เคอิโงะ ซาโต

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
เด็กชายเคอิโงะ ซาโต
เคอิโงะกับคัทซูมิ.jpg
เด็กชายเคอิโงะ ซาโตกับบิดา
เกิด เด็กชายเคอิโงะ ซาโต

อำเภอเมือง จังหวัดพิจิตร
สัญชาติ ไทยไทย
ชาติพันธุ์ ไทยญี่ปุ่น ไทย-ญี่ปุ่น
การศึกษา ประถมศึกษา
อาชีพ นักเรียน, นักร้อง, ขายไก่ย่าง ส้มตำ และปลาปล่อย
ศาสนา พุทธ

เคอิโงะ ซาโต (ญี่ปุ่น: 佐藤啓吾 Sato Keigo, ซะโต เคโงะ ?) เด็กชายลูกครึ่งไทย-ญี่ปุ่น ชาวจังหวัดพิจิตร ผู้ประกาศตามหาบิดาชาวญี่ปุ่น ตามคำสั่งเสียของมารดาชาวไทย บริเวณหน้าพระอุโบสถวัดท่าหลวง พระอารามหลวง อำเภอเมืองพิจิตร ต่อมากลายเป็นที่สนใจของสื่อมวลชน ทั้งในประเทศไทย และประเทศญี่ปุ่น โดยในที่สุดก็ได้พบกัน จากเหตุการณ์ดังกล่าว ได้ส่งผลให้เยาวชนไทยหลายราย เริ่มทำความฝันของตนในการตามหาพ่อที่ได้แยกจากกันในช่วงเวลานั้น

ประวัติ[แก้]

เด็กชายเคอิโงะ ซาโต เกิดเมื่อวันจันทร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2543 ที่จังหวัดพิจิตร เป็นบุตรของนายคัตซูมิ (เกิดเมื่อวันที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2521 ที่เมืองคะสึชิกะ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น) และนางทิพย์มณฑา ซาโต (นามสกุลเดิม: จันทร์ประทุม; เกิดเมื่อวันที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2519) ซึ่งจดทะเบียนสมรสกัน เมื่อวันที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2543 ที่ประเทศญี่ปุ่น ด.ช.เคอิโงะ จึงมีสัญชาติไทย-ญี่ปุ่น และเชื้อชาติไทย-ญี่ปุ่น (สัญชาติไทยตามหลักสืบสายโลหิตมารดาและหลักดินแดน และมีสัญชาติญี่ปุ่นตามหลักสืบสายโลหิตบิดา แต่ ดช.เคอิโงะ ไม่ได้ใช้สิทธิในความเป็นพลเมืองญี่ปุ่น) ต่อมา นางทิพย์มณฑาเดินทางกลับมาคลอด ด.ช.เคอิโงะ ที่จังหวัดพิจิตร พร้อมกับสามี แต่หลังจากนั้น นายคัตซูมิก็เดินทางกลับประเทศญี่ปุ่น และไม่สามารถติดต่อได้อีก จนกระทั่งนางทิพย์มณฑาเสียชีวิตลงด้วยโรคร้าย เมื่อวันที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2552 นางปัทมา จตุพิศ พี่สาวนางทิพย์มณฑา ผู้มีศักดิ์เป็นป้า จึงรับอุปการะเลี้ยงดู ด.ช.เคอิโงะ ต่อจากมารดา

ในช่วงเวลานั้น นอกจาก ด.ช.เคอิโงะ จะช่วยนางปัทมาขายปลาปล่อย บริเวณหน้าพระอุโบสถวัดท่าหลวงแล้ว เมื่อว่างจากการช่วยงาน ด.ช.เคอิโงะ มักจะถือภาพถ่ายของนายคัตซูมิ พร้อมเดินเข้าไปสอบถามกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวเอเชีย โดยเฉพาะชาวญี่ปุ่น ที่เดินทางมาสักการะหลวงพ่อเพชร พระประธานภายในพระอุโบสถ ว่ามีผู้ใดรู้จักบุคคลในภาพ ซึ่งเป็นบิดาของตนบ้างหรือไม่[1] ตามที่นางทิพย์มณฑา มารดาสั่งเสียไว้ก่อนเสียชีวิต เมื่อได้รับคำตอบว่า ไม่มีใครเคยพบเห็นนายคัตซูมิแต่อย่างใด ด.ช.เคอิโงะ ก็มักตกอยู่ในอาการเศร้าซึม และบางครั้งถึงกับร้องไห้ด้วยความเสียใจ โดยหนังสือพิมพ์ข่าวสด ตีพิมพ์ข่าวดังกล่าวเป็นครั้งแรก ในฉบับวันอังคารที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2552 ต่อมา หนังสือพิมพ์อีกหลายฉบับ เช่น ไทยรัฐ เดลินิวส์ คมชัดลึก เป็นต้น ตลอดจนรายการโทรทัศน์ต่างๆ เริ่มเกาะติดรายงานเรื่องราวของ ด.ช.เคอิโงะ กันอย่างต่อเนื่อง[2]

จนกระทั่งสามารถติดต่อบิดา และได้พูดคุยกันทางโทรศัพท์ จากการประสานงานของสถานเอกอัครราชทูตไทยประจำประเทศญี่ปุ่น และสถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย นำมาสู่การพบกันเป็นครั้งแรกที่ประเทศไทย ระหว่างวันที่ 2-6 ตุลาคม พ.ศ. 2552 โดยได้เดินทางไปลงนามถวายพระพรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ให้ทรงหายจากพระอาการประชวร ที่ศาลาศิริราช ๑๐๐ ปี โรงพยาบาลศิริราช จากนั้นไปรับประทานอาหารค่ำบนเรือสำราญในแม่น้ำเจ้าพระยา ของโรงแรมมณเฑียรริเวอร์ไซด์ วันรุ่งขึ้นทั้งสองเดินทางไปว่ายน้ำด้วยกันที่สวนสยาม ก่อนที่จะเดินทางไปจังหวัดพิจิตร เพื่อทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้มารดา พร้อมทั้งเดินทางไปเยี่ยมชมสถานที่ท่องเที่ยวของจังหวัดพิจิตร และนมัสการพระพุทธชินราช จังหวัดพิษณุโลก ตลอดจนบิดาไปให้กำลังใจ ในการสอบปลายภาคเรียนที่ 1 เป็นวันแรกด้วย ก่อนที่จะเดินทางไปส่งบิดากลับประเทศญี่ปุ่น ที่ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ

ทั้งนี้ ยังมีค่ายเพลงสนับสนุนให้ ด.ช.เคอิโงะ ออกอัลบั้มเพลงชุด พ่อจ๋าอยู่ไหน โดยมีเพลงชื่อเดียวกับอัลบั้ม ที่เล่าถึงชีวิตของตน และเพลงหมวยแพนด้า ซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวกับหลินปิง ลูกแพนด้ายักษ์เพศเมีย แห่งสวนสัตว์เชียงใหม่ ซึ่งมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักในหมู่ชาวไทย นอกจากนี้ บริษัทผู้ผลิตการ์ตูนญี่ปุ่น และการ์ตูนไทย ยังได้ติดต่อขอนำประวัติของ ด.ช.เคอิโงะ เพื่อผลิตเป็นหนังสือการ์ตูนอีกด้วย รวมถึง บริษัท บี แอนด์ เอ ดิสทริบิวชั่น จำกัด ในเครือ สิงห์ คอร์ปอเรชั่น ผู้จัดจำหน่ายเบียร์อาซาฮี ที่ให้การสนับสนุนยานพาหนะ และค่าใช้จ่ายในการเดินทางท่องเที่ยวประเทศไทยของสองพ่อลูก โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อตอนที่ ด.ช.เคอิโงะ กำลังศึกษาในชั้นประถมศึกษาปีที่ 4/1 โรงเรียนอนุบาลเมืองท่าหลวงสงเคราะห์ อำเภอเมือง จังหวัดพิจิตร

ในปัจจุบัน ด.ช.เคอิโงะ กำลังศึกษาในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนพิจิตรพิทยาคม อำเภอเมือง จังหวัดพิจิตร

อ้างอิง[แก้]

  • หนังสือ ผมชื่อเคอิโงะครับ!! (สนพ.แอคชั่นเฟรมคิดส์)

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]