เต่ายักษ์กาลาปาโกส
| เต่ายักษ์กาลาปาโกส | |
|---|---|
| สถานะการอนุรักษ์ | |
| การจำแนกชั้นทางวิทยาศาสตร์ | |
| อาณาจักร: | Animalia |
| ไฟลัม: | Chordata |
| ชั้น: | Reptilia |
| อันดับ: | Testudines |
| อันดับย่อย: | Cryptodira |
| วงศ์: | Testudinidae |
| สกุล: | Chelonoidis |
| ชนิด: | C. nigra[1] |
| ชื่อทวินาม | |
| Chelonoidis nigra (Quoy & Gaimard, 1824[2]) |
|
| ชนิดย่อย | |
|
ชนิดย่อย[2]
|
|
| แผนที่แสดงการกระจายพันธุ์ (หมู่เกาะกาลาปาโกส) | |
| ชื่อพ้อง[2] | |
เต่ายักษ์กาลาปาโกส หรือ เต่ากาลาปาโกส (อังกฤษ: Galápagos tortoise, Galápagos giant tortoise; ชื่อวิทยาศาสตร์: Chelonoidis nigra) สัตว์เลื้อยคลานขนาดใหญ่ชนิดหนึ่ง จำพวกเต่า จัดเป็นเต่าบกชนิดหนึ่ง
นับเป็นเต่าบกที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก มีลักษณะเด่น คือ กระดองหนา มีสีเทาเข้มจนถึงสีดำ มีคอที่ยาวมากเพื่อใช้ในการหาอาหาร หัวมีขนาดเล็ก ตัวผู้มีกระดองยาว 122 เซนติเมตร น้ำหนักได้ถึง 250 กิโลกรัม ตัวเมียจะตัวเล็กกว่า กระดองยาว 91 เซนติเมตร น้ำหนักโดยเฉลี่ยประมาณ 159 กิโลกรัม วางไข่ประมาณ 9-25 ฟอง ไข่จะฟักในอุณหภูมิประมาณ 35-40 องศาเซลเซียส แต่จะเหลือลูกเต่าไม่ถึงครึ่งที่มีชีวิตรอดจากการวางไข่แต่ละครั้ง ชอบอาศัยในที่พุ่มไม้เตี้ย ในบึง และเนินทรายชายฝั่ง และมีอายุยืนได้นานมากกว่า 100 ปี หรือเกือบ ๆ 200 ปี[7][8]
เต่ายักษ์กาลาปาโกส เป็นเต่าที่กินพืชเป็นอาหาร โดยสามารถกินพืชที่ขึ้นที่แห้งแล้งชนิดต่าง ๆ ได้อย่างหลากหลาย รวมถึงพืชที่มีหนามแหลมอย่างกระบองเพชรด้วย
จัดเป็นสิ่งมีชีวิตเฉพาะถิ่นที่พบเฉพาะบนหมู่เกาะกาลาปาโกส กลางมหาสมุทรแปซิฟิกตอนใต้ ในเขตของประเทศเอกวาดอร์เท่านั้น และก็ได้มีชนิดย่อยแตกต่างกันออกไปตามลักษณะของกระดอง และขนาดลำตัว ซึ่งจะอาศัยกระจายกันไปตามเกาะต่าง ๆ ในหมู่เกาะกาลาปาโกส และเกาะอื่น ๆ ที่ใกล้เคียงกัน ทั้งนี้เป็นไปตามทฤษฎีวิวัฒนาการที่กระดองของเต่าจะปรับเปลี่ยนไปตามลักษณะการกินอาหารตามแต่ละภูมิประเทศที่อาศัย เช่น บ้างก็เว้าตรงคอ, บ้างก็โค้งกลมเหมือนโดม หรือบ้างก็เหมือนอานม้า โดยสามารถแบ่งออกได้ถึง 14 ชนิดย่อย (ดูในตาราง) และบางชนิดก็สูญพันธุ์ไปแล้วเช่นกัน[9]
โดยเต่ายักษ์กาลาปาโกส มีชื่อเสียงอย่างยิ่ง เมื่อ ชาร์ลส์ ดาร์วิน นักชีววิทยาชาวอังกฤษ ได้เดินทางมายังที่นี่เมื่อปี ค.ศ. 1835 ดาร์วินได้สังเกตว่า กระดองเต่าที่อาศัยอยู่บนเกาะต่าง ๆ กันนั้นมีรูปร่างต่างกัน ซึ่งข้อสังเกตการณ์นั้นกลายเป็นหนึ่งในแรงบันดาลใจของทฤษฎีการคัดเลือดโดยธรรมชาติที่ดาร์วินเสนอขึ้นมา จนโด่งดังมีชื่อเสียงขึ้นมา
โดยเต่ายักษ์กาลาปาโกสตัวที่มีชื่อเสียง ได้แก่ "จอร์จผู้เดียวดาย" ที่มีอายุมากกว่า 100 ปี เป็นตัวผู้ได้ตายลงเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน ค.ศ. 2012 จอร์จเป็นเต่าชนิดย่อย C. n. abingdonii ที่เป็นชนิดที่พบบนเกาะพินต้า ซึ่งเป็นเกาะที่เล็กที่สุดของหมู่เกาะกาลาปาโกส[8] และเชื่อกันว่าจอร์จนี้เป็นตัวสุดท้ายของโลกของเต่าชนิดย่อยนี้ เป็นเต่าในสถานที่เลี้ยงในกรุงกีโต เมืองหลวงของเอกกาดอร์ มีความพยายามจากนักวิทยาศาสตร์หลายต่อหลายครั้งที่จะพยายามเพาะขยายพันธุ์ ด้วยการให้จอร์จผสมพันธุ์กับเต่าตัวเมีย แต่ก็ไม่สำเร็จเมื่อเต่าตัวเมียวางไข่ 2 ครั้ง แต่ก็เป็นหมันทั้งหมด เพราะจอร์จอายุมากแล้ว จึงได้รับชื่อว่า "จอร์จผู้เดียวดาย"[10] [8]
ปัจจุบัน มีเต่ายักษ์กาลาปาโกสอาศัยอยู่ในธรรมชาติประมาณ 20,000 ตัว ซึ่งเป็นผลมาจากการอนุรักษ์และขยายพันธุ์ จากที่เคยเหลืออยู่แค่ 3,000 ตัว เมื่อปี ค.ศ. 1974 จากการถูกรุกรานและฆ่าโดยมนุษย์[10] และมีรายงานจากนักวิทยาศาสตร์พบว่า ยังมีเต่าในชนิดย่อยต่าง ๆ อาศัยอยู่ยังเกาะที่ห่างไกลออกไปกว่า 300 กิโลเมตร โดยทราบมาจากวิเคราะห์ทางพันธุกรรม[5]
อ้างอิง[แก้]
- ↑ Rhodin, A.G.J.; van Dijk, P.P. (2010). "Turtles of the world, 2010 update: Annotated checklist of taxonomy, synonymy, distribution and conservation status". In Iverson, J.B.; Shaffer, H.B. Turtle taxonomy working group. Chelonian Research Foundation. pp. 33–34. doi:10.3854/crm.5.000.checklist.v3.2010.
- ↑ 2.0 2.1 2.2 2.3 จาก IUCN (อังกฤษ)
- ↑ Chelonoidis phantastica (Van Denburgh) (อังกฤษ)
- ↑ SPECIES Chelonoidis wallacei (อังกฤษ)
- ↑ 5.0 5.1 เข้าใจผิดมา 150 ปี “เต่ายักษ์กระดองอานม้า" แห่งกาลาปากอสยังไม่สูญพันธุ์ จากผู้จัดการออนไลน์
- ↑ จาก itis.gov (อังกฤษ)
- ↑ เต่ายักษ์กาลาปากอส
- ↑ 8.0 8.1 8.2 ปิดฉากชีวิต “จอร์จผู้เดียวดาย” สูญพันธุ์เต่ายักษ์อายุ 100 ปีแห่งกาลาปาโกส จากผู้จัดการออนไลน์
- ↑ หมู่เกาะกาลาปากอส
- ↑ 10.0 10.1 'เต่ายักษ์'แห่งเกาะกาลาปากอสตายแล้ว จากคมชัดลึก
| คอมมอนส์ มีภาพและสื่ออื่น ๆ เกี่ยวกับ: Chelonoidis nigra |
แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]
ข้อมูลเกี่ยวข้องกับ Chelonoidis nigra จากวิกิสปีชีส์- รูปและข้อมูลเพิ่มเติม จากเนชั่นแนลจีโอกราฟิก (อังกฤษ)