ฮิโร โอะโนะดะ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ฮิโร โอะโนะดะ
19 มีนาคม 1922 — (92 ปี 182 วัน)
Onoda-young.jpg
ฮิโร โอะโนะดะ (ในระหว่างปี 1944-1945)
ที่เกิด คะเมะกะวะ, วะกะยะมะ, ญี่ปุ่น
สังกัด จักรวรรดิญี่ปุ่น
ปฏิบัติหน้าที่ใน กองทัพจักรวรรดิญี่ปุ่น
ปีที่ปฏิบัติหน้าที่ 1941-1974
ชั้นยศ ร้อยตรี
การยุทธ์ สงครามโลกครั้งที่ 2
การณรงค์ที่ฟิลิปปินส์ (ค.ศ. 1944-1945)

ร้อยตรีฮิโร โอะโนะดะ (ญี่ปุ่น: 小野田 寛郎 Onoda Hirō ?) (19 มีนาคม 1922 - 16 มกราคม 2014 ) เป็นอดีตนายทหารแห่งจักรวรรดิญี่ปุ่นผู้ร่วมรบในสงครามโลกครั้งที่ 2 และหลบซ่อนตัวอยู่ในประเทศฟิลิปปินส์เป็นเวลากว่าสามสิบปีหลังจากสงครามโลกครั้งที่ 2 ยุติลงแล้ว เพราะไม่เชื่อว่าสงครามสิ้นสุดลง เขายอมมอบตัวในปี 1974[1]

การทหาร[แก้]

โอะโนะดะได้รับการฝึกให้เป็นนายทหารข่าวกรองในชั้นเรียนปฏิบัติการพิเศษ เรียก "ฟุตะมะตะ" (ญี่ปุ่น: 二俣分校 futamata-bunkō ?) ที่โรงเรียนนะกะโนะ ครั้นวันที่ 26 ธันวาคม 1944 กองทัพส่งเขาไปยังเกาะลูบัง ประเทศฟิลิปปินส์ โดยสั่งให้เขากระทำทุกวิถีทางเพื่อหน่วงมิให้ฝ่ายปัจจามิตรโจมตีเกาะนี้ รวมถึง ทำลายลานบินและท่าเรือ เขายังได้รับคำสั่งว่า ไม่ว่าในกรณีใด ห้ามมอบตัว และห้ามอัตวินิบาตกรรม

เมื่อโอะโนะดะถึงเกาะดังกล่าว เขาเข้าร่วมกับเหล่าทหารญี่ปุ่นที่ได้รับการส่งมาก่อนหน้านี้แล้ว ทหารกลุ่มนี้มียศสูงกว่าโอะโนะดะ และไม่ยอมให้เขาปฏิบัติหน้าที่ กองทัพประสมสหรัฐอเมริกาและเครือจักรภพฟิลิปปินส์จึงเข้ายึดเกาะได้โดยง่ายดายเมื่อเข้าสู่เกาะในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 1945 ทหารญี่ปุ่นคนอื่น ๆ นอกจากโอะนะดะไม่ตายก็ยอมมอบตัว ส่วนโอะโนะดะนั้นหนีไปยังภูเขาลูกหนึ่งพร้อมด้วยเพื่อนทหารอีกสามคน ประกอบด้วย พลทหารยูอิชิ อะกะสึ (Yūichi Akatsu), สิบโทโชอิชิ ชิมะดะ (Shōichi Shimada) และพลทหารชั้นเอกคินชิชิ โคะซุกะ (Kinshichi Kozuka)

การซ่อนตัว[แก้]

ณ ภูเขาเช่นว่า โอะโนะดะและเพื่อนยังคงปฏิบัติหน้าที่ตามคำสั่งที่รับมาต่อไป ทหารทั้งสี่คนนี้ได้พบใบปลิวมีเนื้อความว่า "สงครามยุติแล้ว" ("The war was over.") ในเดือนตุลาคม 1945 อีกครั้งหนึ่ง พวกเขาพบใบปลิวซึ่งทิ้งไว้โดยชาวเกาะ มีเนื้อความว่า "สงครามจบไปตั้งแต่วันที่ 15 สิงหาคมแล้ว ลงมาจากเขาเสีย!" ("The war ended on August 15. Come down from the mountains!") ทว่า พวกเขาเห็นว่าใบปลิวเหล่านี้เป็นการโฆษณาชวนเชื่อของฝ่ายสัมพันธมิตร เพราะพวกเขาถูกไล่ยิงเมื่อสองสามวันก่อน[1]

หลังจากหลบซ่อนตัวอยู่บนภูเขาลูกนั้นกว่าหนึ่งปี พลเอกโทะโมะยุกิ ยะมะชิตะ (Tomoyuki Yamashita) แห่งกองทัพญี่ปุ่นประจำภูมิภาคที่สิบสี่ สั่งให้โปรยใบปลิวพร้อมคำสั่งให้พวกเขามอบตัวเสียอีกครั้งหนึ่ง ทหารทั้งสี่ได้รับใบปลิวและเชื่อกันว่าเป็นเรื่องเท็จ

ในเดือนกันยายน 1949 พลทหารอะกะสึ ตัดสินใจละกลุ่ม หกเดือนถัดมา เขามอบตัวเองแก่กองทัพฟิลิปปินส์ ทหารสามคนที่เหลือเห็นว่าการกระทำของพลทหารอะกะสึนำปัญหาทางความมั่นคงมาให้แก่กลุ่ม และจัดการระแวดระวังมากขึ้น

ในปี 1952 มีการโปรยจดหมายและรูปถ่ายจากครอบครัวของทหารทั้งสามลงมารอบบริเวณภูเขาเพื่อขอให้มอบตัว ทว่า ทหารทั้งสามยังคงเชื่อว่า สงครามยุติแล้วนั้นเป็นเรื่องเท็จ ในเดือนมิถุนายน 1953 สิบโทชิมะดะถูกคนหาปลาท้องถิ่นยิงขา แต่โอะโนะดะช่วยพยาบาลจนหาย ครั้นวันที่ 7 พฤษภาคม 1954 สิบโทชิมะดะถูกคณะค้นหาคนหายยิงตาย ในเดือนธันวาคม 1959 มีประกาศว่าโอะโนะดะตายแล้ว ทว่า เหตุการณ์ในวันที่ 19 ตุลาคม 1972 ซึ่งพลทหารโคะซุกะถูกเจ้าพนักงานตำรวจท้องถิ่นยิงตาย ขณะที่เขาและโอะโนะดะปฏิบัติการตามคำสั่งที่ได้รับมอบมาด้วยการเผายุ้งฉาง เป็นหลักฐานว่าโอะโนะดะยังไม่ตาย จึงมีการตั้งคณะค้นหาเขา แต่ไม่พบ

วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 1974 โอะโนะดะพบ โนะริโอะ ซุซุกิ (Norio Suzuki) สมาชิกของคณะที่รัฐบาลญี่ปุ่นตั้งขึ้นเพื่อสืบหา "นายร้อยโอะโนะดะ, หมีแพนด้า และปิศาจมนุษย์หิมะ ตามลำดับ" ("Lieutenant Onoda, a panda, and the Abominable Snowman, in that order")[2] ทั้งสองกลายเป็นเพื่อนกัน ทว่า โอะโนะดะยังปฏิเสธที่จะมอบตัว เขากล่าวว่า เขายังรอคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาอยู่

ซุซุกิจึงกลับญี่ปุ่นพร้อมภาพถ่ายเขาคู่กับโอะโนะดะเพื่อยืนยันว่าได้พบกัน รัฐบาลญี่ปุ่นจึงส่งพลตรีทะนิงุชิ (Taniguchi) ผู้บังคับบัญชาของโอะโนะดะ ลงพื้นที่ พลตรีทะนิงุชิถึงเกาะลูบัง และพบโอะโนะดะในวันที่ 9 มีนาคม 1974 เขาแจ้งเรื่องการพ่ายสงครามของญี่ปุ่นให้โอะโนะดะทราบ และสั่งให้โอะโนะดะวางอาวุธเสีย

หลังจากหลบซ่อนตัวในป่ามาเกือบสามสิบปีหลังจากสงครามโลกครั้งที่ 2 สิ้นสุดลง โอะโนะดะได้ปฏิบัติตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชาที่ให้มอบตัว เขาได้แต่งเครื่องแบบ พร้อมดาบคู่กาย กับทั้งปืนอริซะกะไรเฟิลชนิด 99 ซึ่งยังใช้การได้ดี บรรจุกระสุนห้าร้อยนัด และระเบิดมืออีกจำนวนหนึ่ง ลงจากภูเขา

แม้ในระหว่างอยู่บนเกาะ เขาได้ฆ่าราษฎรฟิลิปปินส์ไปสามสิบคน และประมือกับตำรวจท้องถิ่นอีกหลายครั้ง แต่เมื่อพิเคราะห์แล้ว ประธานาธิบดีเฟอร์ดินันด์ มาร์คอส (Ferdinand Marcos) อภัยโทษให้เขา

ชีวิตต่อมา[แก้]

หลังจากกลับญี่ปุ่นแล้ว โอะโนะดะได้รับความนิยมเป็นอันมาก ถึงขนาดที่ชาวญี่ปุ่นบางคนอยากให้เขาเป็นสมาชิกรัฐสภา เขาได้เขียนหนังสืออัตชีวประวัติชื่อ "โนเซอร์เรนเดอร์: มายเธอร์ที-เยียร์วอร์" ("No Surrender: My Thirty-Year War", ไม่ยอมมอบตัว: สงครามสามสิบปีของผม) บรรยายชีวิตของเขาในช่วงที่ปฏิบัติหน้าที่กองโจรตามคำสั่งของกองทัพญี่ปุ่นแม้ว่าสงครามจะยุติไปนมนานแล้วก็ตาม หนังสือดังกล่าวยังระบุว่า โอะโนะดะเองไม่ชอบใจนักที่ตนเองเป็นจุดสนใจ และไม่ชอบใจวัฒนธรรมสมัยใหม่ที่เขามองว่าลดคุณค่าประเพณีญี่ปุ่น หนังสือเช่นว่าได้รับการแปลเป็นภาษาไทย ให้ชื่อว่า "สู้สุดขีด" และตีพิมพ์ครั้งแรกเมื่อปี 1980 (พ.ศ. 2523)[3]

ในเดือนเมษายน 1975 เขาละญี่ปุ่นไปใช้ชีวิตเป็นชาวไร่ในบราซิล เขาแต่งงานกับสตรีญี่ปุ่นชื่อ มะชิเอะ (Machie) ในปีถัดมา ครั้นปี 1980 หลังจากได้อ่านข่าวเรื่องวัยรุ่นญี่ปุ่นที่ฆ่าบิดามารดาตนเอง เขาตัดสินใจกลับประเทศแม่ในอีกสี่ปีถัดมา แล้วจัดค่ายทางการศึกษาสำหรับเยาวชน เรียก "โรงเรียนธรรมชาติของโอะโนะดะ" (Onoda Shizen Juku) ต่อมา เขาได้เป็นผู้นำชุมชนด้วย[4]

ในปี 1996 โอะโนะดะเยือนเกาะลูบังอีกครั้ง เขาอุทิศเงินหนึ่งหมื่นดอลลาร์ (สหรัฐ?) ให้แก่โรงเรียนท้องถิ่น ในปี 2006 มะชิเอะ โอะโนะดะ ภริยาของเขา ได้เป็นนายกสมาคมสตรีญี่ปุ่น[5]

แต่ละปี เขาจะเดินทางกลับไปใช้ชีวิตสามเดือนในบราซิล เขายังได้รับเหรียญกล้าหาญ "ซันโตส-ดูมอนต์" (Santos-Dumont) จากกองทัพอากาศบราซิลเมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2004 ด้วย[6]

ฮิโร โอะโนะดะ เสียชีวิตเมื่อวันที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2557 ที่กรุงโตเกียว ด้วยโรคปอดบวม[7]

เชิงอรรถ[แก้]

  1. 1.0 1.1 Onoda, p. 75
  2. "2nd Lt. Hiroo Onoda". สืบค้นเมื่อ 2010-04-03. 
  3. "สู้สุดขีด". Toulo.com. สืบค้นเมื่อ 30 พฤษภาคม 2011. 
  4. Mercado, Stephen C. (2003). The Shadow Warriors of Nakano. Brassey's. pp. 246–247. ISBN 1574885383. 
  5. "Wife of 'No Surrender' soldier becomes president of conservative women’s group". Japan Probe. 29 November 2006. 
  6. "Combatente da II Guerra ganha medalha da FAB". Brazilian Air Force Centro de Comunicação Social da Aeronáutica Center for Social Communication of the Air. December 8, 2004. Archived from the original on March 11, 2005. สืบค้นเมื่อ May 7, 2009. 
  7. ไทยรัฐออนไลน์สิ้น 'โอโนดะ' ทหารคนดังของญี่ปุ่นในวัย 91 ปี

อ้างอิง[แก้]

  • Onoda, Hiroo. No Surrender: My Thirty-Year War. Translated by Charles S. Terry
ISBN 0-7394-0756-2
ISBN 0-233-96697-8
ISBN 0-87011-240-6
ISBN 1-55750-663-9

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]