เขตปลอดภัยนานกิง

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

เขตปลอดภัยนานกิง (จีนตัวย่อ: 南京安全区; จีนตัวเต็ม: 南京安全區; พินอิน: Nánjīng Anquán Qǖ; ญี่ปุ่น: 南京安全区 Nankin Anzenku, 南京安全地帯, Nankin Anzenchitai) เป็นเขตปลอดทหารสำหรับพลเรือนชาวจีนซึ่งจัดตั้งขึ้นก่อนหน้ายุทธการนานกิง (22 พฤศจิกายน 1937) โดยยึดเอาตัวอย่างจากหลวงพ่อพระเยซูอิตในเซี่ยงไฮ้ ชาวต่างชาติในนานกิงได้ก่อตั้งเขตปลอดภัยนานกิงขึ้น อยู่ภายใต้การจัดการโดยคณะกรรมการระหว่างประเทศว่าด้วยเขตปลอดภัยนานกิง นำโดยนักธุรกิจชาวเยอรมันและสมาชิกพรรคนาซี ยอน ราเบอ เขตและกิจกรรมของคณะกรรมการดังกล่าวมีส่วนช่วยชีวิตพลเรือนชาวจีนหลายพันคนระหว่างการสังหารหมู่นานกิง

การอพยพนานกิง[แก้]

ชาวตะวันตกจำนวนมากอาศัยอยู่ในนานกิงระหว่างสงครามจีน-ญี่ปุ่นครั้งที่สอง โดยประกอบอาชีพค้าขายหรือเป็นคณะเผยแผ่ศาสนา เมื่อกองทัพญี่ปุ่นรุกคืบมายังนานกิง รัฐบาลจีนได้ย้ายเมืองหลวงไปยังฮ่านโคว ชาวตะวันตกส่วนใหญ่ได้หลบหนีออกจากเมืองเช่นกัน อย่างไรก็ตาม มีชาวตะวันตกจำนวนหนึ่งที่ตัดสินใจอยู่ต่อ ไม่เป็นที่ทราบแน่ชัดว่ามีชาวตะวันตกที่ยังตัดสินใจอยู่ต่อจำนวนเท่าใดและมีใครบ้าง โดยจำนวนดังกล่าวอยู่ระหว่าง 20 ถึง 30 คน เดวิด แอสคิว ได้วิเคราะห์แหล่งข้อมูลจากหลายแห่งซึ่งให้ข้อมูลตัวเลขชาวตะวันตกผู้ยังเหลืออยู่ในนานกิงที่แตกต่างกัน ตามข้อมูลของแอสคิว ตัวเลขประมาณที่ดีที่สุดควรจะเป็น 27 คน ในจำนวนนนี้มี 5 คนที่เป็นนักหนังสือพิมพ์และหลบหนีออกจากเมืองเมื่อวันที่ 16 ธันวาคม ไม่กี่วันหลังจากนานกิงตกอยู่ในเงื้อมมือของญี่ปุ่น[1]

นอกเหนือจากนักหนังสือพิมพ์ 5 คนนี้แล้ว ชาวตะวันตกคนอื่น ๆ ที่ยังเหลืออยู่ในนานกิงเป็นนักธุรกิจ แพทย์และหมอสอนศาสนา ซึ่งเกือบทั้งหมดเป็นสมาชิกของคณะกรรมการระหว่างประเทศว่าด้วยเขตปลอดภัยนานกิง หรือไม่ก็คณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศนานกิง

การก่อตั้งเขตปลอดภัย[แก้]

ชาวตะวันตกที่ยังเหลืออยู่ในเมืองได้ก่อตั้งเขตปลอดภัยนานกิง ซึ่งประกอบด้วยค่ายผู้ลี้ภัยซึ่งกินพื้นที่ราว 3.4 ตารางไมล์ (8.6 ตารางกิโลเมตร) เขตปลอดภัยมีถนนล้อมรอบทั้งสี่ด้าน โดยค่ายผู้ลี้ภัยทั้ง 25 แห่งกระจุกตัวรอบสถานทูตอเมริกัน คิดเป็นพื้นที่ประมาณเซ็นทรัลพาร์กในนครนิวยอร์ก

เพื่อประสานงานการทำงาน ชาวตะวันตกได้จัดตั้งคณะกรรมการระหว่างประเทศว่าด้วยเขตปลอดภัยนานกิง ยอน ราเบอได้รับเลือกให้เป็นหัวหน้าคณะกรรมการดังกล่าว ส่วนหนึ่งเป็นเพราะสถานภาพการเป็นสมาชิกพรรคนาซีและการลงนามในสนธิสัญญาต่อต้านองค์การคอมมิวนิสต์สากลสองฝ่ายระหว่างเยอรมนี-ญี่ปุ่น

การยอมรับ[แก้]

เมืองนานกิงยอมรับการมีอยู่ของเขตปลอดภัยดังกล่าว โดยส่งเงินสดและอาหาร ตลอดจนส่งเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยไปประจำอยู่ในเขต วันที่ 1 ธันวาคม ค.ศ. 1937 นายกเทศมนตรีเมืองนานกิง มา เชา-ชุน ได้ส่งอพยพพลเมืองจีนที่ยังหลงเหลืออยู่ในนานกิงเข้าไปในเขตปลอดภัยก่อนที่ตนเองจะหลบหนีออกจากเมือง

ฝ่ายญี่ปุ่นไม่ได้ยอมรับการมีอยู่ของเขตปลอดภัย แต่ก็ตกลงที่จะไม่โจมตีส่วนของเมืองที่ไม่มีทหารจีนประจำอยู่ สมาชิกคณะกรรมการระหว่างประเทศว่าด้วยเขตปลอดภัยนานกิงจึงพยายามเกลี้ยกล่อมให้รัฐบาลจีนเคลื่อนย้ายทหารออกจากพื้นที่ดังกล่าว

การสังหารหมู่[แก้]

ดูบทความหลักที่: การสังหารหมู่นานกิง

ฝ่ายญี่ปุ่นเคารพขอบเขตของเขตปลอดภัยนานกิง ไม่มีการยิงกระสุนปืนใหญ่ตกลงในส่วนอันนำไปสู่การยึดครองของญี่ปุ่น ยกเว้นกระสุนบางนัดที่หลงเข้ามา ระหว่างความโกลาหลอันเกิดจากการโจมตีนานกิง มีบางคนถูกฆ่าในเขตปลอดภัย แต่ความโหดร้ายที่เกิดขึ้นในส่วนที่เหลือของเมืองก็ยังมากกว่าตามคำบอกเล่า

ความโหดร้ายที่ทหารญี่ปุ่นกระทำในเขตปลอดภัยนั้นเป็นเพียงส่วนเล็ก ๆ ในการสังหารหมู่นานกิงที่ใหญ่กว่ามาก คณะกรรมการระหว่างประเทศได้ร้องขอให้กองทัพญี่ปุ่นหยุดการกระทำดังกล่าวหลายครั้ง โดยราเบอได้ใช้สถานภาพสมาชิกพรรคนาซีรับรอง แต่ก็ไม่เกิดประโยชน์อันใด ในบางครั้ง ทหารญี่ปุ่นเข้ามาในเขตปลอดภัยตามใจชอบ โดยนำชายและหญิงหลายร้อยคนออกไป แล้วจึงประหารชีวิตพวกเขาหรือข่มขืนก่อนจะฆ่าทิ้ง[2] กองทัพญี่ปุ่นกล่าวอ้างว่ามีทหารกองโจรอยู่ในเขตปลอดภัยและกล่าวหาราเบอที่อนุญาตให้ใครก็ตามที่ไม่ได้อยู่ในเครื่องแบบทหารเข้าไปในเขตปลอดภัยได้ ทหารญี่ปุ่นจึงฝ่าฝืนเข้าไปในเขตดังกล่าวด้วยเหตุผลนี้

จุดสิ้นสุด[แก้]

ปลายเดือนมกราคม ค.ศ. 1938 กองทัพญี่ปุ่นบังคับให้ผู้ลี้ภัยทั้งหมดในเขตปลอดภัยกลับบ้าน โดยอ้างว่าเป็น "การฟื้นฟูระเบียบ" วันที่ 18 กุมภาพันธ์ เขตปลอดภัยนานกิงถูกบังคับให้เปลี่ยนชื่อเป็น "คณะกรรมการช่วยเหลือระหว่างประเทศนานกิง" และเขตปลอดภัยได้สิ้นสุดการดำเนินการ ค่ายผู้ลี้ภัยค่ายสุดท้ายถูกปิดในเดือนพฤษภาคม ยอน ราเบอ และสมาชิกคณะกรรมการระหว่างประเทศว่าด้วยเขตปลอดภัยนานกิงได้รับการบันทึกว่าช่วยชีวิตชาวจีนกว่า 50,000-250,000 คนระหว่างการสังหารหมู่[3][4]

มรดก[แก้]

ก่อนการฟื้นฟูสัมพันธภาพระหว่างจีนและชาติตะวันตก ชาวตะวันตกท่ยังหลงเหลืออยู่ในนานกิงที่ดำเนินกิจการของเขตปลอดภัยนานกิงได้รับการวิพากษ์วิจารณ์อย่างแข็งขันจากรัฐบาลจีน ยกตัวอย่างเช่น กลุ่มนักวิจัยในมหาวิทยาลัยนานกิงในคริสต์ทศวรรษ 1960 ประณามประชาคมชาวตะวันตกในนานกิงว่าปล่อยปละละเลยความโหดร้ายของญี่ปุ่นที่เกิดขึ้นในเมือง และอ้างจากหลักฐานชั้นต้นอย่างผิด ๆ ว่าชาวตะวันตกได้ให้ความร่วมมือกับญี่ปุ่นในการสังหารชาวจีน กระทั่งความกังวลต่อ "จักรวรรดินิยมอเมริกัน" ของจีนเริ่มหมดไป และญี่ปุ่นกลายมาเป็นเป้าของการวิจารณ์อย่างเป็นทางการแทน (ส่วนหนึ่งเนื่องจากเนื้อหาปลุกสำนึกทางการเมืองและชอบทะเลาะในหนังสือเรียนของญี่ปุ่น) มุมมองของจีนก็ได้เริ่มเปลี่ยนไป ชาวตะวันตกในปัจจุบันได้รับการกล่าวถึงว่าเป็นผู้ต่อต้านมากกว่าผู้ให้ความร่วมมือ

อย่างไรก็ตาม นักประพันธ์และนักการเมืองชาตินิยมฝ่ายขวาญี่ปุ่นได้กล่าวอ้างว่าในระหว่างการสังหารหมู่นานกิง เขตปลอดภัยนานกิงเป็นสิ่งที่ไม่เคยมีอยู่จริง พิพิธภัณฑ์ศาลเจ้ายะซุกุนิไม่ได้กล่าวถึงการสังหารหมู่นานกิงแต่อย่างใด และประกาศว่า "ฝ่ายญี่ปุ่นได้จัดตั้งเขตปลอดภัยสำหรับพลเรือนชาวจีนและพยายามเป็นพิเศษที่จะป้องกันแหล่งประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม ภายในเมือง ชาวเมืองสามารถหวนคืนสู่ชีวิตปกติสุขได้อีกครั้งหนึ่ง"[5]

อ้างอิง[แก้]

  1. Askew, David. "The International Committee for the Nanking Safety Zone: An Introduction". 
  2. Woods, John E. (1998). The Good man of Nanking, the Diaries of John Rabe. p. 274. 
  3. John Rabe, moreorless
  4. "John Rabe's letter to Hitler, from Rabe's diary", Population of Nanking, Jiyuu-shikan.org
  5. "Black museum of Japan's war crimes," Sunday Times, http://www.timesonline.co.uk/tol/news/world/article549954.ece

บรรณานุกรม[แก้]

  • Rabe, John, The Good Man of Nanking: The Diaries of John Rabe, Vintage (Paper), 2000. ISBN 0-375-70197-4
  • Vautrin, Wilhemina, Minnie Vautrin Papers. Special Collection, Yale Divinity School Library, Record Group No. 8 and No. 11.
  • Online Documentary - the Nanking Atrocities, 2000. <http://www.nankingatrocities.net/Table/table.htm>

หนังสืออ่านเพิ่ม[แก้]

  • Timothy, Brooks, ed. Documents on the Rape of Nanking, The University of Michigan Press, 2002. (includes a reprint of "Hsu, Shuhsi, Documents of the Nanking Safety Zone, Kelly and Walsh, 1939".)
  • Zhang, Kaiyuan, ed. Eyewitnesses to Massacre, An East Gate Book, 2001. (includes documentation of American missionaries; M.S. Bates, George Ashmore Fitch, E.H. Foster, J.G. Magee, J.H. MaCallum, W.P. Mills, L.S.C. Smyth, A.N. Steward, Minnie Vautrin and R.O. Wilson.) (Google Book version)