันและให้กำเนิดบุตรชาย มณีแดง จึงนำ มณีแดงไปให้อสูรเลี้ยงดู ยังโลกมนุษย์ แต่อสูรกลับเลี้ยงมณีแดงให้เป็นคนชั่วร้าย และทำร้ายคนที่เป็นปรปักษ์ ยุยงให้มณีแดงครอบครองทั้งสามภพ ตามล้างฆ่า แสงสุรีย์ โดยมีนาคี ให้ความช่วยเหลือแสงสุรีย์ แต่ แสงสุรีย์กับมณีแดง ยิ่งบาดหมาง เมื่อทั้งสองคนต่างหลงรัก พระธิดารัตนาวดี ซึ่งเป็นชนวนทำให้ มณีแดงและแสงสุรีย์เป็นศัตรูกัน รัตนาวดี ต้องตกเป็นของมณีแดงโดยไม่ได้ยินยอม ทำให้ก่อกำเนิด บุตรชาย ผู้มีเลือดสามภพ คือ สายเลือดเทพ สายเลือดมนุษย์ สายเลือดอสูร และที่สำคัญจะเป็นผู้ทำลายอสูร ทำให้อสูรต้องกำจัด รัตนาวดี และ ลูก มณีแดงเอาตัวเข้าขัดขวางทำให้ได้รับบาดเจ็บ และเลือดในกายของมณีแดงเป็นพิษจากการดื่มเลือดของอสูร ถ้ามณีแดงจะเป็นคนดีเมื่อไร เลือดพิษจะทำลายล้างมณีแดง ก่อนตายมณีแดง แสงสุรีย์ นาคี ร่วมกันกำจัดอสูร รัตนาวดีเลี้ยงดูบุตรชายให้เป็นคนดี ไม่ให้เป็นอย่างมณีแดง โดยมีเทพ คอยดูแล

รายชื่อนักแสดง[แก้]

นักพากย์[แก้]

มณีนพเก้า[แก้]

มณีนพเก้า คือ เทพสังวาลย์ ในอีกรูปแบบหนึ่งมีความแตกต่างทางด้านรายละเอียดของตัวละคร ทั้งการเพิ่มเติมเทพอีก4องค์ การดัดแปลงลักษณะนิสัยของตัวละคร รวมไปถึงสถานการณ์บางเหตุการณ์ที่แปรเปลี่ยนไปแต่ทั้งหมดได้คงเนื้อเรื่องหลักของเทพสังวาลย์ไว้อย่างครบถ้วน สิ่งที่มณีนพเก้า แตกต่างจาก เทพสังวาลย์อย่างเห็นได้ชัดคือ การปรากฏตัวของเกราะเพชรเจ็ดสี ซึ่งทางสามเศียรได้เพิ่มเติมเนื้อหาของเกราะเพชรเจ็ดสีเข้าไป เนื่องด้วยความนิยมของเกราะเพชรเจ็ดสีได้รับความนิยมอย่างสูงจากผู้ชม ทางผู้สร้างจึงได้ดัดแปลงและเพิ่มเติมเข้าไปเพื่อเป็นการเรียกคะแนนความนิยมจากผู้ชมอีกครั้ง จึงอาจเรียกได้ว่า มณีนพเก้า เป็นภาคต่อของเกราะเพชรเจ็ดสี ทั้งที่จริงแล้วละครทั้ง2เรื่อง ต่างไม่มีความสัมพันธ์แต่อย่างใด(ยกเว้นนักแสดงบางชุด และตอนที่เกราะอยู่ในถ้ำ(ตอนแรก))

ตัวละครที่ปรากฏตัวเฉพาะในมณีนพเก้า[แก้]

  • เทพปริศนา(แสดงโดย ยอดวงษ์ ยมาภัย) เทพแห่งปริศนา มักเชื่อว่าเหตุการณ์ทุกอย่างล้วนมีปริศนาให้ขบคิดอยู่เสมอ เป็นคนพูดจาตรง และใจร้อน จึงมีเรื่องวิวาททางวาจากับเทพอัจฉริยะบ่อยครั้ง ผู้ครอบครองอัญมณีเพทาย(สังวาลย์เพทาย)
  • เทพีโชคชะตา(แสดงโดย สาวิกา ไชยเดช) เทพีแห่งโชคชะตา เป็นเทพีที่อายุน้อยที่สุดในบรรดาเทพ มักเชื่อว่าเหตุการณ์ทุกสิ่งบนโลกล้วนเป็นเรื่องที่โชชะตากำหนด มักทะเลาะกับเทพอัจฉริยะเสมอๆ ผู้ครอบครองอัญมณีมุกดา(สังวาลย์มุกดา)
  • เทพอัจฉริยะ( แสดงโดย รอง เค้ามูลคดี )เทพแห่งสติปัญญา มักเชื่อว่าเหตุการณ์ทุกสิ่งบนโลกล้วนเป็นความจริงจึงมักเสนอความเห็นเกี่ยวกับความเป็นจริง มักทะเลาะกับเทพีโชคชะตาอยู่เสมอๆ พูดจาตรงทำให้บางครั้งเกิดการทะเลาะวิวาทกับเทพองค์อื่นๆ นอกเหนือจากเทพีโชคชะตา มาแล้ว ผู้ครอบครองอัญมณีโกเมน(สังวาลย์โกเมน)
  • เทพมฤตยู(แสดงโดย อำพล สวนสุข) เทพแห่งความตาย มักปรากฏตัวพร้อมกับง้าว และวลี อย่างนี้สมควรตาย ตายเสียดีกว่าอยู่ เป็นคนดุดัน ภายนอกเหมือนก้าวร้าวแต่แท้จริงแล้วเป็นเทพที่ใจดีองค์หนึ่ง ผู้ครอบครองอัญมณีไพฑูรย์(สังวาลย์ไพฑูรย์)
  • จางจง(แสดงโดย พลกฤษณ์ จักรสุวรรณ) ร่างเกิดใหม่ของวีรเทพ(เกราะวันอังคาร) เป็นหนุ่มชาวจีนเดินทางมาด้วยเรือสำเภา มีวิชาตัวเบาเป็นเลิศ นิสัยของจางจงเป็นคนสุขุม เยือกเย็น ผิดกับวีรเทพที่ใจร้อน มุทะลุ

เกร็ดความรู้[แก้]

  • แต่เดิม บทแสงสุรีย์ ใน มณีนพเก้า ได้รับการวางตัวให้ ฉัตรมงคล บำเพ็ญ แสดงเป็นแสงสุรีย์ แต่เนื่องด้วยข่าวที่ฉัตรมงคลเกี่ยวข้องกับยาเสพย์ติด ทำให้ทางผู้สร้างได้เปลี่ยนตัวนักแสดงเป็น สุรจิต บุญญานนท์ ให้มารับบทแสงสุรีย์ โดยเปลี่ยนจากแสงสุรีย์ที่เป็นร่างเกิดใหม่ของสุริยวงศ์เทวัญ เปลี่ยนเป็น ร่างเกิดใหม่ของนพจร แทน
  • ในเพลงเปิด ฉากเสนอชื่อละคร แต่เดิมเงาของผู้สวมเกราะเพชรเจ็ดสีคือ ฉัตรมงคล บำเพ็ญ แต่ด้วยเหตุการณ์ที่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพย์ติดและโทษแบนห้ามออกอากาศใน2ปี ทำให้มีการเปลี่ยนตัวนักแสดงเป็น สุรจิต บุญญานนท์ แทน

ดูเพิ่ม[แก้]

รายการอ้างอิง[แก้]