เคราร์ด ดาฟิด

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
เคราร์ด ดาฟิด
Annunciation of the Virgin, Gerard David 001.jpg
"Die Jungfrau der Verkündigung" ราว ค.ศ. 1500-1510


วันเกิด ราว ค.ศ. 1460
วันเสียชีวิต 13 สิงหาคม ค.ศ. 1523
บรูช, ประเทศเนเธอร์แลนด์ (ปัจจุบันอยู่ในประเทศเบลเยียม)
เชื้อชาติ เนเธอร์แลนด์
สาขา จิตรกรรม
ประเภทงาน หนังสือวิจิตร, คริสต์ศาสนา
ยุค เนเธอร์แลนด์เริ่มแรก
อิทธิพลจาก ดีร์ก เบาตส์, อัลเบิร์ต ฟัน เอาเดอวาเตอร์, ฮันส์ แม็มลิง
อิทธิพลต่อ อาดรียาน อีเซินบรันต์, อัลเบิร์ต กอร์เนลิส, อัมโบรเซียส เบนสัน, โยอาคิม ปาตีนีร์ , ยัน โคสซาร์ต

เคราร์ด ดาฟิด (ดัตช์: Gerard David; ราว ค.ศ. 1460 - 13 สิงหาคม ค.ศ. 1523) เป็นจิตรกรชาวดัตช์ในสมัยเนเธอร์แลนด์เริ่มแรกในคริสต์ศตวรรษที่ 16 ผู้มีความเชี่ยวชาญทางการเขียนภาพสำหรับหนังสือวิจิตร ประวัติศาสตร์ คริสต์ศาสนา ภูมิทัศน์ และชีวิตประจำวัน

ชีวิต[แก้]

เคราร์ด ดาฟิดเกิดที่เอาเดอวาเตอร์ (Oudewater) ในปัจจุบันเป็นส่วนหนึ่งของจังหวัดยูเทรกต์ และใช้เวลาในสมัยรุ่งเรืองในการอาชีพในบรูชที่ดาฟิดเป็นสมาชิกของสมาคมช่างนักบุญลูกา เมื่อฮันส์ แม็มลิง เสียชีวิตในปี ค.ศ. 1494 ดาฟิดก็กลายเป็นช่างเขียนคนสำคัญแทนที่

หลังจากที่เสียชีวิตไปแล้ว งานของดาฟิดถูกลืมกันไปจนถึงต้นคริสต์ทศวรรษ 1860 เมื่อวิลเลียม เฮนรี เจมส์ วีล ทำงานค้นคว้าที่หอหนังสือเอกสารของเมืองบรูช และพบข้อมูลเกี่ยวกับชีวิตของดาฟิด ที่ทำให้วีลเริ่มสร้างภาพพจน์ของจิตรกรโดยเริ่มด้วยภาพเดียวที่มีบันทึกหลักฐานไว้ ("เวอร์จินในหมู่เวอร์จิน") ที่รูอ็อง[1] ตามหลักฐานดาฟิดมาตั้งบ้านเรือนอยู่ที่เมืองบรูชในปี ค.ศ. 1483 ที่อาจจะย้ายมาจากฮาร์เลมที่ดาฟิดเริ่มงานเขียนภายใต้อิทธิพลของอัลเบิร์ต ฟัน เอาเดอวาเตอร์ (Albert van Oudewater) ดาฟิดเข้าเป็นสมาชิกสมาคมช่างนักบุญลูกาที่บรูช ในปี ค.ศ. 1484 (และเป็นนายกของสมาคมในปี ค.ศ. 1501) ในปี ค.ศ. 1496 ดาฟิดก็แต่งงานกับกอร์เนเลีย กโนป ลูกสาวของนายกสมาคมช่างทอง และได้กลายมาเป็นพลเมืองชั้นนำของบรูช ดาฟิดเสียชีวิตที่บรูชเมื่อวันที่ 13 สิงหาคม ค.ศ. 1523[2]

งาน[แก้]

งานในสมัยแรกของดาฟิดเป็นงานที่เขียนตามแบบจิตรกรของฮาร์เลมเช่นดีร์ก เบาตส์, อัลเบิร์ต ฟัน เอาเดอวาเตอร์ และเคร์ตเคิน โตต ซินต์ ยันส์ (Geertgen tot Sint Jans) แต่ดาฟิดเองก็เริ่มมีความสามารถในการใช้สี งานในช่วงนี้ก็ได้แก่ภาพ "นักบุญจอห์น" (งานสะสมเคาฟ์มันน์ในเบอร์ลิน) และ "นักบุญเจอโรม" เมื่อมาถึงบรูช ดาฟิดก็ลอกเลียนงานของยัน ฟัน ไอก์, โรเคียร์ ฟัน เดอร์ไวเดิน และฮือโค ฟัน เดอร์คุส นอกจากนั้นก็ยังได้รับอิทธิพลโดยตรงจากฮันส์ แม็มลิง ที่ดาฟิดติดตามอย่างใกล้ชิด ดาฟิดศึกษาและได้รับลักษณะการเขียนหลายอย่างจากแม็มลิงที่รวมทั้งการวางลักษณะภาพ การวาดให้เป็นสัจนิยมมากขึ้น และการจัดองค์ประกอบของตัวแบบในภาพ

งานของศิลปินมีชื่ออีกคนหนึ่งที่มีอิทธิพลต่องานช่วงต่อมาในชีวิตเมื่อดาฟิดเดินทางไปแอนต์เวิร์ป ในปี ค.ศ. 1515 และได้รับความประทับใจจากงานเขียนของกวินเติน มัตไซส์ (Quinten Matsijs) ผู้ทำให้ดาฟิดเข้าใจถึงความมีชีวิตและความใกล้ชิดของภาพเขียนในหัวเรื่องทางศาสนา ภาพ "ปีเอตา" (หอศิลป์แห่งชาติ ลอนดอน) และภาพ "ชะลอร่างจากกางเขน" (งานสะสมกาวัลโลที่ปารีส) เป็นตัวอย่างของงานจากช่วงนี้และเป็นภาพที่แสดงความเป็นนาฏกรรมที่เด่น แต่งานชิ้นที่สำคัญที่สุดของดาฟิดคืองานฉากแท่นบูชาที่เขียนก่อนที่จะเดินทางไปแอนต์เวิร์ป ได้แก่ "การแต่งงานของนักบุญแคเธอริน" (หอศิลป์แห่งชาติ ลอนดอน); บานพับภาพ "พระแม่มารีบนบัลลังก์และนักบุญ" (งานสะสมบริญโญเล-ซาเลที่เจนัว); "การประกาศของเทพ" (งานสะสมซีคมาริงเงิน) และที่ดีเด่นที่สุดก็คือภาพ "พระแม่มารีกับเทวดาและนักบุญ" ที่เขียนให้กับชีคาร์มิไลต์ (Carmelite) ในบรูชที่ปัจจุบันอยู่ในพิพิธภัณฑ์ที่รูอ็อง

บรูชมีภาพเขียนของดาฟิดเหลืออยู่เพียงไม่กี่ภาพ ได้แก่ "การตัดสินของแคมไบซีส" (The Judgment of Cambyses), "การถลกหนังซิแซมนิส" (The Flaying of Sisamnes), "พระเยซูรับศีลจุ่ม" และ "พระเยซูแปรรูป" นอกจากนั้นก็กระจัดกระจายไปทั่วโลก ชื่อเสียงของดาฟิดมาฟื้นฟูขึ้นอีกครั้งเมื่อภาพเขียนของดาฟิดเป็นส่วนหนึ่งของการแสดงภาพเขียนของจิตรกรชั้นครูของเฟลมิชจากสมัยเนเธอร์แลนด์เริ่มแรก ในปี ค.ศ. 1902

นอกจากงานจิตรกรรมแล้ว ดาฟิดก็ยังเขียนภาพสำหรับหนังสือวิจิตร เช่นในงาน "เวอร์จินในหมู่เวอร์จิน" (ห้องสมุดมอร์แกน) และภาพเหมือนของจักรพรรดิมักซีมีเลียนในเวียนนา นอกจากนั้นก็มีงานวาดเส้น และงานบางชิ้นก็มีอิทธิพลต่อจิตรกรในหลายสิบปีต่อมา[3]

ในเวลาที่ดาฟิดเสียชีวิตการเป็นเมืองศูนย์กลางของบรูชในทางศิลปะก็เริ่มลดถอยลง โดยมีแอนต์เวิร์ปเข้ามาแทนที่ทั้งในด้านการเมืองและการค้าขาย ในบรรดาลูกศิษย์ของดาฟิดในบรูชก็ได้แก่อาดรียาน อีเซินบรันต์ (Adriaen Isenbrant), อัลเบิร์ต กอร์เนลิส (Albert Cornelis) และอัมโบรเซียส เบนสัน (Ambrosius Benson) ที่กลายมาเป็นจิตรกรมีชื่อ ส่วนในบรรดาจิตรกรเฟลมิชโยอาคิม ปาตีนีร์ (Joachim Patinir) และยัน โคสซาร์ต (Jan Gossaert) ก็ได้รับอิทธิพลของดาฟิดบ้าง

อ้างอิง[แก้]

  1. Weale, "Gerard David, Painter and Illuminator" 1895; the "Virgo inter Virgines" appears in a ค.ศ. 1527 inventory of the Carmelite convent of Sion at Bruges.
  2. Additional documents were presented by Hans J. van Miegroet, "New Documents Concerning Gerard David" "The Art Bulletin" "'69"'.1 (March 1987:33-44).
  3. T Kren & S McKendrick (eds), "Illuminating the Renaissance - The Triumph of Flemish Manuscript Painting in Europe", Getty Museum/Royal Academy of Arts, pp. 344-365, 2003, ISBN 19033973287

ดูเพิ่ม[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

วิกิมีเดียคอมมอนส์มีสื่อเกี่ยวกับ เคราร์ด ดาฟิด

ระเบียงภาพ[แก้]