อ้ายซินเจว๋หลัว ผู่เจี๋ย
| อ้ายซินเจว๋หลัว ผู่เจี๋ย |
|
|---|---|
| พระบรมนามาภิไธย | ผู่เจี๋ย (溥傑) |
| พระปรมาภิไธย | อ้ายซินเจว๋หลัว ผู่เจี๋ย (愛新覺羅溥傑) |
| พระอิสริยยศ | ผู้อ้างสิทธิในตำแหน่งสมเด็จพระจักรพรรดิแห่งจักรวรรดิแมนจูกัว |
| ราชวงศ์ | ชิง |
| ข้อมูลส่วนพระองค์ | |
| พระราชสมภพ | 16 เมษายน พ.ศ. 2450 ปักกิ่ง ประเทศจีน |
| สวรรคต | 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2537 ปักกิ่ง ประเทศจีน (พระชนมายุ 86 พรรษา) |
| พระราชบิดา | เจ้าชายชุนที่ 2 |
| พระราชมารดา | โยวหลัน เจ้าหญิงชุนที่ 2 |
| พระมเหสี | เจ้าหญิงทัง ชือห์ หเซีย ฮิโระ ซางะ |
| พระราชโอรส/ธิดา | เจ้าหญิงฮุ่ยเฉิง เจ้าหญิงหยุนเฉิง |
อ้ายซินเจว๋หลัว ผู่เจี๋ย (จีนตัวเต็ม: 愛新覺羅 溥傑; จีนตัวย่อ: 爱新觉罗 溥杰; พินอิน: Àixīnjuéluó Pǔjié ญี่ปุ่น: 愛新覚羅 溥傑 Aishinkakura Fuketsu) ประสูติในตระกูลอ้ายซินเจว๋หลัวเมื่อวันที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2450 และสิ้นประชนม์ในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2537 เป็นพระอนุชาในจักรพรรดิผู่อี๋ ผู้ทรงเป็นจักรพรรดิองค์สุดท้ายของจีน
เนื้อหา |
ประวัติ [แก้]
ชีวิตแรกเริ่ม [แก้]
ผู่เจ๋ยเป็นพระโอรสในเจ้าชายชุนที่ 2 และโยวหลัน ขณะทรงเป็นเด็ก ทรงได้มาที่วังต้องห้ามในปักกิ่ง เพื่อเป็นเพื่อนเล่นของผู่อี๋ มีเหตุการณ์อันเป็นที่รู้จักกันดี คือ ผู่อี๋ทรงกรี้วเมื่อพระองค์ทอดพระเนตรพบเสื้อข้างในของผู่เจี๋ยเป็นสีเหลือง ซึ่งเป็นสีเฉพาะของจักรพรรดิ[1]
ในปี พ.ศ. 2472 ผู่เจี๋ยได้ทรงเดินทางไปยังประเทศญี่ปุ่นเพื่อไปศึกษาต่อ พระองค์สำเร็จการศึกษาที่กะคุชูอินและสามารถตรัสภาษาญี่ปุ่นได้อย่างคล่องแคล่ว และได้เสด็จไปที่วิทยาลัยกองทัพจักวรรดิญี่ปุ่นเพื่อศึกษาต่อ จนกระทั่งสำเร็จการศึกษาในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2478
ผู่เจี๋ยทรงเสกสมรสครั้งแรกในปี พ.ศ. 2467 กับเจ้าหญิงแห่งแมนจู ทัง ชือห์ หเซีย (Tung Shih-hsia) แต่ทรงหนีจากพระชายาหลังจากไปที่ญี่ปุ่นเพื่อศึกษาต่อ ชีวิตสมรสนั้นได้สิ้นสุดลง หลังจากสำเร็จการศึกษาที่วิทยาลัยกองทัพจักวรรดิญี่ปุ่น ผู่เจี๋ยทรงตกลงเลือกภรรยา (โอมิไอ) กับสตรีชั้นสูงของญี่ปุ่น ซึ่งก็คือ เจ้าหญิงฮิโระ ซากะ (พ.ศ. 2454-พ.ศ. 2530) ซึ่งทรงเป็นผู้ที่มีความสัมพันธ์กับราชตระกูลญี่ปุ่น จากรูปและจากจำนวนผู้สมัครซึ่งได้ผ่านการประเมินโดยกองทัพกวนตง[2] ขณะที่ผู่อี๋ยังทรงไม่มีทายาทชาย การแต่งงานนั้นมีความแข็งแกร่งเกี่ยวกับการแสดงออกโดยนัยการเมือง และถูกมุ่งหมายเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่าง สายเลือดญี่ปุ่น กับ ราชตระกูลแมนจูกัว
พิธีหมั้นจัดขึ้นที่สถานทูตแมนจูกัวที่โตเกียวในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2481 และพิธีเสกสมรสจัดขึ้นที่โถงกองทัพจักรวรรดิที่ คุดันซะกะ โตเกียว ในวันที่ 3 เมษายน ในเดือนตุลาคมทั้งคู่ก็ย้ายไปที่ซิงกิง (ปัจจุบันคือฉางชุน) เมืองหลวงของแมนจูกัว ภายใต้การปกครองของจักรพรรดิผู่อี๋ หลังการล่มสลายของราชวงศ์ชิง
แมนจูกัว [แก้]
ขณะที่ผู่อี๋ไม่มีบุตร ผู่เจี๋ยสนพระทัยที่จะเป็นผู้แรกที่จะประสบความสำเร็จในบังลังก์แมนจูกัว และฝ่ายญี่ปุ่นประกาศอย่างเป็นทางการว่าผู่เจี๋ยนั้นได้เป็นทายาทผู้สืบทอดมรดก แต่ยังไรก็ตาม ผู่อี๋ไม่ต้องการให้ผู่เจี๋ยนั้นได้เป็นทายาทราชวงศ์ชิงตามที่ราชประเพณีกล่าวว่า จักรพรรดิซึ่งไม่มีโอรสนั้นควรเลือกทายาทของตนจากรุ่นหนึ่งในครอบครัว ขณะประทับที่แมนจูกัว ผู่เจี๋ยทรงได้รับใช้ในฐานะหัวหน้าราชองค์รักษ์แมนจูกัวกิตติมศักดิ์ พระองค์ทรงกลับไปที่ญี่ปุ่นกะทันหันในปี พ.ศ. 2487เพื่อเข้าร่วมวิทยาลัยเสนาธิการกองทัพ
ในช่วงที่แมนจูกัวล่มสลายเมื่อโซเวียตรุกรานแมนจูกัวในเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2489 ตอนแรกผู่เจี๋ยทรงพยายามลี้ภัยออกจากญี่ปุ่นกับพี่ชาย แต่ยังไรก็ตาม กลายเป็นอย่างที่ชัดเจนเมื่อไม่มีทางลี้ภัย พระองค์ทรงตัดสินใจที่จะกลับซิงกิงด้วยความไม่ประสบความสำเร็จที่จะออกจากเมืองไปที่กองกำลังก๊กมิงตั๋งของสาธารณรัฐจีน แน่นอนว่าเมืองนี้ตกเป็นของโซเวียต
ผู่เจี๋ยทรงถูกจับกุมโดยกองทัพโซเวียต และทรงถูกส่งไปที่คุกในชิตะและคาเยอรอฟก์ในไซบีเรียกับพี่ชายและเชื้อพระวงศ์ ด้วยการบรรลุข้อตกลงของจีน-โซเวียตหลังจากการตั้งสาธารณรัฐประชาชนจีน ผู่เจี๋ยทรงถูกส่งให้ทางการจีนไปรับโทษในปี พ.ศ. 2493
ภายใต้การปกครองของสาธารณรัฐประชาชนจีน [แก้]
ในการกลับมาจีน ผู่เจี๋ยทรงถูกคุมขังที่ศูนย์บริหารที่เกี่ยวกับอาชญากรฟูชุน พระองค์ทรงเป็นนักโทษต้นแบบและกลายเป็นสัญลักษณ์ของการผ่อนผันการรับโทษในระบบการปกครองระบอบคอมมิวนิสต์ พระองค์ทรงได้เข้าร่วมกับพรรคคอมมิวนิสต์จีนและภายหลังทรงได้ทำงานหน้าที่ที่ไปประจำอยู่ ในปีพ.ศ. 2504 ทรงพ้นโทษและทรงประทับร่วมกับเจ้าหญิงฮิโระ ซางะ พระมเหสี ในบั้นปายชีวิต เจ้าหญิงฮิโระ ซางะ สิ้นพระชนม์ในปี พ.ศ.. 2530 จากนั้นอีก 7 ปี ในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2537 ผู่เจี๋ยสิ้นพระชนม์ด้วยพระชนมายุ 86 พรรษา
วงศ์ตระกูล [แก้]
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
8. พระปัยกา (ทวด) : สมเด็จพระจักรพรรดิเต้ากวง |
|
||||||||||||||
|
|
||||||||||||||||
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|||||||||
|
|
4. พระอัยกา: เจ้าชายชุนที่ 1 |
|
||||||||||||||
|
|
||||||||||||||||
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
||||||
|
|
9. พระปัยยิกา (ทวด) : พระสนมหลิน |
|
||||||||||||||
|
|
||||||||||||||||
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|||||||||
|
|
2. พระราชบิดา: เจ้าชายชุนที่ 2 |
|
||||||||||||||
|
|
||||||||||||||||
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|||
|
|
5. พระอัยยิกา: นางหลิงหิยา |
|
||||||||||||||
|
|
||||||||||||||||
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
||||||
|
|
1. ผู่เจี๋ย |
|
||||||||||||||
|
|
||||||||||||||||
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
6. พระอัยกา: ยงลู่ |
|
||||||||||||||
|
|
||||||||||||||||
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
||||||
|
|
3. พระราชมารดา: โยวหลัน |
|
||||||||||||||
|
|
||||||||||||||||
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|||
ลูกหลาน [แก้]
ผู่เจี๋ยมีลูกสาว 2 คน
- เจ้าหญิง อ้ายซินเจว๋หลัว ฮัวเชิง 慧生 เกิดที่ ซิงกิงเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2482 และศึกษาที่มหาวิทยาลัยกาคูชูอิน เธอถูกลอบสังหารเมื่อวันที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2500 แต่ปรากฏว่าเธอฆ่าตัวตาย
- เจ้าหญิง อ้ายซินเจว๋หลัว ยุนเชิง 嫮生 เกิดปี พ.ศ. 2484 ศึกษาที่มหาวิทยาลัยหญิงกาคูชูอิน ได้แต่งงานกับ โคเซอิ ฟูกูนากะ อดีตพนักงานผลิตโทรศัพท์มือถือแห่งหนึ่ง ปัจจุบันมีลูก 5 คน
อ้างอิง [แก้]
| สมัยก่อนหน้า | อ้ายซินเจว๋หลัว ผู่เจี๋ย | สมัยถัดไป | ||
|---|---|---|---|---|
| จักรพรรดิผู่อี๋ | ผู้อ้างสิทธิในราชบัลลังก์แห่งจักรวรรดิแมนจูกัว (ราชวงศ์แมนจูกัว) อย่างไม่เป็นทางการ (17 ตุลาคม พ.ศ. 2510 – 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2537) |
จักรพรรดิผู่เหริน |