เอชไอวี

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางจาก เชื้อเอชไอวี)

ความหมายอื่น: อัลบั้มเพลงของ ไฮ-ร็อก ดูที่ HIV

เชื้อไวรัสภูมิคุ้มกันบกพร่อง
ไวรัสภูมิคุ้มกันเสื่อมในคน
ภาพสแกนตัวข้างเซลล์ภายในร่างกายที่เปิดการแตกตัวของไวรัส เฮสไอวี
การจำแนกชนิดไวรัส
Group: Group I (dsDNA)
วงศ์: เรโทรไวรัส (Retroviridae)
สกุล: Lentivirus
สปีชีส์
  • Human immunodeficiency virus 1
  • Human immunodeficiency virus 2

เอชไอวี (อังกฤษ: Human immunodeficiency virus, HIV) ไวรัสตระกูล Retrovirus เป็นสาเหตุของภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง ในกรณีของมนุษย์ จะทำให้ระบบภูมิต้านทานล้มเหลว และทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อน ชื่อเดิมของไวรัสนี้ ได้แก่ human T-lymphotropic virus-III (HTLV-III) , lymphadenopathy-associated virus (LAV) , และ AIDS-associated retrovirus (ARV).


เชื้อเอชไอวีสามารถติดต่อได้ทาง เลือด อสุจิ สารคัดหลั่งในช่องคลอด หรือน้ำนม ซึ่งภายในของเหลวที่ร่างกายสร้างขึ้นนี้ เชื้อเอชไอวีสามารถอยู่ได้ทั้งในสภาพอิสระในตัว และอยู่ในเซลล์เม็ดเลือดขาวที่ติดเชื้อ สาเหตุใหญ่ของการแพร่กระจายเชื้อ คือ การมีเพศสัมพันธ์โดยทีไม่ได้ป้องกัน เข็มฉีดยาที่ปนเปิ้อน การติดเชิ้อจากแม่สู่ลูกผ่านทางการให้น้ำนม เลือดที่ปนเปิ้อนเชื้อไวรัสเอชไอวีจากการบริจาคให้ธนาคารเลือด

ในขณะนี้การติดเชื้อเอชไอวี ในมนุษย์จัดได้ว่าเป็นโรคระบาดร้ายแรง ซึ่งเมื่อเดือนมกราคม ค.ศ. 2006 องค์กรความร่วมมือเกี่ยวกับ HIV/AIDS (UNAIDS) และองค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ประมาณการไว้ว่ามีผู้เสียชีวิตจากเอดส์มากกว่า 25 ล้านคนจากการตรวจพบในวันที่ 1 ธันวาคม ค.ศ. 1981 ทำให้เชื้อ HIV เป็นหนึ่งในการแพร่ระบาดที่เป็นสาเหตุการตายของมนุษย์ ที่ร้ายแรงที่สุดในหน้าประวัติศาสตร์อีกเหตุการหนึ่ง นับจากภายหลังเหตุการณ์กาฬโรคระบาด (The black death) ที่คร่าชีวิตประชากรบนโลกไปถึง 1/3 ของประชากรทั้งหมด และเชื้อ HIV ยังเป็นสาเหตุของการตายของมนุษย์ที่มีความเสียหายมากที่สุดในปี ค.ศ. 2005 มีการคาดการว่า มีผู้ติดเชื้อประมาณ 2.4 และ 3.3 ล้านคนที่ยังมีชีวิตอยู่ และจำนวนมากกว่า 570,000 คนเป็นเด็ก

เนื้อหา

เชื้อไวรัสเอชไอวี[แก้]

ไวรัสโรคเอดส์หรือเชื้อไวรัสเอชไอวีเป็นไวรัสในกลุ่ม Retrovirus มีสายพันธุกรรมหรือยีนเป็น RNA แทนที่จะเป็น DNA เหมือนกับเซลล์ของสิ่งมีชีวิตชั้นสูงทั่วไป ซึ่งไวรัสในกลุ่มนี้มีหลายตัวด้วยกัน และมีการค้นพบมานานแล้ว โดยพบในสัตว์ หลายชนิด เช่น ม้า หนู เป็ด ไก่ เป็นต้น แต่ไวรัสโรคเอดส์เป็นไวรัสที่พบใหม่ เชื่อกันว่าเป็นไวรัสที่มีวิวัฒนาการ และพัฒนา ตัวเองมาจากไวรัสที่แต่เดิมทำให้เกิดโรคเฉพาะในสัตว์เท่านั้น ไม่สามารถทำให้เกิดโรคในคนได้ แต่ต่อมาเมื่อเชื้อมีวิวัฒนาการ จากการได้รับ RNA ในไวรัสจำพวกแตกตัวอีกหลายชนิด จนมีระบบการทำงานในสัตว์ที่มีระบบน้ำเหลืองและระบบการแต่งตัวของเซลล์ จนสามารถทำให้เกิดโรคในสัตว์ที่ใกล้เคียงกับคน เช่น ลิง โดยเฉพาะลิงเขียวในทวีปแอฟริกา (Africa Green Monkey) หรือลิงชิมแปนซี (Chimpanzee) เป็นต้น หลังจากนั้นไวรัสเหล่านั้นอาจติดเข้ามาในคน โดยในระยะแรกเป็นไวรัสที่ ทำให้เกิดเป็นโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลืองในคนเท่านั้น ต่อมาจึงเกิดเป็นโรคเอดส์ที่เป็นเฉพาะในคนเท่านั้น

การแบ่งประเภท[แก้]

ส่วนประกอบและการแบ่งตัวของไวรัส[แก้]

โครงสร้างของไวรัส HIV[แก้]

ด้านนอกสุดเป็นเปลือกหุ้มเรียกว่า envelope มีโครงสร้างแบบ lipid bilayer ซึ่งเป็น plasma membrane ของ host cell และมี envelope glycoprotein กระจายอยู่ลักษณะเป็นปุ่มยื่นออกมาโดยรอบเรียกว่า surface protein (gp 120) ส่วน core ประกอบด้วย capsid protein (p 24) และมี RNA โดย RNA จะเป็น 2 copies ที่เหมือนกันอยู่ในไวรัสตัวเดียวกัน นอกจากนี้ภายใน capsid ยังประกอบด้วยเอนไซม์ต่าง ๆ ที่สำคัญได้แก่ Reverse transcriptase(ทำหน้าที่เปลี่ยน RNA ของไวรัสเป็น DNA), integrase (ทำหน้าที่รวม DNA virus เข้ากับ DNA host) และ protease(ทำหน้าที่ตัดสายโปรตีนเพื่อให้เป็นองค์ประกอบที่สมบูรณ์ของไวรัส)

การเพิ่มจำนวนไวรัส[แก้]

เริ่มแรกส่วน glycoprotein ที่ผิวของไวรัสจะจับกับโปรตีนบนเม็ดเลือดขาวอย่างจำเพาะและหลอมรวม envelope เข้ากับเยื่อหุ้มเซลล์เม็ดเลือดขาวของ host ทำให้ capsid หลุดเข้าสู่ cytoplasm ของ host หลังจากนั้น RNA และเอนไซม์ต่างๆ ของ virus จะหลุดออกมาจาก capsid เมื่อเข้ามาสู่ cytoplasm แล้วเอนไซม์ Reverse transcriptase จะเปลี่ยน RNA ของไวรัสให้เป็น DNA โดยใช้ nucleoside(หรือ nucleotides) ของ host เอง หลังจากนั้น DNA ของไวรัสจะรวมกับ DNA ของ host โดยเอนไซม์ integrase แล้วจะมีการกระตุ้นให้เกิดการ translation ในตำแหน่งที่ DNA ของไวรัสแทรกตัวอยู่ออกมาเป็นโปรตีนสายยาวๆ ที่ทำหน้าที่ไม่ได้ของไวรัส หลังจากนั้นเอนไซม์ protease จะเข้ามาตัดโปรตีนสายยาวนี้ ทำให้ได้โปรตีนที่พร้อมจะประกอบเป็นตัวไวรัสตัวใหม่ขึ้น

อาการและอาการแสดง[แก้]

กลุ่มอาการติดเชื้อเอชไอวีแบบเฉียบพลัน[แก้]

ระยะแฝง[แก้]

เอดส์[แก้]

พยาธิสรีรวิทยา[แก้]

การติดต่อ[แก้]

ระบบการติดต่อนั้นมีหลายส่วน โดยระบบของไวรัสนั้นจะแบ่งตัวในเซลล์ที่มีของเหลวและระบบการทำงานส่วนของน้ำและสารเหลวที่ถูกผลิตขึ้นภายในร่างกายได้ทั้งหมด

ทางเพศสัมพันธ์[แก้]

การคัดหลั่งสารและน้ำเชื้อมีโอกาสที่ไวรัสจะอยู่ในระบบมากที่สุดเนื่องจากเป็นส่วนที่มีผลิตสารอยู่เกือบตลอดเวลา

เลือดหรือส่วนประกอบของเลือด[แก้]

น้ำเลือดและของเหลวในเลือดส่วนมากก็มีการแพร่กระจายตัวของเซลล์ออกไปตามส่วนต่างเช่นกัน

จากแม่สู่ลูก[แก้]

โดยการแลกเปลี่ยนสารเหลวภายในร่างกายทารกและร่างกายมารดาแต่มีโอกาสที่จะมีการติดเชื้อจากการคลอดโดยมีการปนเปื้อนของเลือดมารดาไปสู่ทารก โดยในปัจจุบันมีการพัฒนาระบบยาต้านไวรัสเพื่อให้เด็กไม่มีการติดเชื้อ

การติดเชื้อซ้ำซ้อน[แก้]

การติดเชื้อซ้ำซ้อนอันเนื่องมาจากการที่ไวรัสทำการแตกตัวโปรแกรม RNA และ DNS เข้าไปในเซลล์ที่ทำหน้าที่ควบคุมการทำงานของเม็ดเลือดขาว และ ที-เซลล์ รวมไปถึง ทีมาส-เซลล์ ทำให้เกิดระบบการซ่อมแซ่มร่างกายเกิดการทำลายตัวเองทำให้เกิดการเปลี่ยนระบบการจดจำคุณลักษณะของเซลล์ในร่างกายตนเองไม่ได้ ทำให้เกิดการลดลงของเซลล์เม้ดเลือดข่าวและระบบคุ้มกันภายในร่างกายลดลง

โครงสร้างและจีโนม[แก้]

เอชไอวี มีความแตกต่างทางโครงสร้างจาก Retrovirus ชนิดอื่นๆ มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 120 นาโนเมตร. (1 ใน 120 พันล้านส่วนของ 1 เมตร; เล็กกว่าเม็ดเลือดแดงประมาณ 60 เท่า) และ มีรูปทรงกลม มี genome เป็น RNA

การโน้มตอบสนอง (Tropism)[แก้]

วงจรการเพิ่มจำนวน[แก้]

การเข้าสู่เซลล์[แก้]

การถ่ายแบบ (Replication) และการถอดรหัส (Transcription)[แก้]

ความหลากหลายทางพันธุกรรม[แก้]

การวินิจฉัย[แก้]

การรักษา[แก้]

การรักษาที่อยู่ในระหว่างการพัฒนา[แก้]

แหล่งกักเชื้อระยะแฝง[แก้]

พยากรณ์โรค[แก้]

ระบาดวิทยา[แก้]

ประวัติศาสตร์[แก้]

การค้นพบ[แก้]

แนวคิดปฏิเสธเอดส์[แก้]

ดูเพิ่ม[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  • นิตยสาร หมอชาวบ้าน ฉบับที่ 12 ปีที่ 2
  • เอกสารประกอบคำบรรยาย เรื่อง เอดส์และการป้องกัน ของ กรมอนามัย