ฮิโตะชิ ซะกิโมะโตะ
|
|
ลิงก์ข้ามภาษาในบทความนี้ มีไว้ให้ผู้อ่านและผู้ร่วมแก้ไขบทความศึกษาเพิ่มเติมโดยสะดวก เนื่องจากวิกิพีเดียภาษาไทยยังไม่มีบทความดังกล่าว กระนั้น ควรรีบสร้างเป็นบทความโดยเร็วที่สุด |
| ฮิโตะชิ ซะกิโมะโตะ | |
|---|---|
รูปซะกิโมะโตะขณะถูกสัมภาษณ์เมื่อปี 2004 |
|
| ข้อมูลพื้นฐาน | |
| ชื่ออื่น | YmoH.S (Yellow Magic Orchestra Hitoshi Sakimoto) |
| แนวเพลง | ออเคสตรา, อิเล็กโทรนิกา, แจ๊ส |
| อาชีพ | ผู้ประพันธ์เพลง, ผู้เรียบเรียง |
| เครื่องดนตรี | เปียโน, ออร์แกนไฟฟ้า, ซินธิไซเซอร์ |
| ช่วงปี | 1988–ปัจจุบัน |
| ค่ายเพลง | DigiCube Square Enix Aniplex |
| ส่วนเกี่ยวข้อง | ซีอีโอ Basiscape |
ฮิโตะชิ ซะกิโมะโตะ (ญี่ปุ่น: 崎元 仁 ซะกิโมะโตะ ฮิโตะชิ ?; เกิดเมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1969) เป็นผู้ประพันธ์เพลงและผู้เรียงเรียงเสียงประสานชาวญี่ปุ่น มีชื่อเสียงด้านทำดนตรีประกอบเกมไฟนอลแฟนตาซีแท็กติกและไฟนอลแฟนตาซี XII เขาทำประพันธ์ประกอบเกมกว่าเจ็ดสิบเกม และเรียบเรียงเสียงประสานกว่าสี่สิบเกม พื้นฐานเดิมเขาเรียนด้านดนตรีตั้งแต่ประถม และได้ประกาศเป็นฟรีแลนซ์ในปี 1988 และในปี 1997 เขาได้สมัครงานเข้าในบริษัทสแควร์อีนิกซ์
ในปี 2002 เขาได้ลาออกจากบริษัทสแควร์อีนิกซ์ และก่อตั้งบริษัททำเสียงประกอบเกมเป็นของตัวเองคือ Basiscape และได้ทำการบริหารงานทางด้านธุรกิจทำเสียงอย่างเต็มรูปแบบทั้งเสียงเกม การ์ตูนอะนิเมะ เป็นต้น
เนื้อหา |
ประวัติ[แก้]
วัยหนุ่ม[แก้]
ฮิโตะชิ ซะกิโมะโตะ เกิดที่โตเกียว ถูกบังคับเรียนดนตรีตั้งแต่ประถม แต่โดยส่วนตัวเขาสนใจเกี่ยวกับเกมเป็นอย่างมาก ในช่วงที่เขาเรียนดนตรีนั้นเขาสนใจจำพวกวงร็อค วงเครื่องลมทองเหลือง และออร์แกนไฟฟ้า แต่ว่าก็เรียนเปียโนเป็นเครื่องมือหลัก[1]เขาได้ร่วมมือกับเพื่อนๆของเขาในการทำเกมตั้งแต่สมัยอยู่มัธยม[2] และในช่วงมัธยมปลายเขาได้เขียนบทความในนิตยสาร Oh!FM โดยส่วนตัวเขาได้บอกว่าเขาเป็นเซียนเกมแต่ว่าเป็นนักดนตรีที่ยังอ่อนหัด[1]
เขาเริ่มแต่งเพลงสำหรับเกมเมื่ออายุสิบหกปี และร่วมกันเขียนเกมกับเพื่อน ๆ[3] ซึ่งเกมแรก ๆ นั้นเขาได้ใช้เครื่องมือทุกชิ้นเท่าที่หามาได้แบบมั่ว ๆ[4] เขาได้ผลักดันตัวเองและรับงานทำเกมอย่างมืออาชีพเมื่อปี 1988 เขากับเพื่อนร่วมงาน มาซาฮารุ อีวาตะ ได้ร่วมกันสร้างสรรค์ผลงานประกอบเกมหลาย ๆ เกมด้วยกัน ซึ่งเกมแรกที่นับว่าเป็นงานอย่างจริงจังของเขาคือเกมแนวยิง Revolter ซึ่งวางจำหนายโดยบริษัท ASCGroup for the NEC PC-8801 (คอมตั้งโต๊ะ) ซะกิโมะโตะได้ทำเสียงจำพวกซินธิไซเซอร์และ ดนตรีแนวบรรยากาศอวกาศเป็นหลักในช่วงแรก ซึ่งเป็นวัฒนธรรมของดนตรีประกอบเกมของญี่ปุ่นในยุค 1990 ยังไงก็ตามเกม Revolter ก็ประสบผลสำเร็จอย่างยิ่ง และเขาก็ได้ทำเสียงประกอบเกมอีกหลายเกมและผลงานเสียงประกอบเกมของเขาก็ได้เข้าไปอยู่ในอุตสาหกรรมดนตรีอย่างเต็มรูปแบบ[3][5]
วัยทำงาน[แก้]
ผมเชื่อว่าเสียงนั้นมันครอบคลุมความรู้สึกของเกมจริง ๆ นะ เช่นนั้นเองผมจึงอยากทำงานแบบนี้
หลังจากเกม Revolter ไปแล้ว ผลงานของซะกิโมะโตะได้เข้าไปอยู่ในอุตสาหกรรมดนตรีอื่น ๆ อีกมากมาย ในยุคคอมพิวเตอร์-8801 ได้มีเกมมาอีกเช่น Starship Rendezvous และ Gauntlet ซึ่งเป็นเกมที่ได้รับความนิยมพอ ๆ กับเกม Stone of Deigan ในปี 1989 และ The Witch of Barbatus ในปี 1990 [1]ช่วงปี 1990 และ 1992 เขาได้ทำเสียงเกมกว่า 24 ชิ้นงาน ช่วงนี้เขาได้สมัครงานในบริษัท Toshiba EMI, Artec, และ Data East.[5]แต่ว่าเขาก็ได้ทำเสียงเกมในงานชิ้นโบว์แดงหรือว่างานเดี่ยวก็เห็นจะเป็น Bubble Ghost ในช่วงปี 1990[1]
ในช่วงปี 1993-1997 นั้นเขาก็ได้ทำเสียงเกมที่ได้รับความนิยมอีกหลายเกม Ogre Battle: March of the Black Queen, Shin Megami Tensei, Alien vs. Predator, Tactics Ogre, และ Dragon Quest VI เป็นต้น[5] ซึ่งช่วงเวลาในปี 1997 เขาได้ย้ายมาอยู่สแควร์อย่างเป็นทางการโดยทำเกมไฟนอลแฟนตาซีแท็กติก ซึ่งเป็นผลงานที่ทำให้เขาได้เป็นที่รู้จักอย่างเป็นทางการในวงการเกม (การได้ออกไปทัวร์นอกประเทศ)[3][7]แม้ว่าเขาจะงานเต็มเอียดในช่วงไม่กี่ปีในช่วงนั้น แต่ว่าเขาก็ได้รับความสำเร็จจากเกม Vagrant Story อยู่ดี[5] งานสุดท้ายที่ทำให้สแควร์คือเบรทออฟไฟล์ห้า และ Tactics Ogre: The Knight of Lodis สำหรับแคปคอมและ Quest หลังจากนั้นเขาจึงลาออกจากพนักงานบริษัทมาทำเป็นบริษัท Basiscape ในวันที่ 4 ตุลาคม 2002 อย่างเป็นทางการ
เบสิสเคพ[แก้]
Basiscape เป็นบริษัทที่รับทำเสียงประกอบทุกชนิดโดยเฉพาะเกม ซะกิโมะโตะได้ลาออกจากสแควร์อีนิกซ์ เพราะว่าต้องการอิสระกว่าเดิม โดยที่เขาจะสามารถคัดเลือกงานที่จะทำได้เพื่อจะได้ไม่งานเต็มมือเหมือนแต่ก่อน[8]ตอนก่อตั้งบริษัทมีสมาชิกสามคนคือ ซะกิโมะโตะ, อิวาตะ และ มานาบุ นามิคิ เมื่อก่อตั้งบริษัทแยกออกมาแล้วบริษัทก็รับทำเสียงสำหรับวิดีโอเกมหลาย ๆ ค่ายเกม แต่หลัก ๆ แล้วจะเป็น สแควร์อีนิกซ์ เมื่อปี 2005 ก็มีการรับสมัครนักประพันธ์เพลงเพิ่มคือ มิซซึฮิโระ คาเนดะ และ คิมิฮิโระ อาเบ, หลังจากเขาได้รับความสำเร็จในเกมส์ไฟนอลแฟนตาซี XIIเขาก็ได้ขยายบริษัทเพิ่มขึ้นไปอีกโดยเกณฑ์นักประพันธ์เพลงมาทำงานเพิ่มได้แก่ โนริยูกิ คามิคูรา, โยชิมิ คูโด และ อาซูสะ ชิบา[9][10] ซึ่งทำให้กลายมาเป็นบริษัททำเพลงประกอบเกมที่ใหญ่ที่สุดในโลกก็ว่าได้ หลังจากนั้นก็ยังทำงานอีกชิ้นคือ Odin Sphere และ ไฟนอลแฟนตาซี XII ภาคเสริม[3] บริษัทนี้จะแบ่งการบริหารงานคือการประพันธุ์เพลงหลักจะยกให้ซีอีโอ และแบ่งงานการเรียบเรียงเสียงประสานให้บุคลากรอื่นทำ รวมถึงมีบทเพลงบางชิ้นจะแบ่งให้คนในบริษัททำแยกออกไปด้วยตามความถนัด โดยการรับงานจะเป็นการรับงานในรูปแบบบริษัท บุคลากรที่เป็นนักประพันธ์เพลงทั้งหมดจะเป็นทั้งฟรีแลนซ์และเป็นพนักงานบริษัทแบบเต็มเวลาได้พร้อมกัน[11] ตัวธุรกิจ Basiscape เพิ่งถูกจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าเมื่อปี 2009[12]
ซะกิโมะโตะเคยกล่าวถึงผลงานที่ไม่แสวงหากำไร[1] เขามีส่วนทำให้อลบัมเสียงเกม Ten Plants (1998) และ 2197 (1999) เป็นหัวข้อในการกล่าวถึงเสียงเกม[13][14] ซึ่งในงานของเบสิสเคพนั้นเขาได้ทำงานกับนักร้องเลียในการออกอลบัมเพลงป๊อปของเลียมาสองอัลบัม และงานด้านอื่นก็ทำอะนิเมะเรื่องโรมิโอ × จูเลียตในปี 2007 และ The Tower of Druaga: The Aegis of Uruk ในปี 2008 และ ทำการ์ตูนแผ่นเรื่อง Legend of Phoenix ~Layla Hamilton Monogatari~ in 2005[3]
การแสดง[แก้]
ซะกิโมะโตะมักจะเสนอหน้าในงานคอนเสิร์ตเพลงประกอบเกมหลายๆงาน เขาไปพบปะกับ โยโกะ ชิโมมูระ และ ไมเคิล เสียงาโตริ ซึ่งเป็นแขกพิเศษในงาน Play! A Video Game Symphony ณ หอแสดงออเคสตรา ณ ดีทรอยต์ รัฐมิชิแกน สหรัฐอเมริกา[15] งานของเขาได้ทำการแสดงโดยวงซิมโฟนีออเคสตราเอมิเนนซ์, อีกทั้งมีคอนเสิร์ตที่ใช้บทเพลงของเขาและ Basiscape ในการแสดง[16] เขาและยาสุโนริ มิซซีดะ ได้ไปคอนเสิร์ตร่วมกันในงาน Passion เมื่อธันวาคม 2006, ใน เมษายน 2007 เขาปรากฏตัวที่วงออเคสตราในงานA Night in Fantasia 2007: Symphonic Games Edition, ซึ่งเป็นการแสดงดนตรีสามบทประพันธ์ใหญ่ของทั้งสอง[17] และเขาทั้งสองได้ร่วมงานกับวงซิมโฟนีออเคสตราเอมิเนนซ์ในการแสดงคอนเสิร์ตในช่วงกรกฎาคมปีนั้นในงาน Destiny: Reunion ซึ่งเป็นคอนเสิร์ตนี้เป็นคอนเสิร์ตสำหรับดนตรีประกอบเกมญี่ปุ่นเท่านั้น[18] วงซิมโฟนีออเคสตราเอมิเนนซ์ได้วางแผ่น Passionในปี 2006 และ Destiny: Dreamer's Allianceในปี 2007[19] ตีมของเพเนโลจากไฟนอลแฟนตาซี XII และ เมดเลย์ของไฟนอลแฟนตาซีแท็กติก A2 ซึ่งแสดงที่สิงค์โปร์[20]
ถึงแม้ว่าเขาจะมีโชว์ตัวในงานคอนเสิร์ตอยู่สำหรับไฟนอลแฟนตาซีก็ตาม แต่ว่าบทเพลงของเขาก็ได้ถูกเรียบเรียงใหม่สำหรับเปียโนโดยอาซาโกะ นิวา ซึ่งถูกดัดแปลงเป็นเพลงสำหรับเปียโนในระดับกลางซึ่งถูกขายโดย โรงพิมพ์โดเรมี[21]
สไตล์เพลง และแรงจูงใจ[แก้]
ลักษณะงานดนตรีของเขานั้นมักจะเป็นแบบเรียบเรียงเครื่องดนตรีให้เด่นเท่าๆกันและจะชอบใช้เปียโนสั้นๆ แล้วค่อยต่อเข้าคอม[7] แล้วเขาก็จะชอบเขียนดนตรีแนวออเคสตราอย่างมาก โดยเขียนมาในซีเควนเซอร์ก่อนแล้วค่อยเอาวงเล่นจริง เมื่อเขาจะเขียนเพลงเขาจะนึกว่าเขาเป็นโปรดิวเซอร์ก่อนว่าต้องการอะไร หากรอบของเพลงก่อนจากนั้นค่อยหาทำนองที่ใช่ แล้วจึงประพันธ์เป็นเดโม[4] เขามักจะบอกว่าเขาจะพยายามทำให้เหมือนพวกเสียงอะนิเมะของญี่ปุ่น แต่ว่าอาจจะไม่เหมือนกันบ้างเล็กน้อย[16] เขายังบอกอีกว่าเขาจะทำผลงานออกมาเรื่อยๆให้มีคุณภาพมากกว่านี้แล้วเมื่อทำชิ้นก่อนๆไปแล้วมันจะทำให้เรารู้ว่าเราจะทำของใหม่ให้ดีขึ้นอย่างไร[4]
ส่วนด้านแรงจูงใจนั้นเขาได้รับอิทธิพลจากดนตรีเทคโนเก่ากับโปรเกรสซีพร็อค ซึ่งเขาจะชอบวงเยลโลว์แมจิกออเคสตราเอามากๆ[6][16] เมื่อเขาทำการศึกษาเกี่ยวกับพื้นฐานทางดนตรีแล้วเขาก็ใช้นามปากกาว่า "YmoH.S" มาตลอด, เขายังอ้างอิงว่าเขายังใช้ดนตรีแจ๊สโดยเฉพาะชิกโคเรียอีกด้วยในงานหลัก[1] ตัวของซะกิโมะโตะในช่วงที่กำลังปั่นงานไฟนอลแฟนตาซี XII นั้นเองเขายังแอบอู้งานมาฟังพวกแนวเทคโนและแจ๊สฟิวชั่นเวลาเซ็งและมักจะชอบบทเพลงในไฟนอลแฟนตาซีภาคเก่าๆที่โนบุโอะ อุเอมัตสึปั้มเอาใว้ด้วย[22] บ้างก็หาแรงบันดาลใจที่บ้าน, เขาจะชอบนึกไอเดียเจ๋งๆเวลาอยู่ที่สตูดิโออยู่เสมอๆ และบทประพันธ์ที่เขารู้สึกภูมิใจเสนอที่สุดก็คือ Vagrant Story[4]
ผลงานสะสม[แก้]
| วิดีโอเกม | |||
|---|---|---|---|
| ปี | เกม | หน้าที่ | ผู้ร่วมผลงาน |
| 1988 | Revolter | ประพันธ์ | มาซาฮารุ อีวาตะ |
| 1989 | Stone of Deigan | เรียบเรียง | |
| 1990 | Bubble Ghost | ประพันธ์ | |
| Metal Orange | ประพันธ์ | มาซาฮารุ อีวาตะ | |
| Starship Rendezvous | ประพันธ์ | มาซาฮารุ อีวาตะ | |
| Carat | ประพันธ์ | ||
| Advanced Dungeons & Dragons: Heroes of the Lance | เรียบเรียง | ||
| 1991 | Devilish | ประพันธ์ | |
| Verytex | ประพันธ์ | ||
| Magical Chase | ประพันธ์ | มาซาฮารุ อีวาตะ | |
| King Breeder | ประพันธ์ | ||
| Midnight Resistance | เรียบเรียง | ||
| Master of Monsters | เรียบเรียง | ||
| Dragons of Flame | เรียบเรียง | ||
| Death Knights of Krynn | เรียบเรียง | ||
| 1992 | Mounted Soldier | เรียบเรียง | |
| Two Crude Dudes | เรียบเรียง | ||
| Death Bringer | เรียบเรียง | ||
| Captain America and the Avengers | เรียบเรียง | ||
| Champions of Krynn | เรียบเรียง | ||
| Dragon Master Silk | เรียบเรียง | ||
| Eye of the Beholder | เรียบเรียง | ||
| Seven Colors | เรียบเรียง | ||
| 1993 | Gauntlet | ประพันธ์ | มาซาฮารุ อีวาตะ |
| Bad Omen | ประพันธ์ | ||
| Super Back to the Future Part II | ประพันธ์ | ||
| Ogre Battle: The March of the Black Queen | ประพันธ์ | มาซาฮารุ อีวาตะ และ ฮายาโตะ มัสสึโอะ | |
| Tail Spin | เรียบเรียง | ||
| Aguri Suzuki F-1 Super Driving | เรียบเรียง | ||
| Alien vs. Predator | เรียบเรียง | ||
| The Little Mermaid | เรียบเรียง | ||
| J-LEAGUE Soccer | เรียบเรียง | ||
| Classic Lord | เรียบเรียง | ||
| Shin Megami Tensei | เรียบเรียง | ||
| Quiz Jipangu | เรียบเรียง | ||
| 1994 | Kingdom Grand Prix | ประพันธ์ | มาซาฮารุ อีวาตะ |
| X-Kaliber 2097 | ประพันธ์ | ฮายาโตะ มัสสึโอะ | |
| Moldorian | ประพันธ์ | ||
| Pile Up March | ประพันธ์ | ||
| Side Pocket | เรียบเรียง | ||
| Nankoku Shōnen Papuwa-kun | เรียบเรียง | ||
| Shogi | เรียบเรียง | ||
| Mighty Morphin Power Rangers: The Movie | เรียบเรียง | ||
| Super Ice Hockey | เรียบเรียง | ||
| Lorelei | เรียบเรียง | ||
| Swap | เรียบเรียง | ||
| Blue Garnet | เรียบเรียง | ||
| 1995 | Tactics Ogre: Let Us Cling Together | ประพันธ์ | มาซาฮารุ อีวาตะ |
| Chick's Tale | ประพันธ์ | ||
| Dragon Master Silk 2 | ประพันธ์ | ||
| Pet Club: Inu Daisuki! | เรียบเรียง | ||
| Akazukin Chacha | เรียบเรียง | ||
| Dragon Quest VI | เรียบเรียง | ||
| Bomberman: Panic Bomber | เรียบเรียง | ||
| Classic Lord 2 | เรียบเรียง | ||
| F1 GP | เรียบเรียง | ||
| 1996 | Treasure Hunter G | ประพันธ์ | จ้อน พี้,, โทชิอากิ ซาโกดะ, โยโกะ ทาคาดะ, โทโมโกะ มัสสึอิ, และ อากีโกะ โกโต |
| Terra Diver | ประพันธ์ | มานาบุ นามิกิ | |
| The Adventures of Hourai High School | ประพันธ์ | ||
| Chip Chan Kick! | ประพันธ์ | มาซาฮารุ อีวาตะ | |
| Thoroughbred Breeder 3 | เรียบเรียง | ||
| My Best Friends | เรียบเรียง | ||
| Virtual Gallop Kisyudou | เรียบเรียง | ||
| 1997 | Bloody Roar | ประพันธ์ | มาซาฮารุ อีวาตะ และ มานาบุ นามิกิ |
| Final Fantasy Tactics | ประพันธ์ | มาซาฮารุ อีวาตะ | |
| Civizard – Majutsu no Keifu | เรียบเรียง | ||
| 1998 | Radiant Silvergun | ประพันธ์ | |
| Armed Police BatRider | ประพันธ์ | ||
| Traffic Confusion | เรียบเรียง | ||
| Battle Garegga | เรียบเรียง | ||
| Roommate 3 | เรียบเรียง | ||
| 1999 | Ogre Battle 64: Person of Lordly Caliber | ประพันธ์ | มาซาฮารุ อีวาตะ และ ฮายาโตะ มัสสึโอะ |
| Roommate W -Futari- | เรียบเรียง | ||
| 2000 | Vagrant Story | ประพันธ์ | |
| 2001 | Tactics Ogre: The Knight of Lodis | ประพันธ์ | มาซาฮารุ อีวาตะ |
| Kuusen | ประพันธ์ | ||
| Legaia 2: Duel Saga | ประพันธ์ | ยาสุโนริ มิซซึดะ และ มิชิรุ โอชิมา | |
| Tekken Advance | ประพันธ์ | อสูฮิโร โมโตยามา | |
| Block Wars | เรียบเรียง | ||
| 2002 | Breath of Fire: Dragon Quarter | ประพันธ์ | |
| Perfect Prince | ประพันธ์ | ชินจิ โฮโซเอ และ อายาโกะ ซาโซ | |
| The Pinball of the Dead | เรียบเรียง | ||
| 2003 | Final Fantasy Tactics Advance | ประพันธ์ | อายาโกะ ซาโซ, คาโอริ โอโคชิ และ ตาหนวดใส่แว่นแก่ๆ |
| 2004 | Gradius V | ประพันธ์ | |
| Stella Deus: The Gate of Eternity | ประพันธ์ | มาซาฮารุ อีวาตะ | |
| Mushihime-sama | ประพันธ์ | มาซาฮารุ อีวาตะ, มานาบุ นามิกิ, ชินจิ โฮโซเอ, อายาโกะ ซาโซ, and โชอิจิโร ซาคาโมโต | |
| 2005 | ArtePizza | ประพันธ์ | |
| Wizardry Gaiden: Prisoners of the Battles | ประพันธ์ | ||
| Bleach: Heat the Soul 2 | ประพันธ์ | ||
| Zoids: Full Metal Crash | ประพันธ์ | ||
| B-Legend! Battle B-daman Fire Spirits! | เรียบเรียง | ||
| 2006 | Monster Kingdom: Jewel Summoner | ประพันธ์ | หลายคน |
| Fantasy Earth: Zero | ประพันธ์ | ||
| Final Fantasy XII | ประพันธ์ | มาซาฮารุ อีวาตะ, ฮายาโตะ มัสสึโอะ, และโนบุโอะ อุเอมัตสึ | |
| Battle Stadium D.O.N | ประพันธ์ | ||
| Digimon World Data Squad | ประพันธ์ | ||
| 2007 | GrimGrimoire | ประพันธ์ | |
| Final Fantasy XII: Revenant Wings | ประพันธ์ | เคนิชิโร ฟูคูอิ | |
| Final Fantasy Tactics: The War of the Lions | ประพันธ์ | มาซาฮารุ อีวาตะ | |
| Odin Sphere | ประพันธ์ | เบสิสเคพ | |
| ASH: Archaic Sealed Heat | ประพันธ์ | มาซาฮารุ อีวาตะ | |
| Final Fantasy Tactics A2 | ประพันธ์ | ||
| Opoona | ประพันธ์ | เบสิสเคพ | |
| Deltora Quest | ประพันธ์ | เบสิสเคพ | |
| 2008 | L no Kisetsu 2: Invisible Memories | ประพันธ์ | |
| Valkyria Chronicles | ประพันธ์ | ||
| The Wizard of Oz: Beyond the Yellow Brick Road | ประพันธ์ | คิมิฮิโระ อาเบ, มาซาฮารุ อีวาตะ, and มิชิโกะ นารุเกะ | |
| Elminage: Priestess of Darkness and The Ring of the Gods | ประพันธ์ | ||
| 2009 | Coded Soul | ประพันธ์ | |
| Crystal Defenders | ประพันธ์ | ||
| Muramasa: The Demon Blade | ประพันธ์ | ||
| Tekken 6 | ประพันธ์ | หลายคน | |
| Lord of Vermilion II | ประพันธ์ | ||
| 2010 | Valkyria Chronicles II | ประพันธ์ | |
| Lord of Arcana | ประพันธ์ | ||
| Tactics Ogre: Let Us Cling Together | ประพันธ์ | มาซาฮารุ อีวาตะ | |
| 2011 | Valkyria Chronicles III | ประพันธ์ | |
| งานด้านอื่น | |||
| ปี | ชิ้นงาน | หน้าที่ | ผู้ร่วมผลงาน |
| 1991 | MCMXCI | ประพันธ์ | |
| 1992 | MYSTERY CASE in HI! SCHOOL! | ประพันธ์ | |
| Be filled with feeling | ประพันธ์ | ||
| 1993 | Great Wall | ประพันธ์ | |
| G.T.R | ประพันธ์ | ||
| 1994 | T•O•U•R•S | ประพันธ์ | |
| 1995 | Megami Tensei 1 and 2 | ประพันธ์ | |
| 1998 | Ten Plants | ประพันธ์ | |
| 1999 | 2197 | ประพันธ์ | |
| 2005 | Colors of Life | ประพันธ์ | เลีย |
| 2005 | Legend of Phoenix ~Layla Hamilton Monogatari~ | ประพันธ์ | |
| 2007 | Romeo x Juliet | ประพันธ์ | |
| 2008 | The Tower of Druaga: The Aegis of Uruk | ประพันธ์ | |
| 2011 | Iron Vendetta | ประพันธ์ | |
อ้างอิง[แก้]
- ↑ 1.0 1.1 1.2 1.3 1.4 1.5 Chris. "Hitoshi Sakimoto :: Biography". Square Enix Music Online. สืบค้นเมื่อ 2008-12-05.
- ↑ "Hitoshi Sakimoto - Profile". CocoeBiz. สืบค้นเมื่อ 2008-12-05.
- ↑ 3.0 3.1 3.2 3.3 3.4 "Credits". Hitoshi Sakimoto's official website. สืบค้นเมื่อ 2008-12-06.
- ↑ 4.0 4.1 4.2 4.3 Sakimoto, Hitoshi; Kennedy, Sam (2007-10-30). "Final Fantasy XII Composer Hitoshi Sakimoto Interview from 1UP.com". 1UP.com. สืบค้นเมื่อ 2009-10-15.
- ↑ 5.0 5.1 5.2 5.3 "Hitoshi Sakimoto - Discography". CocoeBiz. สืบค้นเมื่อ 2008-12-05.
- ↑ 6.0 6.1 Sakimoto, Hitoshi; Larsen, Phil (2006-11-06). "Hitoshi Sakimoto Interview". PALGN. สืบค้นเมื่อ 2009-10-15.
- ↑ 7.0 7.1 Sakimoto, Hitoshi (2006-10-24). "Twelve Days of Final Fantasy XII: Hitoshi Sakimoto Interview Part I". IGN. สืบค้นเมื่อ 2009-10-15.
- ↑ Sakimoto, Hitoshi; Winkler (Chris). "RPGFan Exclusive Interview #4: Hitoshi Sakimoto, Composer, Basiscape". RPGFan. สืบค้นเมื่อ 2009-10-15.
- ↑ "Basiscape". Square Enix Music Online. สืบค้นเมื่อ 2008-12-06.
- ↑ "Basiscape :: Composers". Square Enix Music Online. สืบค้นเมื่อ 2008-12-06.
- ↑ Sakimoto, Hitoshi; Napolitano, Jason (2009-04-02). "GDC 2009: Shooting The Breeze With Hitoshi Sakimoto". Original Sound Version. สืบค้นเมื่อ 2009-10-15.
- ↑ Rojek, Kamil (2010-10-06). "Interview with Hitoshi Sakimoto (October 2010)". Square Enix Music Online. สืบค้นเมื่อ 2010-10-06.
- ↑ Ten Plants. Biosphere Records (1998-04-22). BICA-5001.
- ↑ 2197. Troubadour Records (1999-04-18). TTRC-0028.
- ↑ "Hitoshi Sakimoto to attend Detroit concert". PLAY! A Video Game Symphony. 2006-05-23. สืบค้นเมื่อ 2008-12-06.
- ↑ 16.0 16.1 16.2 Shea, Cam (2007-02-15). "Hitoshi Sakimoto AU Interview". IGN. สืบค้นเมื่อ 2008-12-06.
- ↑ Shea, Cam (2007-05-04). "A Night in Fantasia 2007 Photos". IGN. สืบค้นเมื่อ 2009-10-15.
- ↑ Kermarrec, Jérémie; Jeriaska (2008-10-15). "Interview with Yasunori Mitsuda". RPGFan. สืบค้นเมื่อ 2008-12-06.
- ↑ "Portfolio". Eminence Symphony Orchestra. สืบค้นเมื่อ 2009-10-15.
- ↑ "Fantasy Comes Alive :: Report by Between Moments". Square Enix Music Online. สืบค้นเมื่อ 2010-06-09.
- ↑ "Doremi Music Web Site" (ใน Japanese). DOREMI Music Publishing. สืบค้นเมื่อ 2008-09-14.
- ↑ Sakimoto, Hitoshi (2006-10-25). "Twelve Days of Final Fantasy XII: Hitoshi Sakimoto Interview Part II". IGN. สืบค้นเมื่อ 2008-12-05.
แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]
- เว็บไซต์อย่างเป็นทางการ (อังกฤษ)