เชือดก่อนชิม

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
เชือดก่อนชิม
กำกับ ทิวา เมยไธสง
อำนวยการสร้าง พจน์ อานนท์
เขียน ทิวา เมยไธสง
นำแสดง ใหม่ เจริญปุระ
รัตนบัลลังก์ โตสวัสดิ์
ปิยวัฒน์ นิวาตวงศ์
พิมพ์ชนก ลือวิเศษไพบูลย์
อาทิตยา ชินเดชาณิชกุล
จิรัชญา จิรรัชชกิจ
วีรดิษฐ์ ศรีมาลัย
ดวงตา ตุงคะมณี
จำหน่าย/เผยแพร่ พระนครฟิล์ม
ฉาย 19 มีนาคม พ.ศ. 2552
ประเทศ ไทย ไทย
ภาษา ไทย
งบประมาณ 20 ล้านบาท
รายได้ 13.55 ล้านบาท
ข้อมูลจากสยามโซน

เชือดก่อนชิม เป็นภาพยนตร์ไทยแนวลึกลับสยองขวัญของค่ายพระนครฟิลม์ ออกฉายในวันที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2552 ผลงานการกำกับของทิวา เมยไธสง โดยมีพจน์ อานนท์เป็นผู้อำนวยการสร้าง นำแสดงโดย ใหม่ เจริญปุระ,รัตนบัลลังก์ โตสวัสดิ์ ,ปิยวัฒน์ นิวาตวงศ์,พิมพ์ชนก ลือวิเศษไพบูลย์ ,จิรัชญา จิรรัชชกิจ มีเนื้อเรื่องเกี่ยวกับบุษ (ใหม่ เจริญปุระ) เจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อสูตรโบราณที่ธุรกิจร้านกำลังแย่นอกจากนั้นยังต้องจ่ายหนี้ที่สามีก่อไว้ แต่วันหนึ่งเธอได้นำเอาเนื้อคนมาทำก๋วยเตี๋ยวและทำให้ธุรกิจร้านไปได้สวย นอกจากนั้นเธอยังได้พบกับอรรถพลนักศึกษามหาลัยที่คอยเอาใจใส่เธอ แต่กลับเกิดเรื่องกับน้องบัวน้องสาวต่างวัยของเธอที่ถูกประวิทย์และอ้อยฆ่าและอรรถพลที่หันไปคบกับนิดา เรื่องเหล่านี้ทำให้บุษเคียดแค้นใจและพร้อมที่จะล้างแค้นทุกคนที่ขวางทางเธอ

ภาพยนตร์ได้สื่อถึงความรุนแรงในสังคมไทยปัจจุบันที่กระทำต่อเด็กและสตรีและความไม่เท่าเทียมทางเพศ เดิมทีภาพยนตร์ใช้ชื่อเดิมว่า ก๋วยเตี๋ยวเนื้อคน แต่ภายหลังได้เปลี่ยนเป็นเชือดก่อนชิม

ภาพยนตร์ทำรายได้ 13.55 ล้านบาท[1]

เนื้อเรื่อง[แก้]

เนื้อเรื่องในช่วงแรกได้เล่าถึงบุษในวัยเด็กที่ถูกพ่อแม่กระทำรุนแรงเช่น เฆี่ยนตี จับกดน้ำ เป็นต้น ทำให้บุษมีอารมณ์ที่ค่อนข้างโรคจิตและมีอารมณ์ทางประสาท เวลาผ่านไปบุษทำหน้าที่สืบทอดธุรกิจร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อสูตรโบราณต่อจากแม่แต่ธุรกิจร้านไม่ดีอีกทั้งบุษยังต้องเลี้ยงดู"บัว" น้องสาวต่างวัยที่มีขาพิการและยังต้องจ่ายหนี้ให้ประวิทย์สามีของเธอที่ไปสร้างหนี้พนันและหนีไปกับอ้อยชู้สาว วันหนึ่งบุษเข็นรถก๋วยเตี๋ยวไปขายดังเช่นทุกวันแต่วันนั้นเกิดเหตุจลาจลการชุมนุมประท้วงของกลุ่มนักศึกษาในขณะนั้นมีทหารมาสลายการชุมนุม อรรถพลได้เข้ามาช่วยบุษทำให้ทั้งคู่พบกันครั้งแรก ในเย็นวันนั้นบุษพบศพของนักศึกษาที่เข้ามาแอบในช่องเก็บของในรถเข็นของเธอ เธอจึงนำศพมาหมักสมุนไพรและแล่เนื้อมาทำก๋วยเตี๋ยวปรากฏว่าก๋วยเตี๋ยวที่ทำจากเนื้อคนของเธอมีรสชาติอร่อยและทำให้มีคนมาลิ้มลองชิมก๋วยเตี๋ยวของเธอเป็นจำนวนมาก ธุรกิจร้านก๋วยเตี๋ยวของเธอกำลังไปได้ดีและลูกค้าหลักของเธอคืออรรถพลที่ภายหลังหันมาช่วยงานเธอและคอยดูแลเอาใจใส่เธอ นอกจากนั้นยังล่วงรู้เรื่องที่เธอแล่เนื้อมาทำก๋วยเตี๋ยวอีกด้วย

บุษหันมาเปิดร้านก๋วยเตี๋ยวที่บ้านลูกค้าของเธอมากมายจนทำให้ธุรกิจร้านก๋วยเตี๋ยวดีวันดีคือและเธอยังนำเนื้อคนมาทำก๋วยเตี๋ยวอยู่เรื่อยๆนอกจากนั้นยังสร้างห้องลับที่มีไว้เก็บเนื้อคนที่เธอหลอกมาฆ่าอีกด้วย แต่ในคืนหนึ่งเจ้าหนี้ของสามีเธอและลูกน้องมาทวงหนี้จากเธอบุษเชิญให้พวกเขาลิ้มลองก๋วยเตี๋ยวของเธอ แต่บุษคิดแผนการออกและปิดล็อกบ้านเพื่อไม่ให้ใครเห็นแล้วจัดการฆ่าเจ้าหนี้และลูกน้องอย่างเหี้ยมโหด บุษได้นำเนื้อของพวกเขามาแล่เป็นก๋วยเตี๋ยว วันหนึ่งบุษออกไปข้างนอกและทิ้งบัวไว้ที่บ้านประวิทย์สามีเธอและอ้อยได้กลับมาที่บ้าน เมื่อทั้งคู่พบบัวจึงได้จับบัวไปกดน้ำจนตาย บุษกลับมาพบทั้งคู่และเห็นศพบัวบุษจึงโกรธแค้นใจมากจึงได้จับประวิทย์และอ้อยไปทรมานในห้องลับจนตาย อรรถพลมาหาเธอแต่กลับพบเธอร้องไห้และพบศพของบัว บุษเพ้อว่าบัวยังไม่ตายอยู่หลายครั้งหลายหนอรรถพลจึงเข้าใจว่าบุษเป็นบ้าไปเสียแล้วและหันไปคบกับนิดาแทนโดยที่บุษไม่รู้

ธุรกิจของบุษยังคงไปได้สวยวันหนึ่งเธอได้พบกับคู่หมั้นของอ้อยที่กำลังตามหาอ้อยและสงสัยว่าบุษทำอะไรกับอ้อย บุษเห็นดังนั้นจึงจัดการคู่หมั้นของอ้อยอย่างเหี้ยมโหดและแล่เนื้อมาทำก๋วยเตี๋ยวเช่นเคย บุษเริ่มรู้สึกว่าอรรถพลเริ่มไม่สนใจเธอและหันไปคบกับนิดาแทน เรื่องนี้ทำให้บุษแค้นใจและหลอกนิดามาเพื่อจับตัวไปทรมาน ในขณะที่บุษกำลังจะสังหารนิดาอรรถพลได้เข้ามาขวางไว้บุษจึงเข้าใจว่าอรรถพลรักนิดาและไม่เคยรักตนเลยแม้แต่น้อยแต่ในความจริงแล้วอรรถพลรักบุษยิ่งกว่าสิ่งใด บุษจึงวิ่งหนีออกมาแต่อรรถพลได้ตามเธอมาติดๆ จนกระทั่งบุษวิ่งไปถึงสะพานสูงอรรถพลตามเธอจนเจอและขอร้องให้เธอมอบตัวกับตำรวจซึ่งตำรวจเองก็กำลังจะมา แต่วิญญาณของบัวกระซิบบุษว่าให้ฆ่าอรรถพลซะบุษจึงเกิดอาการหลอนทางจิตในขณะนั้นตำรวจได้มาถึงเธอจึงกระโดดน้ำและหายตัวไป อรรถพลเฝ้ารอให้เธอว่ายขึ้นมาอยู่นานจนตัดใจและเดินกลับไป แต่บุษยังไม่ตายเธอได้ว่ายน้ำกลับมาที่บ้านและพบอรรถพลกำลังแล่เนื้อคนอยู่และอรรถพลได้ส่งยิ้มให้เธอซึ่งมาจากความรักจากใจจริง

อ้างอิง[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]