อ้ายซินเจว๋หลัว ผู่เจี๋ย

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางมาจาก เจ้าชายผู่เจี๋ย)
อ้ายซินเจว๋หลัว ผู่เจี๋ย
Aisin-Gioro Pǔjié and Lady Hiro Saga 1937 wedding photo.jpg
พระบรมนามาภิไธย ผู่เจี๋ย (溥傑)
พระปรมาภิไธย
อ้ายซินเจว๋หลัว ผู่เจี๋ย (愛新覺羅溥傑)
พระอิสริยยศ ผู้อ้างสิทธิในตำแหน่งสมเด็จพระจักรพรรดิแห่งจักรวรรดิแมนจูกัว
ราชวงศ์ ชิง
ข้อมูลส่วนพระองค์
พระราชสมภพ 16 เมษายน พ.ศ. 2450
ปักกิ่ง ประเทศจีน
สวรรคต 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2537
ปักกิ่ง ประเทศจีน
(พระชนมายุ 86 พรรษา)
พระราชบิดา เจ้าชายชุนที่ 2
พระราชมารดา โยวหลัน เจ้าหญิงชุนที่ 2
พระมเหสี เจ้าหญิงทัง ชือห์ หเซีย
ฮิโระ ซางะ
พระราชโอรส/ธิดา เจ้าหญิงฮุ่ยเฉิง
เจ้าหญิงหยุนเฉิง
    

อ้ายซินเจว๋หลัว ผู่เจี๋ย (จีนตัวเต็ม: 愛新覺羅 溥傑; จีนตัวย่อ: 爱新觉罗 溥杰; พินอิน: Àixīnjuéluó Pǔjié ญี่ปุ่น: 愛新覚羅 溥傑 Aishinkakura Fuketsu) ประสูติในตระกูลอ้ายซินเจว๋หลัวเมื่อวันที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2450 และสิ้นประชนม์ในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2537 เป็นพระอนุชาในจักรพรรดิผู่อี๋ ผู้ทรงเป็นจักรพรรดิองค์สุดท้ายของจีน

เนื้อหา

ประวัติ [แก้]

ชีวิตแรกเริ่ม [แก้]

ผู่เจ๋ยเป็นพระโอรสในเจ้าชายชุนที่ 2 และโยวหลัน ขณะทรงเป็นเด็ก ทรงได้มาที่วังต้องห้ามในปักกิ่ง เพื่อเป็นเพื่อนเล่นของผู่อี๋ มีเหตุการณ์อันเป็นที่รู้จักกันดี คือ ผู่อี๋ทรงกรี้วเมื่อพระองค์ทอดพระเนตรพบเสื้อข้างในของผู่เจี๋ยเป็นสีเหลือง ซึ่งเป็นสีเฉพาะของจักรพรรดิ[1]

ในปี พ.ศ. 2472 ผู่เจี๋ยได้ทรงเดินทางไปยังประเทศญี่ปุ่นเพื่อไปศึกษาต่อ พระองค์สำเร็จการศึกษาที่กะคุชูอินและสามารถตรัสภาษาญี่ปุ่นได้อย่างคล่องแคล่ว และได้เสด็จไปที่วิทยาลัยกองทัพจักวรรดิญี่ปุ่นเพื่อศึกษาต่อ จนกระทั่งสำเร็จการศึกษาในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2478

ผู่เจี๋ยทรงเสกสมรสครั้งแรกในปี พ.ศ. 2467 กับเจ้าหญิงแห่งแมนจู ทัง ชือห์ หเซีย (Tung Shih-hsia) แต่ทรงหนีจากพระชายาหลังจากไปที่ญี่ปุ่นเพื่อศึกษาต่อ ชีวิตสมรสนั้นได้สิ้นสุดลง หลังจากสำเร็จการศึกษาที่วิทยาลัยกองทัพจักวรรดิญี่ปุ่น ผู่เจี๋ยทรงตกลงเลือกภรรยา (โอมิไอ) กับสตรีชั้นสูงของญี่ปุ่น ซึ่งก็คือ เจ้าหญิงฮิโระ ซากะ (พ.ศ. 2454-พ.ศ. 2530) ซึ่งทรงเป็นผู้ที่มีความสัมพันธ์กับราชตระกูลญี่ปุ่น จากรูปและจากจำนวนผู้สมัครซึ่งได้ผ่านการประเมินโดยกองทัพกวนตง[2] ขณะที่ผู่อี๋ยังทรงไม่มีทายาทชาย การแต่งงานนั้นมีความแข็งแกร่งเกี่ยวกับการแสดงออกโดยนัยการเมือง และถูกมุ่งหมายเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่าง สายเลือดญี่ปุ่น กับ ราชตระกูลแมนจูกัว

พิธีหมั้นจัดขึ้นที่สถานทูตแมนจูกัวที่โตเกียวในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2481 และพิธีเสกสมรสจัดขึ้นที่โถงกองทัพจักรวรรดิที่ คุดันซะกะ โตเกียว ในวันที่ 3 เมษายน ในเดือนตุลาคมทั้งคู่ก็ย้ายไปที่ซิงกิง (ปัจจุบันคือฉางชุน) เมืองหลวงของแมนจูกัว ภายใต้การปกครองของจักรพรรดิผู่อี๋ หลังการล่มสลายของราชวงศ์ชิง

แมนจูกัว [แก้]

ขณะที่ผู่อี๋ไม่มีบุตร ผู่เจี๋ยสนพระทัยที่จะเป็นผู้แรกที่จะประสบความสำเร็จในบังลังก์แมนจูกัว และฝ่ายญี่ปุ่นประกาศอย่างเป็นทางการว่าผู่เจี๋ยนั้นได้เป็นทายาทผู้สืบทอดมรดก แต่ยังไรก็ตาม ผู่อี๋ไม่ต้องการให้ผู่เจี๋ยนั้นได้เป็นทายาทราชวงศ์ชิงตามที่ราชประเพณีกล่าวว่า จักรพรรดิซึ่งไม่มีโอรสนั้นควรเลือกทายาทของตนจากรุ่นหนึ่งในครอบครัว ขณะประทับที่แมนจูกัว ผู่เจี๋ยทรงได้รับใช้ในฐานะหัวหน้าราชองค์รักษ์แมนจูกัวกิตติมศักดิ์ พระองค์ทรงกลับไปที่ญี่ปุ่นกะทันหันในปี พ.ศ. 2487เพื่อเข้าร่วมวิทยาลัยเสนาธิการกองทัพ

ในช่วงที่แมนจูกัวล่มสลายเมื่อโซเวียตรุกรานแมนจูกัวในเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2489 ตอนแรกผู่เจี๋ยทรงพยายามลี้ภัยออกจากญี่ปุ่นกับพี่ชาย แต่ยังไรก็ตาม กลายเป็นอย่างที่ชัดเจนเมื่อไม่มีทางลี้ภัย พระองค์ทรงตัดสินใจที่จะกลับซิงกิงด้วยความไม่ประสบความสำเร็จที่จะออกจากเมืองไปที่กองกำลังก๊กมิงตั๋งของสาธารณรัฐจีน แน่นอนว่าเมืองนี้ตกเป็นของโซเวียต

ผู่เจี๋ยทรงถูกจับกุมโดยกองทัพโซเวียต และทรงถูกส่งไปที่คุกในชิตะและคาเยอรอฟก์ในไซบีเรียกับพี่ชายและเชื้อพระวงศ์ ด้วยการบรรลุข้อตกลงของจีน-โซเวียตหลังจากการตั้งสาธารณรัฐประชาชนจีน ผู่เจี๋ยทรงถูกส่งให้ทางการจีนไปรับโทษในปี พ.ศ. 2493

ภายใต้การปกครองของสาธารณรัฐประชาชนจีน [แก้]

อ้ายซินเจว๋หลัว ผู่เจี๋ยและเจ้าหญิงฮิโระ ซางะเสด็จเยือนพระราชวังต้องห้าม ในบั้นปลายพระชนม์ชีพ ในฐานะสามัญชน

ในการกลับมาจีน ผู่เจี๋ยทรงถูกคุมขังที่ศูนย์บริหารที่เกี่ยวกับอาชญากรฟูชุน พระองค์ทรงเป็นนักโทษต้นแบบและกลายเป็นสัญลักษณ์ของการผ่อนผันการรับโทษในระบบการปกครองระบอบคอมมิวนิสต์ พระองค์ทรงได้เข้าร่วมกับพรรคคอมมิวนิสต์จีนและภายหลังทรงได้ทำงานหน้าที่ที่ไปประจำอยู่ ในปีพ.ศ. 2504 ทรงพ้นโทษและทรงประทับร่วมกับเจ้าหญิงฮิโระ ซางะ พระมเหสี ในบั้นปายชีวิต เจ้าหญิงฮิโระ ซางะ สิ้นพระชนม์ในปี พ.ศ.. 2530 จากนั้นอีก 7 ปี ในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2537 ผู่เจี๋ยสิ้นพระชนม์ด้วยพระชนมายุ 86 พรรษา

วงศ์ตระกูล [แก้]

 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
8. พระปัยกา (ทวด) : สมเด็จพระจักรพรรดิเต้ากวง
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
4. พระอัยกา: เจ้าชายชุนที่ 1
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
9. พระปัยยิกา (ทวด) : พระสนมหลิน
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
2. พระราชบิดา: เจ้าชายชุนที่ 2
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
5. พระอัยยิกา: นางหลิงหิยา
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
1. ผู่เจี๋ย
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
6. พระอัยกา: ยงลู่
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
3. พระราชมารดา: โยวหลัน
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

ลูกหลาน [แก้]

ภาพโปสเตอร์ภาพยนตร์เรื่อง Ruten no Ōhi - Saigo no Kōtei (The Last Princess) เกี่ยวกับชีวประวัติของเจ้าหญิงฮิโระ ซางะ ซึ่งเป็นพระมเหสีของพระองค์

ผู่เจี๋ยมีลูกสาว 2 คน

  • เจ้าหญิง อ้ายซินเจว๋หลัว ฮัวเชิง 慧生 เกิดที่ ซิงกิงเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2482 และศึกษาที่มหาวิทยาลัยกาคูชูอิน เธอถูกลอบสังหารเมื่อวันที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2500 แต่ปรากฏว่าเธอฆ่าตัวตาย
  • เจ้าหญิง อ้ายซินเจว๋หลัว ยุนเชิง 嫮生 เกิดปี พ.ศ. 2484 ศึกษาที่มหาวิทยาลัยหญิงกาคูชูอิน ได้แต่งงานกับ โคเซอิ ฟูกูนากะ อดีตพนักงานผลิตโทรศัพท์มือถือแห่งหนึ่ง ปัจจุบันมีลูก 5 คน

อ้างอิง [แก้]

  1. Cotter, Kids Who Rule, pp.76
  2. Lebra, Above the Clouds pp.213
สมัยก่อนหน้า อ้ายซินเจว๋หลัว ผู่เจี๋ย สมัยถัดไป
จักรพรรดิผู่อี๋ 2leftarrow.png Manchukuo Coat Of Arms.svg
ผู้อ้างสิทธิในราชบัลลังก์แห่งจักรวรรดิแมนจูกัว
(ราชวงศ์แมนจูกัว)
อย่างไม่เป็นทางการ

(17 ตุลาคม พ.ศ. 251028 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2537)
2rightarrow.png จักรพรรดิผู่เหริน