เก้าเก

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

เก้าเก มีลักษณะการเล่นคล้ายกับ ป๊อกเด้งผสมกับโป๊กเกอร์ เป็นเกมที่จำเป็นต้องมีเดิมพัน (เป็นเกมการพนันอย่างหนึ่ง) หากผู้เล่นไม่ต้องการพนัน สามารถใช้ของอื่นๆ ทดแทนได้ เช่น ชิพ หรือลูกอม (ซึ่งเมื่อเล่นเสร็จก็คืนเจ้าของเดิมไป)

ขั้นตอนการเล่นเก้าเก[แก้]

  1. ผู้แต่ละคนวาง เดิมพัน เรียกว่า ค่าต๋ง ลงใน กองกลางหรือ แจ็คพอต ตามจำนวนที่กำหนดไว้ล่วงหน้า เช่น ลูกอมคนละ 1 เม็ด
  2. สับไพ่แจกให้ผู้เล่นแต่ละคนทีละใบจนครบ 3 ใบ การแจกไพ่เริ่มจากใครก็ได้ในตาแรก แต่ตาถัดไปให้แจกผู้เล่นคนถัดไปทางซ้ายเป็นคนแรก เลื่อนไปเรื่อยๆ
  3. ผู้เล่นแต่ละคนดูไพ่ในมือ ว่ามีแต้มแค่ไหน วิธีนับแต้ม มีดังนี้
    1. ตัวเลขจะมีค่าตามเลขนั้นๆ ยกเว้น 10 J Q K นับเป็น 0 ส่วน A นับเป็น 1 แต้มที่รวมกันเกินสิบ ให้ตัดเลขหลักสิบออก เหลือแต่เลขหลักหน่วย
    2. แต้ม มากสุดของตัวเลขคือ เก้าแต้ม แต่ยังมี แต้มพิเศษ ที่เหนือกว่า จะกล่าวถึงต่อไป
    3. แต้มพิเศษ มีดังนี้ สี เซียน เรียง ตอง และ เรียงสี ตามลำดับ จากน้อยไปมาก
      1. สี หมายถึงไพ่ในมือทั้งสามใบเป็นไพ่ ดอกเดียวกัน เหนือกว่า เก้าแต้ม
      2. เซียน หมายถึงไพ่สามใบเป็นไพ่ในกลุ่ม J Q K ทั้งสามใบ เหนือกว่า เก้าแต้ม สี และเรียง
      3. เรียง (สเตรท) หมายถึง ไพ่สามใบในมือ มีเลขเรียงกัน (เรียง 2, 3, 4, 5, 6, 7, 8, 9, 10, J, Q, K, A) เหนือกว่า เก้าแต้ม สี
      4. ตอง หมายถึง ไพ่สามใบในมือ เป็นเลขเดียวกันทั้งสามใบ เหนือกว่า เก้าแต้ม สี เซียน เรียง และสเตส (ถือกันว่าตอง 3 มีค่ามากที่สุด เพราะมีค่าบวกกันได้ 9 นอกนั้นวัดกันตามลำดับเลขไพ่)
      5. เรียงสี (สเตรทฟลัช) หมายถึง ไพ่สามใบในมือ มี K Q A และดอกเดียวกัน
      6. เซียนสู้เซียน เรียงสู้เรียง ตองสู้ตอง ให้ดูไพ่ที่มีค่าสูงสุดของชุดนั้นๆผู้มีแต้มเหนือกว่าจะชนะ (A สูงสุด 2 ต่ำสุด ถ้าเลขเท่ากัน ให้เรียงดอกจากสูงไปต่ำคือ โพดำ โพแดง ข้าวหลามตัด และดอกจิก)
  4. เมื่อผู้เล่น ดูไพ่แล้วมีทางเลือก ดังนี้ (ให้แต่ละคนเลือกตามลำดับการแจกไพ่)
    1. "หมอบ" ให้คว่ำไพ่ไว้ข้างหน้า ผู้เล่นที่หมอบจะไม่ต้องเล่นต่อในตานี้ แต่จะเสีย ค่าต๋งและเดิมพัน ที่ได้ลงไว้แต่แรก
    2. "สู้" เฉพาะผู้เล่นคนแรกที่ไม่ได้หมอบจึงจะเลือก"สู้" ได้ ให้วางเดิมพันลงไป อย่างน้อยเท่ากับ ค่าต๋ง
    3. "ตาม" ให้วางเดิมพันจนเท่ากับคนก่อนหน้า
    4. "เกทับ" หลังจากตามแล้วสามารถวางเดิมพันเพิ่มได้ ผู้เล่นคนถัดไปต้องเลือก หมอบ ตาม หรือ เกทับ
    5. หลังจากผู้เล่นทุกคนเห็นตรงกันว่าจะไม่เพิ่มเดิมพันแล้ว ให้เปิดไพ่ผู้เล่นที่ยังไม่หมอบ ผู้ที่มีแต้มสูงสุดจะชนะได้เดิมพันในกองกลางทั้งหมด
    6. ถ้าแต้มเท่ากัน ให้ผู้เล่นที่แต้มเท่ากันเท่านั้น เล่นในตาถัดไปโดยใช้กองกลางเดิม จนกว่าจะมีผู้ชนะเดิมพันทั้งหมด
  5. เล่นไปจนกว่าจะเบื่อ หรือ เดิมพันหมด


ความน่าจะเป็น
โอกาสทั้งหมด (sample space) เท่ากับ 52!/49!/3! = 22,100
การคำนวณความน่าจะเป็นของไพ่แต่ละแบบ (เรียงจากโอกาสเกิดน้อยไปมาก)

  1. เรียงสี (สเตรทฟลัช) มีโอกาสเกิด 44 ความน่าจะเป็นเท่ากับ 44/22100 = 0.19909%

กรณี นับ (K A 2) และ (A 2 3) มีโอกาสเกิด 52 ความน่าจะเป็นเท่ากับ 52/22100 = 0.2353%

  1. ตอง มีโอกาสเกิด 52*3*2/3! = 52 ความน่าจะเป็นเท่ากับ 52/22100 = 0.2353%
  2. เรียง มีโอกาสเกิด 44*4*4/3! = 118 หัก เรียงสี ออก 44 เหลือ 76 ความน่าจะเป็นเท่ากับ 76/22100 = 0.34389%
  3. เซียน มีโอกาสเกิด 12!/9!/3! = 220 หัก ตองJ,ตองQ,ตองK ออก 12*3*2/3! = 12 เหลือ 208 ความน่าจะเป็นเท่ากับ 208/22100 = 0.9412%
  4. สี มีโอกาสเกิด 52*12*11/3! = 1144 หัก เรียงสี ออก 44 เหลือ 1100 หัก JQKดอกเดียวกันแต่ไม่เรียง ออก (12*4*4/3!)-1 = 31 เหลือ 1069 ความน่าจะเป็นเท่ากับ 1069/22100 = 4.8371%%
  5. แต้ม มีโอกาสเกิด 22100 หัก เรียงสี ออก 44 หัก ตอง ออก 52 เซียน ออก 208 หัก หัก เรียง ออก 596 หัก สี ออก 1069 เหลือ 20131 ความน่าจะเป็นเท่ากับ 20131/22100 = 91.0905%

เรียง ได้เปอร์เซนต์น้อยกว่า เซียน เนื่องจาก 2-3-5 ไม่นับว่าเป็น เรียง ต้อง 2-3-4 หรือ 3-4-3 ไม่นับว่าเป็น เรียง ต้อง 3-4-5 แต่ เซียน J-Q-J , Q-Q-J ถือไพ่ J-Q มีโอกาสได้กินมากกว่าที่จะถือ 5-6