ฮาร์ดี อมีส

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

เซอร์ เอ็ดวิน ฮาร์ดี อมีส (17 กรกฎาคม พ.ศ. 2442 - 5 มีนาคม พ.ศ. 2546) นักออกแบบเสื้อผ้าชาวอังกฤษ เป็นที่รู้จักในนามของนักออกแบบและตัดชุดให้สมเด็จพระราชินีนาถอลิซาเบธที่ 2

ประวัติ[แก้]

ฮาร์ดี อมีส เกิดที่กรุงลอนดอน เป็นบุตรชายของข้าราชการและพนักงานขายของในบริษัทที่ตัดเสื้อผ้าให้กับขุนนางและเชื้อพระวงศ์ อมิสได้เข้ารับการศึษาที่โรงเรียนเบรนท์วูด เมืองเอสเสค (Brentwood School, Essex) แล้วจบในปี พ.ศ. 2470

อาชีพ[แก้]

คุณครู[แก้]

ถึงแม้ว่าพ่อของเขาต้องการให้เขาต่อการศึกษาที่มหาวิทยาลัยแคมบริด แต่ฮาร์ดีได้เข้าฝึกเป็นคุณครูสอนภาษาอังกฤษที่ Antibes แทน แล้วก็ออกเดินทางท่องเที่ยวยุโรป ระหว่างนั้นเขาได้ใช้ชีวิตอยู่ที่ฝรั่งเศส 3 ปี แล้วไปต่อที่เบนดอร์ฟ (Bendorf) และเยอรมันเพื่อเรียนภาษา

ลาแชส[แก้]

ตอนที่กลับจากอังกฤษในปี พ.ศ. 2472 เขาก็เข้าฝึกงานกับ W & T Avery Ltd. ในเมืองเบอร์มิงแฮม (Birmingham) ตอนที่อายุ 25 ปี ในปี พ.ศ. 2476 เขาก็กลายเป็นผู้จัดการดีไซน์ให้กับลาแชส (Lachasse)

สงครามโลกครั้งที่ 2[แก้]

เพราะความสามารถในการใช้ภาษาอย่างดีของอมีส เขาจึงถูกเรียกเข้าไปรับใช้องค์กรพิเศษของอังกฤษ (Special Operations Executive) ในช่วงของสงครามโลกครั้งที่สอง ในระหว่างนั้นอมีสก็ค้นพบว่าผู้บังคับบัญชา พันตรีนายพลโคลิน กับบินส์ (Major General Colin Gubbins) ไม่ได้ยอมรับช่างตัดเสื้อผ้าที่เข้ามาทำงานในกรมทหาร แต่ผู้ฝึกของอมีสได้กล่าวไว้ว่า

นายทหารคนนี้แข็งแกร่งทั้งทางร่างกายและจิตใจมากยิ่งกว่าภาพลักษณ์ของเขา เขามีความไหวพริบที่ดี และความคิดที่ฉลาดหลักแหลม ข้อบกพร่องของเขามีเพียงอย่างเดียวซึ่งก็คือ ภาพลักษณ์ และ ความประพฤติของเขา แต่ภาพลักษณ์เหล่านั้นก็กำลังจะถูกมองเปลี่ยนไป

ตามที่ประกาศไว้ที่เบลเยียม (Belgium) อมีสได้นำชื่อของเครื่องประดับแฟชั่นมาใช้เป็นรหัสเรียกชื่อ ระหว่างที่บริหารจัดการสายลับฆาตกรรมและโหดเหี้ยมอยู่ในสนามรบ อมีสได้ขึ้นมาับตำแหน่งถึงร้อยโทพันเอก แต่ก็ทำให้ผู้บังคับบัญชาอาวุโสไม่พอใจขึ้นเนื่องจากเขาไปจัดกองถ่ายภาพให้โวค (vogue) เบลเยี่ยม ในวันดีเดย์ พ.ศ. 2487 แล้วในปี พ.ศ. 2489 อมีสได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์ให้เป็น Named Officier de l'Ordre de la Couronne หรือ order of the crown ใน ตำแหน่งนายทหารของเบลเยียม

บริษัท ฮาร์ดี อมิส จำกัด[แก้]

ตลอดช่วงเวลาของสงคราม อมิสได้ออกแบบเสื้อผ้าให้กับคณะกรรมการการแลกเปลี่ยนของอังกฤษ (Bristish Board of Trade) ภายใต้นโยบายประโยชน์การใช้สอยของรัฐบาลโดยทำตามหนังสือมาตรฐานการปันส่วนของรัฐบาล แและเนื่องด้วยลาแชสสที่ปิดไปในช่วงเริ่มต้นของสงคราม อมีสก็เริ่มดีไซน์เสื้อผ้าพร้อมใส่ให้กับ Worth แทน

ในปี พ.ศ. 2489 Amies ได้ก่อตั้งธุรกิจห้างออกแบบเสื้อผ้าชื่อ Hardy Amies Ltd, หลังจากที่ซื้อซากบ้านจากระเบิดที่ №14 Savile Row ถึงแม้ว่า Saville Row จะเป็นที่อยู่ของช่างตัดเสื้อผ้าตามสั่งของอังกฤษ แบรด์ Hardy Amies ก็กลายเป็นที่รู้จักในความคลาสสิกสวยงามของเสื้อผ้าสั่งตัดสำหรับทั้งผู้หญิงและผู้ชาย แล้วอมีสก็ได้เป็นรองประธานสมาคมนักออกแบบเสื้อผ้าลอนดอนระหว่างปี พ.ศ. 2497 - พ.ศ. 2499 และเป็นประธานระหว่างปี พ.ศ. 2499 - พ.ศ. 2500

อมีสประสบความสำเร็จในด้านธุรกิจด้วยการทำกำไรจากค้าและเพิ่มคุณค่าให้กับงานดีไซน์ของเขาโดยที่ไม่ได้หวังผลประโยชน์จากการค้าขายที่มากเกินไป อมีสเป็นหนึ่งในดีไซเนอร์ชาวยุโรปที่ก้าวเข้าไปเสี่ยงทำธุรกิจในตลาดเสื้อผ้าพร้อมใส่ร่วมกับ Hepwoths ในปี พ.ศ. 2502 เพื่อดีไซน์ในแผนกของเสื้อผ้าผู้ชาย ในปี พ.ศ. 2504 อมีสได้สร้างประวัติศาสตร์แฟชั่นด้วยการจัดงานแสดงเดินแบบเสื้อผ้าของผู้ชายเป็นครั้งแรกที่โรงแรม Ritz กรุงลอนดอน ชื่อของ Hardy Amies ยังถูกจดลิขสิทธิ์แล้วใช้เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก โดยเฉพาะที่ญี่ปุ่น

นอกจากนี้ อมีสยังได้รับผิดชอบออกแบบเสื้อผ้าให้กับแนวองค์กรและออฟฟิส ที่พัฒนามาจากการออกแบบเสื้อผ้าลักษณะพิเศษสำหรับทีมฟุตบอลบอลโลกอังกฤษปี 1966, ทีมนักกีฬาโอลิมปิกของอังกฤษในปี 1972 ชมรมเรือมหาวิทาลัยออกฟอร์ด และ เครื่องแบบตลาดหุ้นลอนดอน นอกจากนี้ อมีสก็ได้ออกแบบเครื่องแต่งกายคอสตูมให้ภาพยนตร์ รวมทั้งเรื่อง 2001: A Space Odyssey

ในเดือนพฤษภาคม ปี พ.ศ. 2516 อมีสขายกิจการเสื้อผ้าของเขาให้กับ Debenhams ผู้ซึ้งจดทะเบียนเข้ากับ Hepworths ที่ก่อตั้งเครือ Hard อมีสซื้อธุรกิจกลับมาในปี พ.ศ. 2524 ต่อมา ในเดือนพฤษภาคมปี พ.ศ. 2544 ก็ขายธุรกิจของเขาอีกครั้งให้กับบริษัทกลุ่มแบรนด์หรูหรา แล้วเกษียณตอนปลายปี หลังจากที่ Jasques Azagury นักออกแบบสัญชาติโมรอคเคียน ขึ้นมาดูแลห้องเสื้อแทน ในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2551 หลังจากที่ล้มละลายแบรดน์ Hardy Amies ได้รับเงินลงทุนจาก Fung Capital บริษัทธุรกิจส่วนตัวของ นาย Victor และ William Fung ผู้จัดการบริษัทในกลุ่ม Li & Fung

นักออกแบบเสื้อผ้าสำหรับสมเด็จพระราชินีนาถอลิซาเบธที่ 2[แก้]

อมีสเป็นที่รู้จักจากสังคมอังกฤษว่าทำงานให้กับสมเด็จพระราชินีนาถอลิซาเบธที่ 2 โดยที่เริ่มทำงานร่วมกันในปี พ.ศ. 2493 เมื่ออมีสได้ทำเครื่องแบบให้แก่คณะเดินทางไปแคนาดาของเจ้าหญิงอลิซเบธ ถึงแม้ว่าธุรกิจของห้องเสื้อ Hardy Amies จะไม่ค่อยประสบความสำเร็จทางด้านการเงินมากนัก แต่ก็มีหนังสือทางราชสำนักส่งมาเชิญให้ไปเป็นช่างตัดเสื้อในวังใน พ.ศ. 2498 อย่างเป็นทางการ ผลงานขึ้นชื่ออย่างหนึ่งของเขาได้แก่ชุดเสื้อคลุมยาวที่เขาออกแบบในปี พ.ศ. 2530 ให้สมเด็จพระราชีนีนาถอลิซาเบธที่ 2 ใส่ถ่ายรูปครองราชย์ครบรอบ 25 ปี โดยเขาได้กล่าวไว้ว่า “เป็นอมตะอยู่ด้วยกระป๋องบิสกิตพันกระป๋อง” เขาถูกแต่งตั้งในปี พ.ศ. 2532 และได้ทำงานในวังจนถึงปี พ.ศ. 2533 แล้วออกจากวังเพื่อให้โอกาสดีไซเนอร์รุ่นใหม่ได้เข้ามาทำงานให้แก่สมเด็จพระราชินีนาถ

ชีวิตส่วนตัว[แก้]

อมีสถูกกล่าวหาว่าเป็นพวกรักร่วมเพศ แต่เมื่อชราขึ้นอมีสก็รู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น เวลาพูดถึงการทำงานตัดชุดให้แก่สมเด็จพระราชินีนาถ คู่อริของเขา SirNorman Hartnell กล่าวเอาไว้ว่า

มันง่ายมากเขาเป็น ราชินีติ๊งต๊อง ส่วนฉันเปนราชินีที่มีฉลาด

อมีสและคู่ขาของเขา Ken Fleetwood (ผู้ที่เคยเป็นผู้อำนวยการด้านดีไซน์ของบริษัท Hardy Amies Ltd.) อยู่ด้วยกัน 43 ปี จนกระทั่ง Fleetwood ถึงแก่ความตายในปี พ.ศ. 2539 ส่วนอมีสนั้นเสียชีวิตที่บ้านในปี พ.ศ. 2546 ตอนอายุ 93 ปี

เอบีซีของแฟชั่นผู้ชาย[แก้]

เมื่อเขาได้เขียนบทความประจำให้แกนิตยสาร Esquire เกี่ยวกับแฟชั่นเสื้อผ้าผู้ชายมาพักหนึ่ง เมื่อปี พ.ศ. 2507 อมีสก็ตีความหนังสือเรื่อง ABC of Men’s Fashion โดยที่อมีสเน้นลักษณะชุดของผู้ชาย โดยการบัญญัติลักษณะของเครื่องแต่งกายทุกชิ้นตั้งแต่ถุงเท้ายันเสื้อผ้าสำหรับฤดูร้อนโดยมีใจความว่า

  • อย่าทำให้ทุกอย่างเข้าคู่กัน: “เพื่อให้ได้ภาพลักษณ์ของความไม่ตั้งใจ มันจำเป็นมากสำหรับผู้ชายที่จะไม่มีเสื้อผ้าสักชิ้นที่เข้าคู่กัน ยกตัวอย่างเช่น คุณจะใส่เสื้อสูทสีน้ำเงินกับเสื้อเชิร์ตสีฟ้าแล้วก็ถุงเท้าสีน้ำเงิน แต่คุณจะต้องมีผ้าเช็ดหน้าลวดลายสีแดง หรือ ลายตารางสีเขียวกับน้ำตาล หรือคุณจะใช้ผ้าเช็ดหน้าสีน้ำเงินก็ได้แต่จะต้องใส่กับรองเท้าสีแดง”
  • ระวังคนใส่โบว์ไทด์: “ในแต่ละวัน ผู้ที่ใส่โบว์ไทด์มักจะเป็นพวกปัจเจกชน หรือปลีกตัวอยู่ลำพัง การแต่งกายแบบนี้อาจะทำให้เกิดบรรยากาศที่ไม่เป็นมิตร และไม่เหมาะสมที่จะแต่งสำหรับการพบกันครั้งแรก”
  • หลีกเลี่ยงการแต่งกายแบบกางเกงขาสั้นรองเท้าแตะแบบสายรัด: “ควรใส่เสื้อมีปกและเนคไทด์ตลอดเวลาที่อยู่ในเมือง แม้กระทั่งจะเป็นเวลาหลังหกโมงเย็นที่ริมทะเล ไม่ควรจะใส่ขาสั้นยกเว้นเวลาอยู่บนชายหาดจริงๆ หรือไปเดินทัวร์ พวกเสื้อแขนสั้นทำให้ดูน่ากัว รองเท้าแตะให้ความรู้สึกที่นรกมาก ยกเว้นเวลาอยู่บนชายหาดที่ๆ คุณสามารถถอดมันออกได้ หรืออยู่บนเรือ รองเท้าแตะยิ่งใส่กับถุงเท้ายิ่งนรก”
  • ผู้ชายก็ใส่สีแดงได้: “สีแดงเผลอๆ อาจจะเป็นสีที่แมนที่สุดในบรรดาสีแล้วก็ได้ แต่ความฉูดฉาดของมัน ทำให้ผู้คนไม่นิยมใส่มันนัก”
  • อย่ามองข้ามรองเท้าแตะ: “รองเท้าแตะประเภทที่หรูหราทำจากกำหมะหยี่ กับลายสลักหรือสายสะดิ้นสีทอง เป็นรองเท้าที่เหมาะมากสำหรับใส่อยู่ที่บ้าน”
  • อย่าตัดขากางเกง: “คุณไม่ควรทำ”
  • จับจ่ายซื้อเข็มขัด: “คุณควรพยายามหาซื้อหรือรับของประเภทเข็มขัด ยิ่งแพงยิ่งดี และควรจะเป็นสีเดียวกับรองเท้า และยิ่งถ่าคุณประณีตมาก มันอาจจะเป็นหนังชนิดเดียวกับสายข้อมือก็ได้”
  • ให้ความสำคัญกับถุงเท้า: “การจับคู่รองเท้ากับเนคไทด์ให้เข้ากันเป็นสิ่งที่ดูดีเสมอ”
  • อย่ากลัวขนสัตว์: “ผู้ชายสมัยใหม่ ที่มีความมั่นใจในตัวเอง ที่ชอบความท้าทาย ควรจะกล้าใส่ขนสัตว์”