เจ้าหญิงออกัสตาแห่งเคมบริดจ์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
เจ้าหญิงออกัสตาแห่งแคมบริดจ์

เจ้าหญิงออกัสตาแห่งแคมบริดจ์ (อังกฤษ: Princess Augusta of Cambridge) (ออกัสตา แคโรไลน์ ชาร์ล็อต เอลิซาเบธ แมรี โซเฟีย หลุยส์; 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2365 - 5 ธันวาคม พ.ศ. 2459) ทรงเป็นสมาชิกพระองค์หนึ่งในพระราชวงศ์อังกฤษ พระองค์ทรงอภิเษกสมรสเข้าไปอยู่ในพระราชวงศ์เม็คเล็นบูร์ก-สเตรลิตซ์ และได้ทรงเป็นแกรนด์ดัชเชสแห่งเม็คเล็นบูร์ก-สเตรลิตซ์ (HRH The Grand Duchess of Mecklenburg-Strelitz)

พระชนม์ชีพในวัยเยาว์[แก้]

เจ้าหญิงออกัสตาประสูติเมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2365 ณ พระราชวังมองต์บริลแลนต์ เมืองฮาโนเวอร์ พระชนกของพระองค์คือ เจ้าชายอดอลฟัส ดยุคแห่งแคมบริดจ์ พระราชโอรสองค์ที่เจ็ดในสมเด็จพระเจ้าจอร์จที่ 3 และ เจ้าหญิงชาร์ล็อตแห่งเม็คเล็นบูร์ก-สเตรลิตซ์ ส่วนพระราชชนนี คือ เจ้าหญิงออกัสตา ดัชเชสแห่งแคมบริดจ์ (พระอิสริยยศเดิม เจ้าหญิงออกัสตาแห่งเฮสส์-คาสเซิล)

เจ้าหญิงทรงเจริญพระชนม์ชีพช่วงวัยเยาว์ในเมืองฮาโนเวอร์ ซึ่งพระชนกของพระองค์เป็นพระอุปราชในนามของสมเด็จพระเจ้าจอร์จที่ 4 พระบรมเชษฐา

เจ้าหญิงออกัสตามีพระเชษฐาพระองค์หนึ่งคือ เจ้าชายจอร์จ ดยุคแห่งแคมบริดจ์ และพระกนิษฐาอีกพระองค์คือ เจ้าหญิงแมรี อเดเลดแห่งแคมบริดจ์ ซึ่งต่อมาคือ ดัชเชสแห่งเท็ค ดังนั้นเจ้าหญิงจึงเป็นพระญาติชั้นที่หนึ่งในสมเด็จพระราชินีนาถวิกตอเรีย และพระมาตุจฉาในเจ้าหญิงแมรีแห่งเท็ค ซึ่งต่อมาคือ พระมเหสีในสมเด็จพระเจ้าจอร์จที่ 5

อภิเษกสมรส[แก้]

เจ้าหญิงอภิเษกสมรสในวันที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2386 ณ พระราชวังบัคกิงแฮม กรุงลอนดอน กับ แกรนด์ดยุคฟรีดริช วิลเฮล์มแห่งเม็คเล็นบูร์ก-สเตรลิตซ์ (ฟรีดริช วิลเฮล์ม คาร์ล จอร์จ แอร์นส์ อดอล์ฟ กุสตาฟ; 17 ตุลาคม พ.ศ. 2362 - 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2447) ซึ่งเป็นพระญาติชั้นที่หนึ่ง เจ้าหญิงออกัสตาจึงทรงดำรงพระอิสริยยศเป็น แกรนด์ดัชเชสพระชายาแห่งเม็คเล็นบูร์ก-สเตรลิตซ์ (HRH The Hereditary Grand Duchess of Mecklenburg-Strelitz) และในวันที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2403 จึงได้ทรงเป็น แกรนด์ดัชเชสพระมเหสีแห่งเม็คเล็นบูร์ก-สเตรลิตซ์ (HRH The Grand Duchess of Mecklenburg-Strelitz) หลังจากการสิ้นพระชนม์ของพระสัสสุระ (พระชนกในพระสวามี)

แกรนด์ดยุคและแกรนด์ดัชเชสแห่งเม็คเล็นบูร์ก-สเตรลิตซ์ มีพระโอรสพระองค์เดียว คือ

ปลายพระชนม์ชีพ[แก้]

แม้ว่าพระองค์จะทรงดำรงพระชนม์ชีพส่วนใหญ่ในประเทศเยอรมนี แต่แกรนด์ดัชเชสออกัสตายังคงสายสัมพันธ์ใกล้ชิดกับพระราชวงศ์อังกฤษเป็นอย่างดี ในระหว่างที่ดัชเชสแห่งแคมบริดจ์ พระชนนียังดำรงพระชนม์ชีพอยู่ พระองค์ได้เสด็จเยียมเยียนพระชนนีที่ห้องชุดของพระองค์ในพระราชวังเคนซิงตันอยู่บ่อยครั้ง

หลังการสิ้นพระชนม์ของพระชนนีเมื่อปี พ.ศ. 2432 แกรนด์ดัชเชสทรงได้รับพระตำหนักหลังหนึ่งบริเวณพระทวารของพระราชวังบัคกิงแฮม กรุงลอนดอน ซึ่งพระองค์ได้ประทับอยู่ช่วงหนึ่งของปีจนกระทั่งพระชนม์ที่ชราภาพมากขึ้นทำให้เสด็จต่างประเทศอีกต่อไปไม่ได้

ในการเตรียมงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษกของสมเด็จพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 7 และ สมเด็จพระราชินีอเล็กซานดรา เมื่อปี พ.ศ. 2445 ดยุคแห่งนอร์โฟล์คได้ปรึกษากับแกรนด์ดัชเชสออกัสตาถึงเรื่องของธรรมเนียมปฏิบัติและการแต่งกาย เนื่องจากเคยทรงเข้าร่วมพระราชพิธีบรมราชาภิเษกของสมเด็จพระเจ้าจอร์จที่ 4 และ สมเด็จพระราชินีอเดเลด เมื่อเจ็ดสิบเอ็ดปีก่อน ขณะมีพระชนมายุเก้าพรรษา โดยได้ทรงจูบพระหัตถ์ของสมเด็จพระราชินีด้วย นอกจากนี้พระองค์ยังทรงสามารถให้รายละเอียดเกี่ยวกับพระราชพิธีบรมราชาภิเษกของสมเด็จพระราชินีนาถวิกตอเรีย ซึ่งไม่มีบันทึกที่เป็นลายลักษณ์อักษรเขียนไว้เลย (ซึ่งขณะนั้นมีพระชนมายุสิบหกพรรษา)

แกรนด์ดัชเชสแห่งเม็คเล็นบูร์ก-สเตรลิตซ์ทรงมีความสนิทสนมเป็นพิเศษกับสมเด็จพระราชินีแมรี พระนัดดา แต่ด้วยความชราภาพทำให้มิทรงสามารถร่วมพระราชพิธีบรมราชาภิเษกของสมเด็จพระเจ้าจอร์จที่ 5 (ที่เป็นพระญาติชั้นที่หนึ่งในรุ่นที่สอง) และสมเด็จพระราชินีแมรี เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2454มหาวิหารเวสต์มินส์เตอร์ กรุงลอนดอน

เมื่อเกิดสงครามโลกครั้งที่ 1 รัฐบาลอังกฤษได้ระงับการจ่ายเงินบำนาญที่พระองค์ทรงได้รับในฐานะสมาชิกของพระราชวงศ์อังกฤษ ในช่วงระหว่างสงครามสถานเอกอัครราชทูตสวีเดนได้ส่งพระราชหัตถเลขาของสมเด็จพระราชินีไปยังพระมาตุจฉาที่ยังคงประทับในประเทศเยอรมนี

เมื่อทรงเป็นสตรีที่อาวุโสสูงขึ้น พระองค์เป็นที่รู้ถึงการชอบทำให้เสียงาน เมื่อเจ้าหญิงม็อดแห่งเวลส์ทรงเป็นสมเด็จพระราชินีแห่งนอร์เวย์ เจ้าหญิงออกัสตาตรัสว่าได้ทรง"กลายเป็นพระราชินีแห่งราชบัลลังก์ที่มาจากการปฏิวัติแล้ว" อีกทั้งในการเฉลิมฉลองพระราชพิธีพัชราภิเษกของสมเด็จพระราชินีนาถวิกตอเรีย เจ้าหญิงตรัสด้วยพระสุรเสียงอันดังว่า "ทำไมพระองค์ถึงทรงขอบคุณพระเจ้ากลางถนน" เนื่องจากสมเด็จพระราชินีวิกตอเรียประทับอยู่ในรถม้าลากเพื่อทรงรับพรจากพระเจ้า

เจ้าหญิงออกัสตา แกรนด์ดัชเชสพระชนนีแห่งเม็คเล็นบูร์ก-สเตรลิตซ์สิ้นพระชนม์เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2459 ณ เมืองนอยสเตรลิตซ์ และพระศพฝังที่เมืองมิโรว์ ประเทศเยอรมนี เนื่องจากพระองค์เป็นพระราชนัดดาที่ยังทรงพระชนม์ชีพอยู่เป็นพระองค์สุดท้ายในสมเด็จพระเจ้าจอร์จที่ 3 แห่งสหราชอาณาจักร พระองค์ทรงเป็นสายสัมพันธ์สุดท้ายของเชื้อสายอังกฤษในราชวงศ์ฮาโนเวอร์

ในช่วงการสิ้นพระชนม์ พระองค์มีพระชนมายุ 94 พรรษา 4 เดือน 16 วัน โดยทำให้ทรงเป็นเจ้าหญิงอังกฤษในเชื้อพระวงศ์ที่มีพระชนม์ชีพยืนยาวที่สุดจนกระทั่งเจ้าหญิงอลิซแห่งออลบานี เคานท์เตสแห่งแอธโลน พระราชนัดดาสายพระราชโอรสของสมเด็จพระราชินีนาถวิกตอเรียทรงทำลายสถิติในปี พ.ศ. 2520 โดยสิ้นพระชนม์ในวันที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2524 ขณะมีพระชนมายุ 97 พรรษา 10 เดือน 9 วัน

พระอิสริยยศ[แก้]

  • พ.ศ. 2365 - พ.ศ. 2386: สมเด็จเจ้าฟ้าหญิงออกัสตาแห่งแคมบริดจ์ (Her Royal Highness Princess Augusta of Cambridge)
  • พ.ศ. 2386 - พ.ศ. 2403: สมเด็จเจ้าฟ้าหญิงแกรนด์ดัชเชสพระชายาแห่งเม็คเล็นบูร์ก-สเตรลิตซ์ (Her Royal Highness The Hereditary Grand Duchess of Mecklenburg-Strelitz)
  • พ.ศ. 2403 - พ.ศ. 2447: สมเด็จเจ้าฟ้าหญิงแกรนด์ดัชเชสแห่งเม็คเล็นบูร์ก-สเตรลิตซ์ (Her Royal Highness The Grand Duchess of Mecklenburg-Strelitz)
  • พ.ศ. 2447 - พ.ศ. 2459: สมเด็จเจ้าฟ้าหญิงแกรนด์ดัชเชสพระชนนีแห่งเม็คเล็นบูร์ก-สเตรลิตซ์ (Her Royal Highness The Dowager Grand Duchess of Mecklenburg-Strelitz)
ก่อนหน้า เจ้าหญิงออกัสตาแห่งเคมบริดจ์ ถัดไป
เจ้าหญิงมารีแห่งเฮสส์-คาสเซิล
(พ.ศ. 2359 - พ.ศ. 2403)
2leftarrow.png แกรนด์ดัชเชสมเหสีแห่ง
รัฐแกรนด์ดยุคแห่งเม็คเล็นบูร์ก-สเตรลิตซ์

(6 กันยายน พ.ศ. 2403 - 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2447)
2rightarrow.png เจ้าหญิงเอลิซาเบธแห่งอันฮัลท์
(พ.ศ. 2447 - พ.ศ. 2457)