เกมเศรษฐี (รายการโทรทัศน์)

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

เกมเศรษฐี (รายการโทรทัศน์)

โลโก้รายการ
ออกอากาศ 4 มีนาคม พ.ศ. 2543 - 14 มกราคม พ.ศ. 2551
สถานีโทรทัศน์ TITV
(01-04-254714-01-2551)
ช่อง 3
(04-03-254328-03-2547)
ผู้ดำเนินรายการ ไตรภพ ลิมปพัทธ์
ผลิตโดย บริษัท บอร์น แอนด์ แอสโซซิเอทด์ จำกัด
ระดับ รายการทั่วไป เหมาะสำหรับผู้ชมทุกวัย

เกมเศรษฐี เป็นรายการเกมโชว์ประเภทควิซโชว์ ที่ได้รับลิขสิทธิ์จากรายการ Who Wants to Be a Millionaire? โดยได้เริ่มออกอากาศครั้งแรกเมื่อวันเสาร์ที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2543 ทางสถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 โดยในสมัยแรกมีสโลแกนว่า เกมที่ทำให้คุณเป็นเศรษฐีได้ใน 16 คำถาม ต่อมาได้เปลี่ยนไปออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ทีไอทีวีโดยมีผู้ดำเนินรายการคือ ไตรภพ ลิมปพัทธ์ ผลิตรายการโดยบริษัท บอร์น แอนด์ แอสโซซิเอทด์ จำกัด และใช้ชื่อรายการใหม่ว่า เกมเศรษฐีเด็ก The Team และเกมเศรษฐี Super Team ต่อมาได้เปลี่ยนกลับมาสร้างเกมเศรษฐีในรูปแบบ 16 คำถาม 3 ตัวช่วยเหมือนเดิม เงินรางวัลสูงสุดคือ 100,000 บาท ปัจจุบันรายการนี้ได้ยุติการดำเนินรายการแล้วตั้งแต่วันที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2551 เนื่องจากสถานีโทรทัศน์ทีไอทีวีได้ยุติการแพร่ภาพลงเพื่อเปลี่ยนเป็นสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส

เนื้อหา

กติกาการแข่งขัน [แก้]

เกมเศรษฐีผู้เล่นเดี่ยว (ช่วงยุคแรก) [แก้]

เป็นรูปแบบรายการที่ได้รับลิขสิทธิ์จากรายการ Who Wants to Be a Millionaire? ในกติกาครั้งแรกมีคำถามทั้งหมด 16 คำถาม 3 ตัวช่วย คือ ถามใครก็ได้ทางโทรศัพท์ (ในระยะหลังผู้ช่วยจะเข้ามาตอบในรายการ โดยมีห้องแยกเฉพาะ)ให้ผู้ร่วมแข่งขันที่เหลือโหวตคำตอบที่ถูกต้อง และตัดตัวเลือกจาก 4 ตัวเลือก เหลือ 2 ตัวเลือก ต่อมาได้ปรับตัวช่วยเป็น ถามใครก็ได้ ตอบได้ 2 ครั้ง และเปลี่ยนคำถาม ซึ่งถ้าตอบข้อใดผิด เกมจะจบลงทันทีและได้รับรางวัลไปครึ่งหนึ่งของที่สะสมอยู่ ผุ้เล่นจะหยุดการตอบคำถามเมื่อใดก็ได้ ผู้ทำแจ็คพ็อต 1,000,000 บาท แตก คนแรกและคนเดียวคือ ศิกษก บันลือฤทธิ์

เกมเศรษฐีผู้เล่นเดี่ยว (ช่วงยุคที่สอง) [แก้]

เกมเศรษฐีรูปแบบใหม่เปลี่ยนเป็น 12 คำถาม 3 ตัวช่วยได้แก่ ตอบสองครั้ง เปลี่ยนคำถาม หรือถามพิธีกร ส่วนเงินรางวัลสูงสุดนั้นคือ 1,000,000 บาท กติกาคือ ถ้าผู้แข่งขันตอบถูกจนถึงข้อที่ 4 ข้อ จะได้รับเงินรางวัล 10,000 บาทและถ้าตอบถูกถึงข้อที่ 8 จะได้รับเงินรางวัล 100,000 บาทและตอบถูกในคำถามที่ 12 จะได้รับทันที 1,000,000 บาท ถ้าตอบผิดเกมจะหยุดลงทันทีและจะได้รับเงินรางวัลจะได้รับเพียงครึ่งเดียวของที่สะสมอยู่ขณะนั้น ผู้แข่งขันสามารถหยุดเมื่อไรก็ได้ที่อยากจะหยุดและรับเงินรางวัลที่สะสมอยู่กลับบ้านไปเลย

เกมเศรษฐีผู้เล่นเดี่ยว (ช่วงยุคที่สาม) [แก้]

เกมเศรษฐีรูปแบบใหม่จะกลับมาเป็น 16 คำถาม 3 ตัวช่วยเหมือนเดิมได้แก่ ตอบสองครั้ง เปลี่ยนคำถาม หรือถามพิธีกร ส่วนเงินรางวัลสูงสุดนั้นได้เปลี่ยนเป็น 100,000 บาท กติกาคือ ถ้าผู้แข่งขันตอบถูกทุก ๆ 5 ข้อ จะได้รับเงินรางวัล 10,000 บาท ดังนั้นถ้าผู้แข่งขันตอบถูก 15 ข้อ จะได้รับ 50,000 บาท และตอบถูกในคำถามที่ 16 จะได้รับทันที 100,000 บาท ถ้าตอบผิดเกมจะหยุดลงทันทีและจะได้รับเงินรางวัลจะได้รับเพียงครึ่งเดียวของที่สะสมอยู่ขณะนั้น ผู้แข่งขันสามารถหยุดเมื่อไรก็ได้ที่อยากจะหยุดและรับเงินรางวัลที่สะสมอยู่กลับบ้านไปเลย

เกมเศรษฐีผู้เล่นทีม [แก้]

กติกาของเกมเศรษฐี Super Team คือ จะมีผู้แข่งขัน 2 ทีม ๆ ละ 3 คน แต่ละทีมจะต้องตอบคำถามที่เลือกมา ถ้าตอบถูกจะได้ 1 คะแนน แต่ถ้าตอบผิด อีกทีมจะได้ 1 คะแนน ทีมใดที่สะสมได้ 9 คะแนนก่อนจะเป็นทีมที่ชนะและจะต้องคัดออกไป 1 คน จนกว่าทีมไหนที่ผู้เล่นออกครบ 3 คน ทีมนั้นจะเป็นทีมแชมป์ ซึ่งถ้าเป็นแชมป์ รับเงินรางวัลสะสมสมัยละ 100,000 บาท และสะสมแชมป์ไปเรื่อย ๆ ไม่มีที่สิ้นสุด โดยอีกทีมที่ตกรอบจะได้รับรางวัลสะสมตามจำนวนผู้เล่นที่ถูกคัดออกไป 1 คน ต่อ 10,000 บาท หากทั้งสองทีมมีคะแนนเสมอกันที่ 8 คะแนนจะต้องตัดสินด้วยคำถามพิเศษซึ่งใครได้ 2 คะแนนติดกันก่อนจะเป็นผู้ชนะ ตัวช่วยในการแข่งขันมี 1 ตัวช่วยคือตอบสองครั้งที่สามารถใช้ได้ในทุก ๆ ข้อ ซึ่งทีมใดขอใช้ตัวช่วย อีกทีมจะตัดสินว่าจะให้ทีมนั้นยอมใช้ตัวช่วยหรือไม่ ถ้ายอม ทีมที่ขอจะได้ใช้ แต่ถ้าไม่ยอม ทีมที่ขอจะไม่ได้ใช้ในข้อนั้นซึ่งจะต้องตัดสินใจว่าจะตอบเองหรือให้อีกฝ่ายตอบ

ชื่อของรายการ [แก้]

  1. เกมเศรษฐี
  2. เกมเศรษฐีแม่ค้า
  3. เกมเศรษฐีเด็ก
  4. เกมเศรษฐีมหากุศล
  5. เกมเศรษฐีมหาชน
  6. เกมเศรษฐีมหาวิทยาลัย
  7. เกมเศรษฐีเดอะแชมป์เปี้ยน
  8. เกมเศรษฐีเดอะทีม
  9. เศรษฐีความรู้
  10. เกมเศรษฐีเด็กเดอะทีม
  11. เกมเศรษฐีซุปเปอร์ทีม

การสิ้นสุดของรายการ [แก้]

เนื่องจากสถานีโทรทัศน์ทีไอทีวีได้ยุติการแพร่ภาพลงตั้งแต่วันที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2551 เพื่อเปลี่ยนแปลงเป็นสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส ดังนั้นรายการเกมเศรษฐีที่ออกอากาศเมื่อวันที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2551 จึงถือได้ว่าเป็นการออกอากาศเทปสุดท้าย