เกรปฟรุต

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
เกรปฟรุต
ต้นเกรปฟรุต
การจำแนกชั้นทางวิทยาศาสตร์
อาณาจักร: Plantae
หมวด: Magnoliophyta
ชั้น: Magnoliopsida
ชั้นย่อย: Rosidae
อันดับ: Sapindales
วงศ์: Rutaceae
สกุล: Citrus
ชนิด: C. x paradisi
ชื่อทวินาม
Citrus x paradisi
Macfad.

เกรปฟรุต เป็นไม้ผลกึ่งเขตร้อนในสกุล Citrus ที่เพาะปลูกเพื่อเก็บเกี่ยวผล ซึ่งแต่เดิมเคยเรียกว่า ผลไม้ต้องห้ามแห่งบาร์เบโดส

ปกติแล้วไม้ไม่ผลัดใบชนิดนี้จะพบว่าสูงประมาณ 5-6 เมตร แต่ความจริงแล้วสามารถสูงได้ถึง 13-15 เมตร ใบมีสีเขียวเข้ม รูปร่างยาว (มากกว่า 15 เซนติเมตร) และผอม ดอกมี 4 กลีบ สีขาว ขนาด 5 เซนติเมตร ผลมีเปลือกสีเหลือง รูปกลมแป้น ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 10-15 เซนติเมตร เนื้อผลแบ่งเป็นกลีบ สีเหลืองแบบกรด

ผลเป็นที่นิยมตั้งแต่ปลายศตวรรษที่ 19 ก่อนหน้านั้นเพียงแต่ปลูกเป็นไม้ประดับ สหรัฐอเมริกากลายเป็นผู้ผลิตรายใหญ่ มีสวนอยู่ในฟลอริดา เท็กซัส แอริโซนา และแคลิฟอร์เนีย ในภาษาสเปน ผลไม้ชนิดนี้รู้จักในชื่อว่า Toronja หรือ Pomelo

คุณค่าทางโภชนาการ[แก้]

เกรปฟรุต (ผลดิบ เนื้อในสีขาว)
คุณค่าทางโภชนาการต่อ 100 ก. (3.5 ออนซ์)
พลังงาน 30 kcal   140 kJ
คาร์โบไฮเดรต     8.41 g
- น้ำตาล  7.31 g
- เส้นใย  1.1 g  
ไขมัน 0.10 g
โปรตีน 0.69 g
น้ำ 90.48 g
วิตามินบี1  0.037 mg   3%
วิตามินบี2  0.020 mg   1%
ไนอะซิน  0.269 mg   2%
วิตามินบี5  0.283 mg  6%
วิตามินบี6  0.043 mg 3%
กรดโฟลิก (B9)  10 μg  3%
วิตามินซี  33.3 mg 56%
แคลเซียม  12 mg 1%
เหล็ก  0.06 mg 0%
แมกนีเซียม  9 mg 2% 
ฟอสฟอรัส  8 mg 1%
โพแทสเซียม  148 mg   3%
สังกะสี  0.07 mg 1%
Manganese 0.013 mg
ร้อยละของปริมาณที่ต้องการในแต่ละวัน
สำหรับผู้ใหญ่ที่แนะนำในสหรัฐอเมริกา
แหล่งที่มา: USDA Nutrient database

การใช้ประโยชน์อื่น[แก้]

จากการศึกษาทางเภสัชพลศาสตร์ พบว่าเมื่อใช้เกรปฟรุตควบคู่ไปกับการใช้ยารักษามะเร็ง สามารถช่วยลดตัวยาบางชนิดได้ จึงช่วยทำให้ผู้ป่วยมะเร็งประหยัดค่าใช้จ่ายในการรักษา[1][2]

อ้างอิง[แก้]

  1. Allison Gandey (18 กรกฎาคม พ.ศ. 2550). "Cut Cancer Drug Costs By Exploring Food Interactions". Medscape Medical News. 
  2. Sydney Lupkin (7 สิงหาคม พ.ศ. 2555). "Grapefruit Juice Could Help Cancer Patients Save Money". ABCNews.com. 

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]