เดอะ คาราเต้ คิด (ภาพยนตร์ พ.ศ. 2553)
-
สำหรับฉบับดั้งเดิม ดูที่ คิด คิด ต้องสู้
| เดอะ คาราเต้ คิด | |
|---|---|
![]() โปสเตอร์ภาพยนตร์ เดอะ คาราเต้ คิด |
|
| กำกับโดย | ฮารัล สจวร์ต |
| อำนวยการสร้างโดย | เจอรี่ ไวน์โทรบ วิล สมิธ เจด้า พิงค์เก็ต สมิธ เจมส์ แลสซิทเตอร์ เคน สโตวิช |
| เขียนโดย | บทภาพยนตร์: คริสโตเฟอร์ เมอร์ฟี่ เรื่อง: โรเบิร์ท มาร์ค คาเมน |
| นำแสดงโดย | เฉินหลง เจเดน สมิธ ทาราจิ พี. เฮนสัน |
| เพลงประกอบ ภาพยนตร์โดย |
เจมส์ ฮอเนอร์ |
| กำกับภาพโดย | แบรด เบเกอร์ สตีเฟน เออร์รี่ |
| ตัดต่อโดย | เควิน สเตอร์เมอร์ |
| ค่าย | โอเวอร์บรูค เอนเตอร์เทนเมนท์ JW โปรดักชั่นส์ ไชน่า ฟิล์ม กรุ๊ป |
| จัดจำหน่ายโดย | โคลัมเบียพิกเจอร์ส |
| ฉาย | 24 มิถุนายน ค.ศ.2010 (ไทย) |
| ประเทศ | สหรัฐอเมริกา |
| ภาษา | อังกฤษ |
| งบประมาณ | 35 ล้านดอลลาร์สหรัฐ |
| ข้อมูลจากสยามโซน | |
เดอะ คาราเต้ คิด (อังกฤษ: The Karate Kid) เป็นภาพยนตร์แอคชั่นฉบับรีเมค ซึ่งกำกับโดย ฮารัล สจวร์ต นำแสดงโดย เฉินหลง และ เจเดน สมิธ ซึ่งเป็นบุตรชายของวิล สมิธ และถ่ายทำกันในกรุงปักกิ่ง ที่ประเทศจีนเป็นส่วนใหญ่ โดยภาพยนตร์เวอร์ชันนี้เริ่มถ่ายทำในเดือนกรกฎาคม ค.ศ. 2009 และแล้วเสร็จในวันที่ 16 ตุลาคม ค.ศ. 2009 ซึ่งมีแผนกำหนดฉายในสหรัฐอเมริกาช่วงเดือนมิถุนายน ค.ศ. 2010
เนื้อหา |
เนื้อเรื่องย่อ [แก้]
ภาพยนตร์ได้นำเสนอเนื้อหาที่เหมือนกับฉบับดั้งเดิมอยู่หลายส่วน และมีบางส่วนที่แตกต่างออกไปอย่างเห็นได้ชัด เนื้อหากล่าวถึง เด็กวัยสิบสองปีซึ่งมีนามว่า เดร ปาร์กเกอร์ (เจเดน สมิธ) ผู้เป็นเด็กที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในดีทรอยต์ แต่แล้ว เขาก็สู่จุดหักเหเมื่อแม่ของเขาได้ย้ายที่อยู่เนื่องจากได้บรรจุงานใหม่ ที่บ้านหลังใหม่ในปักกิ่ง และที่แห่งนี้เอง เดรก็ได้ตกหลุมรักนักเรียนสาวคนหนึ่งซึ่งมีชื่อว่า Mei Ying แต่ทั้งคู่ก็ปรับตัวเข้าหากันได้ยาก เนื่องจากความแตกต่างทางวัฒนธรรม และพ่อของ Ying เองก็ไม่เห็นด้วยกับความสัมพันธ์ของพวกเขา ดูเหมือนว่าสถานการณ์ย่ำแย่ลงไปอีก การเข้าหากันส่งผลให้เขาต้องเผชิญกับหัวหน้าอันธพาลที่มีชื่อว่า เฉิง ผู้ตั้งฉายาให้กับเดร ว่า 'The Karate Kid' ที่มีความรู้ด้านคาราเต้เพียงน้อยนิด
เหล่าอันธพาลเข้ารุมล้อมปาร์กเกอร์และรุมทำร้าย จนกระทั่งเขาได้มาพบกับลุงฮัน (เฉินหลง) ผู้ซึ่งช่วยหยุดยั้งเหล่าอันธพาลลุงฮัน มีความต้องการฝึกวิชาให้กับเดร และยินดีให้เหล่าอันธพาลสู้กับเดรในงานแข่งขันประลองยุทธที่กำลังจะจัดขึ้น โดยมีวิธีการสอนจากครูกังฟูที่แปลกๆ ซึ่งยังคงเป็นความลับ ลุงฮันเริ่มสอนกังฟูให้กับเดร และช่วยให้เขาสามารถเริ่มต้นชีวิตในบ้านหลังใหม่ และช่วยให้เขาสามารถยืนหยัดต่อสู้กับเหล่าอันธพาลได้ โดยสถานที่ที่ใช้ในการฝึกฝนนั้นมีอย่างเช่น กำแพงเมืองจีน แล้วเนื้อเรื่องทั้งหมดจะพุ่งมายังการดวลฝีมือระหว่าง เดร ปาร์กเกอร์ กับเฉิงและพวกพ้อง ในศึกจ้าวยุทธภพที่จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่
การสร้าง [แก้]
วันที่ 10 พฤศจิกายน 2008 ทางนิตยสารวาไรตี้ได้รายงานถึงภาพยนตร์คาราเต้คิดฉบับรีเมคขึ้น[1] โดยทางนิตยสารวาไรตี้ได้เน้นย้ำว่าภาพยนตร์เรื่องนี้ได้รับการอำนวยการสร้างโดยวิล สมิธ โดยระบุว่า "ความนิยมที่เคยมีในอดีตนั้น ได้ถูกนำมาอีกครั้งโดยเจเดน สมิธ" และ "จะยืมบรรยากาศจากต้นฉบับดั้งเดิม, เกี่ยวกับเด็กอันธพาลที่ได้เรียนรู้ถึงวิถีแห่งการต่อสู้อันแท้จริงจากผู้ชำนาญยุทธ"[2] 22 มิถุนายน ค.ศ. 2009 เฉินหลงกล่าวในงานคอนเสริตในลอสแอนเจลิสไชน่าทาวน์ครั้งนั้นว่า เมื่อเขาไปกรุงปักกิ่งแล้ว เขาจะแสดงภาพยนตร์รีเมคโดยจะรับบทเป็นครูของเจเดน สมิธ[3]
บทวิเคราะห์ [แก้]
ภาพยนตร์เวอร์ชันนี้ ไม่เหมือนกับภาพยนตร์ฉบับ ค.ศ. 1984 โดยฉบับรีเมคนี้จะไม่มีการพรรณาถึงวิชาคาราเต้สมัยใหม่ในโอกินาว่า อย่างไรก็ดี ชื่อเรื่องจะยังคงไว้ แม้ว่าจะมุ่งเน้นไปยังเด็กหนุ่มผู้เรียนวิชากังฟูจากจีน เฉินหลงผู้ให้สัมภาษณ์ กล่าวว่าจากลักษณะของเหล่าตัวละครทั้งหลายที่ปรากฏอยู่ อาจตั้งชื่อใหม่เป็น "เดอะกังฟูคิด" กัน ทั้งนี้ เขาคิดว่าอาจมีการใช้ชื่อ "เดอะคาราเต้คิด" (The Karate Kid) เฉพาะในสหรัฐอเมริกา ส่วนชื่อ "เดอะกังฟูคิด" (The Kung Fu Kid) อาจใช้เรียกกันในเอเชียแทน[5]
อ้างอิง [แก้]
- ↑ "Movies - News - 'Karate Kid' redo retitled 'Kung Fu Kid'". Digital Spy. 2009-03-31. สืบค้นเมื่อ 2009-06-03.
- ↑ By (2008-11-10). "Jaden Smith set for 'Karate Kid' redo - Entertainment News, Los Angeles, Media". Variety. สืบค้นเมื่อ 2009-06-03.
- ↑ Brian Warmoth, ‘Karate Kid’ Remake Keeping Title, Taking Jaden Smith to China, MTV Movie Blog, May 6, 2009
- ↑ http://filmmusicreporter.wordpress.com/2010/03/24/breaking-news-james-horner-to-take-over-karate-kid-remake/
- ↑ Larry Carrol (2010-1-7). "Jackie Chan Unsure of Karate Kid Remake Title, Reveals Fate of Wax On, Wax Off". MTV. สืบค้นเมื่อ 2010-1-16.
