เจ้าชายนิโคลัสแห่งโรมาเนีย
| เจ้าชายนิโคลัสแห่งโรมาเนีย |
|
|---|---|
| พระปรมาภิไธย | เจ้าชายนิโคลัสแห่งโรมาเนีย |
| พระอิสริยยศ | เจ้าชายนิโคลัสแห่งโรมาเนีย |
| ราชวงศ์ | โฮเฮนโซเลน-ซิกมารินเกน |
| ข้อมูลส่วนพระองค์ | |
| พระราชสมภพ | 3 สิงหาคม พ.ศ. 2446 ณ ปราสาทเปเรส,ซินายอา,ประเทศโรมาเนีย |
| สวรรคต | 9 มิถุนายน พ.ศ. 2521 มาดริด,ประเทศสเปน (พระชนมายุ 74 พรรษา) |
| พระราชบิดา | สมเด็จพระราชาธิบดีเฟอร์ดินานด์ที่ 1 แห่งโรมาเนีย |
| พระราชมารดา | เจ้าหญิงมารีแห่งเอดินบะระ |
| พระมเหสี | โจแอนนา ดูมิทเทสคู-โดเลทติ(ครั้งที่ 1) เทเรซา ลิสโบอา ฟิกกูเอรา เดอ เมโล(ครั้งที่ 2) |
เจ้าชายนิโคลัสแห่งโรมาเนีย(ภาษาโรมาเนีย:Nicolae de România,3 สิงหาคม พ.ศ. 2446 - 9 มิถุนายน พ.ศ. 2521)เป็นพระโอรสพระองค์ที่ 2 ของสมเด็จพระราชาธิบดีเฟอร์ดินานด์ที่ 1 แห่งโรมาเนียกับพระราชินีมารีแห่งโรมาเนีย
เนื้อหา |
พระราชประวัติ[แก้]
เจ้าชายนิโคลัสทรงประสูติที่ปราสาทเปเรส,เมืองซินายอา,ประเทศโรมาเนีย พระองค์เป็นพระอนุชาของเจ้าชายคาโรลรัชทายาทผู้ซึ่งปฏิเสธการสืบราชสมบัติในวันที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2468 เพื่อจะอภิเษกสมรสกับซิซิ ลามบริโน สามัญชน(ต่อมาได้หย่าขาดกัน) เมื่อสมเด็จพระราชาธิบดีเฟอร์ดินานด์เสด็จสวรรคตในปีพ.ศ. 2470 เจ้าชายไมเคิลพระโอรสของเจ้าชายคาโรลพระชนมายุ 5 พรรษาทรงครองราชสมบัติต่อ โดยเจ้าชายนิโคลัสทรงเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ พระองค์ทรงละทิ้งงานในราชนาวีอังกฤษ ทรงถูกเรียกตัวกลับโรมาเนียเพื่อปฏิบัติราชการร่วมกับพระสังฆราช มิรอน คริสทีและจอร์เกอร์ บุซดูกัน ผู้พิพากษาสูงสุดของประเทศ
อาจกล่าวได้ว่านี้เป็นการที่พระองค์ทรงได้พระยศผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์เป็นตำแหน่งแรก เจ้าชายนิโคลัสทรงไม่พอพระทัยที่ต้องสละงานด้านราชนาวีและพระองค์ทรงไม่ถนัดด้านการปกครอง พระองค์ทรงดำเนินการตามแบบของพระบิดาซึ่งทำงานร่วมกับพรรคเสรีนิยมชาติโรมาเนีย(PNL)และจำกัดพรรคฝ่ายค้านคือพรรคเกษตรกรชาติโรมาเนีย(PNŢ) พระองค์ประสงค์ตั้งคณะการปกครองชาติซึ่งตอนนั้นผู้นำรัฐบาลคือเอียน ไอ.ซี.บราเทียนูจากพรรคPNLปฏิเสธ เขาได้ร่วมเป็นพยานในการเปลี่ยนท่าทีของเจ้าชายคาโรลในกลางปีพ.ศ. 2470 เมื่อการโต้ตอบกันไปในทางรุนแรงขึ้นจนถึงการให้ยอมในราชบัลลังก์ การร่วมมือระหว่างเจ้าชายคาโรลกับพรรคPNŢได้ประกาศเป็นกลางโดยพรรคPNL แต่เมื่อบราเทียนูถึงแก่กรรมในปีพ.ศ. 2470 เริ่มมีการฟื้นฟูสัญญาและการเพิ่มขึ้นของพรรคPNŢ ทำให้เห็นว่าเหล่าผู้สำเร็จราชการมีอำนาจแต่เพียงในนามเท่านั้น และหลังจากคอนสแตนติน ซาราเทียนู(ผู้ได้รับการแต่งตั้งจากลูลิว มานิวหัวหน้าพรรคPNŢ)ดำรงตำแหน่งต่อจากบุซดูกันซึ่งถึงแก่กรรมในปีพ.ศ. 2472 มันกลายเป็นรอยแตกร้าวจากความแตกต่างในอำนาจทางการเมือง มิรอน คริสทีได้กล่าวว่า:"เหล่าผู้สำเร็จราชการทำงานไม่ได้เพราะไม่มีผู้นำ เจ้าชายทรงสูบบุหรี่ ซาราเทียนูมองไปท่ามกลางกองหนังสือของเขาและฉันเป็นบาทหลวงเพียงทำไห้ปรองดองกัน "
เจ้าชายนิโคลัสทรงปิติยินดีครั้งแรกเมื่อพระเชษฐาเจ้าชายคาโรลเสด็จกลับโรมาเนียในวันที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2473 เพื่อครองราชสมบัติ พระองค์ทรงได้รับการต้อนรับจากการประชุมรัฐสภาเพื่อลงมติล้มเลิกกฎหมายปีพ.ศ. 2469 และได้ติดตามพระเชษฐาที่เพิ่งเสด็จกลับมาใหม่ๆจากสนามบินนานาชาติเออร์เรล วไลคูจนถึงพระราชวังโคโทรเซนิ
อย่างไรก็ตามความสัมพันธ์ที่เป็นกันเองของพระองค์กับพระเชษฐาคาโรลเป็นเพียงสายสั้นๆเท่านั้น เจ้าชายนิโคลัสทรงต้องการอภิเษกสมรสกับโจแอนนา ดูมิทเทสคู-โดเลทติ สตรีที่ผ่านการสมรสมาแล้ว เป้นการลำบากที่กษัตริย์ต้องให้อำนาจในการอภิเษกสมรส พระเจ้าคาโรลได้แนะนำว่าคู่สมรสควรสมรสโดยปราศจากการหาคำยอมรับ พระองค์ได้ประกาศเหตุการณ์นี้จะยอมรับว่าการสมรสครั้งนี้ สิ่งที่ทำสำเร็จไปแล้ว หลังจากการสมรสพระเจ้าคาโรลได้ขับเจ้าชายนิโคลัสออกจากประเทศพร้อมกับถอนพระยศเพื่อจะได้กุมอำนาจเบ็ดเสร็จ เจ้าชายนิโคลัสจึงเสด็จไปพำนักที่สเปนและท้ายสุดตั้งรกรากที่สวิตเซอร์แลนด์ พระองค์สิ้นพระชนม์วันที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2521 ที่มาดริด ประเทศสเปน พระชนมายุ 74 พรรษา
เจ้าชายนิโคลัสทรงอภิเษกสมรส 2 ครั้ง ครั้งแรกที่โตฮานิ โรมาเนีย ในวันที่ 28 ตุลาคม/7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2474กับโจแอนนา ดูมิทเทสคู-โดเลทติ และครั้งที่ 2 ที่โลซานกับชาวบราซิลชื่อ เทเรซา ลิสโบอา ฟิกกูเอรา เดอ เมโล พระองค์ทรงไม่มีบุตรและธิดา
พระอิศริยยศ[แก้]
เจ้าชายนิโคลัสทรงได้รับพระอิศริยยศเป็นจอมพลอากาศของกองทัพอากาศโรมาเนีย,พลเรือโทกิตติมศักดิ์ของราชนาวีอังกฤษ,อัศวินแห่งพระบัญชาของสมเด็จพระราชาธิบดีเฟอร์ดินานด์ที่ 1 แห่งโรมาเนีย,ปลัดแห่งมอลตา และพระอิสริยยศอื่นๆอีกมากมาย
พระองค์ทรงถูกถอนยศทั้งหมดและสิทธิพิเศษโดยคำตัดสินของสภากษัตริย์ในวันที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2480และทรงได้รับพระนามว่า นิโคไล บรานา พระองค์รับเอา โฮเฮนโซเลน เป็นนามสกุลและพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยราชวงศ์ในวันที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2485 ได้ยอมรับพระองค์เป็น เจ้าชายแห่งโฮเฮนโซเลน(H.R.H. Prince of Hohenzollern) และคู่สมรสของพระองค์ทรงเป็นเจ้าหญิงแห่งโฮเฮนโซเลน(H.R.H. Princess of Hohenzollern)