เครื่องช๊อตไฟฟ้า

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
เครื่องช๊อตไฟฟ้าของตำรวจ

เครื่องช๊อตไฟฟ้า[1] เป็นอุปกรณ์ป้องกันตัว ชนิดที่ใช้กระแสไฟฟ้าทำร้าย โดยจี้ไปยังส่วนต่างๆ ของร่างกาย ไฟฟ้าก็จะวิ่งผ่านกล้ามเนื้อส่วนนั้น ซึ่งก็ไม่ได้หยุดคนร้ายได้เท่าไรนัก เพราะจะทำร้ายกล้ามเนื้อบางส่วนเท่านั้น กล้ามเนื้อส่วนอื่นแขนขาก็ยังใช้งานได้

[แก้] กฎหมายควบคุม

กฎหมายประเทศไทย[2] เครื่องช๊อตไฟฟ้า เป็นอาวุธโดยสภาพ ผิดกฎหมาย สามารถใช้เพื่องานราชการเท่านั้น

[แก้] การทำงาน

ผู้จำหน่ายเครื่องช๊อตไฟฟ้าในประเทศไทย โดยทั่วไป จะกล่าวถึงความสามารถของเครื่องช๊อตไฟฟ้าด้วยความต่างศักดิ์(โวลต์)ที่เครื่องช๊อตไฟฟ้าทำได้ แต่ความเป็นจริงอันตรายที่เกิดขึ้น กับมนุษย์ไม่ใช่ ความต่างศักดิ์ (โวลต์) แต่เป็น กระแสไฟฟ้า (แอมป์) กระแสที่วิ่งผ่านเราไม่กี่แอมป์ เราก็ตายแล้ว ดังนั้นการวัดว่าเครื่องช๊อตไฟฟ้า มีอันตรายมากหรือน้อย ต้องตรวจสอบจากกระแส (แอมป์) ที่เครื่องช๊อตไฟฟ้าชิ้นนั้นทำได้ ไม่ใช่ความต่างศักย์ (โวลต์) ตามที่มีการโฆษณากัน[3]

ระดับกระแสช็อค ผลของกระแสไฟฟ้าที่ไหลผ่านหัวใจ วิธีรักษา
ต่ำกว่า 2 มิลลิแอมป์ ไม่มีผลต่อร่างกายเกิดความรู้สึกจักกระจี้
2-8 มิลลิแอมป์ 1. มีผลกระทบกระเทือนต่อระบบประสาท

2. เจ็บปวดอย่างรุนแรงเกิดอาการช็อคที่ไม่ถึงขั้นอันตราย

8-20 มิลลิแอมป์ 1. มีผลกระทบกระเทือนต่อระบบประสาท

2. ไม่สามารถปล่อยหรือแบมือออกได้ เนื่องจากการหดตัวของกล้ามเนื้อ 3. ถ้าถูกกระแสไฟฟ้าขนาด 20มิลลิแอมป์โดยทันทีทันใดจะได้รับอันตรายจากการเกิดกล้ามเนื้อฉีก ถ้าน้อยกว่านี้จะไม่มีอันตราย

20-50 มิลิแอมป์ 1. มีผลกระทบกระเทือนต่อระบบประสาท

2. กล้ามเนื้อหน้าอกหดตัวอย่างรุนแรง 3. มีอากาศอัดอยู่ในปอดมากผิดปกติ ทำให้ปอดทำงานได้ไม่เต็มที่ 4. ไม่สามารถปล่อยมือออกได้ 5. เกิดของเสียขึ้นในกระแสเลือด มีผลทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในทางผิดปกติในเซลของสมองและทำให้เสียชีวิตในเวลาเพียง 2-3 นาที

ถ้าช่วยปฐมพยาบาล ด้วยการให้ลมหายใจโดยตรงทางปากอย่างทันท่วงที
50-1,000 มิลลิแอมป์ 1. มีผลกระทบกระเทือนต่อระบบประสาท

2. หัวใจเริ่มเต้นในลักษณะไม่ประสานงานกัน คือ ไม่เป็นจังหวะตามปกติมี ผลทำให้การหมุนเวียนของเลือดหยุดลง แม้ถูกกระแสไฟฟ้าชอร์ตแค่ 1/10 วินาทีก็สามารถทำให้เกิดอาการกล้ามเนื้อกระตุก กระแสในระดับนี้และไหลผ่านร่างกายประมาณ 1 วินาที หรือนานกว่านั้นอาจทำให้กล้ามเนื้อหัวใจกระตุก ซึ่งมีผลให้หัวใจสูบฉีดเลือดไม่ได้

มีวิธีเดียวที่จะทำให้หัวใจกลับทำงานตามปกติได้ โดยใช้เครื่องที่ทำให้กล้ามเนื้อหัวใจหยุดอาการกระตุกหรือหดตัว และต้องช่วยปฐมพยาบาลด้วยการนวดหัวใจและช่วยหายใจด้วยวิธีเป่าปากจนกว่าหัวใจจะกลับเต้นตามจังหวะปกติ หรือการใช้สารทางเคมีเข้าช่วย เช่น การฉีดยาจำพวกอะเซทิลคอนลิน
กระแสปริมาณที่สูงกว่าที่กล่าวมาแล้ว 1. เนื้อเยื่อไหม้อย่างรุนแรง

2. ไม่เกิดอาการกล้ามเนื้อกระตุก 3. เกิดการรวมตัวของมายโอโกลบิน (Myoglobin) ซึ่งมีลักษณะเป็นน้ำเมือก ขึ้นทั่วไปในเนื้อ ซึ่งมีผลให้กล้ามเนื้อไม่ทำงาน

จำเป็นต้องได้รับการดูแลจากแพทย์อย่างดี และให้ดื่มโซเดียมไบคาร์บอเนต

[แก้] อ้างอิง

  1. ^ จาก บทสัมภาษณ์ ไทยบอดี้การ์ด http://www.thaibodyguard.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=577411&Ntype=777
  2. ^ จาก บทสัมภาษณ์ พ.ต.ท.โชติวิเชียร วิเชียรโชติ รอง ผกก.5บก.ส1 ในรายการภัยรายวัน http://www.thaibodyguard.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=538664741&Ntype=777
  3. ^ จาก บทความการทดสอบเครื่องช๊อตไฟฟ้า ไทยบอดี้การ์ด http://www.thaibodyguard.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=422603