หม่อมทิพวัน กฤดากร ณ อยุธยา

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางจาก เจ้าหญิงทิพวัน กฤดากร)
หม่อมทิพวัน กฤดากร ณ อยุธยา
Tippawan.jpg

พระนาม ทิพวัน กฤดากร ณ อยุธยา
ฐานันดรศักดิ์ เจ้านายฝ่ายเหนือ
ราชวงศ์ ทิพย์จักร (ประสูติ)
จักรี (เสกสมรส)
ข้อมูลส่วนพระองค์
ประสูติ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2426
สิ้นพระชนม์ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2497 (70 ปี)
พระบิดา เจ้าเทพดำรงค์รักษาเขต
พระมารดา แม่เจ้าปิมปา ณ เชียงใหม่
พระสวามี พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าบวรเดช
พระราชโอรส/ธิดา ธิดา 1 คน

หม่อมทิพวัน กฤดากร ณ อยุธยา พระนามเดิม เจ้าทิพวัน ณ เชียงใหม่ (13 มิถุนายน พ.ศ. 2426 - 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2497) นางข้าหลวงในเจ้าดารารัศมี พระราชชายา [1] และอดีตพระชายาในพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าบวรเดช

ประวัติ[แก้]

เจ้าทิพวัน เป็นธิดาใน เจ้าเทพดำรงค์รักษาเขต เจ้าฟ้าเมืองขุนยวม ผู้รักษาเมืองชายแดนแถบลุ่มแม่น้ำสาละวินสมัยพระเจ้าอินทวิชยานนท์เป็นเจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ กับแม่เจ้าปิมปา ณ เชียงใหม่ ราชนัดดา (หลานตา) ใน เจ้าราชบุตรน้อยสุริยฆาต ณ นครเชียงใหม่ เจ้าราชโอรสองค์ใหญ่ในพระเจ้ากาวิละ

เจ้าทิพวัน เสกสมรสกับพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าบวรเดช ซึ่งได้พบรักกันในขณะที่เจ้าทิพวัน ได้เข้ามาอยู่กับเจ้าดารารัศมี ในพระราชวังดุสิต แต่หลังจากนั้นพระองค์เจ้าบวรเดช ได้หันไปอภิเษกสมรสกับพระชายาองค์ใหม่ เจ้าทิพวัน จึงกลับไปประกอบอาชีพเกษตรกรรมที่ตำบลแม่แฝก อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่[2] ต่อมาพระองค์เจ้าบวรเดช ต้องอาญาในฐานความผิดกบฏ และหนีไปอาศัยอยู่ที่ประเทศเวียดนาม จนกระทั่งได้รับพระราชทานอภัยโทษ จึงกลับมาตั้งโรงงานพิมพ์ผ้า ที่อำเภอหัวหิน ซึ่งเจ้าทิพวัน ก็ได้เดินทางไปเยี่ยมเยียนด้วย

เจ้าทิพวันถึงแก่กรรมเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2497 สิริรวมอายุ 71 ปี

การปฏิบัติภารกิจ[แก้]

ด้านการถวายความจงรักภักดี[แก้]

ในปี พ.ศ. 2452 เจ้าทิพวัน ได้มีโอกาสสนองพระเดชพระคุณ ในการถวายพระอภิบาลแด่พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว และเจ้านาย เล็ก ๆ ที่เสด็จไปทรงศึกษาวิชาอยู่ในยุโรปในเวลานั้นหลายพระองค์ ในฐานะภริยาเอกอัครราชทูต และสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ก็ได้ทรงเมตตาเป็นพิเศษ พระราชทานเครื่องเพชรประดับกายอย่างสมเกียรติ

เจ้าทิพวัน ได้มีโอกาสรำถวายพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 เมื่อคราวเสด็จประพาสจังหวัดเชียงใหม่ ในปี พ.ศ. 2469 และพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวฯ ทรงพระราชทานเหรียญ์รัตนาภรณ์ให้แก่เจ้าทิพวันในครั้งนั้น

ด้านการเกษตร[แก้]

เจ้าทิพวัน ได้สร้างเตาบ่มใบยาสูบ ที่บ้านหนองหาร อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ และริเริ่มเพาะปลูกและบ่มใบยาเวอร์ยิเนียเป็นรายแรกในจังหวัดเชียงใหม่ เมื่อปี พ.ศ. 2486

ด้านการศึกษา ศาสนา และสังคม[แก้]

เจ้าทิพวัน ได้บริจาคที่ดิน 9 ไร่ เพื่อสร้างวัด เมื่อปี พ.ศ. 2482 และได้เป็นประธานสร้างพระวิหาร ในปี พ.ศ. 2490 สำเร็จเมื่อปี พ.ศ. 2494 ใช้ทุนทรัพย์ส่วนตัวในการก่อสร้าง 81,500 บาท ชาวบ้านจึงได้ขนานนามวัดนี้ว่า "วัดทิพวนาราม"[3]

ในปี พ.ศ. 2483 เจ้าทิพวัน ได้มอบที่ดินจำนวน 10 ไร่ เพื่อสร้างโรงเรียนประชาบาลประจำตำบลหนองหาร ซึ่งปัจจุบันคือ โรงเรียนบ้านหนองหาร (ทิพวันอุทิศ)

เจ้าทิพวัน เคยได้รับตำแหน่งนายกสมาคมสตรีศรีล้านนา เมื่อปี พ.ศ. 2496 และเป็นกรรมการสมาคมผู้บ่มเพาะปลูกยาสูบแห่งประเทศไทย

เครื่องราชอิสริยาภรณ์[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. หนานอินแปง. พระราชชายา เจ้าดารารัศมี. กรุงเทพฯ : บางกอกบุ๊ค, 2546
  2. แม่ญิงล้านนา
  3. วัดทิพวนาราม สืบค้นวันที่ 10 ตุลาคม 2555
  4. ราชกิจจานุเบกษา, พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์และเหรียญฝ่ายหน้า, เล่ม ๔๓, ตอน๐ ง, ๖ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๔๖๙, หน้า ๓๙๙๔