เจิน จื่อตัน

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางจาก เจิ้น จื่อตัน)
เจิน จื่อตัน‎
Donnie Yen
甄子丹
Donnieyen SHFF.jpg
เจิน จื่อตัน‎ หรือ Donnie Yen
เกิด 27 กรกฎาคม ค.ศ. 1963 (51 ปี)
มณฑลกวางตุ้ง, ประเทศจีน
คู่สมรส Cissy Wang Ci Ci (2003 - ปัจจุบัน)
อาชีพ นักแสดง, ผู้กำกับ, ผู้อำนวยการสร้าง, ผู้ประสานงานฉากต่อสู้
ผลงานเด่น ฟ้าเวิ้ง ใน Hero
หวง จี้อิง ใน Iron Monkey
Dragon Wong ใน Dragon Tiger Gate
ยิปมัน ใน Ip Man และ Ip Man 2
เฉินเจิน ใน Fist of Fury (ซีรีส์) และ Legend of the Fist: The Return of Chen Zhen
[donnieyen.com/ เว็บทางการ]

เจิน จื่อตัน หรือ ดอนนี่ เยน (จีน: 甄子丹 ; อังกฤษ: Donnie Yen) เป็นนักแสดง, ผู้กำกับ และผู้ออกแบบคิวบู๊ชื่อดังของฮ่องกง เขาเกิดเมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม ค.ศ. 1963 ที่มณฑลกวางตุ้ง ประเทศจีน แม่ของเขาเป็นอาจารย์สอนวิชาไท่เก๊ก เยนย้ายตัวเองไปอยู่ที่บอสตันตั้งแต่ยังเด็ก โดยแม่ของเขาเป็นคนสอนวิชากังฟูให้เขาตอนอายุ 4 ปี เยนได้รับการฝึกฝนวิชาเทควันโดจนถึงวูซู จากนั้นเยนก็กลับมาที่ฝึกวูซูที่ปักกิ่ง จนเยนได้มีโอกาสไปเจอหยวนหวูปิง เยนจึงได้เข้ามาอยู่ในทีมของหยวนหวูปิง

ภาพยนตร์[แก้]

เยนก้าวสู่โลกภาพยนตร์ครั้งแรกด้วยการเป็นคนอยู่เบื้องหลังในหนังเรื่อง Miracle Fighters 2 (1982) แต่บทนำของเยนครั้งแรก คือเรื่อง Drunken Tai Chi (1984) ของหยวนหวูปิง จากนั้นเยนก็มีผลงานออกมาเรื่อยๆ เช่น The Mismatched Couple (1985), Tiger Cage (1988), In the Line of Duty 4 (1989), Tiger Cage 2 (1990), Crystal Hunt (1991)โดยถ่ายทำที่จังหวัดขอนแก่น ประเทศไทย, The Holy Virgin Vs the Evil Dead (1991) แต่เรื่องที่ทำให้เยนเป็นที่รู้จักของคนทั่วโลก คือ Once Upon a Time in China II (1992) โดยเยนรับบทเป็นตัวร้ายในเรื่อง โดยเยนต้องประมือกับหลี่เหลียนเจี๋ย ทำให้คนทั่วโลกจดจำฝีมือการต่อสู้ของเขาได้เป็นอย่างดี

ภาพยนตร์ที่ทำให้เยนกลายเป็นดาราแอ๊คชั่นแบบเต็มตัว คือ Iron Monkey (1993) โดยเยนรับบทนำในเรื่องนี้ ซึ่งสร้างออกฉายในปี 1993 ที่ฮ่องกง และได้มีโอกาสไปฉายในสหรัฐอเมริกาในปี 2001 ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างมาก

จากนั้นเยนก็มีผลงานออกมาเรื่อยๆ เช่น Dragon Inn (1992), Butterfly and Sword (1993), Heroes Among Heroes (1993), Wing Chun (1994), Iron Monkey 2 (1996) และ The Black Rose (1997)

ละครโทรทัศน์[แก้]

เยนไม่เพียงแต่เป็นดาราในจอใหญ่เท่านั้น แต่เขายังเคยนำแสดงละครจอแก้วที่ฮ่องกงมากมายต่อหลายเรื่อง แต่เรื่องที่คนจดจำเขาได้มากที่สุด คืองานที่สร้างจากหนังเก่าของ บรู๊ซ ลี เรื่อง Fist of Fury (TV) (1995) โดยออกอากาศทางช่อง ATV มีความยาวถึง 20 ตอน โดยเนื้อหาในหนังชุดเรื่องนี้ว่าด้วยเรื่องราวความขัดแย้งของชาวจีนกับชาวญี่ปุ่น โดยเยนรับบทเป็น เฉินเจิ้น พระเอกของเรื่องที่ต้องต่อสู้กับคนญี่ปุ่น ซึ่งเป็นคนฆ่าอาจารย์ฮั่ว หยวนเจี๋ย โดยต่อสู้ด้วยวิชากังฟู เพื่อล้างแค้นให้กับอาจารย์ของเขา ซึ่งคำวิจารณ์ในหนังชุดนี้มีทั้งบวกและลบ โดยในหนังชุดนี้นอกจากเยนจะรับบทนำแล้ว เขายังเป็นผู้ออกแบบคิวบู๊ในหนังชุดนี้อีกด้วย

ผู้กำกับภาพยนตร์[แก้]

เยนมีผลงานกำกับภาพยนตร์ครั้งแรกคือ Legend of the Wolf (1997) โดยเยนรับหน้าที่ทั้งแสดงนำ, เขียนบท, อำนวยการสร้าง,กำกับคิวบู๊ และกำกับภาพยนตร์ด้วย โดยเรื่องนี้ได้รับการขนานนามว่าเป็นหนังแอ๊คชั่นทุนต่ำที่ดีเรื่องนึง ซึ่งได้รับรางวัลมากมาย โดยมีดาราสาวอย่าง หลี่ยั่วถง ร่วมแสดง

จากนั้นอีกปีถัดมา เยนก็กำกับภาพยนตร์อีกเรื่องคือ Ballistic Kiss (1998) โดยเขารับหน้าที่ทั้งแสดงนำ, อำนวยการสร้าง, กำกับคิวบู๊ และ กำกับภาพยนตร์ โดยว่าเรื่องราวของมือปืนผู้หนึ่ง ที่ไปหลงรักตำรวจสาว โดยหนังเรื่องนี้ได้ฉายในเทศกาลหนังต่างๆมากมาย และยังได้รางวัลผู้กำกับคลื่นลูกใหม่ในเทศกาลภาพยนตร์ของฮ่องกง และอีกเรื่องคือ Shanghai Affairs (1998) โดยรับหน้าที่กำกับ, กำกับคิวบู๊ และนำแสดง โดยเป็นผลงานรีเมคหนังเก่าของ บรู๊ซ ลี เรื่อง The Big Boss (1971)

จากนั้นเยนก็มารับหน้าที่กำกับภาพยนตร์อีกครั้งในเรื่อง Protégé de la Rose Noire (2004) นำแสดงโดย สองสาววง Twins และ เจิ้งอี้เจี้ยน

คิวบู๊[แก้]

เยนมีผลงานในต่างประเทศครั้งแรกในหนังโทรทัศน์ (Pilot) ของประเทศเยอรมัน เรื่อง Codename : The Puma (หรืออีกชื่อ Der Puma - Kämpfer mit Herz) (1999 - 2000) ซึ่งในภายหลังได้ทำมาในแบบซีรีส์ในช่วงปี 2000 และเยนยังรับหน้าที่กำกับบางตอนให้กับซีรีส์ชุดนี้ และในปีเดียวกัน เยนก็มีผลงานในฮอลลีวู้ดเรื่องแรกคือ Highlander : Endgame (2000) โดยเยนรับบทเล็กๆในหนัง และยังเป็นผู้ประสานงานในส่วนคิวบู๊ในหนังเรื่องนี้อีก ร่วมถึงทำหน้าที่เดียวกันอีกในหนังแอ๊คชั่นอีกหลายๆเรื่อง เช่น Shurayuki-Hime (หรืออีกชื่อ The Princess Blade) (2001), Blade II (2002)

ปี 2003 เยนรับบทตัวร้ายในหนังภาคต่อของ เฉินหลง และ โอเว่น วิลสัน เรื่อง Shanghai Knights (2003) และมีส่วนร่วมในหนังแวมไพร์ของฮ่องกงอย่าง The Twins Effect (2003) ในหน้าที่ของผู้ออกแบบฉากต่อสู้ ซึ่งเขายังได้รางวัลม้าฮ่องกง (ตุ๊กตาทองฮ่องกง) ในสาขาออกแบบฉากต่อสู้ยอดเยี่ยม ร่วมถึงยังได้ออกแบบฉากต่อสู้ในไตเติ้ลของเกม Oni-musha III บนเครื่อง เพลย์สเตชัน 2

ปี 2006 เยนมีส่วนร่วมในหนังสายลับเด็กเรื่อง Stormbreaker (2006) โดยสร้างจากนวนิยายของแอนโธนี่ โฮโนวิตส์ ซึ่งเขารับหน้าที่ในส่วนของผู้ประสานงานแอ็คชั่นในเรื่องนี้

ปัจจุบัน[แก้]

ปี 2005 เยนนำแสดงสบทบในภาพยนตร์กำลังภายในเรื่อง Seven Swords (2005) ผลงานกำกับของ ฉีเคอะ ซึ่งประสบความล้มเหลวทั้งรายได้และคำวิจารณ์จากทั่วโลก และในปีเดียวกัน เยนก็ประสบความสำเร็จอย่างสูงกับภาพยนตร์แอ็คชั่น - อาชญากรรม เรื่อง SPL (Sha Po Lang) (2005) เรื่องราวสงครามระหว่างตำรวจกับเจ้าพ่อมาเฟียผู้หนึ่ง นำแสดงร่วมกับ หงจินเป่า, เยิ่น ต๊ะหัว และ อู๋จิง โดยสามารถเปิดตัวขึ้นอันดับในฮ่องกงถึง 3 สัปดาห์ซ้อน และเยนยังได้รางวัลม้าทองคำ (ตุ๊กตาทองฮ่องกง) สาขาออกแบบฉากต่อสู้ยอดเยี่ยม และจากนั้นเยนก็ร่วมงานกับ วิลสัน ยิป อีกครั้งในหนังแอ็คชั่นฟอร์มยักษ์อีก 2 เรื่อง ใน Dragon Tiger Gate (2006) โดยสร้างจากหนังสือการ์ตูนของฮ่องกง ร่วมแสดงกับ เซียะ ถิงฟง และ หยู เหวินเล่อ และหนังแอ๊คชั่น - อาชญากรรม เรื่อง Flash Point (2007) ร่วมแสดงกับ กู่ เทียนเล่อ, หลี่ เหลียงเหว่ย , คอลลิน โชว และ ฟ่าน ปิงปิง และเยนได้รับรางวัลม้าทองคำ (ตุ๊กตาทองฮ่องกง) สาขาออกแบบฉากต่อสู้ยอดเยี่ยมอีกครั้งจากหนังเรื่องนี้

ปี 2008 เยนกลายเป็นดาราแอ็คชั่นที่เนื้อหอมมากที่สุดในทศวรรษ ด้วยผลงานทำเงินทั้ง 3 เรื่องในปีอย่าง An Empress and the Warriors (2008), หนังกำลังภายในแฟนตาซี - สยองขวัญ เรื่อง Painted Skin (2008) งานรีเมคของผู้กำกับ คิงฮู ในชื่อเดียวกัน โดยทำเงินในจีนแผ่นดินใหญ่กว่า 230 ล้านหยวน และ Ip Man หนังแอ็คชั่น - กังฟู โดยอิงจากชีวิตจริงของ ยิปมัน ครูมวยหย่งชุนชื่อดังในตำนาน ซึ่งทำเงิน 25 ล้านเหรียญในฮ่องกง และกวาดไปอีก 100 ล้านหยวนในจีนแผ่นดินใหญ่[1]

ผลงานที่ผ่านมา[แก้]

ภาพยนตร์[แก้]

  • Miracle Fighters 2 (1982)
  • Drunken Tai Chi (1984)
  • The Mismatched Couple (1985)
  • Tiger Cage (1988) : แสบเผาขน
  • In the Line of Duty 4 (1989) : เชือด เชือด เชือด
  • Tiger Cage 2 (1990) : พยัคฆ์หักเขี้ยวพยัคฆ์
  • Crystal Hunt (1991) : ซือเจ๊ตัดเหลี่ยมเพชร
  • The Holy Virgin Vs the Evil Dead (1991)
  • Once Upon a Time in China II (1992) : หวงเฟยหง 2 ถล่มมารยุทธจักร
  • Cheetah on Fire (1992)
  • Dragon Inn (1992) : เดชคัมภีร์แดนพยัคฆ์
  • Iron Monkey (1993) : มังกรเหล็กตัน
  • Butterfly and Sword (1993) : กระบี่ผีเสื้อบารมีสะท้านภพ
  • Heroes Among Heroes (1993) : ประกาศิตยาจกซู (หรืออีกชื่อ หวงเฟยหง จอมยุทธสะท้านภพ)
  • Circus Kids : เหวี่ยงใหญ่ให้ติดดิน (1994)
  • Wing Chun (1994) : หย่งชุน หมัดสั้นสะท้านบู๊ลิ้ม / พยัคฆ์สาวหมัดหย่งชุน
  • Saint of Gamblers : คนตัดเซียน 3 (1994)
  • Iron Monkey 2 (1996)
  • Satan Returns (1996) : เฉียดนรก 6 อาถรรพ์
  • The Black Rose (1997)
  • Legend of the Wolf (1997)
  • Ballistic Kiss (1998)
  • Shanghai Affairs (1998) : หมัดพิฆาตมังกรโหด
  • City of Darkness (1998)
  • Black City (1999)
  • Highlander: Endgame (2000) : 2 นักรบล่าข้ามศตวรรษ (รับเชิญ - คิวบู๊)
  • Blade ll (2002) : นักล่าพันธุ์อมตะ (รับเชิญ - คิวบู๊)
  • Hero (2002) : ฮีโร่
  • Shanghai Knights (2003) : คู่ใหญ่ฟัดทลายโลก
  • Love on the Rocks (2004) : รักซื่อๆ ของนายเซ่อซ่า (รับเชิญ)
  • The Twins Effect II (2004) : คู่ใหญ่พายุฟัด 2
  • Seven Swords (2005) : 7 กระบี่เทวดา
  • SPL (2005) : ทีมล่าเฉียดนรก (ร่วมกำกับคิวบู๊)
  • Dragon Tiger Gate (2006) : ปะฉะดะ คนเหนือยุทธ (ร่วมอำนวยการสร้าง - คิวบู๊)
  • Flash Point (2007) : ลุยบ้าเลือด (ร่วมโปรดิวเซอร์ - คิวบู๊)
  • An Empress and the Warriors (2008) : จอมใจบัลลังก์เลือด
  • Painted Skin (2008) : พลิกตำนาน โปเยโปโลเย
  • Ip Man (2008) : ยิปมัน เจ้ากังฟูสู้ยิบตา
  • Bodyguards and Assassins (2009) : 5 พยัคฆ์พิทักษ์ซุนยัดเซ็น
  • Ip Man 2 (2010) : ยิปมัน 2 อาจารย์บรู๊ซ ลี
  • 14 Blades (2010) : 8 ดาบทรมาน 6 ดาบสังหาร
  • Legend of the Fist: The Return of Chen Zhen (2010) : เฉินเจิน หน้ากากฮีโร่
  • The Lost Bladesman (2011) : สามก๊ก เทพเจ้ากวนอู
  • All's Well, Ends Well 2011 (2011) : ยิปมัน แอ๊บแมน
  • Wuxia (2011) : นักฆ่าเทวดาแขนเดียว
  • The Monkey King (2012)
  • Special Identity (กำลังถ่ายทำ)[2]

ภาพยนตร์ชุดทางโทรทัศน์[แก้]

  • The Last Conflict (1987)
  • Mo Min Kap Sin Fung (1988)
  • Flying Tiger SWAT Team (1989)
  • A New Life (1991)
  • Crime File (1991)
  • The Kung Fu Master (1994)
  • Fist of Fury (1995)

อ้างอิง[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]