เกมแก้จน
| เกมแก้จน | |
| ประเภท | เกมโชว์ |
|---|---|
| ผู้ผลิต | บริษัท เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ จำกัด (มหาชน) |
| พิธีกร | ปัญญา นิรันดร์กุล (2541-2546) สิเรียม ภักดีดำรงฤทธิ์ (2541-2548) ธงชัย ประสงค์สันติ (2547) ศัลย์ อิทธิสุขนันท์ (2547-2548) |
| เพลงเริ่มรายการ | เกมแก้จน ของ คาราบาว (2541-2548) |
| ต้นกำเนิด | ไทย |
| ภาษา | ไทย |
| การผลิต | |
| ความยาวตอน | 90 นาที (4 ตุลาคม 2541 - 31 ธันวาคม 2543) 60 นาที (7 มกราคม 2544 - 24 กันยายน 2548) |
| การออกอากาศ | |
| เครือข่าย/สถานี | สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก เวิร์คพอยท์ทีวี |
| ออกอากาศ | 04/10/2541 – 24/09/2548 |
| รายการที่เกี่ยวข้อง | |
| รายการถัดไป | ครัวตัวเอ้ (ตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2548) |
| รายการอื่นที่เกี่ยวข้อง | SME อาเซียน |
| เว็บไซต์ทางการ | |
| http://www.workpoint.co.th/epic1.php?pid=572 | |
เกมแก้จน เป็นรายการเกมโชว์ประเภทส่งเสริมอาชีพสำหรับคนที่กำลังจะตกงานหรือว่างจากงาน ผลิตรายการโดย บริษัท เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ จำกัด (มหาชน) ที่ออกอากาศในช่วงปี พ.ศ. 2541 - พ.ศ. 2548 โดยออกอากาศในวันอาทิตย์ เวลา 18.00 - 19.30 น. ต่อมาย้ายเวลาเป็นวันเสาร์ เวลา 14.00 - 15.30 น. และวันเสาร์ เวลา 18.00 - 19.00 น. ทางสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 ปัจจุบันได้กลับมาออกอากาศซ้ำทางเวิร์คพอยท์ทีวี ทุกวันพฤหัสบดี เวลา 09.30 - 10.30 น. และเตรียมนำรูปแบบของรายการมาออกอากาศใหม่อีกครั้ง ในชื่อ SME อาเซียน ทางเวิร์คพอยท์ทีวี ทุกวันอังคาร เวลา 19.30 - 20.30 น. ทั้งนี้ ในช่วงแรกของการประชาสัมพันธ์รายการใช้ชื่อว่า เกมแก้จน AEC
เนื้อหา |
พิธีกรรายการ[แก้]
- ปัญญา นิรันดร์กุล (4 ตุลาคม พ.ศ. 2541 - 28 ธันวาคม พ.ศ. 2546)
- สิเรียม ภักดีดำรงฤทธิ์ (4 ตุลาคม พ.ศ. 2541 - 24 กันยายน พ.ศ. 2548)
- ธงชัย ประสงค์สันติ (3 มกราคม พ.ศ. 2547 - 27 มีนาคม พ.ศ. 2547)
- ศัลย์ อิทธิสุขนันท์ (3 เมษายน พ.ศ. 2547 - 24 กันยายน พ.ศ. 2548)
- ผู้ช่วยพิธีกร
- หนู คลองเตย (4 ตุลาคม พ.ศ. 2541 - พ.ศ. 2542)
- ถั่วแระ เชิญยิ้ม (4 ตุลาคม พ.ศ. 2541 - พ.ศ. 2542)
- แฉ่ง ช่อมะดัน (4 ตุลาคม พ.ศ. 2541 - พ.ศ. 2542)
กฎกติกา[แก้]
ต้นตำรับ[แก้]
ในเกมแก้จนยุคแรก (จนถึงปี 2544) จะมีปรัศนีทั้งหมด 8 ท่าน โดยแบ่งออกเป็น 2 ฝ่าย ๆ ละ 4 คน คือสีเหลือง (โพเดียมหมายเลข 1) และสีเขียว (โพเดียมหมายเลข 2) (แต่ในเกมแก้จนช่วงปี 2545 - 2546 จะมีปรัศนี 4 ท่าน และในช่วงปี 2547 - 2548 จะมีปรัศนี 3 ท่าน แต่ไม่มีการแบ่งสี) โดยในเกมแก้จนยุคแรกจะให้ผู้เข้าแข่งขันทั้ง 3 มาทายกันว่า ปรัศนีที่เป็นเจ้าของธุรกิจตัวจริงนั่งอยู่ในโพเดียมที่ 1 หรือ 2 (โดยการปักธงสีเหลืองหรือสีเขียว) โดยครั้งแรกจะเหลือ 4 คน (สีละ 2 คน) ครั้งที่ 2 จะเหลือ 2 คน (สีละ 1 คน) และครั้งสุดท้าย จะเหลือ 1 คน ซึ่งเป็นเจ้าของธุรกิจตัวจริง แต่จะมีการสลับตำแหน่งด้วยในการทายทุก ๆ ครั้ง ถ้าผู้เข้าแข่งขันคนใดตอบถูกในแต่ละครั้ง จะได้คะแนนครั้งละ 1 คะแนน แต่เกมแก้จนในช่วงปี 2545 - 2548 ได้มีการปรับเปลี่ยนกติกาเป็น ให้ผู้เข้าแข่งขันทั้ง 3 มาทายกันว่า 1 ใน 4 ท่านนี้ใครเป็นเจ้าของธุรกิจตัวจริง และมี 3 ท่านเป็นตัวหลอก ถ้าตอบถูกผู้เข้าแข่งขันรับคนละ 1 คะแนนหมดตอบคำถามเสร็จพิธีกรจะสัมภาษณ์เจ้าของธุรกิจตัวจริงมาสัมภาษณ์และยังให้ผู้เข้าแข่งขันไปชมทำธุรกิจใน VTR ที่เจ้าของธุรกิจตัวจริงเอามาให้ชมและพิธีกรจะมอบโล่เกียรติคุณจากรายการเกมแก้จน ให้กับเจ้าของธุรกิจตัวจริง
ยอดฝีมือ[แก้]
ในช่วงปี 2548 ได้เปลี่ยนกติกาเป็นว่า มีแขกรับเชิญมาถามคำถามสองข้อ ข้อแรก 1 คะแนน ข้อที่ 2 2 คะแนน โดยข้อแรกจะถามเกี่ยวกับเรื่องต่าง ๆ ข้อถัดมาถามเกี่ยวกับคนที่รู้จัก ข้อที่ 2 มีบุคคลปริศนา 3 ท่าน มีคนเดียวซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับแขกรับเชิญ ทายถูกได้ 2 คะแนน
เขาทำอาชีพอะไร[แก้]
ผู้แข่งขันแย่งกดไฟตอบคำถามจะต้องเลือกคำถามจากผู้สนับสนุนทั้ง 6 ป้ายและทางรายการจะเชิญปรัศนีสัปดาห์ละ 1 ท่านมาเป็นตัวปริศนาพร้อมของ ให้ผู้เข้าแข่งขันได้ตอบคำถามพิธีกรจะบอกเป็นคำใบ้ให้ 1 คำใบ้ ให้ผู้เข้าแข่งขันได้ซักถามคนละ 1 ข้อ ถ้ามั่นใจแล้วก็กดไฟตอบทันทีถ้าตอบถูกได้รับ 1 คะแนนถ้าตอบผิดผู้เข้าแข่งขันทั้ง 2 คนได้ตอบ และพิธีกรจะยกป้ายคำตอบว่านั้นเขาทำอาชีพอะไร ต่อมาในปี 2547 ได้มีการเปลี่ยนมาเป็นการตอบคำถามมีสิ่งของที่ใช้ในการทำอาชีพ 3 อย่าง และมีคำตอบ4คำตอบซึ่งมีคำตอบเดียวเท่านั้นที่เป็นคำตอบที่ถูกต้อง โดยปรัศนีจะเป็นผู้เฉลยคำตอบ ตอบถูกได้ 3 คะแนน
รอบเปิดป้ายคะแนน[แก้]
เข้าสู่การเปิดป้ายคะแนน โดยจะมีแผ่นป้ายทั้งหมด 10 แผ่นป้าย มีคะแนนตั้งแต่ 0-9 ผู้แข่งขันทุกคนจะได้เลือกแผ่นป้ายคะแนนอีกคนละ 1 แผ่นป้าย โดยระยะแรกผู้ที่สะสมคะแนนมามากที่สุดมีสิทธิ์เปลี่ยนได้ต่อมาได้มีการเปลี่ยนรูปแบบโดยนำคะแนนที่เปิดได้ไปรวมกับคะแนนที่มีอยู่ ใครมีคะแนนรวมมากที่สุดเข้ารอบสุดท้าย แต่ถ้าคะแนนเท่ากันจะถือว่าผู้มีคะแนนสะสมอยู่มากกว่าเข้ารอบสุดท้าย ส่วนผู้เข้าแข่งขันที่เหลือที่มีคะแนนรวมน้อยกว่าทั้ง 2 ท่านที่ตกรอบ มอบรางวัลปลอบใจ จาก ผลิตภัณฑ์โดยมีขนาดจำนวนมาก และ ได้รับทองคำหนักกลับบ้าน 2 บาท โดยทันที
รอบสุดท้าย[แก้]
มีแผ่นป้ายทั้งหมด 12 แผ่นป้าย มีป้ายคำว่า แก้ จำนวน 6 แผ่นป้าย และคำว่า จน จำนวน 6 แผ่นป้าย หากเปิดได้แผ่นป้าย คำว่า แก้ 1 ป้าย จะได้รับทองคำหนักป้ายละ 2 บาท แต่ถ้าเปิดเจอป้าย คำว่า จน ไม่มีรางวัลแต่อย่างใด หากสามารถเปิดแผ่นป้าย คำว่า แก้ ทั้งหมด 6 แผ่นป้าย Jackpot จะได้รับทองคำหนัก 240 บาท โดยแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ส่วนละ 120 บาท ให้กับผู้เข้าแข่งขัน และผู้โชคดีที่มาจากการจับรางวัล ซึ่งเป็นฉลากชิ้นส่วนของผู้สนับสนุนรายการที่ผู้ชมทางบ้านส่งมาร่วมสนุกนั่นเอง