เถาคันแดง

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
เถาคันแดง
ผลของเถาคัน
การจำแนกชั้นทางวิทยาศาสตร์
อาณาจักร: Plantae
หมวด: Magnoliophyta
ชั้น: Magnoliopsida
อันดับ: Vitales
วงศ์: Vitaceae
สกุล: Parthenocissus
สปีชีส์: P. quinquefolia
ชื่อทวินาม
Parthenocissus quinquefolia
(L.) Planch.

เถาคันแดง[1] (Verginia creeper) เป็นไม้เถาเลื้อยเนื้อแข็ง เถามีสีเขียวขนาดเล็ก มีมือเกาะแตกจากข้อไม่มีขน มีถิ่นกำเนิดในทางตะวันออกและตอนกลางของทวีปอเมริกาเหนือ, ทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศแคนาดา, ทางตะวันออกและตอนกลางของสหรัฐอเมริกา, ทางตะวันออกของประเทศเม็กซิโก, และประเทศกัวเตมาลา, ไปทางตะวันตกไกลถึงรัฐแมนิโทบา, รัฐเซาท์ดาโคตา, รัฐยูทาห์ และรัฐเทกซัส ในประเทศไทยมีชื่อท้องถิ่นว่า เถาคัน, เถาคันแดง, เถาคันขาว, เครือหุนแป, เครือพัดสาม

ลักษณะทั่วไป[แก้]

เถาคันแดงเป็นพรรณไม้เลื้อย ชอบพาดพันตามต้นไม้ที่มีขนาดใหญ่ ใบเป็นใบย่อยประมาณ 3 ใบ แผ่นใบด้านล่ามีขนเล็กน้อย ลักษณะใบนั้นตรงริมขอบใบเป็นจักซี่ฟัน เมื่อสดอวบน้ำใบย่อยปลายสุดรูปไข่หรือรูปไข่กลับกว้าง 1-4 ซ.ม. ยาว 1.5-6 ซ.ม. ดอกมีลักษณะคล้ายดอกกะตังบายหรือดอกเถาวัลย์ปูนหรือฝิ่นต้นและดอกนั้นจะออกเป็นช่อใหญ่กระจุกแบนและแน่น ออกที่ซอกใบดอกย่อยขนาดเล็กสีเขียวอ่อน ผลมีขนาดกลมโตเท่าผลมะแว้ง ผลดิบนั้นจะเป็นสีเขียวใช้กินเป็นอาหารได้ ส่วนผล เมื่อสุกจะเป็นสีดำขนาด 0.5-1 ซ.ม. ถ้าบีบจะมีน้ำออกเป็นสีม่วงแดงทำให้คันมาก

ถิ่นที่อยู่[แก้]

พบในป่าเต็งรัง ,ป่าผสมผลัดใบ,ที่ชื้นไม่มีน้ำท่วมขัง ส่วนเถาคันที่เกิดขึ้นตามป่านั้นมักจะอยู่ได้จนเถามีขนาดโตเท่าข้อมือของคนและถ้าตัดออกจะเห็นเนื้อภายในเป็นวงๆ มีสีแดงสลับกัน ลักษณะคล้ายเถาวัลย์เปรียง

การใช้ประโยชน์[แก้]

ภาคใต้ นิยมนำใบรวมทั้งผลอ่อนมาแกงส้มปลา แกงพุงปลา[2] แกงเหลือง ภาคอีสานนำส่วนใบปรุงรสในการต้มเป็ด ต้มปลา เครือข่ายหมอพื้นบ้านภาคอีสาน (มหาสารคาม) มีตำรับยารักษาอาการเหน็บชาในวัยชราด้วยสมุนไพร 3 ชนิด คือ ส้มขี้มอด ,หูลิง ,เครือทางควาย โดยนำเอาแก่นขอไม้ทั้งสามต้มรวมกันใช้ดื่ม ผลแก่สามารถนำไปหมักทำไวน์ (มีรสเปรี้ยวคล้ายองุ่น) ใบนำไปทำเป็นผงนัว(ปรุงรสอาหาร)[3]

สรรพคุณ[แก้]

  • เถา ใช้ปรุงเป็นยาต้มกิน เป็นยารักษาโรคกษัยทำให้เส้นหย่อน เป็นยาขับลมขับเสมหะ เป็นยาฟอกเลือด ดับพิษตานซาง
  • ราก แก้อักเสบเนื่องจากเป็นแผลในกระเพาะอาหาร และต้มกินน้ำเป็นยาขับพยาธิไส้เดือน ขับปัสสาวะ แก้นิ่ว เป็นยาฟอกโลหิต แก้ฟกซ้ำภายใน ขับเลือดเน่า ขับน้ำคาวปลาและรักษาอาการฟกช้ำภายใน
  • ใบ นำไปอังไฟให้พอเหี่ยว ใช้ปิดฝีบ่มหนอง ถ้าฝีนั้นแตกก็จะทำให้ดูดหนองคล้ายขี้ผึ้งอิดติโยนของฝรั่ง
  • อื่น ๆ : พรรณไม้ชนิดนี้จะมีอยู่ 2 ชนิด ชนิดที่มีต้นเขียวเราเรียกว่าเถาคันขาว ส่วนชนิดที่เป็นสีแดงนั้นเรียกว่าเถาคันแดง และนิยมใช้สีแดงปรุงเป็นยา[4]

คุณค่าทางโภชนาการ[แก้]

  • เถาคัน,ผล ประกอบด้วยสารอาหารดังต่อไปนี้คือ
วิตามินเอ ( Total Vitamin A (RE) ) 39 μg / 100 g
เบต้า เคโรทีน ( Beta-carotene ) 236 μg / 100 g
วิตามินอี ( Vitamin E) 2.64 mg / 100 g
วิตามินบี 1 ( Thiamin ) 0.02 mg / 100 g
วิตามินบี 2 ( Riboflavin ) 0.09 mg / 100 g
ไนอะซิน ( Niacin ) 1.62 mg / 100 g
วิตามินซี ( Vitamin C ) 8 mg / 100 g
พลังงาน ( Energy ) 27 kcal / 100 g
น้ำ ( Water ) 93.4 g / 100 g
โปรตีน ( Protein ) 0.4 g / 100 g
ไขมัน ( Fat ) 0.4 g / 100 g
คาร์โบไฮเดรต ( Carbohydrate ) 5.5 g / 100 g
ใยอาหาร( กาก )( Crude/ Dietar ) -- g / 100 g
เถ้า ( Ash ) 0.3 g / 100 g
แคลเซียม ( Calcium ) -- mg / 100 g
ฟอสฟอรัส ( Phosphorus ) -- mg / 100 g
ธาตุเหล็ก ( Iron ) -- mg / 100 g
( retinol ) -- μg / 100 g

* หมายเหตุ -- คือ ไม่ได้ทำการวิเคราะห์ / mg คือ milligrams / μg คือ microgram / g คือ กรัม / kcal คือ kilocalorie

[5]

อ้างอิง[แก้]

  1. เต็ม สมิตินันทน์ ชื่อพรรณไม้แห่งประเทศไทย สำนักงานหอพรรณไม้ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช, พ.ศ. 2549
  2. อรทัย เนียมสุวรรณ นฤมล เล้งนนท์ กรกนก ยิ่งเจริญ พัชรินทร์ สิงห์ดำ. 2555. พฤกษศาสตร์พื้นบ้านของพืชกินได้จากป่าชายเลนและป่าชายหาดบริเวณเขาสทิงพระ จังหวัดสงขลา. วารสารวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น. 40 (3): 981 - 991
  3. ศูนย์สมุนไพรทักษิณ คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์.
  4. พจนานุกรม สมุนไพรไทย ดร.วิทย์ เที่ยงบูรณธรรม.
  5. Vitamin.co.th.