ปูนซิเมนต์ไทย
| บทความนี้ต้องการการจัดหน้า จัดหมวดหมู่ ใส่ลิงก์ภายใน หรือเก็บกวาดเนื้อหา ให้มีคุณภาพดีขึ้น คุณสามารถปรับปรุงแก้ไขบทความนี้ได้ และนำป้ายออก พิจารณาใช้ป้ายข้อความอื่นเพื่อชี้ชัดข้อบกพร่อง |
| บทความนี้ไม่มีการอ้างอิงจากเอกสารอ้างอิงหรือแหล่งข้อมูล โปรดช่วยพัฒนาบทความนี้โดยเพิ่มแหล่งข้อมูลน่าเชื่อถือ เนื้อหาที่ไม่มีการอ้างอิงอาจถูกคัดค้านหรือนำออก |
| บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) | |
|---|---|
| ประเภท | บริษัทมหาชน (SET:SCC) |
| ก่อตั้งเมื่อ | 14 มิถุนายน พ.ศ. 2456 จดทะเบียน: 8 ธันวาคม พ.ศ. 2456 (99 ปี)[1] |
| สำนักงานใหญ่ | เลขที่ 1 ถนนปูนซิเมนต์ไทย เขตบางซื่อ กรุงเทพมหานคร |
| บุคลากรหลัก | จิรายุ อิศรางกูร ณ อยุธยา ประธานกรรมการ กานต์ ตระกูลฮุน กรรมการผู้จัดการใหญ่ |
| ผลิตภัณฑ์ | วัสดุก่อสร้าง |
| รายได้ | 7.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (2552) |
| จำนวนพนักงาน | 30,000 คน |
| คำขวัญ | Drawing the future. |
| เว็บไซต์ | www.scg.co.th |
บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ เครือซิเมนต์ไทย (อังกฤษ: Siam Cement Group ชื่อย่อ: SCG) หรือที่นิยมเรียกว่า "ปูนใหญ่" ปัจจุบันใช้ชื่อเรียกทั้งกลุ่มธุรกิจว่า "เอสซีจี" เริ่มดำเนินการครั้งแรกเป็นผู้ผลิตปูนซิเมนต์และต่อมาได้มีการขยายกิจการไปสู่ผลิตภัณฑ์อื่นๆอีกมากมาย อาทิเช่น ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง กระดาษ โลหะ เครื่องจักรกล ปิโตรเคมี ธุจกิจจัดจำหน่าย เป็นต้น มีสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ประมาณ 30% ที่เหลืออีก 70% ถือหุ้น โดยนักลงทุนทั่วไป และนักลงทุนสถาบัน
เนื้อหา |
ประวัติ [แก้]
ในปีพุทธศักราช 2456 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 6) มีพระบรมราชโองการ โปรดเกล้าฯ ให้ก่อตั้ง บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด ขึ้น ด้วยพระราชประสงค์ที่จะให้ประเทศไทยผลิตปูนซีเมนต์ใช้เอง ลดการพึ่งพาการนำเข้าจากต่างประเทศ และเพื่อจัดสรรการใช้ทรัพยากรภายในประเทศอย่างคุ้มค่า
บริษัทปูนซิเมนต์ไทย ได้มีวิวัฒนาการอย่างต่อเนื่องตลอดมา ตามสถานการณ์ และสภาพแวดล้อมทางธุรกิจและสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป จนเป็น “เครือซิเมนต์ไทย”(SCG) กลุ่มบริษัทอุตสาหกรรมที่มีประวัติยาวนานที่สุด และใหญ่ที่สุดในประเทศไทย
ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ [แก้]
- ข้อมูล ณ วันที่ 9 มกราคม 2556 [2]
| ลำดับที่ | รายชื่อผู้ถือหุ้น | จำนวนหุ้นสามัญ | สัดส่วนการถือหุ้น |
| 1 | สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ | 360,000,000 | 30.00% |
| 2 | บริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ จำกัด | 128,231,197 | 10.69% |
| 3 | CHASE NOMINEES LIMITED 42 | 47,201,132 | 3.93% |
| 4 | STATE STREET BANK AND TRUST COMPANY | 34,903,181 | 2.91% |
| 5 | BNP PARIBAS SECURITIES SERVICES LUXEMBOURG | 31,345,736 | 2.61% |
เครือซิเมนต์ไทย หรือ SCG [แก้]
ปัจจุบัน SCG มีบริษัทสำคัญกว่า 100 บริษัท มีพนักงานทั้งสิ้นประมาณ 28,000 คน ผลิตสินค้ากว่า 64,000 รายการ เพื่อจำหน่ายทั้งในประเทศและส่งออกไปยังทุกภูมิภาคทั่วโลก แต่เดิม SCG ดำเนินธุรกิจอยู่ในหลากหลายกลุ่มอุตสาหกรรม แต่หลังจากวิกฤตการณ์ทางการเงินในเอเชีย พ.ศ. 2540 SCG ได้มีการปรับโครงสร้างการบริหารและการดำเนินธุรกิจขนานใหญ่ จนกระทั่งในปัจจุบัน SCG คงเหลือไว้ซึ่งกลุ่มธุรกิจที่สำคัญ 6 กลุ่ม ได้แก่ ซีเมนต์ ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง ปิโตรเคมี กระดาษและบรรจุภัณฑ์ ธุรกิจจัดจำหน่าย และธุรกิจการลงทุน
กลุ่มธุรกิจซีเมนต์ หรือ SCG Cement [แก้]
ธุรกิจซีเมนต์ถือเป็นธุรกิจแรกของ SCG เกิดขึ้นพร้อมกับการก่อตั้งบริษัทปูนซิเมนต์ไทย จำกัด ในปี พ.ศ. 2456 และถือเป็นผู้ผลิตปูนซีเมนต์รายแรกของประเทศไทย แรกเริ่มมีผลิตภัณฑ์ คือ ปูนตราช้าง ปูนตราเสือ และ ปูนตราเอราวัณ(ในอดีต) เป็นหลัก ในปัจจุบัน SCG Cement ได้มีการขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่องประกอบกับการวิจัยและพัฒนาทำให้มีผลิตภัณฑ์และบริการออกสู่ท้องตลาดอีกหลากหลาย อาทิเช่น ปูนซีเมนต์ คอนกรีตผสมเสร็จ ผลิตภัณฑ์คอนกรีต ปูนซีเมนต์ขาว และวัสดุทนไฟ รวมทั้งให้บริการด้านเทคนิคและการติดตั้งโรงงานแก่ลูกค้าทั้งในและนอก SCG โดยมีบริษัทหลักคือ บริษัทปูนซิเมนต์ไทยอุตสาหกรรม จำกัด และมีธุรกิจปูนซีเมนต์ในประเทศกัมพูชา K-Cement
กลุ่มธุรกิจผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง หรือ SCG Building Materials [แก้]
SCG เริ่มเข้าสู่ธุรกิจผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง ในปี พ.ศ. 2481 นับเป็นธุรกิจที่สองของ SCG โดยเริ่มจากการผลิตกระเบื้องมุงหลังคา ปัจจุบันธุรกิจผลิตภัณฑ์ก่อสร้างมีการผลิตและจำหน่ายวัสดุก่อสร้าง และสินค้าตกแต่งหลากหลายประเภท ประกอบด้วย ผลิตภัณฑ์หลังคา กระเบื้องเซรามิก สุขภัณฑ์ ก๊อกน้ำ บล็อกปูถนน ฉนวนกันความร้อน และ ถังเก็บน้ำ ถังบำบัด
กลุ่มธุรกิจจัดจำหน่าย หรือ SCG Distribution [แก้]
SCG เริ่มเข้าสู่ธุรกิจจัดจำหน่าย ในปี พ.ศ. 2505 ปัจจุบันธุรกิจจัดจำหน่าย ดำเนินธุรกิจการค้าภายในประเทศผ่านผู้แทนจำหน่าย การค้าระหว่างประเทศ รวมทั้ง บริการด้านการขนส่ง กระจายสินค้า และคลังสินค้า ได้พัฒนาช่องทางการค้าปลีก และมีธุรกิจนำเข้า และส่งออกสินค้าในทุกทวีปทั่วโลกผ่าน บริษัท เอสซีจี ค้าสากล จำกัด หรือ SCG Trading
กลุ่มธุรกิจกระดาษ หรือ SCG Paper [แก้]
SCG เข้าสู่ธุรกิจกระดาษ ในปี พ.ศ. 2519 ปัจจุบันธุรกิจกระดาษมีการผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์กระดาษแบบครบวงจรรายใหญ่ที่สุดของประเทศไทย ประกอบด้วย เยื่อกระดาษ กระดาษพิมพ์เขียน กระดาษอุตสาหกรรม และบรรจุภัณฑ์
กลุ่มธุรกิจปิโตรเคมี หรือ SCG Chemicals [แก้]
SCG เข้าสู่ธุรกิจเคมีภัณฑ์ในปี พ.ศ. 2526 ปัจจุบัน ธุรกิจเคมีภัณฑ์ ผลิตและจำหน่าย เคมีภัณฑ์ครบวงจร ตั้งแต่ขั้นต้น ได้แก่ โอเลฟินส์ ขั้นกลาง ได้แก่ สไตรีนมอนอเมอร์ พีทีเอ และเอ็มเอ็มเอ และขั้นปลาย ได้แก่ เม็ดพลาสติกหลักทั้ง4 ประเภท ได้แก่ โพลิเอททีลีน โพลิโพรไพลีน พอลิไวนิลคลอไรด์ และพอลิสไตรีน โดยมีบริษัทหลักคือ บริษัท เอสซีจี เคมิคอลส์ จำกัด
ธุรกิจการลงทุน หรือ SCG Investment [แก้]
บริษัทซิเมนต์ไทย โฮลดิ้ง ดูแลด้านการลงทุนในกิจการต่างๆ ของ SCG ซึ่งบริษัทส่วนใหญ่ในกลุ่มนี้เป็น บริษัทร่วมทุนกับบริษัทชั้นนำในต่างประเทศ อาทิ Kubota, Yamato Kogyo, Aisin Takaoka Group, Nippon Steel, Toyota Motor, Michelin, Hayes Lemmerz International เป็นต้น นอกจากนี้ยังดูแลธุรกิจที่ดิน อุตสาหกรรมร่วมกับ Hemaraj Development
อุดมการณ์ในการดำเนินธุรกิจ [แก้]
แนวทางในการดำเนินธุรกิจของ SCG นั้นประกอบด้วย 4 สิ่ง คือ "ตั้งมั่นในความเป็นธรรม มุ่งมั่นในความเป็นเลิศ เชื่อมั่นในคุณค่าของคน ถือมั่นในความรับผิดชอบต่อสังคม" ซึ่งยึดถือเป็นแนวปฏิบัติกของพนักงานทุกคนไล่มาตั้งแต่ระดับคณะจัดการ จนกระทั่งถึงพนักงานทุกระดับ
ตั้งมั่นในความเป็นธรรม [แก้]
ผู้ที่เกี่ยวข้องกับ SCG ไม่ว่าจะเป็นผู้ใช้สินค้า ผู้ถือหุ้น หุ้นส่วนธุรกิจ ผู้ที่ดำเนินธุรกิจด้วย หรือพนักงาน จะต้องได้รับการปฏิบัติอย่างเป็นธรรม ขณะประกอบธุรกิจ หรือทำงานร่วมกับ SCG
มุ่งมั่นในความเป็นเลิศ [แก้]
มุ่งกระทำการทุกอย่าง ด้วยความตั้งใจให้เกิดผลในทางที่ดีกว่าเสมอ โดยมุ่งมั่นที่จะประกอบธุรกิจอย่างดีเยี่ยม เต็มความสามารถ ขณะเดียวกันก็พยายามหาแนวทาง การพัฒนาสู่ความเป็นเลิศอยู่ตลอดเวลา และอย่างต่อเนื่อง
เชื่อมั่นในคุณค่าของคน [แก้]
ให้ความสำคัญต่อ คุณค่าของพนักงาน และถือว่าเขาเหล่านั้นคือสมบัติที่มีค่าที่สุดพยายามคัดสรรบุคลากร ที่มีความรู้ความสามารถ และมีคุณธรรมเข้ามาร่วมงาน ให้การฝึกฝน พัฒนา และดูแลอย่างดี ด้วยสวัสดิการ และผลตอบแทนตามสมควร
ถือมั่นในความรับผิดชอบต่อสังคม [แก้]
ตั้งเจตนารมณ์ไว้ว่า จะดำเนินธุรกิจโดยคำนึงถึงหน้าที่ และความรับผิดชอบที่พึงมีต่อ ประเทศชาติและสังคมส่วนรวมเป็นสำคัญจะประพฤติตนเป็นพลเมืองดีทำประโยชน์ให้แก่สังคม และทุกชุมชนที่ SCG ดำเนินธุรกิจอยู่
อ้างอิง [แก้]
แหล่งข้อมูลอื่น [แก้]
|
||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||