อุทยานประวัติศาสตร์พระนครคีรี

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
พระราชวังพระนครคีรี
Wat Phra Kaeo Noi.JPG
พระนครคีรี
ข้อมูลทั่วไป
ประเภท พระราชวังในอดีต
ที่ตั้ง จังหวัดเพชรบุรี
ประเทศ ประเทศไทย
การก่อสร้าง
ปีสร้าง พ.ศ. 2402
ผู้สร้าง พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
ปีบูรณะ พ.ศ. 2522
ผู้บูรณะ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
สถาปัตยกรรม ผสมผสาน

อุทยานประวัติศาสตร์พระนครคีรี เป็นพระราชวังฤดูร้อนที่สร้างขึ้นในรัชสมัย พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ตั้งอยู่ที่จังหวัดเพชรบุรี

ประวัติ[แก้]

พระนครคีรีเป็นพระราชวังที่ประทับในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโดยเป็นพระราชวังฤดูร้อนโดยมีสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ (ช่วง บุนนาค)เป็นแม่กองในการก่อสร้างโดยก่อสร้างแล้วเสร็จในปีพ.ศ. 2403 โดยพระนครคีรีแบ่งออกเป็นส่วนต่างๆ ดังนี้

ยอดเขาด้านทิศตะวันออก บริเวณไหล่เขาเป็นที่ตั้งของวัดมหาสมณาราม ภายในพระอุโบสถมีภาพเขียนฝีมือขรัวอินโข่งบนผนังทั้งสี่ด้าน เป็นวัดเก่าแก่ตั้งแต่สมัยอยุธยา ส่วนบนยอดเขาเป็นที่ตั้งของวัดพระแก้ว เป็นวัดประจำพระราชวังพระนครคีรี เช่นเดียวกับวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ซึ่งเป็นวัดประจำพระบรมมหาราชวังในกรุงเทพฯ ภายในวัดพระแก้วประกอบด้วยพระอุโบสถขนาดเล็ก ประดับด้วยหินอ่อน ด้านหลังเป็นพระพุทธเสลเจดีย์ (บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ)[1] ด้านหน้าพระอุโบสถเป็นหอระฆังรูปสี่เหลี่ยมย่อมุมขนาดเล็ก

ยอดเขากลาง เป็นที่ประดิษฐาน พระธาตุจอมเพชรมีลักษณะเป็นเจดีย์สีขาว ทรงลังกา มีความสูงจากฐานเจดีย์ 40 เมตร ลักษณะภายในฐานกลวงเป็นหอกลมกลางฐานตรงกลางมีเสาใหญ่รับน้ำหนักองค์พระเจดีย์ รอบพระเจดีย์มีทางเข้าไปยังหอกลมสีทางด้วยกัน พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าฯ โปรดเกล้าให้บูรณะเจดีย์เก่าที่มีอยู่แล้วและได้อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุมาบรรจุไว้ มีผู้เชื่อว่าผู้ที่มานมัสการพระธาตุจอมเพชรด้วยจิตอันบริสุทธิ์ จะมีอานิสงส์ส่งผลให้ชื่อเสียงขจรขจายไปกว้างไกล เปรียบประดุจชัยภูมิของพระธาตุจอมเพชรที่ตั้งอยู่บนเขาสูง แวดล้อมด้วยหมู่มวลพระที่นั่งในพระราชวังพระนครคีรี และยังเป็นจุดที่สามารถมองเห็นพระที่นั่งต่าง ๆ บนยอดเขาอีก 2 ยอด รวมทั้งทิวทัศน์ของตัวเมืองเพชรบุรีได้อีกด้วย

หมู่พระที่นั่ง[แก้]

โดยพระที่นั่งองค์ต่างๆประกอบด้วย

  • พระที่นั่งเพชรภูมิไพโรจน์

เป็นพระที่นั่งองค์ประธานของหมู่พระที่นั่งต่างๆ ลักษณะสถาปัตยกรรมเป็นแบบยุโรปผสมไทยและจีน ในรัชกาลที่ 4 โปรดเกล้าฯให้จัดเป็นที่รับรองแขกเมือง มีห้องเสวยพระกระยาหาร ห้องทรงพระสำราญ ห้องพระสุธารส ห้องบรรทม ห้องสรง และห้องแต่งพระองค์ ปัจจุบันปรับปรุงจัดเป็นพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนครคีรี

  • พระที่นั่งปราโมทย์มไหสวรรย์

ลักษณะเป็นพระที่นั่งสองชั้น คล้ายเก๋งจีนอยู่ติดกับพระที่นั่งเพชรภูมิไพโรจน์ ชั้นบนมีห้องบรรทม ห้องโถงและห้องแต่งพระองค์ ส่วนด้านล่างเป็นห้องโถงสองห้อง ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถเข้าชมได้ที่พระที่นั่งแห่งนี้

พระที่นั่งเวชยันต์วิเชียรปราสาท
  • พระที่นั่งเวชยันต์วิเชียรปราสาท

"พระที่นั่งเวชยันต์วิเชียรปราสาท" ลักษณะสถาปัตยกรรมเป็นปราสาทจตุรมุข ยอดปรางค์ 5 ยอด ตามพระราชนิยมในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มียอดปรางค์ใหญ่อยู่กลาง และปรางค์เล็กอยู่ 4 มุม บนฐานสูงซ้อนกัน 3 ชั้น มีระเบียงแก้วโดยรอบแต่ละชั้น ระเบียงชั้นบนสุดมีโดมโปร่งที่มุมทั้งสี่ ตัวปราสาทประดับลายปูนปั้น ภายในประดิษฐานพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว หล่อด้วยสำริด ทรงฉลองพระองค์แบบตามพระราชนิยม ทรงพระมาลาสก๊อต พระหัตถ์ขวาทรงพระแสงดาบ พระหัตถ์ซ้ายทรงสมุดหนังสือ ทรงยืนใต้นพปฎลเศวตฉัตร จากพระที่นั่งองค์นี้มีประตูออกไปสู่ พระที่นั่งราชธรรมสภา

  • พระที่นั่งราชธรรมสภา

เป็นอาคารชั้นเดียว ศิลปะผสมระหว่างศิลปะยุโรป จีน และไทย หลังคาเป็นแบบเก๋งจีนในรัชกาลที่ 4 ทรงใช้เป็นที่ประชุมส่วนพระองค์บรรยายธรรมะถึงสมัยรัชกาลที่ 5 ดัดแปลงเป็นห้องเสวยสำหรับพระบรมวงศานุวงศ์ที่ตามเสด็จ ในปัจจุบันใช้เป็นอาคารแสดงนิทรรศการ จุดเด่นจะอยู่ตรงประตูบ้านโค้งสีเขียว ตัดกับผนังสีขาวที่มีลายปูนปั้นสวยงาม

  • พระที่นั่งสันถาคารสถาน

เป็นหมู่พระที่นั่งขนาดใหญ่ ตัวพระที่นั่ง 2 ชั้น ก่ออิฐถือปูนแบบตะวันตก หลังคามุงกระเบื้องกาบกล้วย มีสันหลังคาทับแบบจีน ชั้นบนเป็นห้องพักทั้ง 2 ฝั่ง ชั้นล่างด้านหน้าเป็นห้องรับแขกมีหน้ามุขยื่นออกไปเป็นที่ประทับทอดพระเนตรนาฏศิลป์ (ลานกระเบื้องด้านหน้า) ในสมัยรัชการที่ 4 ใช้เป็นที่ประทับของเจ้านายฝ่ายใน ต่อมาให้เป็นที่รับแขกเมือง ปัจจุบันใช้เป็นสำนักงานของพระนครคีรี

หอต่างๆ[แก้]

  • หอชัชวาลเวียงชัย

ลักษณะเป็นหอทรงกลมสูงคล้ายกระโจมไฟ มีบันได้เวียนสำหรับเดินขึ้น-ลง ชั้นบนรอบนอกเป็นระเบียงซึ่งประดับด้วยลูกกรงแก้ว หลังคาเป็นรูปโดมมุงด้วยกระจกโค้งภายในมีโคมไฟห้อย ซึ่งกลางคืนจะมองเห็นแสงไฟไกลไปถึงชายทะเล และเมื่อนักท่องเที่ยวขึ้นไปชมบนหอชัชวาลเวียงชัยแห่งนี้แล้ว ก็จะมองเห็นทิวทัศน์โดยรอบของเมืองเพชรบุรี นอกจากนี้ยังมีสถานที่ที่น่าชมอีกมากมายบนเขาวังแห่งนี้ หากนักท่องเที่ยวมาถึงควรเที่ยวชมให้ครบทุกสถานที่

  • หอพิมานเพชรมเหศวร์

หอพิมานเพชรมเหศวร์ ตั้งอยู่บนยอดเขาเล็ก ๆ หน้าพระที่นั่งเพชรภูมิไพโรจน์ เป็นหอขนาดเล็ก ๓ หอ หอกลางมีพระพุทธรูปประดิษฐานอยู่ หอด้านขวาเป็นศาลเทพารักษ์ หรือที่เรียกกันว่าศาลพระภูมิเจ้าที่ หอด้านซ้ายใช้เป็นที่ประโคมสังคีตหอพิมานเพชรมเหศวร์ นี้เคยใช้เป็นที่ประกอบพิธีโสกันต์ ที่หอกลางใหญ่ได้กั้นผนังไว้สำหรับใช้เป็นห้องบรรทมของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวในวันที่พระองค์ทรงถืออุโบสถศีล ขณะที่ประทับอยู่ที่พระราชวังแห่งนี้ เช่นเดียวกับหอเสถียรธรรมปริต ในพระบรมมหาราชวัง

  • หอจตุเวทปริตพัจน์

หอจตุเวทปริตพัจน์ เป็นสถานที่ทรงบำเพ็ญพระราชกุศล โดยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงสดับพระธรรมเทศนา ในวันพระธรรมสวนะ

ศาลาต่างๆ[แก้]

  • ศาลาทัศนานักขัตฤกษ์

เป็นศาลาที่ประทับทอดพระเนตรการจัดงานนักขัตฤกษ์และประเพณีต่างเช่นงานสงกรานต์ศาลานี้อยู่ใกล้ทางเข้าฝั่งวัดมหาสมณารามวรวิหาร

ป้อมต่างๆ[แก้]

ป้อมของพระนครคีรีมีทั้งหมด5ป้อมดังนี้

  • ป้อมทศรถป้องปก
  • ป้อมวิรุฬหกบริรักษ์
  • ป้อมวิรุฬปักษ์ป้องกัน
  • ป้อมเวสสุวรรณรักษา
  • ป้อมวัชรินทราภิบาล

ปัจจุบันยังปรากฏให้เห็นป้อมเหล่านี้อยู่

ประตู[แก้]

ประตูต่างๆในพระนครคีรีมีทั้งหมด8ประตูดังนี้

  • ประตูนารีประเวศ
  • ประตูวิเศษราชกิจ
  • ประตูราชฤทธิแรงปราบ
  • ประตูอานุภาพเจริญ
  • ประตูดำเนินทางสวรรค์
  • ประตูจันทร์แจ่มจำรูญ
  • ประตูสูรย์แจ่มจำรัส

สิ่งก่อสร้างอื่นๆ[แก้]

  • โรงรถ อยู่ทางซ้ายมือของทางขึ้นเขา รถในที่นี้คือรถม้า
  • โรงม้า อยู่ทางขวามือทางขึ้น เหนือวัดมหาสมณาราม
  • ราชวัลลภาคาร เป็นที่พักมหาดเล็ก และข้าราชบริพาร
  • ศาลาลูกขุน อยู่ทางขวามือของทางขึ้น ใช้เป็นที่ประชุมลูกขุนที่ตามเสด็จ
  • ศาลาเย็นใจ อยู่ทางซ้ายมือของทางขึ้น ใช้เป็นที่พักผ่อน
  • โรงมหรสพ อยู่ด้านพระที่นั่งสันถาคารสถาน

วัดมหาสมณารามราชวรวิหาร[แก้]

วัดมหาสมณาราม ตั้งอยู่ในเขตตำบลคลองกระแชง อำเภอเมือง ฯ เดิมชื่อวัดสมณะ หรือวัดมหาสมณ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เคยเสด็จมาประทับเมื่อครั้งยังทรงผนวชอยู่ ต่อมาเมื่อได้สร้างพระนครคีรีแล้ว จึงได้โปรดเกล้า ฯ ให้บูรณะวัดแห่งนี้ พระราชทานนามว่า วัดมหาสมณาราม แต่ประชาชนทั่วไปเรียกว่า วัดเขาวัง เป็นพระอารามหลวงชั้นโท ชนิดราชวรวิหาร อุโบสถวัดมหาสมณาราม ฯ ภาพจิตรกรรมในพระอุโบสถเขียนด้วยสีฝุ่น กล่าวกันว่าเป็นฝีมือของ ขรัวอินโข่ง จิตรกรเอกในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว การเขียนภาพของขรัวอินโข่งมีลักษณะเฉพาะตัวคือ จะวางภาพเต็มพื้นที่ทั้งหมด ไม่มีภาพเทพชุมนุมเรียงเป็นแถวแบบเดิม มีแต่ภาพเหล่าเทวดานางฟ้า ปรากฏตามก้อนเมฆบ้าง ภาพที่เขียนจะอยู่ในเนื้อเดียวกันทั้งหมด จะมีการแบ่งภาพเป็นตอน ๆ ฉากหลังมักเป็นภาพธรรมชาติป่าเขาลำเนาไพร ผนังหน้าพระอุโบสถ เขียนภาพการเดินทางไปนมัสการพระพุทธบาท ถือว่าเป็นภาพชิ้นเยี่ยมของพระอุโบสถประกอบด้วยทิวทัศน์อันงดงาม มณฑปพระพุทธบาทตั้งอยู่บนไหล่เขาซึ่งอุดมไกด้วยต้นไม้นานาชนิด เบื้องล่างเป็นภาพที่มีความงามตามธรรมชาติ มีการจัดภาพอย่างงดงามลงตัว เป็นประโยชน์ในการศึกษาขนบธรรมเนียมประเพณี

อ้างอิง[แก้]

  1. "... พระสุทธเสลเจดีย์ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงบรรจุพระบรมสารีริกธาตุไว้ แต่ครั้งทรงบูรณะ ..." (ธรรมะประจำวันของ พระเทพสุวรรณมุนี, 2544, หน้า 51), ธรรมะประจำวันของ พระเทพสุวรรณมุนี (สีลภูสิต ภิกฺขุ บุญรวม มีอารีย์). (2544). เพชรบุรี : เพชรภูมิการพิมพ์.