ฮเยกยองกุง

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ฮเยกยองกุง

พระนามเต็ม พระนางฮเยกยองกุง
ราชวงศ์ โชซอน
ข้อมูลส่วนพระองค์
ประสูติ พ.ศ. 2278
สวรรคต พ.ศ. 2329
พระบิดา ฮงพงฮัน
พระราชสวามี องค์ชายรัชทายาทซาโด
พระโอรส/ธิดา องค์ชายรัชทายาทอีซอ พระเจ้าจองโจ

พระนางฮเยกยองกุง (เกาหลี: 혜경궁, ฮันจา: 惠慶宮, MC: Hyegyeonggung, MR: Hyegyǒnggung) เป็นพระชายาขององค์ชายรัชทายาทซาโด และเป็นพระราชมารดาของพระเจ้าจองโจ หลังจากที่พระสวามีถูกลงพระอาญาจนสิ้นพระชนม์แล้วพระนางฮเยคยองกุงก็ต้องมีพระชนม์ชีพที่ยากลำบาก เป็นแรงบันดาลใจให้พระนางทรงเขียนบันทึก เรียกว่า ฮันจุงนก (한중록 閑中錄) เพื่อบันทึกเรื่องราวพระชนม์ชีพในฐานะพระชายาที่อาภัพ

พระนางเฮคยองกุง ประสูติเมื่อ พ.ศ. 2278 ในสมัยพระเจ้ายองโจ เป็นธิดาของฮงพงฮัน จากตระกูลฮงแห่งพงซาน เมื่อพระชนมายุเพียง 9 ปี ก็ต้องอภิเษกกับองค์ชายรัชทายาทจังฮอน พระโอรสของพระเจ้ายองโจ ดังนั้นพระนางตระกูลฮงจึงได้เป็นเซจาบิน (世子嬪) คือ พระชายาของรัชทายาท ในพ.ศ. 2293 พระชายาก็ประสูติพระโอรสองค์แรก คือ องค์ชายรัชทายาทอีซอ แต่ดำรงพระชนม์ชีพอยู่เพียงสองปีก็สิ้นพระชนม์ ในพ.ศ. 2295 พระชายาก็ประสูติพระโอรสอีกพระองค์ ได้รับแต่งตั้งเป็นวังเซซุน (พระนัดดารัชทายาท) ซึ่งภายหลังได้ขึ้นครองราชย์เป็นพระเจ้าจองโจ

แต่องค์ชายจังฮอนพระสวามีทรงเริ่มมีอาการทางพระสติ ทรงหวาดกลัวสิ่งต่างๆรอบตัวและเข่นฆ่าขันทีและนางรับใช้ต่างๆในวัง เป็นที่เดือดร้อนไปทั่ว จนในพ.ศ. 2305 ขุนนางถวายฎีกาให้พระเจ้ายองโจลงพระอาญาองค์ชายจังฮอน พระเจ้ายองโจยังทรงลังเลอยู่ จนสนมลียองบิน พระมารดาขององค์ชายจังฮอนไปทูลขอให้พระเจ้ายองโจลงพระอาญาพระโอรส โดยมีจดหมายถึงพระชายาว่า[1]

ข่าวลือที่ข้าได้ยินเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนั้นร้ายแรงกว่าทุกเรื่องที่ข้าเคยได้ยิน ให้ข้าตายเสียงยังจะดีกว่าต้องมาทนรับฟังเรื่องแบบนี้ แต่ถ้าข้าต้องอยู่ต่อไป สิ่งที่ข้าควรทำเท่านั้นคือปกป้องพระราชอาณาจักรและวังเซซุน แม้ว่าข้าอาจจะสู้หน้าเจ้าต่อไปไม่ได้อีกเลยทั้งชีวิต

พระเจ้ายองโจมีพระราชโองการปลดองค์ชายจังฮอนจากตำแหน่งรัชทายาท และปลดพระชายาฮงจากตำแหน่ง และเนรเทศนางกลับบ้านเดิมคือบ้านของฮงพงฮัน องค์ชายจังฮอนเข้าไปอยู่ในกล่องไม้ใส่ข้าวตอกตะปูแน่น เป็นเวลาเจ็ดวันจึงสิ้นพระชนม์ ต่อมาพระเจ้ายองโจทรงรู้สึผิด ทรงคืนตำแหน่งให้อดีตองค์ชายรัชทายาทใหม่พระนามว่า องค์ชายรัชทายาทซาโด ส่วนอดีตพระชายาฮงนั้น ก็ได้คืนตำแหน่งเป็น พระชายาฮเยบิน (惠嬪)

แต่พระเจ้ายองโจทรงให้วังเซซุนเป็นพระโอรสบุญธรรมขององค์ชายรัชทายาทฮโยจัง และพระชายาฮโยซุน เพื่อจะได้ไม่ต้องมีพระราชบิดาที่ต้องโทษ เมื่อวังเซซุนขึ้นครองราชย์เป็นพระเจ้าจองโจในพ.ศ. 2319 จึงทรงแต่งตั้งพระราชบิดาและพระราชมารดาที่แท้จริงขึ้นเป็นกษัตริย์ไม่ได้เพราะความผิดขององค์ชายซาโดยังเป็นที่ประจักษ์ และก็มีพระราชบิดาและพระราชมารดาบุญธรรมที่ได้รับแต่งตั้งเป็นกษัตริย์อยู่แล้ว (องค์ชายรัชทายาทฮโยจัง เป็น พระเจ้าจินจง) แต่พระเจ้าจองโจก็พระราชทานพระนามใหม่แก่พระชายาฮเยบินคือ ฮเยกยองกุง อันจะเป็นชื่อสุสานของนางเมื่อสิ้นพระชนม์แล้ว "กุง" เป็นสุสานระดับของพระสนม

พระนางฮเยยองกุงสิ้นพระชนม์ในพ.ศ. 2358 ในรัชกาลของพระนัดดาพระเจ้าซุนโจ ที่ตำหนักเคียงชอนจอน พระราชวังชางด๊อกกุง

ต่อมา พระเจ้าโคจง แต่งตั้งพระนางเฮคยองและองค์ชายซาโดขึ้นเป็นกษัตริย์ โดยพระนางเฮคยองได้เป็น มเหสีฮอนกยอง (獻敬王后) และต่อมาได้รับสถาปนาเป็นฮองเฮา เป็น พระจักรพรรดินีอี (懿皇后)

อ้างอิง[แก้]

JaHyun Kim Haboush. The Memoir of Lady Hyegyong: The Autobiographical Writings of a Crown Princess of Eighteenth-Century Korea.